---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 07:16 ของวันที่ 30/08/2014
[ ตลาด Ragnarok ] [ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Ragnarok Online (หน้าที่ 1/7)
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] หน้าถัดไป >
น้ำท่วมโลกจิงๆ อีกไม่เกิน12ปี ไม่มั่วมีข้อมูลคับ
0. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    30-08-2005, 16:16:00   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ผมหาข้อมูลได้เท่านี้คับ ถ้าผมหาได้ใหม่ๆจะมาโพสคับ
เว๊บ อ้างอิงอยู่ในrep ที่2 นะคับ

ผมเอามาไม่ได้เอามาปั่นเรื่อง แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้เรื่องสิ่งที่ต้องการจิงๆ กรุณาอ่านแล้วคิดตามนะคับไม่ใช่ว่าโลกนี้จะอยู่ตลอดเสมอไป เราทำไรกับธรรมชาติเอาไว้ละคับ

ผมเอาเรื่องที่หลายๆคนอยากรู้ก็คือ พระคัมภีร์ไบเบิล มาให้อ่านด้วยนะคับอยู๋ในหน้า4 หน้า5ก็มีข้อมูลนะคับ


ภาพแผนที่โลกทั้งหมดหลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ของโลก

จากข่าวที่ออกมาทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์
ในเรื่องของแผนที่โลกใหม่(ภาพจากหนังสือพิมพ์ )
ที่แสดงให้เห็นภาพน้ำท่วมโลกจนบางส่วนหายไปจากแผนที่ ผู้ที่ทำแผนที่ขึ้นมาคือนาย
Gordon-Michael Scallion เน้นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมโลกจะเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว
ภูเขาไฟ ระเบิดและแผ่นโลกเคลื่อนมากกว่า เกิดจากน้ำแข็งละลาย นาย Gordon-Michael
Scallion นายคนนี้แกเป็นผู้หยั่งรู้อนาคต (futurist) มีญาณทัศนะ(Spiritual
Visionary) คือมองเห็นอนาคตด้วยญาณ มีความแม่นยำมาก(ตามที่ Web site
ของแกกล่าวอ้าง) จบการศึกษาท่างด้านอิเลคทรอนิคส์(ไม่ได้บอกว่าระดับไหน) ในปี 1979
เคยเกือบตายมาแล้วแต่กลับฝื้นขึ้นมาได้ในที่
หลังจากนั้นก็พบว่าได้รับพรสวรรค์ในเรื่องของการหยั่งรู้อนาคต

ภาพแผนที่เอเชียตอนกลาง ล่าง ตะวันออก สังเกตุดูว่าญี่ปุ่นแทบไม่เหลือ
หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่

เอเชีย -- เนื่องจากมีวงแหวนไฟ(Ring of Fire)ผ่าน Asia
(แนวเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก(Plate boundary) โดยส่วนแนวเขตนื้เรียกว่า riff )
ทำให้เป็นเขตเกิดแผ่นดินไหวสูง ยังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเขตนี้
โดยจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่ ฟิลิปปิน ญี่ปุ่น
ไปจนถึงทะเลแบริ่ง(เป็นช่องแคบอยู่ระหว่างรัฐอะแลสกา กับรัสเชีย)
รวมทั้งหมู่เกาะคูรินและเกาะแซคาลิน(เป็นของรัสเชีย อยู่ใกล้กับ ฮอกไกโด ญี่ปุ่น)
เนื่องมาจากแผ่นแปซิฟิกเคลื่อน(Pacific Plate shift)ไป 9 องศา
เกาะญี่ปุ่นจะจมเหลือไวเพียงแค่ 2-3 เกาะเล็กๆเท่านั้น ไต้หวัน
และเกาหลีส่วนใหญ่จะหายไปในทะเล และด้วยเหตุที่แผ่นโลกเคลื่อนตัวนี้
แนวฝั่งของจีนจะเลือนร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์ อืนโดนีเซียจะถูกทำลาย
ถึงแม้ว่าจะมีเกาะใหม่เกิดขึ้นมาด้วยก็ตาม ฟิลิปปินส์จะถูกกลืนหายลงไปในทะเล
เอเซียจะได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งนี้
และจะมีแผ่นดินใหม่เกิดขึ้นด้วย สิ่งที่ความพิจารณาจากคำทำนายนี้ก็คือ เอเชียอยู่บน
3 แผ่นทวีปคือ 1.แผ่นฟิลิปปิน 2.แผ่นอินโด-ออสเตรเลียน 3.แผ่นยูเรเซียน(ไทย - จีน
อยู่บนแผ่นนี้)
บริเวณที่ไทยและจีนอยู่เป็นเขตแผ่นดินยกตัวดังนั้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นจริงน่าจะเป็นไปในทางที่ทำให้แผ่นดินยกตัวสูงขึ้นมากกว่า
โดยที่แผ่นแปซิฟิกที่ว่าเคลื่อนไป 9 องศานั้น
ทิศทางการเคลื่อนที่ตามปกติก็จะเคลื่อนที่ในทิศทาง มุดตัวลงใต้แผ่นทวีป ยูเรเซียน
บริเวณ ประเทศญี่ปุ่นและมุดตัวลงใต้แผ่นฟิลิปปิน และ
แผ่นอินโด-ออสเตรเลียนมุดตัวใต้แผ่นยูเรเซียนบริเวณเทือกเขาหิมาลัย
ซึ่งการมุดตัวดังกล่าวจะทำให้ทวีปยกตัวขึ้น ข้อพิสูจน์นี้ก็ได้แก่ที่ราบสูงทิเบต
เทือกเขาหิมาลัย และ อีสานของไทย ซึ่งถูกยกตัวสูงขึ้นจากเมื่อ 60-20 ล้านปีก่อน
สำหรับในส่วนของประเทศอื่นๆขออนุญาตไม่วิจารณ์นะครับ
แต่จะเอามาให้ดูและคิดกันเอาเองโดยบางสิ่งที่เขาทำนายถูกต้องก็ได้แก่
เหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหวใน ลอสแองเจอริส แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2535,
แผ่นดินไหวใน แลนเดอร์ส Landers) และ บิกเบียร์ (Big bear) แคลิฟอร์เนีย เมื่อ 17
มกราคม 2537 และแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2538
เป็นต้น

แผนที่นี้ ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากเมื่อปี 1978
(พ.ศ. 2521) นาย Gordon ได้มองเห็นภาพอนาคตของโลกเป็นครั้งแรก โดยก็มองเห็นตัวเอง
อยู่สูงขึ้นไปในอวกาศแล้วมองกลับลงมาบนโลก
หลังจากนั้นอีกหลายปีก็เห็นภาพเดิมอีกครั้ง ทำให้เข้าสามารถสร้าง
แผนที่โลกในอนาคตขึ้นมาและพิมพ์ในปี พ.ศ.2525 โดยนาย Grodon
เชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในระหว่างปี 1998-2012(พ.ศ.2541-พ.ศ.2555)
โดยเหตุการณ์จะเกิดจากต้นเหตุสำคัญคือแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดอันเนื่องมาจาก
แผ่นทวีปของเปลือกโลกเคลื่อน โดยสภาพการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในแต่ละพื้นที่ดังนี้

ออสเตรเลีย -- จะสูญเสียแผ่นดินไปประมาณ 25 เปอร์เซ็น จากน้ำท่วนชายฝั่นทั้งหมด
ยกเว้นจะเกิดแผ่นดินบริเวณช่องแคบบาสส์เชื่อมเข้ากับเกาะทาสเมเนีย
และเกิดแผ่นดินใหม่ขึ้นนอกชายฝั่ง
นิวซีแลนด์ -- นิวซีแลนด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น
บางส่วนจะเชื่อมเข้ากับแผ่นดินเก่าออสเตรเลีย
ทั้งสองแผ่นดินจะเชื่อมต่อเป็นแผ่นดินเดียวกันด้วยคอคอด
ทั้งนี้เกิดจากการยกตัวขึ้นของแผ่นดินและการระเบิดของภูเขาไฟ
ซึ่งจะทำให้นิวซีแลนด์เดิมกลายเป็นตินแดนห่างไกลจากทะเล

แอฟริกา -- จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน แม่น้ำไนส์จะกว้างขวางกว่าเก่ามาก
ต้วยทิศทางของแม่น้ำไนส์เส้นทางใหม่จะวิ่งจากทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยมตรงปากแม่น้ำไนส์ผ่านพื้นที่ประเทศซูดาน
เส้นทางสายน้ำใหม่ของแอฟริกาจะเหมือนตัว "Y" วางอยู่บนทวีป
โดยมีฐานตั้งในแนวตั้งอยู่บนเมืองเคปทาวน์(ต้นกำเนิดแม่น้ำอยู่ที่เคปทาวน์)
ทะเลแดงจะขยายกว้างออกทำให้ ไคโรจมหายไปในทะเล
เกาะมาดากัสการ์เกือบทั้งหมดจะจมลงในทะเล เกิดแผ่นดินใหม่ในทะเลอาหรับ
บริเวณตอนใต้ของโอมาน
และจะมีแผ่นดินขนาดใหญ่เกิดขึ้นบริเวณทางเหนือและตะวันตกของเคปทาวน์
ทะเลสาบวิคทอเรียจะรวมเข้ากับทะเลสาบนยาซาใหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย

::

Modified on: 05-09-2005, 00:00:05

1. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:16:58   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อเมริกาใต้ -- เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นอย่างมาก รวมถึงแผ่นดินไหว
ภูเขาไฟระเบิด ผลกระทบครอบคุมไปทั่ว เวนิซูเอลา โคลัมเบีย และบราซิล
จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
ลุ่มน้ำอะเมซอนจะกลายเป็นทะเลใน(ทะเลปิดอยู่ภายในแผ่นดินเหมือนทะเลสาปสงขลา)
เปรูและ โบลิเวีย จะถูกน้ำท่วม ซานวาดอร์ เซาเปาโล ริโอดอร์จาเนโร และบางส่วนของ
อุรุกรัย จะจมหายไปในทะเล เหมือนกับ หมู่เกาะฟอล์คแลนด์
และเกิดทะเลปิดอีกแห่งที่ตอนกลางของประเทศเาร์เจจนตินา
เกิดแผ่นดินขนาดใหญ่ขึ้นทางตะวันตกของทวีปแถวชิลีรวมทั้งทะเลปิดอีกแห่งด้วย

อเมริกาเหนือ -- แคนาดา -- อ่าวฮัทสันจะขยายตัวออกเป็นทะเลปิดภายในแผ่นดิน
บางส่วนของตะวันตกเฉียงเหนือจะถอยร่นเข้ามาในแผ่นดิน 200 ไมล์ พื้นที่ในควิเบก
ออนตาริโอ มานิโตบา ซาาสแกนเซวัน แอลเบอร์ตา
จะกลายเป็นศูนย์กลางผู้ที่รอดพ้นหายนะระหว่งการเปลี่ยนแปลงในตอนต้น ผู้อพยพจะมาจาก
บริติสโคลัมเบีย และ อะลาสกา

สหรัฐอเมริกา -- การเปลียนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้จะเริ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาก่อน
โดยแผ่นทวีปอเมริกาเหนือเกิดการโก่งตัว สร้างหมู่เกาะแคลิฟอร์เนียขึ้น 150 เกาะ
ในที่สุด จากขบวนการเพลทเทคโทนิก(tectonic
plate-ขบวนการที่ทำให้แผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งมุดตัวลงไปใต้อีกแผ่นหนึ่ง)
ซึ่งทำให้เกิกแนวโก่งตัวและรอยแยกซึ่งก่อให้เกิดอุทกภัยทำให้
ฝั่งทะเลด้านตะวันตกหดลงไปทางตะวันออกสู่รัฐเนเบรสกา ไวโอมิงและ โคโลราโด ทะเลสาบ
เกรทเลค(ประกอบด้วยทะเลสาบสุพิเรียม,ฮุรอน,มิชิแกน,อิรีและออนแตริโอ)
และแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์จะเชื่อมต่อเข้ากับแม่น้ำมิสซิสซิป X ไหลลงสู่อ่าว

แมกซิโก -- แนวชายฝั่งของแมกซิโกจะถูกน้ำท่วมเข้ามาถึงในแผ่นดิน
คาปสมุทรแคลิฟอร์เนีย จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ ส่วนใหญ่ของยูคาทาน
พีนิซูลาจะหายไปในทะเล ภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวจะเกิดต่อเนื่องยาวนานถึง 25
ศตวรรษ

อเมริกากลางและคาริเบียน -- อเมริกากลางจะเกิดอุทกภัยและมีจำนวนเกาะลดน้อยลง
ที่สูงกว่า 500 เมตรเท่านั้นที่ปลอดภัย
จะมีเส้นทางน้ำใหม่เกิดขึ้นจากอ่าวฮอนดูรัสไปออกที่ เอลซัลวาดอร์
ส่วนคลองปานามาจะกลายเป็นคลองตัน

ยุโรป --
ตอนเหนือของยุโรปส่วนใหญ่จะจมลงสู่ทะเลซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก(ด้วย
tectonic plate) นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และเดนมาร์ค จะถูกน้ำท่วม ทิ้งไว้เพียง
เกาะเล็กๆนับร้อยเกาะ ส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักร
จากสกอต์แลนด์ถึงช่องแคบจมหายไปในทะเล เหลือเพียง 2-3
เกาะเล็กๆขนาดประมาณหมู่เกาะเซตแลนด์(อยู่ทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ)
ลอนดอนและเบอร์มิงแฮมจะเหลือกลายเป็นเกาะ อิรีแลนด์จะจมลงทะเลยเว้นที่สูงเท่านั้น
รัสเซีย จะแยกออกจากยุโรป โดยเกิดเป็นทะเลขนาดใหญ่แห่งใหม่โดยรวมเอาทะเลแคสเบียน
ทะเลดำ ทะเลาคารา ทะเลบอสติก เข้าด้วยกัน ทะเลใหม่ซึ่งแบ่งถูกแบ่งโดยเทือกเข้าอูราล
จะยืดยาวไปจดแม่น้ำเยนิเซในไซบีเรีย
ทำให้มีอุณหภูมิอบอุ่นขึ้นและเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ให้กับยุโรป
ทะเลดำจะรวมกับทะเลตอนเหนือทิ่งบัลแกเรียและโรมาเนียไว้ใต้น้ำ
ดินแดนตั้งแต่โปแลนด์จนถึงตุรกีจะได้ความไม่สงบครั้งยิ่งใหญ่
สงครามศาสนาจะอุบัติขึ้น และจบลงด้วยความบริสุทธิ์ของแผ่นดินโดยไฟและน้ำ
ตุรกีด้านตะวันตกจะจมอยู่ในน้ำเกิดแนวชายฝั่งใหม่จาก อีสตันบูลถึงไซปรัส
ส่วนใหญ่ของยุโรปกลางจะถูกน้ำท่วม
แผ่นดินส่วนใหญ่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลบอลติกจะสูญหาย
ส่วนใหญ่ของสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่สองจมลงสู่ใต้ทะเล ก่อให้เกิดเกาะเล็กๆขึ้น


ฝรั่งเศสส่วนใหญ่จมน้ำ เหลือไว้แค่เกาะในบริเวณกรุงปารีส
ทางน้ำใหม่จะแยกสวิสเซอร์แลนด์ออกจากฝรั่งเศส อิตาลีจะจมน้ำ เวนิส,เนเปิล,โรม และ
เจนัวจะถูกกลืนลงทะเล แต่นครรัฐวาติกันจะปลอดภัยเนื่องจากย้ายไปอยู่ที่สูงกว่า
แผ่นดินที่สูงๆจะคงเหลือเป็นเกาะ
แผ่นดินใหม่จะเกิดขึ้นทอดยาวจากเกาะซิซิลีจนถึงเกาะซาร์ดิเนีย

File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(20 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
2. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:18:50   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อันนี้คือภาพ ที่ไทยจะได้รับผลกระทบนี้ด้วยคับ ลองเซฟภาพแล้วไปขยายดูนะคับ จะเห็นว่าไทยเสียเนื้อที่ไปเยอะมาก

อันนี้คือเว๊บอ้างอิงที่สามารถเข้ามาอ่านได้นะคับ

http://thaidiary.exteen.com/20050630/entry-3

http://www.kapook.com/hilight/main/11345.html

http://www.matichon.co.th/youth/youth.php?tagsub=031104&tag950=03you31071045&show=1

http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/column/remark/mar/31_3_48.php

http://www.saranair.com/article.php?sid=11631

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=106&Pid=28635

http://budpage.com/comet.html

::

Modified on: 31-08-2005, 16:01:29
File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(20 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)

3. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:20:32   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถ้าผมเขียนผิดหรือเล่าเรื่องแล้วผิดกับจากปากที่ท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

ใครที่ได้ดูรายการที่นี่หมอชิต ทางช่อง7 เมื่อวานที่ 31กรกฎาคม 48 ท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็น คนนี้ที่ นาซา ต้องการมากๆ เพราะท่านได้มีส่วนร่วมในการผลิต ยานไปดาวอังคารที่มีชื่อว่า ไวกิ้ง เมื่อประมาณ32-33ปีที่แล้ว ขอย้ำนะคับว่าท่านเป็นคนคิดและทำ คนไทยนี้ละคับ จงภูมิใจ แล้วทางสหรัฐ อมริกา ให้เงินเดือน 20 เท่า ในสมัยนั้น มีจำนวนเงิน คือ 1ล้าน บาทต่อ เดือน แต่ถ้าเป็นค่าเงินสมัตนี้คือ 10-15 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ใครที่ดูที่นี้หมอชิตทางช่อง-7เมื่อวานคงจะรู้นะคับว่า ท่านได้บอกว่าเราตอนนี้โลกเรากำลังแย่เนื่องจากเหตุหลายๆอย่างเท่าๆที่ผมจำได้นะคับท่านบอกว่า โลกเรานี้ที่อยู่ได้เพราะต้นไม้ แต่ตอนนี้มีเหตุการณ์ที่จะทำให้เราตายกันหมดนั้นก็คือ แกรนกลางของโลกนั่นจะหยุดหมุนและไม่ทำงานนั้นทำให้ สนามแม่เหล็กต่างๆบนโลกนี้ไม่มีความสมส่วนและไม่พอดีกัน ส่งผลคือทำโลกร้อนขึ้นมากๆ ชั้นบรรยากาศ ทำน่าทีคือ ป้องกันสิ่งผิดปกติจากนอกโลกเช่น สารพิษ แสงแดด ที่รุ่นแรง ดาวหาง อุตกาบาท และที่แปลกปลอมจากนอกโลกอีกมากมาย ถ้าแกรนของโลกหยุดหมุ่นไม่ทำงาน นั้นก็คือเกิดเหตุการ น้ำแข็งขั่วโลกเหนือ และ ใต้จะละลาย แผ่นดินไหวหนักมากๆและบ่อยมากๆ ภูเขาไฟระเบิด หรือเกิดการ์ณทางธรรมชาติต่างๆทืเราไม่สามารถระบุได้ ท่านได้บอกว่าถ้ายังไม่ประหยัดพลังงานตั้งแต่ตอนนี้เราคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานหลอกคับ และท่านยังบอกว่าเหตุการณ์จากคลื่นยักสึนามิทำให้แผ่นดินนั้นแตกและทำให้น้ำเข้าไปยังแกรนกลางของโลกเลยทำให้มีปัญหาคือแผ่นดินไหวบ่อยครั้งตรงจุดนั้น อีก 10ปี ข้างหน้าหรือไม่ถึง 10ปีข้างหน้านี้จะเกิด เหตุการณ์ ภัยพิบัติอย่างร้ายแรง เนื่องจากโลกเราตอนนี้อยู่รอดเนื่องจาก มีต้นไม้ ใบไม้ ที่ช่วยโลกเราไว้ นั่นหมายถึง ใบไม้เอา ก๊าชคาร์บอนไดร์ออกไซด์ นั่นไป แล้วผลิตออกมาคือก๊าชอ๊อกซิเจน (ถ้าเขียนผิดขอโทษด้วยคับ) นั่นก็คือว่า ใบไม้ต่างๆนี้ได้ดูดวามร้อนแล้วได้ระบายออกมาเป็นก๊าชออกซิเจน ให้เราใช้ถึงทุกวันนี้ แต่ตอนนี้ โลกเราใช้พลังงานเยอะขึ้น ทุกวันๆแล้ว ตัดไม้ทำลายป่าทุกวัน เลยทำให้โลกเราร้อนขึ้นทุกวันอย่างเห็นได้ชัด เลยทำให้มีเหตุการณ์ตอนนี้คือ แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ภูเขาไฟ ระเบิด และ ตอนนี้น้ำแข็งที่ ขั่วโลกเหนือและ ขั่วโลกใต้ เริ่มละลายแล้ว แล้วเป็นแบบนี้มาทุกปีแล้ว มีรายงานเข้ามาว่าน้ำเพิ่มขึ้นเมื่อก่อนปีละแค่ 1 มิลลิเมตร แต่ตอนนี้เพิ่ม 4-5 มิลลิเมตร อีกไม่นานคงจะน้ำทั่วโลกแน่ๆ เราทุกคนต้องตายจริงหรอ ผมอยากให้คุณทุกๆคน ได้โปรดช่วยประหยัดงาน อย่าตัดไม้ทำลายป่า แก้ไข ปัญหานี้ตั้งแต่ตอนนี้ แต่ท่าหน่วยงานทั้งหลาย อย่าได้ปิดบังข่าวนี้เลยคับ ผมขอร้องละ กรุณาช่วยกันคับ เพื่อโลกเรา และชีวิตของคุณ

กรุณาช่วยลงความคิดเห็นหน่อยคับ ถ้าช่วยขุดด้วยจะยิ่งดีมันมีประโยชน์ต่อเรามากๆ

หน้าแรกๆนี้คนเล่นสนุกมากไปหน่อยจนลืมเนื้อหาของกระทู้นี้ไปหน้าหลังๆจะเริ่มมีหลังการแล้วนะคับ
เว๊บข้างล่างนี้คือหลักฐานจากอีกเว๊บนึงคับ

http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewAudio.aspx?NewsID=9480000071498&BrowseNewsID=0&Speed=0&Speed=0
อันนี้ฟังสนทนาสด

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?newsID=9480000071498
อันนี้เนื้อหา

http://www.ee43.com/contentdetail.php?content_id=259
อ่านนี้ก็ได้คับ

เทียนชัย – กระทบกับโลกแต่บอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แล้วก็ตอบไม่ได้ว่าการละลายจะเป็นแบบไหน มันอาจจะมีได้ 2 แบบ คือ แบบที่ละลายไปเรื่อยๆ ปัจจุบันอยู่ในช่วงละลายไปเรื่อยๆ สมัยก่อนมีนักหนังสือพิมพ์อยู่ตรงไหนก็ถ่ายได้ แต่สมัยนี้จะยืนถ่ายตรงไหนต้องระวังต้องหาจุดตั้งให้ดี ถ้าจุดตั้งไม่มีมันยุบลงไปเลย เพราะฉะนั้นนี่เป็นยุคที่น้ำแข็งละลายค่อนข้างมาก อีกสักพักจะเกิดการเสียสมดุลใหญ่แต่บอกไม่ได้ แต่มีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น แต่เรื่องที่เป็นอันตรายกว่าน้ำแข็งละลาย คือ ผลเอฟเฟ็กที่จะมีให้อุณหภูมิโดยทั่วไปของโลก แต่รุนแรงแค่ไหนบอกไม่ได้เหมือนกัน แต่จะทำให้ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ซึ่งดุลความร้อนของโลกจะเกิดการเคลื่อนตัวครั้งใหญ่เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของระบบ

น.พ.ประสาน – อาทิตย์ที่แล้วช่องบีบีซีเวิลด์ลงข่าวว่านักวิทยาศาสตร์ที่กรีนแลนด์ไปทำการสำรวจและตามติดที่นั่นเป็นปีๆ แล้วสรุปผลการละลายของน้ำแข็งเฉพาะที่กรีนแลนด์อย่างเดียวมีปริมาณเท่ากับ 1 ตันต่อวัน ถ้าคำนวณการใช้น้ำของคนในนิวยอร์กในเวลา 1 เดือนจะท่ากับน้ำที่ละลายในกรีนแลนด์ 1 วัน น้ำทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกก็จะละลายหมดหรือใกล้หมดในช่วงเวลาประมาณ 5-7 ปี หากมองว่ากรีนแลนด์ที่อยู่ไกลๆ ขั้วโลกเหนือเป็นการการละลายของน้ำในแก้ว นั้นก็หมายความว่าจะมีน้ำจำนวนมากขึ้นมากกว่าเก่า แล้วบนน้ำแข็งบนยอดเขาหิมาลัย หรือบนยอดเขาต่างๆ รวมทั้งที่ขั้วโลกใต้ซึ่งก็ละลายเช่นเดียวกัน

ขณะที่อุณหภูมิที่ขั้วโลกเหนือและใต้สูงกว่าปกติถึง 6 องศาเซลเซียส ปีที่แล้ว 2.5 องศาก็แย่แล้วแต่นี่ขึ้นถึง 6 ถ้ารวมทั้งหมดแล้วน้ำแข็งก่อนยุคอุตสาหกรรมเรามีน้ำแข็ง19 ร้อยล้านตัน ถ้าละลายออกไปวันละ 1 ล้านตัน จะใช้เวลาตามที่ผมคำนวณ 5-7 ปี คือ ประมาณปี 2012 ตัวเลขตรงนี้หน้าคิด ซึ่งเป็นตัวเดียวกับตัวเลขที่ชาวเผ่ามายาคำนวนขึ้น (ชาวมายา ได้ทำปฏิทินจำนวน 22 เดือน โลกหมุนเวียนพระอาทิตย์ 365.222 ตรงกับทุกอย่าง ดาราศาสตร์ตรงกับของชาวมายาพอดี แต่พอปี 2012 ทุกอย่างหยุดทั้งหมด) ขณะเดียวกันผู้แสวงหาความรอด ความดีงาม ถ้าไม่มีกิเลส ไม่มีวิกฤตจะมีอกิเลสหรือ เป็นเพราะเราแสวงหาต่างหาก สิ่งนั้นจะกระทบจิตใจของเรา ว่าเรารับได้หรือไม่ เราต้องเรียนรู้ครับ เราเกิดมาเพื่อเรียน โคจรไปเรื่อยๆแต่อย่าเพิ่งตื่นเต้น ทุกสิ่งมันยืดได้และหดได้ ซึ่งนี่เป็นความโชค ::

File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(24 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
4. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:22:10   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
พบอุกกาบาตยักษ์ เสียว17ปี พุ่งเข้าถล่มโลก

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ปรากฏการณ์ในจักรวาลอันลี้ลับ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมหันตภัยต่อมวลมนุษยชาติและ!โลกอย่างใหญ่หลวง ครั้งนี้ถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์ของบรรษัทกระจายเสียงอังกฤษ (บีบีซี) เมื่อวันพุธที่ 24 ก.ค. ว่า อุกกาบาต"NT 7" (เอ็นที 7) 2002 ซึ่งนักดาราศาสตร์เพิ่งตรวจพบเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน กลายเป็นเทหวัตถุในอวกาศ ที่มีความเสี่ยงจะพุ่งชนโลกมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ และอาจจะชนโลกในวันที่ 1 ก.พ. 2562 หรือ 17 ปีข้างหน้าแม้จะยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก แต่ถ้าชนโลกจริงจะรุนแรงถึงขั้นทำลายล้างทวีปใดทวีปหนึ่งทั้งทวีป
โครงการหอสังเกตการณ์ท้องฟ้าอัตโนมัติ "ลิเนียร์" ในนิว เม็กซิโก ตรวจพบอุกกาบาต NT 7 ครั้งแรกเมื่อ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา พบว่าโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 837 วัน มีวงโคจรเอียง มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ราวๆวงโคจรระหว่างโลกกับดาวอังคาร ซึ่งจากความสว่างเจิดจ้าของอุกกาบาตประมาณว่ามันมีความกว้างถึง 2 กม.ใหญ่พอที่จะทำลายล้างทวีปใดทวีปหนึ่งทั้งทวีปถ้าพุ่งชนโลก
จากการคำนวณในเบื้องต้น พบว่ามีวิถีโคจรที่อาจพุ่งชนโลกในวันที่ 1 ก.พ. 2562 หรืออีก 17 ปีข้างหน้าถึงแม้โอกาสดังว่าจะมีความไม่แน่นอนอยู่มาก แต่นักดาราศาสตร์จัดระดับความเสี่ยงทางเทคนิคที่จะชนโลกตามมาตรา "พาเลอร์โม" ไว้ถึง 0.06 ซึ่งนับเป็นเทหวัตถุในอวกาศชิ้นแรกที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดจนถึงระดับเป็นบวก
ด็อกเตอร์เบนนี ไพเซอร์ แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น มัวร์ส ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เผยในข่าวออนไลน์ ของบีบีซีว่า "ขณะนี้อุกกาบาต NT 7 กลายเป็นเทหวัตถุในอวกาศที่มีภัยคุกคามต่อโลกมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ระยะสั้นของการตรวจหาอุกกาบาตในอวกาศ" และจากการคำนวณวงโคจรอย่างละเอียดบ่งชี้ว่ามีหลายโอกาสที่จะโคจรเข้ามาประสานงากับโลก
ซึ่งถ้าพุ่งชนโลกใน 1 ก.พ. 2562 จริง จะพุ่งเข้าชนด้วยความเร็วถึง 28 กม.ต่อวินาที รุนแรงถึงขั้นทำให้ทั้งทวีปหายวับไปกับตาและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศบนโลกครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ดร.ไพเซอร์ชี้ว่า การเฝ้าสังเกตการณ์ในอนาคตอาจช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ได้
หลัง NT 7 ถูกค้นพบ นักดาราศาสตร์จำนวนมากทั่วโลกต่างเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดเกือบ 200 ครั้งแล้ว และถึงแม้จะชี้ว่ามีอันตรายควรแก่การจับตามอง แต่ก็ยังคาดหวังจะให้มีการสังเกตการณ์มากกว่านี้ เพื่อให้รู้แน่ชัดว่ามีวิถีโคจรที่จะพุ่งชนโลกจริงหรือไม่เพียงใดโดยจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายใน 18 เดือนข้างหน้าหรือราวๆ นั้น ซึ่งหมายความว่ายากที่ร่องรอยจะหายไป
ส่วนด็อกเตอร์โดนัลด์ เยโอแมนส์ แห่งศูนย์ทดลองพลังขับดันเจ๊ตขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ในรัฐแคลิฟอร์เนียเผยว่าวงโคจรของ NT 7 เอียงเข้าหาวงโคจรของโลกค่อนข้างมาก ดังนั้น แต่ก่อนจึงตรวจหาไม่พบ
เพราะปกตินักดาราศาสตร์มักจะไม่ค้นหาเทหวัตถุในอวกาศในท้องฟ้าบริเวณนั้น อย่างไรก็ตาม ค่าความผิดพลาดในการที่จะคำนวณว่าอุกกาบาต NT 7 โคจรอยู่ตรงไหนในวันที่1 ก.พ. 2562 มีสูงมาก และต่อไปชาวโลกอาจคุ้นเคยกับการค้นพบเทหวัตถุในอวกาศที่มีความเสี่ยงจะพุ่งชนโลกเช่นอุกกาบาต NT 7 มากกว่านี้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีอันตรายอะไร

File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(22 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
5. Auto lnw
(Non member)
    30-08-2005, 16:23:16   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แล้ว กุ ต้องทำไง เด๋วกุบอก พ่อกุ ซื้อเรือ แล้ว ซึนามิ จะถล่มอีกป่าว วะ
6. Revenger (0)
Mail to Revenger


    30-08-2005, 16:23:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มนุษย์ไม่อาจคาดการธรรมชาติได้ 100% หรอกครับ

อ่านแล้วไม่ต้องตื่นตูม หรือเชื่อเกินเหตุ เหอเหอ

7. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:25:26   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มีคำถามที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในปี 2551หลั่งไหลเข้ามาหาผู้เขียนค่อนข้างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 อันเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น ขยับตัว และซ้อนเกยกันบริเวณเหนือเกาะสุมาตรา ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 400 กิโลเมตร มีอัตราการสั่นไหว 9 ริกเตอร์ เป็นเหตุให้ประเทศไทยได้รับความสูญเสีย โดยได้คร่าชีวิตผู้คนที่พักอยู่อาศัย และมาท่องเที่ยวใน 6 จังหวัดริมฝั่งทะเลอันดามัน โดยพบศากศพมากกว่า 5,000 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน และยังสูญหายอีกมากกว่า 3,000 คน โดยมีผู้คนของประเทศต่างๆอีกหลายประเทศ ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล เมื่อนับจำนวนซากศพผู้ที่เสียชีวิตในคราวเกิดคลื่นยักษ์สึนามิครั้งนี้ ก็มีจำนวนมากกว่า 220,000 ศพ ทั้งนี้เนื่องจากในปี 2534 ผู้เขียนเคยเขียนเตือนเกี่ยวกับคลื่นยักษ์ซูนามิ ที่จะเกิดขึ้นโดยมีผลกระทบต่อประเทศไทย ( คำที่ถูกต้องในปัจจุบัน เรียกว่า สึนามิ) และได้เขียนบทความอีกครั้งในต้นปี2539 รวมทั้งผู้เขียนได้เคยออกรายการให้สัมภาษณ์คุณสุทธิชัย หยุ่น ที่ itv 2 เสาร์ติดกันในรายการ “ น้ำท่วมโลก ”ในปลายปี 2539 ซึ่งมีผู้เคยอ่านบทความ ในปี 2534 แจ้งว่าผู้เขียนเคยเขียนเตือนให้ระวังซูนามิที่จะเกิดในปี 2547 , 2551 หรือ 2560 ในประเทศไทยมาก่อนแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปลายปี 2547 นี้ หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเหตุการณ์ในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ อภิมหามหันตวิปโยคสุดแสนโศกสลด” ทั้งนี้ เพราะจะมีผู้คนเสียชีวิตมากกว่าเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2547 ประมาณ 1,000 เท่า หรือถ้าจะพูดให้ชัดมากขึ้นคือ มีคนตายมากกว่าเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าโศกของช่วงปลายปี 2547 นี้ถึง 1,000 เท่าทีเดียว

เหตุการณ์อะไรเล่า ที่ทำให้มีคนตายประมาณ 220 ล้านคน ในปี 2551 (ปลายปี 2547 เหตุจากคลื่นสึนามิได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายประเทศรวมกัน มากกว่า 220,000 คน)เหตุการณ์ในปี 2551 หรือ ปี 2560 มิได้มาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์เดียว แต่มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในปีเดียว คือปี 2551 หรือ ปี 2560 ตลอดทั้งปี เสมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกถูกถล่มด้วยพระราหู ทั้งนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เปลือกโลกหลายแผ่นมีการขยับเคลื่อนตัว และเกยทับกัน (การเกยทับกันเพียงเล็กน้อยของชั้นเปลือกโลก บริเวณเหนือเกาะสุมาตราเพียงจุดเดียว เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 เป็นเหตุให้เกิดการไหวของแผ่นดินถึง 9 ริกเตอร์ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์วิ่งไปถึงชายฝั่งอัฟริกา ซึ่งมีระยะห่างกันหลายพันกิโลเมตรได้) ในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะมีการเกยทับกันทั้งในบริเวณใต้ทะเลลึก และบริเวณที่เป็นพื้นแผ่นดินในหลายทวีป ความรุนแรงมีขนาดตั้งแต่ 9.5 ริกเตอร์ขึ้นไป (ปกติถ้ามีการไหวของแผ่นดินเพียง 6.5 ริกเตอร์ ก็เป็นเหตุให้อาคารบ้านเรือน ตึกรามอาคารบ้านช่อง ถนนหนทางถล่มทลาย สามารถสร้างความเสียหายได้แล้ว แต่ถ้าเกิดการไหวของเปลือกโลกบริเวณใต้ทะเลลึก ประมาณ 7.5 ริกเตอร์ จะเกิดคลื่นสึนามิ (คลื่นยักษ์) ซึ่งในปี 2551 หรือ ปี 2560 จะมีการเกิดแผ่นดินไหว ศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีขนาด 9.5 ริกเตอร์ขึ้นไป)


8. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:27:08   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สำหรับในประเทศไทยเอง ผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของชั้นเปลือกโลกในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะเกิดบนพื้นแผ่นดินประมาณ 3 – 4 จุด ซึ่งในทะเลก็มีทั้งบริเวณเหนือเกาะสุมาตรา และบริเวณใกล้เกาะบอร์เนีย และอีก 2 รอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งจะมีผลทำให้เขื่อนใหญ่ 2 เขื่อนแตก และ ตึกราม บ้านเรือน สะพานและถนนหนทางพังพินาศทลายลงเป็นจำนวนมาก สำหรับจังหวัดชายฝั่งทะเล ก็จะได้พบกับสึนามิ หรือคลื่นยักษ์อีกครั้ง ด้วยความรุนแรงของการเกยทับของแผ่นเปลือกโลกอีกครั้งด้วยความแรงมากกว่าเดิม คือ ขนาด 9.5 ริกเตอร์ ขึ้นไป แม้ระบบเตือนภัยจะทำงานในอนาคต แต่ความเร็วของคลื่นสึนามิใช้ความเร็วในทะเลประมาณ 500 กม./ ชั่วโมง นักวิชาการบางท่านบอกว่ามีความเร็วระหว่าง 600 – 800 กม./ ชั่วโมง ผู้คนจำนวนมากยังไม่ใส่ใจคำเตือน คนจำนวนมากหนีไม่รอด ศพตายเป็นเบือ โผล่ให้เห็นในน้ำยิ่งกว่าดอกเห็ด แม้จะได้ทราบคำเตือน แต่ความประมาทของประชาชนที่ไม่ติดตามข่าวสารก็คงยากที่จะป้องกันความเสียหายชีวิตของผู้คนและทรัพย์สินที่อยู่ชายฝั่งทะเล ยกเว้นท่านต้องร่นให้อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลให้มากหน่อย โดยมีต้นไม้ใหญ่เป็นกำแพงกั้น หรือภูเขาสูงบังไว้ ( ความจริงตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน บริเวณชายฝั่งทะเล บริเวณเกาะ บริเวณภูเขา จะต้องเป็นที่สาธารณะเท่านั้น จะไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ แต่ด้วยความฉ้อฉล ฉ้อโกง ของบุคคลผู้มีความละโมบโลภมาก ร่วมกับข้าราชการที่มีหน้าที่ออกหลักฐานกรรมสิทธิ์ ( โฉนด) ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส. 1,2,3) ออกหนังสือแสดงสิทธิครอบครอง (ส.ค.) กลับกระทำละเมิดกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน ออกหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ผิดกฎหมาย จึงทำให้ข้าราชการ นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ได้สิทธิ์ที่ผิดกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน กลายเป็นเจ้าของเกาะ เจ้าของภูเขา เจ้าของชายฝั่งทะเล ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินจริงๆนั้น ต้องเป็นที่สาธารณะ กลายเป็นสถานที่ส่วนบุคคล หากว่ากันตามกฎหมายทรัพย์สินจริงๆทุกสถานที่ดังกล่าวข้างต้น คือ ชายฝั่งทะเล บริเวณที่เป็นเกาะ บริเวณที่เป็นภูเขา เป็นสถานที่ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทรัพย์สิน)

สิ่งสำคัญที่ทุกคนที่อยู่ริมฝั่งทะเลต้องรับทราบ คือ เมื่อใดมีเหตุการณ์ขึ้นลงของน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว ต้องรีบหนี 2 วิธี คือ วิ่งเรือออกสู่กลางทะเลลึก ถ้าขณะนั้นอยู่บนเรือในทะเล ห้ามกลับเข้าชายฝั่งทะเลเป็นอันขาด อีกวิธี คือให้วิ่ง หรือขับรถขึ้นที่สูงที่มีความมั่นคงแข็งแรงโดยเร็ว ซึ่งถ้ามีภูเขา ขึ้นเขาให้เร็วที่สุด ถ้ามีตึกที่มั่นคงแข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง ต้องอาศัยเป็นที่ยึดไว้ก่อน อาคารที่บอบบาง ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ห้ามเข้าไปอาศัยในช่วงขณะนั้น เพราะตัวอาคารอาจพังทลายได้แม้จะขึ้นบนชั้นสูง แต่ถ้าฐานรากไม่ดี อาคารพังทลายลงมาได้ง่าย ผู้หนีไปอยู่ชั้นบนของอาคาร ก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อใดที่อยู่บริเวณชายทะเลในปี 2551 หรือ ปี 2560 กรุณามองทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าก็มีส่วนช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง

กรณีที่พึงต้องระวังเพิ่มขึ้นก็คือ ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองโดยเฉพาะแม่น้ำสายใหญ่ๆทุกสาย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำตาปี แม่น้ำโขง ฯลฯ ถ้ามีลักษณะขึ้นลงเร็วผิดปกติ ผิดธรรมชาติที่เคยมีเคยเป็น โปรดเตรียมการอพยพขนย้ายหาที่อยู่อาศัยพักพิงใหม่โดยเร็ว


9. พี่ต๋อง บอดี้สลัม
(Non member)
    30-08-2005, 16:27:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
น้องมั่วปล่าวอีก4208ปีถึงจะโลกพังนะน้องอย่ามาซีซั้วนะน้องเดี๋ยวพี่จับโขกเลยไอน้อง
10. lucifer_chaochao (0)
Mail to lucifer_chaochao


    30-08-2005, 16:27:36   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ใช้ Ice Wall กันไว้ดิ
11. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:29:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หลังจากน้ำท่วมโลกจะเกิดทำให้น้ำกับภูเขาไฟทำฎิกริยากันและทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิกครั้งใหญ่จากนั้นฝุ่นควันก็จะครอบโลกทำให้แสงแดดมาไม่ถึงทำให้โลกหนาวมากเหมือนยุคน้ำแข็งกว่าจะกลับเป็นแบบเดิมก็ประมาณ 2 พันกว่าปี อาจเป็นเพราะโลกสมัยก่อนสวยงามมากเมื่อธรรมชาติต้องการจะล้างทำความสะอาดโลกก็เลยใช้เวลานาน ในภาพเกิดหลังจากน้ำท่วมแล้ว
รวมความคิดเห็นจากกระทู้ที่แล้วค่ะ
น้ำท่วมโลก
เหตุ - โลกร้อนขึ้นจนน้ำแข็งที่ขั้วโลก ภูเขาสูงๆ ละลาย
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน เพราะมนุษย์ใช้สารเคมีต่างๆ มาก จนทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก โลกร้อน
วิธีป้องกัน - ไม่ใช้สาร CFC และสารอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก และโลกร้อน

อุกบาตชนโลก
เหตุ - วัตถุนอกโลกถูกโลกดูดเข้ามาชน
ผล - ทำให้ฝุ่นบทบังแสงอาทิตย์ ต้นไม้ตาย สิ่งมีชีวิตขาดอาหาร
นักดาราศาสตร์ได้ตั้งศูนย์ระวังวัตถุใกล้โลก เพื่อค้นหาวัตถุที่มีขนาดใหญ่พอจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โลก และหาวิธีป้องกัน
วิธีป้องกัน - ยังไม่มีแผนแน่นอน แต่อาจจะมีการส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจร และยิงทำลายอุกกาบาต
หรืออาจเหมือนในหนัง คือ ส่งยานอวกาศบรรทุกระเบิดไปทำลาย

ดวงอาทิตย์ระเบิด
เหตุ - ดวงอาทิตย์ใช้ H ที่เป็นเชื้อเพลิงหมด จึงขยายตัวออกเพื่อหาพลังงานเพิ่ม และจะระเบิดออกเหลือเป็นดาวเคระขาว
ผล - ถ้าดวงอาทิตย์ขยายเปลือกจนกลืนโลก โลกก็จะหายไป สิ่งมีชีวิตก็จะตาย
ถ้าดวงอาทิตย์ขยายเปลือก แต่ไม่ถึงโลก โลกจะร้อนขึ้นมากๆ จนไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ และเมื่อดวงอาทิตย์ดับ
โลกก็จะไม่ได้รับพลังงานความร้อน แสงสว่าง ต้นไม้ตาย สิ่งมีชีวิตขาดอาหาร
นักวิทยาศาสตร์คำนวนไว้ว่า อีกประมาณ 5,000 ล้านปีดวงอาทิตย์จะดับ
วิธีป้องกัน - ไม่มี แต่ทางออกคือหาโลกใหม่
(มีวิธี คือ หา H จำนวนมหาศาลมาต่ออายุของดวงอาทิตย์)

แล้วปัจจุบันสามารถเกิดปรากฎการเรือนกระจกได้มากนัอยเพียงไดครับ

เกิดเรือนกระจกได้มากถึง ร้อยล่ะ 90 ค่ะ

โลกมีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์แบบหนังเรื่อง The day after tomorrow ไหมคะ?

ต่อจากความคิดเห็นเพิ่มเติมที่1ของเนยสด

ดวงอาทิตย์ระเบิด

วิธีป้องกัน

รู้สึกว่าเขาจะใช้นิวเคลียระเบิดดวงอาทิตย์แล้วสร้างดวงอาทิตย์เทียมขึ้นมาแทนซึ่งเราสามารถควบคุมได้

จริงหรือครับ คุณ zajiri ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
แต่ก็ไม่รู้นะครับ ว่าวิทยาศาสตร์ในอีกห้าพันล้านปีข้างหน้า จะเป็นอย่างไร ถึงขั้นควบคุมธรรมชาติได้หรือเปล่า

คุณ Kaomi #4 มีโอกาศครับ

หนูเคยอ่านหนังสือหน้าต่างอนาคต เขาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยค่ะ ก็อย่างที่คุณเนยสดว่า ที่ต้องหาโลกใหม่ แต่ในหนังสือเขาบอกว่า ก่อนหน้านั้น ก็คงต้องอพยพคนไปอยู่ที่ดาวอังคารก่อน จากนั้นเมื่อดวงอาทิตย์ขยายตัวจนกลืนโลกไป และขยายตัวเรื่อยๆแต่ไม่ถึงดาวอังคาร แต่ก็ทำให้ดาวอังคารร้อนมากๆ ก็ต้องอพยพคนไปอยู่ที่ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสฯ เป็นการชั่วคราวน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณเนยสดที่ช่วยตอบให้ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณคิดว่ามนุษยชาติจะทำอย่างไรเหรอคะ

สมมุติว่าอีก 5,000 ล้านปีข้างหน้า มนุษย์ (ซึ่งตอนนั้นไม่น่าจะมีรูปร่างเหมือนปัจจุบันนี้) สามารถทำได้แทบทุกอย่าง แต่ไม่เกินกฎทางธรรมชาติ เช่น เดินทางเร็วเหนือแสงไม่ได้
ก็อาจจะสร้าง "โลก" ใหม่ เหมือนในหนังสตาร์วอร์ พลังงานที่ใช้น่าจะเป็นพลังนิวเคลีย ผลิตจากใจกลางโลกจำลอง แล้วก็ปรับวงโคจรให้ไม่ถูกดวงอาทิตย์กลืนเข้าไป
พอดวงอาทิตย์ระเบิดออก จะเหลือแต่แกนกลางซึ่งเป็นดาวเคระห์ขาว มีขนาดใกล้เคียงกับโลก แต่มีความหนาแน่นมาก ซึ่งตอนนี้ก็ยังส่องแสงได้อีกระยะหนึ่ง แล้วก็จะค่อยๆ ดับลง กลายเป็นดาวเคระห์ดำ
ถ้าสมัยนั้นยังใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (ซึ่งไม่น่าจะใช้แล้ว) ก็ต้องหาดาวฤกษ์ดวงใหม่ให้ได้

แต่ถ้าถึงสมัยนั้นจริง อาจจะมีมนุษย์อยู่กระจัดกระจายทั่วดาราจักรนี้แล้วหละ

เอ่อคือว่า

เขาจะผลิตดวงอาทิตย์เทียมไม่ใช่เหรอ

ไม่ทราบครับ ผมไม่ได้มาจากอนาคต

THE DAY AFTER TOMORROW

ดวงอาทิตย์เทียมเหรอ...หาโลกใหม่ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ อย่างเช่น super Earth น่ะ อีกตั้ง5000ล้านปีไม่ใช่เหรอคะ สำหรับมนุษย์(หรือในอนาคตอาจไม่เรียกว่ามนุษย์) เรื่องการหาโลกใหม่ หรือการเดินทางไปในที่ต่างๆในจักรวาลคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนักหรอกนะคะ คิดว่างั้นนะคะ

เนยสดเก่งจังเลยน่ะ

อยากทราบว่าทำไมดาวอังคารเป็นแบบนี้เน่ย

ดูจากภาพแล้ว น่าจะเกิดได้จาก 3 กรณีครับ
1. การกัดเซาะของน้ำบนดาวอังคาร
2. สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารสร้างไว้
3. เกิดการเลื่อนของแผ่นเปลือกดาวอังคาร
ที่เขียนมานี้ ไม่ยืนยันความถูกต้องนะครับ
ถ้าใครรู้ว่ามันเกิดได้อย่างไรก็บอกนะครับ

อืมสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารคงต้องมีความสามารถสูงกว่าโลก

ภาพของคุณแตงโมสวยจัง

เอ ผมเคยได้ยินว่าดาวอังคารอยู่ไม่ได้ครับ

แล้วคนเวลาจะไปนอกอวกาศน่ะต้องมีการบริหารร่างกายเพราะเวลาไปอยู่ในที่ที่มีแรงดึงดูดน้อย หรือไม่มีเลยนั้นจะมีผลกระทบทางกล้ามเนื้อ แล้วเวลาจะอพยพคนทั้งโลกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมว่าอีกหลายๆพันปี (ตอนนั้นดวงอาทิตย์คงยังไม่ระเบิด) โลกเราน่าจะเย็นหมดทั้งใบข้างในโลกน่าอยู่ได้นะ


ทามมายอ่ะ

แล้วเอาอากาศจากที่ไหนมาหายใจล่ะ คนทั้งโลกแหนะ อากาศในดินจะพอเหรอ

อืม
โมว่า
อากาศน่ะ
นักวิทยาศาสตร์เขาทำออกซิเจนสังเคราะได้

งั้นมนุษย์ก็สามารถไปอยู่ดาวอังคารได้น่ะสิ ก็อย่างที่คุณแตงโมว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างออกซิเจนสังเคราะห์ได้ใช่มั๊ยคะ


ใช่ค่ะ

พี่จะหาข้อมูลของดาวที่มนุษย์สามารถอยู่ได้ให้ได้มากที่สุด

ใครมีวิธีสร้างดาวอังคารให้เป็นแบบโลกบ้างบอกหน่อย

12. พี่ต๋องมาแว้ว
(Non member)
    30-08-2005, 16:31:16   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แด่!น!พี้ปนด้หพี่หสะหนดก้ปดกั้ปำกส้รปก้หนดีรพี้หกน้!รด้นยีก้รด่รเรดห้ราดารดรนดี้ด้ดรัรพะระดกี้ดกนรี้ดกี้นพัพนัพนั้รนพำพันำระก่เนกะรำนัรพำยำรัยหระนรไยพรไยรพพะพัรัพำนันะรหกวยะรำพำยรนำรพักพสนะรกพรัดกสรเกพรัพกนัรีพกรเวกดรเยกรพหพำบบำพบพำ
13. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:32:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สภาพอากาศของโลกกำลังตกอยู่ในสภาวะป่วย การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอาจเปลี่ยนโลกเราได้
และถ้าเรามองเข้าไปในอนาคต สภาพอากาศอาจเปลี่ยนไป รูปแบบชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วย
แต่มันจะไปทางไหน ภัยแล้งที่น่าสะพรึงกลัวหรืออนาคตที่ถูกแช่แข็งอยู่ในความหนาวเย็น


ตอนนี้โลกของเราต้องรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน มันส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่
่หลวง ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยหรือฝนตกใหญ่ ไปจนถึงความร้อนระอุและภัยแล้ง เราไม่อาจจะหนี
ีจากความกราดเกรี้ยวของธรรมชาตินี้ได้ นับแต่เริ่มอารยธรรม สภาพอากาศของเราคงที่มาตลอด
แต่บัดนี้มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มันกำลังเปลี่ยนไป เราจำเป็นต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ในวันข้างหน้า ภาวะโลกร้อน พายุ เฮอริเคน ยุคน้ำแข็ง ความเปลี่ยนแปลงใดครองโลก การค้นหา
คำตอบจึงเริ่มขึ้นในสถานที่ๆ ห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งในโลก บนยอดเขา เมาน่า โลอา
(Mauna Loa) ฮาวาย อากาศที่นั้นสะอาดและบริสุทธิ์ ไกลห่างจากมลภาวะอุตสาหกรรม
ที่นี่คือที่เหมาะที่จะตรวจวัดอากาศ


เมื่อ 20 ปีก่อน เราได้ตระหนักถึงภัยจากภาวะโลกร้อนเป็นครั้งแรก ทุกๆ ปี รัฐบาลต่างๆ ในโลก
ใช้เงินกว่า 4 พันล้านเหรียญเพื่อทำนายสภาพอากาศ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม มันสามารถบอกถึง
อุณหภูมิในทะเลและชายหาดทุกแห่งในโลก แต่ทว่า อุปกรณ์ต่างๆ มากมายกลับพยากรณ์อากาศ
ล่วงหน้าได้เพียงไม่กี่วัน ภาวะของโลกภายในระยะ 100 ปีข้างหน้าหรือเพียงแค่ 20 ปี จึงยังคง
เป็นปริศนา


สภาพอากาศนั้นมีตัวแปรอันหลากหลาย ซับซ้อนเกินกว่าจะพยากรณ์ได้แม่นยำ แต่วิทยาศาสตร์
กำลังพยายาม ด้วยการทำแบบจำลองของสภาพอากาศอันซับซ้อน และผลสรุปคือ อุณหภูมิที่เพิ่ม
ขึ้น 1.5 องศาในอีก 100 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน มันอาจฟังดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่อันที่จริง
นี่คือสูตรสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงในทางเลวร้าย การเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มขึ้นแล้ว


แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่บันทึกสภาพอากาศเอาไว้ทุกปีมานานนับพันปีแล้ว สิ่งที่แข็งแกร่งและวางใจได้
ซึ่งธรรมชาติได้บันทึกสภาพอากาศเอาไว้ ภายใต้เปลือกของต้นไม้โบราณ คือบันทึกของสภาพ
อากาศในอดีตที่แม่นยำ ข้อมูลในวงปีของต้นไม้ช่วยให้เราเปิดหน้าต่างไปสู่ปริศนาในอดีตเมื่อ 8
พันปีก่อน ในวงปีหลายๆ ขนาดได้ สิ่งที่พวกเขามองหาคือ วงปีที่แคบ ซึ่งวงปีที่แคบแสดงให้เห็น
ว่าเป็นปีที่แห้งแล้ง ยิ่งวงปีแคบเท่าไหร่ ภัยแล้งยิ่งรุนแรงขึ้น การทำนายสภาพอากาศด้วยวงปีนั้น
ค่อนข้างจะแน่นอน


ส่วนปัจจัยที่ผลักดันให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนั่นก็คือ มลภาวะ เกสรดอกไม้ ละอองน้ำจากทะเล
ละอองภูเขาไฟ และควันไอเสีย ทุกอย่างจะขึ้นไปอยู่บนชั้นบรรยากาศจะไปติดอยู่ในหิมะที่ตก
บริเวณขั้วโลก มันจะกลายเป็นน้ำแข็ง ตกลงมาทับถมซ้อนกันไปทุกปี ชั้นน้ำแข็งต่างๆ จึงกลายเป็น
แหล่งข้อมูลที่พิเศษ ฝุ่นและสารเคมีต่างๆ ในน้ำแข็ง เผยว่าโลกเราตกอยู่ภายใต้น้ำแข็งอายุหลายพัน
ปี น้ำแข็งแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาแช่แข็งครั้งใหญ่ตามด้วยช่วงเวลาอบอุ่นเพียงระยะสั้นๆ ถ้าเรา
กลั่นเส้นเวลาเส้นแรก แล้วพิจารณาย้อนกลับไปโดยใช้ข้อมูลแกนน้ำแข็ง เราจะพบเห็นการแช่แข็ง
ครั้งร้ายแรง และยังเห็นช่วงเวลาอบอุ่นระยะสั้นๆ

และพรมแดนสุดท้ายของโลก ที่ซึ่งตารางเวลานับพันล้านปีของสภาพอากาสถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
ตะกอนที่ก้นมหาสมุทร ประกอบด้วยซากแพลงตอนขนาดจิ๋วที่เรียกว่า โฟแรม (forams) เหล่านี้
คือปรอทวัดอุณหภูมิที่มีชีวิต แต่ละสายพันธุ์ชอบอุณหภูมิต่างกัน ดังนั้น ด้วยการนับชนิดในตะกอน
แต่ละชั้น เราสามารถระบุสภาพอากาศย้อนกลับไปในกาลเวลานับล้านปีได้ ก้นทะเลเป็นที่ๆ ดีที่สุด
ในโลกที่จะรวบรวมเบาะแสเกี่ยวกับอดีตอันไกลโพ้น โดยใช้หลักฐานจากโฟแรมสิ่งที่เราเห็นก็คือ
ยุคน้ำแข็งเพิ่งจะเริ่มขึ้นเมื่อ 3 ล้านปีก่อน

โลกของเรา เริ่มต้นเมื่อทวีปแยกจากกัน และเกิดเป็นเทือกเขา อีกทั้งมหาสมุทรใหม่อันกว้างใหญ่
นับจากนั้นมา ยุคน้ำแข็งก็เริ่มเกิดและหายไปอยู่เนืองๆ ยามที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ วงโคจร
ของเราทำให้มหาสมุทรเกิดน้ำขึ้นและน้ำลง มันเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
มหาสมุทรทุกแห่งในโลกล้วนเชื่อมต่อกันด้วยกระแสน้ำหลักหนึ่งกระแส กระแสนี้นำเอาน้ำเค็ม
อบอุ่นไปยังขั้วโลก ซึ่งเมื่อมันหนาแน่นขึ้น ก็จะจมลง น้ำเค็มที่จมลงนี้คือปั๊มที่ผลักดันทั้งระบบ
ทำให้น้ำไหลเวียนจากแอตแลนติกไปจนถึงแปซิฟิกและกลับมาอีกครั้ง ตราบใดที่กระแสน้ำยัง
ไหลเวียน สภาพอากาศก็ยังคงอบอุ่น ถ้ามันหยุด ยุคน้ำแข็งจะเริ่มอีกครั้งจากรูปแบบหลักฐาน
ทางประวัติศาสตร์สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป สัญญาณต่างๆ จากแกนน้ำแข็ง
จากต้นไม้ จากฟอสซิลในก้นทะเล แสดงว่าเรากำลังจะค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้ง และ
การเย็นลงของโลกจะเกิดขึ้นภายในอีก 3 พันปีข้างหน้า

14. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:33:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มันเป็นเรื่องจริงนะคับบบบบบบบบบบบบ ลองอ่านที่rep.3สิคับ

หลักฐานใหม่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่านั้น อากาศกำลังวิกฤติทั่วโลก ผู้คน
เฝ้ามองอย่างสิ้นหวังยามที่ชีวิตของพวกเขาถูกทำลายด้วยสภาพอากาศที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ขณะที่บนทวีปหนึ่ง มีภัยที่เกิดจากพายุ แต่บนทวีปอีกแห่งเกิดภัยแล้ง สภาพอากาศในโลกกำลังเ
ปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยาเรือนกระจกจากฝีมือมนุษย์และการทำลายป่า มันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงสมดุลของสภาพอากาศด้วยมือของตัวเอง

การที่อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้การไหลเวียนของกระแสน้ำหยุดชะงัก โลกร้อนขึ้นทำให้น้ำแข็งขั้ว
โลกละลาย ทำให้น้ำเค็มที่ไหลมาถึงขั้วโลกเหนือเจือจาง การไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร
หยุดทำงานลงเมื่อปราศจากน้ำอุ่นไหลเวียนไปทั่วโลก ขั้วน้ำแข็งจึงขยายตัว หลักฐานแสดงว่าโลก
ที่ร้อนขึ้น และจะถูกแช่แข็งอย่างกระทันหัน

วันนี้ โลกของเราเกิดภาวะโลกร้อน และอาจนำไปสู่ภาวะโลกแช่แข็งอีกครั้ง แต่ถ้าประวัติศาสตร์
กลับมาซ้ำรอยเดิม โลกของวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรภายใต้น้ำแข็ง

15. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:34:24   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ช้างแมมอธตายอย่างกระทันหัน ร่างของมันถูกแช่แข็งโดยทันทีทันใด เมื่อมีการขุดค้นร่างของแมมมอธในหลายพันปีต่อมาอวัยวะภายในของมันยังอยู่ในสภาพดีเยี่ยม กล่าวกันว่าช้างแมมมอธท่องเที่ยวไปทั่วเขตกลาเซียร์ในยุโรปและไซบีเรีย แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า!ขนาดมหึมาเหล่านี้หาอาหารยังชีพให้เพียงพอกับขนาดอันใหญ่โตของมันได้อย่างไรในเมื่อเขตอากาศหนาวดังกล่าวแม้ต้นหญ้ายังขึ้นลำบาก ในที่สุดก็มีการตั้งสมมติฐานกันว่าเดิมพื้นที่เหล่านั้นไม่ใช่กลาเซียร์แต่เป็นพื้นที่กึ่งเขตร้อนซึ่งในบางแห่งก็มีพืชแบบที่สามารถพบในทุ่งหญ้าสเตปป์ แมมมอธมีหญ้าเหล่านี้เต็มกระเพาะซึ่งมันได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีภายใต้อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส ผักหญ้าทั้งหมดเป็นพืชพันธุ์ที่สามารถพบได้ในพื้นที่กึ่งเขตร้อน แต่อะไรทำให้แมมมอธที่อยู่อาศัยในเขตกึ่งร้อนเหล่านี้ถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว? โดยปรกติในเขตร้อนทุกสิ่งทุกอย่างจะสลายตัวในอัตราค่อนข้างเร็วเนื่องจากความร้อนและรังสีจากดวงอาทิตย์ หากแมมมอธเหล่านี้มีโอกาสได้ถูกความร้อนในบรรยากาศของเขตกึ่งร้อนแม้แต่เพียงวันเดียวล่ะก็มันต้องมีอาการเน่าเปื่อยที่สามารถมองเห็นได้ชัดบ้างเป็นแน่ แต่มันก็มิได้เป็นเช่นนั้น ข้อสรุปเพียงประการเดียวคือสภาพอากาศถูกเปลี่ยนจากแบบกึ่งเขตร้อนให้กลายเป็นแบบอาร์คติคในเวลาที่สั้นมากๆ

ซากของแมมมอธแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสภาพอากาศถูกเปลี่ยนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงแค่ไม่กี่องศาแต่มันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสภาพอากาศที่เทียบได้กับระยะทางที่เปลี่ยนไปอย่างน้อยถึงหนึ่งส่วนสี่ของโลกซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันของขั้วเหนือขั้วใต้ ที่สำคัญคือมันมิใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันใด

มีคำถามสำคัญที่เราต้องตอบก่อน นั่นคือแรงอะไรที่มีขนาดมหาศาลจนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ นาซายืนยันว่าอวกาศเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ของแรงแม่เหล็กไฟฟ้าโดยหลักฐานการค้นพบว่าวงแหวนและดวงจันทร์ของดาวเคราะห์แกสนั้นเรียงตัวตามแนวเส้นสนามแรงแม่เหล็กไฟฟ้า ในทางฟิสิกส์แล้วแรงแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวกำหนดระยะห่างระหว่างสสารและนั่นก็หมายถึงการเป็นตัวกำหนดจุดที่ตั้งของขั้วเหนือขั้วใต้ด้วย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของแรงแม่เหล็กไฟฟ้าของดวงดาวจึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการย้ายที่ของขั้วเหนือขั้วใต้อย่างฉับพลันทันใด นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไลป์ซิกแห่งเยอรมันตะวันออกได้พัฒนาแบบจำลองซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกของเรามีการทำงานคล้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ไดนาโม) ขนาดใหญ่ที่มีแกนกลางเป็นโลหะหนัก มีแมกมาหลอมเหลวทำตัวคล้ายคลัชท์ (ของรถยนต์) และสินแร่ที่เบากว่ารวมตัวกันเป็นแผ่นเปลือกโลก ส่วนของแกนกลางนั้นหมุนช้ากว่าส่วนของเปลือกโลก ทั้งโลหะหนักและสินแร่ต่างก็มีคุณสมบัติของแม่เหล็ก เมื่อขั้วของมันขัดแย้งกันก็ทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าซึ่งจะสะสมไปเรื่อยๆในรูปของสนามแรงแม่เหล็กไฟฟ้า งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าระบบดังกล่าวนั้นอยู่ในภาวะไม่เสถียร

16. Auto lnw
(Non member)
    30-08-2005, 16:34:38   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แล้วอย่างงี้ต้องใส่การ์ด สวอสฟิส ลดการโจมตีของธาตุน้ำ ได้ใช่ใหมฮะ
17. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:36:01   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เหตุการณ์พระพุทธศาสนาสูญสิ้นในครั้งนี้ได้เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในยุคพระพุทธเจ้าโคดมของเรานะครับ (เฮ้อ ! โล่งอกไปที ) ... เครือข่ายฯ คัดจากพระไตรปิฎกนำมาแสดง เพื่อให้เห็นเป็นหลักฐานว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้นทราบมานานแล้วว่า สาเหตุของการสูญพันธ์ครั้งใหญ่ หรือ Mass extinction ที่ทำให้!โลกต้องสูญพันธ์เกือบหมดโลก นั้น เกิดจากดาวหางชนโลก ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เพิ่งจะทราบเรื่องนี้ในช่วงยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เอง (อ่านข้อความที่คัดมาข้างล่างนี้)

"Alvarez, together with his father, Nobel prizewinning physicist Luis W. Alvarez, and two other researchers at the University of California, Berkeley, discovered a pencil-thin layer of clay containing unearthly amounts of the element iridium. In 1980, the team interpreted the iridium layer as evidence that a huge comet or meteorite slammed into Earth 65 million years ago with a strength 10,000 times the explosive power of the global nuclear arsenal." ( คัดจากบทความในเว็บไซต์ Science News Online )

เมื่อท่านได้อ่านเรื่องราวคำบอกเล่าของพระทัพพมัลลปุตตเถระ ที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกต่อไปนี้ มีความคิดเห็นอย่างไร หรือ ท่านคิดว่าได้คติธรรมอะไรดี ๆ จากพระสูตรนี้ หรือ ท่านต้องการที่จะให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ขอเชิญส่งความคิดเห็นของท่านมา ณ หน้ากระทู้แห่งนี้ได้เลย เราจะทำการอัพเดทข้อมูลทุก ๆ ๒ วันครับผม

...... ครั้นเมื่อพระศาสนธรรม กำลังจะสิ้นศูนย์ อันตรธาน ทวยเทพและมนุษย์พา กันสลดใจ สยายผม มีหน้าเศร้า คร่ำครวญว่า ดวงตาคือธรรมจัก ดับแล้ว เราจักไม่ได้เห็นท่านที่มีวัตรดีงามทั้งหลาย เราจักไม่ได้ฟัง พระสัทธรรม น่าสังเวช เราเป็นคนมีบุญน้อย ครั้งนั้น พื้นปฐพี ทั้งหมดนี้ ทั้งใหญ่ทั้งหนา ได้ไหวสะเทือน สาครสมุทรพูดได้ แม่น้ำร้องอย่างน่าสงสาร อมนุษย์ตีกลองดังทั่วทั้งสี่ทิศ อสนีบาต อันน่ากลัวตกลงไปรอบๆ อุกกาบาตตกจากท้องฟ้า ดาวหางปรากฏ เกลียวแห่งเปลวไฟมีควันพวยพุ่ง หมู่มฤค (เก้ง กวาง ฯลฯ ) ร้อง ครวญครางอย่างน่าสงสาร ครั้งนั้น เราทั้งหลายเป็นภิกษุรวม ๗ รูปด้วยกัน ได้เห็น ความอุบาทว์อันร้ายแรง แสดงเหตุว่าพระศาสนาจะสิ้นสูญ จึง เกิดความสังเวช คิดกันว่า เว้นพระศาสนาเสีย ไม่ควรที่เราจะมีชีวิตอยู่ เราทั้งหลายจึงเข้าไปสู่ป่าใหญ่แล้วจะบำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระชินสีห์เจ้า ครั้งนั้น เราทั้งหลายได้พบภูเขาหินใน ป่าสูงลิ่ว เราไต่มันขึ้นทางพะอง แล้วผลักพะองให้ตกลงเสีย ครั้งนั้น พระเถระได้ตักเตือนเราว่า การอุบัติแห่งพระพุทธเจ้าหา ได้ยาก อีกประการหนึ่ง ความเชื่อที่บุคคลได้ไว้ ก็หาได้ยาก และพระศาสนายังเหลืออีกเล็กน้อย ผู้ที่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเสีย จะต้องตกลงไปในสาคร คือความทุกข์อันไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้น พวกเราควรกระทำความเพียร ตลอดเวลาที่พระศาสนายังดำรงอยู่ เถิด ดังนี้ ครั้งนั้น พระเถระนั้นเป็นพระอรหันต์ พระอนุเถระ ได้เป็นพระอนาคามี พวกเราที่เหลือจากนี้ เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ ประกอบความเพียร จึงได้ไปยังเทวโลก องค์ที่ข้ามสงสารไปได้ ปรินิพพานแล้ว อีกองค์หนึ่งเกิดในชั้นสุทธาวาส เราทั้งหลาย คือ ตัวเรา(พระทัพพมัลลปุตตเถระ) ๑ พระปุกกุสาติ ๑ พระสภิยะ ๑ พระพาหิยะ ๑ พระกุมารกัสสป ๑ เกิดในที่นั้นๆ อันพระโคดม บรมศาสดาทรงอนุเคราะห์จึงหลุดพ้นไปจากเครื่องจองจำ คือสงสารวัฏได้...( คัดบางตอนมาจาก ทัพพมัลลปุตตเถราปทานที่ ๔ ว่าด้วยบุพจริยาของพระทัพพมัลลปุตตเถระ สุตตันต. เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ข้อ ๑๒๔ )


18. Toilet_Ex (0)
Mail to Toilet_Ex


    30-08-2005, 16:37:56   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เชื่อกุดิเด๋วฮิตเลอร์มันจะมาใช้บอลเก็งกิ ยิงดาวหาง ส่วนน้ำที่ท่วมเด๋วมันจะเรียกเจ้าแม่อุลตร้ามาใช้แสงยิงให้น้ำระเหย


ปล.กุเพี้ยน

19. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:38:10   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
พระคัมภีร์ไบเบิล

ก่อนอื่นผมขอเกริ่นถึงคัมภีร์ไบเบิลสักเล็กน้อยว่า คัมภีร์ไบเบิลเป็นหนังสือที่ขายที่สุดอย่างน่าอัศจรรย์ นับตั้งแต่มีการค้นพบและพิมพ์หนังสือขึ้นมาบนโลกนี้ โอเคครับ ช่วงต้นศตวรรษแรกๆ นักประวัติศาสตร์อาจหาเหตุผลมาอ้างได้ว่า นั่นมาจากอิทธิพลทางศาสนา ซึ่งถือว่า สิ่งที่อยู่ในพระคัมภีร์ คือพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า ทว่า แม้กระทั่งในยุคอวกาศอย่างปัจจุบัน ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมในยุคนี้ ก็หาได้ส่งผลกระทบต่อไบเบิลไม่ พระคัมภีร์ยังอยู่ยงคงกระพันมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับคริสเตียนแล้ว อย่างน้อยๆต้องมีไบเบิลหนึ่งฉบับตั้งอยู่ในตู้หนังสือ เหตุผลในการซื้อหาของแต่ละคนก็แตกต่างกัน
แม้กระทั่งในการแปลและเรียบเรียง การคัดลอก ดัดแปลงจากฉบับพันธสัญญาเก่ามาเป็นใหม่ ก็ยังมีการสงวนเนื้อหาสำหรับบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ สิ่งที่เหลืออยู่ ถึงจะไม่นับคุณค่าทางศาสนา แต่ก็เปี่ยมประโยชน์กับมนุษยชาติอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประวัติศาสตร์ ความเร้นลับในเชิงเปรียบเปรย ตลอดจนความงามทางภาษาอันถือเป็นคุณค่าทางวรรณกรรม แต่...
แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละครับ เนื้อหาส่วนใหญ่ของไบเบิลยังคงอยู่ และแทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากเริ่มแรกที่ถูกรจนาขึ้นเลย ทำไมล่ะครับ? ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่นบรรดาจารึกที่อยู่ตามถาวรวัตถุ เช่นในวิหารของอียิปต์ หรือจารึกของแถบเมโสโปเตเมีย ที่เราได้ข้อความของมันมาครบถ้วนจนถึงปัจจุบัน ก็ด้วยความคงทนและเพิ่งมีคนเริ่มแกะ และอ่านความหมายออกเมื่อไม่นานมานี้ ต้องอาศัยนักภาษาศาสตร์และนักโบราณคดีจำนวนมาก เราจึงจะถอดความหมายของมันออกมาได้ อย่างเที่ยงตรงและไม่ผิดเพี้ยน แต่ไบเบิลล่ะครับท่าน? ไบเบิลของเราไม่ได้ถูกฝังเอาไว้แล้วขุดขึ้นมา ไม่ได้มีการแปลจารึกโบราณอ่านยากออกมาเป็นภาษาปัจจุบัน มันถูกคัดลอกจากแผ่นหนังโบราณจากแผ่นหนึ่งไปสู่อีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านั้นมันถุกถ่ายทอดด้วยปากเปล่าครับ ถ่ายทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยมนุษย์ยังมิได้เริ่มอารยธรรมอันศิวิไลซ์
อำนาจอันมหัศจรรย์ใดครับ ที่ส่งผลให้พระคัมภีร์ไบเบิลประสบผลสำเร็จปานนี้?

ทำไมข่าวสารโบร่ำโบราณนี้ จึงสามารถล่องลอยผ่านทะเลเวลา จนกระทั่งมาถึงเราได้อย่างไม่มีสะดุด ทำไมหนังสือเก่าแก่ฉบับนี้จึงประสบผลสำเร็จในการดำรงอยู่ ซึ่งคงความทันสมัยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ? อะไรกันแน่.. อะไรกันที่ทำให้ไบเบิลยังคงอยู่ในจิตใจ ของคนที่กำลังอยู่ในยุคศาสนาเสื่อมสลายอย่างเรา อำนาจมหัศจรรย์ของพระเจ้าหรือ?
สำหรับท่านที่ไม่ใช่คริสเตียน หรืออาจใช่แต่ไม่เคยจับต้องพระคัมภีร์ไบเบิล ผมจะกล่าวเนื้อหาโดยย่อๆให้ฟังละกันนะครับว่า ไบเบิลนั้นกล่าวถึงอะไรบ้าง ส่วนประกอบทางศาสนาของไบเบิล มีอยู่ครบถ้วนกระบวนความครับ การสร้างโลก สร้างมนุษย์และสรรพชีวิต บทบาทของพระผู้สร้าง แทบจะไม่ต่างไปจากศาสนาอื่นๆเลย ทว่า นั่นมีอยู่ในสิบกว่าบทแรกของเยเนซิสเท่านั้น ที่เหลือ อุทิศให้กับเรื่องราวของชาวยิว ตลอดไปจนบทบาทของพระเจ้า... พระเจ้าซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนละองค์กับองค์ที่ส้รางโลกและจักรวาล (เราจะมาดูส่วนนี้กันในตอนหลังนะครับ อดใจสักนิด) ตลอดไปจนสิ่งละอันพันละน้อย ที่ดูๆแล้วไม่เข้ากับเรื่องทางศาสนาเลย
บางทีเรื่องราวของการสร้างโลก น้ำท่วมโลก และวันพิพากษา ซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดในพระคัมภีร์ อาจเพียงพอแล้วสำหรับคุณค่าในการคงอยู่ของมัน แต่ก็มีบางคนล่ะครับที่คิดว่า ในไบเบิลอาจจะซ่อนอะไรไว้มากกว่านั้น แน่ล่ะ นิทานและบทกวีในไบเบิลล้วนมีคุณค่าทางวรรณคดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในอีเลียด มหารภารตะ หรือกิลกาเมชก็มีเหมือนกันนี่ครับ...
ถ้าจะมีมากกว่านั้นมันคืออะไรกันแน่?
ถึงเวลาที่จะมาศึกษาแล้วล่ะครับว่า ในพระคัมภีร์เล่มสำคัญ อันบันทึกไว้ซึ่งพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า และเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ทรงอานุภาพคนหนึ่งนั้น แท้ที่จริงมีความนัยอะไรแฝงอยู่ คริสตศาสนิกชนบางท่านที่แวะเวียนผ่านมา อาจเถียงหัวชนฝาว่า ไบเบิลไม่ได้มีอะไรทำนองนี้ซะหน่อย ก็ขอออกตัวไว้ตรงนี้เลยว่า ข้อเขียนทั้งหลายแหล่ ผมประมวลจากหลายๆที่ รวมทั้งรวมทั้งศึกษาไบเบิลประกอบด้วย เนื้อหาจะเป็นฉบับพันธสัญญาเดิมอันเป็นของแท้ไม่มีการดัดแปลงครับ เหมือนกับมหาภารตะที่เคยนำเสนอไปแล้ว และโดนด่ายับโดยอาจารย์วรรณคดีจากมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง กรรมแท้ๆ

20. เวน
(Non member)
    30-08-2005, 16:39:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มรึงไส่โกสก็น้ำอัดไม่โดนแล้วสาด ของกรูเทพ +1000 ทุกอย่างไม่มีโดนหรอก ว้า 555555
21. KarmIndy (0)
Mail to KarmIndy


    30-08-2005, 16:39:53   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แจ่มๆ เรื่อยๆเลย นะมีสาระดี

ประมาณนี้หรือปล่าว~*

22. ดีว่ะ
(Non member)
    30-08-2005, 16:42:01   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ไส่กันฟอตดิ ค............ว................ย
23. Revenger (0)
Mail to Revenger


    30-08-2005, 16:43:02   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
- -" มนุษย์เรานี่ก็แปลก แทนที่จะใส่ใจกับปัจจุบัน ดันไปเชื่อเรื่องที่เค้าพยากรณ์ธรรมชาติไว้อีก 20 ปีง่ายๆ มันยังไม่เกิดขึ้นนะครับ
24. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:43:19   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในปี 2551 บ้าง
โดย มงคล กริชติทายาวุธ
ส่งมาโดย อ.วาสนา บุญโสภา

มีคำถามที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในปี 2551หลั่งไหลเข้ามาหาผู้เขียนค่อนข้างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 อันเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น ขยับตัว และซ้อนเกยกันบริเวณเหนือเกาะสุมาตรา ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 400 กิโลเมตร มีอัตราการสั่นไหว 9 ริกเตอร์ เป็นเหตุให้ประเทศไทยได้รับความสูญเสีย โดยได้คร่าชีวิตผู้คนที่พักอยู่อาศัย และมาท่องเที่ยวใน 6 จังหวัดริมฝั่งทะเลอันดามัน โดยพบศากศพมากกว่า 5,000 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน และยังสูญหายอีกมากกว่า 3,000 คน โดยมีผู้คนของประเทศต่างๆอีกหลายประเทศ ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล เมื่อนับจำนวนซากศพผู้ที่เสียชีวิตในคราวเกิดคลื่นยักษ์สึนามิครั้งนี้ ก็มีจำนวนมากกว่า 220,000 ศพ ทั้งนี้เนื่องจากในปี 2534 ผู้เขียนเคยเขียนเตือนเกี่ยวกับคลื่นยักษ์ซูนามิ ที่จะเกิดขึ้นโดยมีผลกระทบต่อประเทศไทย ( คำที่ถูกต้องในปัจจุบัน เรียกว่า สึนามิ) และได้เขียนบทความอีกครั้งในต้นปี2539 รวมทั้งผู้เขียนได้เคยออกรายการให้สัมภาษณ์คุณสุทธิชัย หยุ่น ที่ itv 2 เสาร์ติดกันในรายการ “ น้ำท่วมโลก ”ในปลายปี 2539 ซึ่งมีผู้เคยอ่านบทความ ในปี 2534 แจ้งว่าผู้เขียนเคยเขียนเตือนให้ระวังซูนามิที่จะเกิดในปี 2547 , 2551 หรือ 2560 ในประเทศไทยมาก่อนแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปลายปี 2547 นี้ หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเหตุการณ์ในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า “อภิมหามหันตวิปโยคสุดแสนโศกสลด” ทั้งนี้ เพราะจะมีผู้คนเสียชีวิตมากกว่าเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2547 ประมาณ 1,000 เท่า หรือถ้าจะพูดให้ชัดมากขึ้นคือ มีคนตายมากกว่าเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าโศกของช่วงปลายปี 2547 นี้ถึง 1,000 เท่าทีเดียว

เหตุการณ์อะไรเล่า ที่ทำให้มีคนตายประมาณ 220 ล้านคน ในปี 2551 (ปลายปี 2547 เหตุจากคลื่นสึนามิได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายประเทศรวมกัน มากกว่า 220,000 คน)เหตุการณ์ในปี 2551 หรือ ปี 2560 มิได้มาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์เดียว แต่มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในปีเดียว คือปี 2551 หรือ ปี 2560 ตลอดทั้งปี เสมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกถูกถล่มด้วยพระราหู ทั้งนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เปลือกโลกหลายแผ่นมีการขยับเคลื่อนตัว และเกยทับกัน (การเกยทับกันเพียงเล็กน้อยของชั้นเปลือกโลก บริเวณเหนือเกาะสุมาตราเพียงจุดเดียว เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 เป็นเหตุให้เกิดการไหวของแผ่นดินถึง 9 ริกเตอร์ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์วิ่งไปถึงชายฝั่งอัฟริกา ซึ่งมีระยะห่างกันหลายพันกิโลเมตรได้) ในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะมีการเกยทับกันทั้งในบริเวณใต้ทะเลลึก และบริเวณที่เป็นพื้นแผ่นดินในหลายทวีป ความรุนแรงมีขนาดตั้งแต่ 9.5 ริกเตอร์ขึ้นไป (ปกติถ้ามีการไหวของแผ่นดินเพียง 6.5 ริกเตอร์ ก็เป็นเหตุให้อาคารบ้านเรือน ตึกรามอาคารบ้านช่อง ถนนหนทางถล่มทลาย สามารถสร้างความเสียหายได้แล้ว แต่ถ้าเกิดการไหวของเปลือกโลกบริเวณใต้ทะเลลึก ประมาณ 7.5 ริกเตอร์ จะเกิดคลื่นสึนามิ (คลื่นยักษ์) ซึ่งในปี 2551 หรือ ปี 2560 จะมีการเกิดแผ่นดินไหว ศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีขนาด 9.5 ริกเตอร์ขึ้นไป)

สำหรับในประเทศไทยเอง ผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของชั้นเปลือกโลกในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น จะเกิดบนพื้นแผ่นดินประมาณ 3 – 4 จุด ซึ่งในทะเลก็มีทั้งบริเวณเหนือเกาะสุมาตรา และบริเวณใกล้เกาะบอร์เนีย และอีก 2 รอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งจะมีผลทำให้เขื่อนใหญ่ 2 เขื่อนแตก และ ตึกราม บ้านเรือน สะพานและถนนหนทางพังพินาศทลายลงเป็นจำนวนมาก สำหรับจังหวัดชายฝั่งทะเล ก็จะได้พบกับสึนามิ หรือคลื่นยักษ์อีกครั้ง ด้วยความรุนแรงของการเกยทับของแผ่นเปลือกโลกอีกครั้งด้วยความแรงมากกว่าเดิม คือ ขนาด 9.5 ริกเตอร์ ขึ้นไป แม้ระบบเตือนภัยจะทำงานในอนาคต แต่ความเร็วของคลื่นสึนามิใช้ความเร็วในทะเลประมาณ 500 กม./ ชั่วโมง นักวิชาการบางท่านบอกว่ามีความเร็วระหว่าง 600 – 800 กม./ ชั่วโมง ผู้คนจำนวนมากยังไม่ใส่ใจคำเตือน คนจำนวนมากหนีไม่รอด ศพตายเป็นเบือ โผล่ให้เห็นในน้ำยิ่งกว่าดอกเห็ด แม้จะได้ทราบคำเตือน แต่ความประมาทของประชาชนที่ไม่ติดตามข่าวสารก็คงยากที่จะป้องกันความเสียหายชีวิตของผู้คนและทรัพย์สินที่อยู่ชายฝั่งทะเล

25. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:43:59   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ยกเว้นท่านต้องร่นให้อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลให้มากหน่อย โดยมีต้นไม้ใหญ่เป็นกำแพงกั้น หรือภูเขาสูงบังไว้ ( ความจริงตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน บริเวณชายฝั่งทะเล บริเวณเกาะ บริเวณภูเขา จะต้องเป็นที่สาธารณะเท่านั้น จะไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ แต่ด้วยความฉ้อฉล ฉ้อโกง ของบุคคลผู้มีความละโมบโลภมาก ร่วมกับข้าราชการที่มีหน้าที่ออกหลักฐานกรรมสิทธิ์ ( โฉนด) ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส. 1,2,3) ออกหนังสือแสดงสิทธิครอบครอง (ส.ค.) กลับกระทำละเมิดกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน ออกหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ที่ผิดกฎหมาย จึงทำให้ข้าราชการ นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ได้สิทธิ์ที่ผิดกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สิน กลายเป็นเจ้าของเกาะ เจ้าของภูเขา เจ้าของชายฝั่งทะเล ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินจริงๆนั้น ต้องเป็นที่สาธารณะ กลายเป็นสถานที่ส่วนบุคคล หากว่ากันตามกฎหมายทรัพย์สินจริงๆทุกสถานที่ดังกล่าวข้างต้น คือ ชายฝั่งทะเล บริเวณที่เป็นเกาะ บริเวณที่เป็นภูเขา เป็นสถานที่ที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทรัพย์สิน)

สิ่งสำคัญที่ทุกคนที่อยู่ริมฝั่งทะเลต้องรับทราบ คือ เมื่อใดมีเหตุการณ์ขึ้นลงของน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว ต้องรีบหนี 2 วิธี คือ วิ่งเรือออกสู่กลางทะเลลึก ถ้าขณะนั้นอยู่บนเรือในทะเล ห้ามกลับเข้าชายฝั่งทะเลเป็นอันขาด อีกวิธี คือให้วิ่ง หรือขับรถขึ้นที่สูงที่มีความมั่นคงแข็งแรงโดยเร็ว ซึ่งถ้ามีภูเขา ขึ้นเขาให้เร็วที่สุด ถ้ามีตึกที่มั่นคงแข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง ต้องอาศัยเป็นที่ยึดไว้ก่อน อาคารที่บอบบาง ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ห้ามเข้าไปอาศัยในช่วงขณะนั้น เพราะตัวอาคารอาจพังทลายได้แม้จะขึ้นบนชั้นสูง แต่ถ้าฐานรากไม่ดี อาคารพังทลายลงมาได้ง่าย ผู้หนีไปอยู่ชั้นบนของอาคาร ก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อใดที่อยู่บริเวณชายทะเลในปี 2551 หรือ ปี 2560 กรุณามองทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าก็มีส่วนช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง
กรณีที่พึงต้องระวังเพิ่มขึ้นก็คือ ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองโดยเฉพาะแม่น้ำสายใหญ่ๆทุกสาย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำตาปี แม่น้ำโขง ฯลฯ ถ้ามีลักษณะขึ้นลงเร็วผิดปกติ ผิดธรรมชาติที่เคยมีเคยเป็น โปรดเตรียมการอพยพขนย้ายหาที่อยู่อาศัยพักพิงใหม่โดยเร็ว
และอีกเรื่องหนึ่ง โปรดศึกษาและสังเกตคำเตือนของคนโบราณที่ให้สังเกตดูลม ฟ้า อากาศ และอาการของ!ต่างๆที่แสดงออกก่อนที่จะเกิดภยันตรายต่างๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผู้เขียนไม่มีข้อมูลเพียงพอ จึงขอบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ท่านผู้รู้ที่มีโอกาสอ่านสารชมรมฯฉบับนี้ว่า “ ถ้าท่านทราบคำบอกเล่า หรือคำสอนสั่งของปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา คุณพ่อคุณแม่ หรือครูบาอาจารย์ พี่น้องลูกหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย หรืออ่านพบจากหนังสือใดๆ ที่บอกกล่าวในเรื่องดังกล่าว กรุณาช่วย E- mail แจ้งมาให้ผู้เขียนได้ทราบที่ mkrichti   ktb.co.th ด้วย จักขอบคุณยิ่ง หรือส่งทางโทรสารที่หมายเลข 0 – 2256 – 8320 ก็ได้ หรือส่งทางไปรษณีย์ที่ตู้ ปณ. 1234 นานา กรุงเทพฯ 10112 ซึ่งเป็นตู้ไปรษณีย์ของชมรมศาสนาและการกุศลได้เช่าไว้เป็นเวลา 3 ปี ( พศ. 2548 – 2550 ) ด้วย ก็จักขอบคุณยิ่ง

!มีประสาทสัมผัสบางเรื่องและหลายเรื่องดีกว่ามนุษย์ จากสัญชาติญาณจะทราบล่วงหน้าว่า ภัย หรือ ภยันตรายกำลังจะคืบคลานมาถึง ด้วยสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอด ก็จะกระเสือกกระสนหนีตายก่อน หรืออาจเกิดสิ่งผิดปกติบางประการที่แตกต่างกับความเป็นไปของธรรมชาติ เช่น ในเดือนพฤศจิกายน 2547 มีปลาวาฬ 165 ตัว มานอนตายเกยชายหาดของประเทศออสเตรเลีย พอเดือนถัดมา คือ เดือนธันวาคม 2547 ก็มีคลื่นสึนามิถล่มเมืองชายฝั่งทะเลอันดามันไปหลายประเทศ ซึ่งจะต้องย้อนกลับไปดูอดีต ทั้งนี้การนอนตายเกยชายหาดของปลาน้ำลึก มีมาหลายครั้งหลายหน เพียงแต่ไม่มีผู้ใดโยง 2 เหตุการณ์ ให้กลายเป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งกันและกันเท่านั้น
ในปี 2551 หรือ ปี 2560 นั้น นอกจากจะมีแผ่นดินไหวบนพื้นดิน และใต้ทะเลลึกแล้ว ปัญหาที่เกิดจากฝนตกหนัก โคลนถล่ม น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุโซนร้อน ดีเปรสชั่น ทอนาโด และเฮอริเคน ต่างก็มาเยี่ยมเยือนประเทศต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้นบางประเทศแอบทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ระเบิดไฮโดรเจน อาวุธเชื้อโรคและอาวุธสารเคมี (เป็นปีที่มีการทดลองอาวุธร้ายแรงมากที่สุดในรอบพันปี) จนปรากฏความเปลี่ยนแปลงของพื้นเปลือกโลกหลายชิ้น ก่อให้เกิดแผ่นดินยุบ ธรณีสูบ เกาะแก่งสูญหาย แผ่นดินโผล่ขึ้นมาใหม่ และเกิดโรคระบาดคนและ!ไปทั่ว มีคนตายมากกว่า 220 ล้านคน แต่บางท่านว่าอาจถึง 1,000 ล้านคน (ผู้เขียนไม่ยืนยันตัวเลข เพราะไม่สนใจจะไปนับซากศพที่ตายเกลื่อนกลาด)
ข่าวดี ขณะนี้ มีแนวโน้มว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดในปี 2551 (คศ. 2008) อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไปเกิดในปี 2560 (คศ. 2017) แต่ยังไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันฟันธง ประการสำคัญ คือ ต้องไม่ประมาท ถ้าเหตุการณ์เลวร้ายระดับ “ อภิมหามหันตวิปโยคสุดแสนโศกสลด ” ถ้าเกิดในปี 2551 โดยไม่เปลี่ยนกำหนดการล่ะ ท่านควรประพฤติปฎิบัติตนในปัจจุบันอย่างไร ?

26. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:44:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ผู้เขียนขออนุญาตนำผลการบันทึกของกรมอุตุนิยมวิทยา มาเรียนให้ท่านทราบว่า กรมอุตุนิยมวิทยามีบันทึกการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยที่วัดได้ในอดีตหลายจุด หลายจังหวัด เช่น
- 17 ก.พ. 2518 มีแผ่นดินไหวที่บริเวณ อ. ท่าสองยาง จ. ตาก ขนาด 5.6 ริกเตอร์
- 15 เม.ย. 2526 ” อ. ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ” 5.5 ”
- 22 เม.ย. 2526 ” อ. ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี ” 5.9 ”
- 11 ก.ย. 2537 ” อ. พาน จ. เชียงราย ” 5.1 ”
- 9 ธ.ค. 2538 ” อ. ร้องกวาง จ. แพร่ ” 5.1 ”
- 21 ธ.ค. 2538 ” อ. พร้าว จ. เชียงใหม่ ” 5.2 ”
- 22 ธ.ค. 2539 ” บริเวณพรมแดนไทย – ลาว ” 5.5 ”
- 29 มิ.ย. 2542 ” บริเวณจังหวัดเชียงราย ” 5.6 ”
- 15 ส.ค. 2542 ” บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ” 5.6 ”
- 20 ม.ค. 2543 ” บริเวณจังหวัดน่าน, แพร่, พะเยา, เชียงราย ” 5.9 ”
- 14 เม.ย. 2543 ” บริเวณจังหวัดสกลนคร ” 4.9 ”
- 29 พ.ค. 2543 ” บริเวณ อ. สันกำแพง, อ.สันสันทราย จ. เชียงใหม่ ” 3.8 ”
- 7 ส.ค. 2543 ” อ. พร้าว จ. เชียงใหม่ ” 3.0 ”

มาตราริกเตอร์นั้นแบ่งออกเป็น 6 ระดับ คือ
ขนาด 1.0 – 2.9 ริกเตอร์ จะเกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ประชาชนรับความรู้สึกได้ บางครั้งรู้สึกเวียนศีรษะ
ขนาด 3.0 – 3.9 ริกเตอร์ ผู้อยู่ในอาคารจะรู้สึกสั่นไหวเหมือนมีรถไฟหรือรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านข้างบ้านที่พักอาศัย
ขนาด 4.0 – 4.9 ริกเตอร์ เกิดการสั่นไหวขนาดปานกลาง วัตถุที่แขวนไว้จะมีอาการแกว่งไกวไปมา
ขนาด 5.0 – 5.9 ริกเตอร์ เกิดการสั่นไหวรุนแรง บริเวณกว้าง เครื่องใช้ไม้สอย และวัตถุสิ่งของเคลื่อนที่
ขนาด 6.0 - 6.5 ริกเตอร์ เกิดการสั่นไวรุนแรงมาก อาคารบ้านเรือนจะเกิดความเสียหาย มีการพังทลาย
ขนาด 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป จะเกิดความสั่นไหวรุนแรง อาคารสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ถนนหนทาง สะพาน จะเกิดความเสียหายมาก แผ่นดินแตกแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นจะถูกเหวี่ยงกระเด็น

ในอดีตประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวหลายครั้งที่ทำความเสียหายให้แก่ประเทศต่าง ๆ เช่น
20 ก.ค.2519 แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริกเตอร์ ที่เมืองตังชาน มณฑลเหอเป่ย ของจีน มีคนตาย 242,000 คน บาดเจ็บ 164,000 คน
19 ก.ย. 2528 แผ่นดินไหวขนาด 8.1 ริกเตอร์ ที่ประเทศแม็กซิโก มีคนตายมากกว่า 100,000 คน
7 ธ.ค. 2531 แผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ ที่อาร์มาเนีย มีคนตายมากกว่า 25,000 คน
21 มิ.ย. 2533 แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ ที่อิหร่าน มีคนตายมากกว่า 40,000 คน
30 ก.ย. 2536 แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ ที่อินเดีย มีคนตายประมาณ 10,000 คน
17 ม.ค. 2538 แผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ ที่โกเบ – โอซาก้า ญี่ปุ่น มีคนตายประมาณ 6,400 คน
10 พ.ค. 2540 แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ ที่ทางตะวันตกของอิหร่าน มีคนตาย 16,130 คน บาดเจ็บ 37,120 คน
4 ก.พ. 2541 แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ ที่อัฟกานิสถาน มีคนตายประมาณ 4,000 คน
30 พ.ค. 2541 แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ ที่อัฟกานิสถานเช่นเดิม มีคนตายประมาณ 5,000 คน
17 ส.ค. 2542 แผ่นดินไหวขนาด 7.4 ริกเตอร์ เกิดที่ตุรกี มีผู้เสียชีวิต 15,613 คน บาดเจ็บประมาณ 25,000 คน
26 ม.ค. 2544 แผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ เกิดที่รัฐคุชราช อินเดีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 160,000 คน
25 ม.ค. 2545 แผ่นดินไหวขนาด 6.0 ริกเตอร์ เกิดที่อัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,000 คน

27. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:45:28   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
21 พ.ค. 2546 แผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ เกิดที่เมืองแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3,000 คน มีผู้บาดเจ็บประมาณ 10,000 คน
26 ธ.ค. 2546 แผ่นดินไหวขนาด 6.7 ริกเตอร์ เกิดที่เมืองบาม ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 31,000 คน บาดเจ็บมากกว่า 18,000 คน
ทั้งหมดนี้ คือตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้ว ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ที่เคยเกิดในอดีต เหตุการณ์ใหญ่ยังมาไม่ถึง จึงไม่อยากให้ท่านประมาทเหตุการณ์ต่างๆ ในปี 2551

บทส่งท้ายที่ขอให้ข้อมูลแก่ท่านผู้อ่านเพิ่มอีกนิด คือ ได้รับทราบข้อมูลจาก
ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงของโลก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่า มีการเคลื่อนที่ของพิกัดบนเกาะภูเก็ตจริง และจากผลการศึกษาของคุณเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผอ.สำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี พบว่าหลังจากการเกิดแผ่นดินไหว มักจะมีการยุบของแผ่นดิน หรือแผ่นดินถล่มติดตามมา
ตัวบ่งชื้หรือลักษณะเตือนภัยเกิด “แผ่นดินยุบ” มี 3 อย่าง
1. สังเกตได้จากการได้ยินเสียงดังคล้ายดินถล่มมาจากใต้ดิน
2. บริเวณนั้นมีน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดินโดยไม่มีสาเหตุ และ
3. มักมีรอยแตกคล้ายร่างแห หรือใยแมงมุมยาว 3 – 5 เมตร ในบริเวณนั้น
ผอ.เลิดสินบอกว่า ถ้าพบสิ่งบอกเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 ลักษณะที่ว่าให้ผู้อยู่ในบริเวณนั้นรีบถอยห่าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ทางการ หรือกรมทรัพยากรธรณีโดยด่วน เพราะอาจเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินยุบตัวในบริเวณนั้นได้
ผอ.สำนักธรณีวิทยาเตือนว่า ในเมืองไทยพื้นที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินยุบตัว หลังเกิดแผ่นดินไหว มีมากถึง 49 จังหวัด
จังหวัดที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินยุบสูงมี 23 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ สระแก้ว ขอนแก่น นครสวรรค์ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ฉะเชิงเทรา น่าน ระนอง สุราษฎร์ธานี ชัยนาท ปราจีนบุรี ราชบุรี อุดรธานี ชุมพร พะเยา ลำปาง อุทัยธานี เชียงใหม่ พัทลุง และ เลย
จังหวัดที่มีโอกาสเกิดแต่ไม่ถึงกับเสี่ยงสูง มี 26 จังหวัด คือ กระบี่ ตาก สตูล นครศรีธรรมราช เพชรบุรี กำแพงเพชร แพร่ สระบุรี จันทบุรี นราธิวาส ยะลา สุพรรณบุรี ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ปัตตานี ลพบุรี อุตรดิตถ์ เชียงราย พังงา ลำพูน ตรัง สงขลา และพิษณุโลก
นอกจาก “แผ่นดินยุบ” เป็นปรากฏการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังแผ่นดินไหวรุนแรง “แผ่นดินถล่ม” (Landslide) อาจเป็นอีกของแถมตามมา
“แผ่นดินถล่ม” หมายถึง ภาวะการเคลื่อนที่ของแผ่นดิน เป็นกระบวนการซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเคลื่อนที่ของดินหรือหินตามแนวลาดชัน โดยมีแรงดึงดูดของโลกเข้ามาเกี่ยวการเคลื่อนที่ของมวลดินหรือหิน อาจมีความเร็วตั้งแต่ปานกลางจนถึงเร็วมาก
รศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย วิศวกรโครงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวจากคณะวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) หัวหน้าคณะวิจัยในโครงการลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวของประเทศไทย (ระยะที่ 1) บอกว่า
ผลของแผ่นดินไหว ซึ่งมีแรงสั่นสะเทือนไปทั่วแผ่นดิน อาจก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มในบริเวณที่มีความลาดชัน ส่งผลให้มวลดินหรือแผ่นดินเลื่อนไถลลงมายังพื้นที่ราบ หรืออาจเกิดภาวะแผ่นดินยุบ ซึ่งคนไทยมักเรียกกันว่าธรณีสูบขึ้นได้
ในเมืองไทยโอกาสที่จะเกิด “แผ่นดินยุบ” เป็นหลุมกว้าง หลังเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเพดานโพรงหินปูน ซึ่งอยู่ใต้ผิวดินแด่ละบริเวณ ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้ออกสำรวจ เฝ้าระวัง และติดตามตรวจสอบเป็นระยะ บริเวณนั้นมีความลาดเอียง เช่น บริเวณที่ราบสูงต่างๆ
ทั้ง 2 กรณี อาจทำให้ก้อนธรณีหรือมวลดินมหึมาทรุดตัวลงมา ยิ่งถ้าเกิดขึ้นบริเวณริมถนนหรือชุมชน ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น ถือว่าอันตราย
แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่น่าเป็นห่วงกว่าและหลายคนมองข้าม ก็คือผลของแผ่นดินไหวที่มีต่ออาคารซึ่งถูกต่อเติมหรือก่อสร้างผิดแบบ
“เรามักจะย่ามใจกันว่า ดูจากประวัติการเกิดแผ่นดินไหวในเมืองไทยผ่านมามักจะไม่รุนแรง และมักเกิดตามรอยเลื่อนที่สำคัญ เช่น ในภาคเหนือ เคยมีแผ่นดินไหวขนาด 5 – 6 ริกเตอร์ เกิดขึ้น 8 ครั้ง ในรอบ 30 ปีมานี้”
“แต่หารู้ไม่ว่า แผ่นดินไหวขนาดกลางเพียง 5 ริกเตอร์กว่าๆ ซึ่งคิดกันว่าไม่น่าอันตราย เป็นความเข้าใจผิดมหันต์ เพราะหากศูนย์กลางการเกิดอยู่ที่ภาคเหนือ หรือแถวกาญจนบุรี ซึ่งยังมีรอยเลื่อนมีพลังอยู่ จะก่อความเสียหายอย่างมโหฬาร เพราะมีรัศมีการทำลาย

28. e[X]TheJim (0)
Mail to e[X]TheJim


    30-08-2005, 16:46:10   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ที่อาจแผ่กว้างไปไกลถึง 20 กิโลเมตร”
ดร.เป็นหนึ่งบอกว่า เรามักสนใจแต่เพียงว่ารอยเลื่อนหรือรอยแตกของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งมีการเคลื่อนตัวได้และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว มีอยู่ 2 แบบหลักๆ
แบบแรก รอยเลื่อนที่ตายแล้ว (ไม่มีพลัง) ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน และภาคใต้ของไทย อีกแบบ รอยเลื่อนที่ยังไม่ตาย (มีพลัง) อยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันตก
“เราคิดว่ารอยเลื่อนพวกนั้นอยู่ไกลตัว และในรัศมีใกล้ กทม. ไม่มีแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว แต่หารู้ไม่ว่า ยังมีความเสี่ยง จ่อคอหอย เพราะระยะห่างจาก กทม.โดยรอบ 200 – 400 กม. มีรอยเลื่อนใหญ่อันดามัน ซึ่งอาจเกิดแผ่นดินไหวได้รุนแรงถึง 8 ริกเตอร์ และรอยเลื่อนย่อยที่กาญจนบุรี มีโอกาสเกิดได้เกิน 7 ริกเตอร์”
“คุณรู้มั้ย ถ้าเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7 ริกเตอร์กว่าที่เมืองกาญจน์ อาคารสูงที่มีโครงสร้างอ่อนแอในกรุงเทพฯ มีโอกาสโยกไหวรุนแรงหรือพังโครมลงมาได้ทั้งหลัง”
ดร.เป็นหนึ่งบอกว่า แม้ “แผ่นดินยุบ” และ “แผ่นดินถล่ม” สร้างความน่าสะพรึงให้แก่ผู้อยู่ในบริเวณที่ล่อแหลม แต่เมื่อเทียบระดับความน่าสะพรึงกันแล้ว ทั้งรอยเลื่อนใหญ่ในทะเลอันดามัน และรอยเลื่อนแขนงที่ จ.กาญจนบุรี เปรียบเสมือนระเบิดเวลากลางเมืองกรุงที่น่าสะพรึงกว่า
เขาบอกว่า ทุกวันนี้อาคารสูงส่วนใหญ่ใน กทม. ไม่มีการออกแบบเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว ส่วนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในภาคเหนือ แม้ปัจจุบันมีกฎหมายบังคับให้ออกแบบอาคารสูง รองรับแผ่นดินไหว แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครสนใจปฏิบัติ
ดร.เป็นหนึ่งว่า ทางออกที่ดีในการล้อมคอก ก่อนเกิดปัญหาไม่คาดคิด สำหรับอาคารสูงในกรุงเทพฯ หรือบางจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ที่จะสร้างขึ้นใหม่ ควรนำกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด ให้มีการออกแบบโครงสร้างเผื่อรองรับกรณีแผ่นดินไหว
ส่วนอาคารสูงสำคัญหรือมีผู้ใช้งานมาก ที่สร้างขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่มีระบบรองรับแผ่นดินไหว แก้ไขได้โดยออกมาตรการบังคับให้เจ้าของอาคาร เสริมตัวโครงสร้างทั้งคานและเสา โดยใส่เฟรมเหล็กเพิ่มเข้าไป หรือปรับปรุงเสาและคานบางจุดให้แข็งแรงขึ้น ไม่ก็ทำเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) เข้าช่วยในบางจุดเพื่อลดความอ่อนแอของตัวอาคาร
“ถ้าคิดจะป้องกันแก้ไขจริงจังตอนนี้ ยังไม่สายเกินไป แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย วันหน้าอาจสายเกินแก้ และต้องเสียใจกว่าเหตุการณ์สึนามิ”
ดร.เป็นหนึ่งฝากประโยคทิ้งท้าย นั่นคือ สิ่งที่ผู้เขียนขอนำข้อมูลด้านวิชาการมาฝากเพิ่มเติมครับ
มงคล กริชติทายาวุธ
ศุกร์ที่ 14 มกราคม 2548 23.59 น.

29. ต๋องมาเอง
(Non member)
    30-08-2005, 16:46:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาละจ้า อีกไม่นานโลกก็ท่วมเวนกำ อย่างนี้ต้องซื้อ กาด Marc มาละต่อไห้ พายุทอร์นาโด ก็อัด Miss Miss อย่างนี้สิที่เขาเรียกว่า กันฟอต ต้อง+9+10 ด้วยนะสาด ต่อไห้วิตอม 1000 ทีก็ไม่ตายกาดมันเทพ นี่คือกาด Marc
30. marchz_ (0)

Mail to marchz_


    30-08-2005, 16:47:09   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
คนเราเกิดมาทุกคนก้อต้องตาย ตายทีทั้งโลกก้อเหมือนกะตายปกติธรรมดาไม่แต่งต่างกันเลย ตายเหมือนกัน
31. Revenger
(Non member)
    30-08-2005, 16:48:27   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถ้าถึงเวลาจริงๆ แล้วมันไม่เกิด ก็คงจะฮาน่าดู

แต่กังวลอีกตั้ง 20ปี สุ้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า เมิงจาอยู่ถึงกันรึเปล่าก็ไม่รุ้ โดยเฉพาะไอ่พวกที่ทำข้อมุลออกมา แก่ๆกันหมดและ

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] หน้าถัดไป >
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: