---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 08:30 ของวันที่ 19/12/2014
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
เล่าเรื่อง (หน้าที่ 1/6)
[1] [2] [3] [4] [5] [6] หน้าถัดไป >
ประสบการณ์ฝึกภาคสนาม ณ ค่ายเขาชนไก่
0. Noht (0)

Mail to Noht


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    30-01-2009, 20:38:18   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย เนื่องจากผมเพิ่งกลับจากเขาชนไก่มาอาทิตย์กว่าๆ ก็เลยอยากจะเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ให้ทุกๆท่านได้รับรู้ด้วย

ประสบการณ์ฝึกภาคสนามเขาชนไก่ของนศท.ปี 3 นี้ ไม่เหมือนกับของปี 2 เท่าไหร่ ภายในเวลา 5 วัน 4 คืนนี้ มีทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย ได้รับทั้งมิตรภาพ ความประทับใจ ความโกรธแค้น แรงอาฆาต และความพยาบาทครับ

ประสบการณ์บางอย่างผมก็อยากจะจดจำไว้ เพราะซึ้งใจในมิตรภาพ ความเสียสละ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว และความเป็นผู้นำ

ขณะเดียวกัน ก็ได้เห็นความเหรี้ย ความเห็นแก่ตัว ของไ อ้พวกสันดานหมาหลายๆคน ที่ทำให้ผมอยากจะลืมๆไปให้เร็วที่สุด

เรียกว่า ถ้าคุณเอาประสบการณ์ของผมไปสร้างเป็นหนังเรื่อง "เขาชนไก่" ล่ะก็...รับรองสนุก น่าติดตามกว่า "เขาชนไก่" ที่เคยดูในจอภาพยนตร์มาแล้วแน่นอน

และนี่…คือเรื่องราวของผม ขณะเข้ารับการฝึกภาคสนาม ณ ค่ายเขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี

พร้อมจะรับชมกันรึยังครับ....

ถ้าพร้อมแล้ว...ยังไม่ให้ชมครับ ไปชมเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นกันก่อน

(คนอ่าน: คว ย!)
---------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่ผมได้ปฏิรูปตัวเองกับร้านตัดผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจะจัดกระเป๋าครับ

สิ่งที่ผมเอาไปก็เหมือนๆกับปีที่แล้วนั่นแหละ แต่คราวนี้พิเศษกว่า เพราะผมรู้ว่าที่นั่นมันหนาวมาก(และก็จริงดังคาด)

ผมจึงเตรียมอุปกรณ์สำหรับสู้ความหนาวไปด้วย ได้แก่เสื้อกั๊กลายพรางหนึ่งตัว และเสื้อกันฝนสีดำอีกหนึ่งตัว

บางคนสงสัยว่า เอาไปทำเหรี้ยอะไรเสื้อกันฝน ผมจะบอกให้นะว่า เสื้อกันฝนของผมเนี่ยแหละเป็นเสื้อวิเศษนักละ เพราะนอกจากจะกันฝนได้แล้ว ความหนาของมันเท่ากับผ้าเต็นท์เลยทีเดียว จึงใช้กันหนาวได้ด้วย จะเอาไปปูรองนอนก็ดีกว่าไ อ้ผ้าปูนอนห่วยๆที่ซื้อจากร้านซะอีก เพราะทั้งใหญ่ ทั้งหนา ทั้งเหนียว พับเก็บก็ง่าย ใช้ห่อตัวแทนถุงนอนก็ยังได้ เห็นไหมแม่ งสารพัดประโยชน์ขนาดไหน 555+

นอกจากอุปกรณ์สู้ความหนาว ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์สู้ความมืดไปด้วย ปีนี้ผมจึงเตรียมไฟฉายหลอดLED 12 หลอด พร้อมปลอกใส่ไฟฉายของตำรวจสุดเท่ สามารถประกอบกับเข็มขัดสนามได้ด้วย (เท่สัต ว์ๆ) พร้อมถ่านสำรองอีก 9 ก้อน

ส่วนเรื่องยารักษาโรค ก็หนีไม่พ้นยาแก้ไข้ไทลินอล กับยาฆ่าเชื้อสำหรับเวลาท้องเสีย และที่พิเศษก็คือยาแก้พิษงูกัด ซึ่งผมได้ใช้ความรู้ทางสมุนไพรไทยของผมทำขึ้นมาใช้เอง โดยเด็ดใบเสลดพังพอนตัวเมีย ที่ผมปลูกเอาไว้ในบ้านมาดองกับเหล้า ใส่ขวดไว้เตรียมไปเขาชนไก่ด้วย ยาชนิดนี้นอกจากจะแก้พิษงูได้แล้ว ยังแก้พิษตะขาบ แมงป่องได้ด้วย

นอกจากนี้ ผมยังบรรทุกปลากระป๋องไปด้วยเป็นจำนวนถึง 12 กระป๋อง เรียกว่างานนี้ผมแบกของหนักครับ เป้ผมเมื่อนำไปชั่งบนตาชั่งแล้ว ปรากฏว่ามีน้ำหนักอยู่ราวๆ 15 กิโลเลยทีเดียว แต่นักกล้ามอย่างผมไม่ยี่หระอยู่แล้วโว้ย ขนาดบาร์เบลหนัก 60 กิโล ผมยังเล่นมาแล้วเลย นับประสาอะไรกับเป้สนามแค่นี้ ให้แบกวิ่งยังเฉยๆเลย 555+

สงสัยเพราะเอาของไปเยอะขนาดนี้นี่แหละ ตอนอยู่ในเขาชนไก่ พวกลูกน้องผมมันถึงได้พูดกันว่า

“เป้หัวหน้า คือกระเป๋าโดเรม่อน”

ก็จะไม่ให้เป็นกระเป๋าโดเรม่อนได้ยังไง ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค แถมเข็มเย็บผ้าอีก เรียกว่าถ้าใครอยากได้อะไร จงมาหาผม แล้วจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ

1. nownow (0)
Mail to nownow


    30-01-2009, 22:00:20   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาต่อเลยครับทั่น Noth อย่าให้ขาดตอนๆ
2. Noht (0)

Mail to Noht


    30-01-2009, 22:42:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เดี๋ยวมาต่อพรุ่งนี้ วันนี้โดดงานมาเขียน

พรุ่งนี้พี่ผมก็ไปเขาชนไก่พอดี พี่ผมปี 4 นะครับ ไป 7 วัน

เดี๋ยวถ้าว่างๆก็จะเอาประสบการณ์ รด.ปี 4 และหลักสูตรพาราเซลของพี่ผมมาเล่าให้ฟังด้วย

3. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 12:45:15   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาต่อละโว้ย

เสร็จจากการจัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ส้นมือส้นตีนทั้งหลายแหล่ ผมก็มานั่งละเลงกีวีลงบนคอมแบท ไม่ใช่การขัดนะครับ เป็นการเคลือบกีวีไว้กับคอมแบทอย่างหนาที่สุด ไม่ต้องขึ้นเงาแบบขัดไปเรียนหรอก เอาให้แม่ งหุ้มคอมแบทไปเลย เวลาแห้งมันจะแข็งเป็นเปลือกอยู่ข้างนอก คล้ายไอศกรีมแม็กนั่มที่เคลือบช็อคโกแลต นั่นแหละ นี่เป็นวิธีรักษารองเท้าของผม เวลาไปเผชิญกับรอยขีดข่วน เผชิญกับฝุ่นทรายที่นั่น มันจะได้ไม่โดนเนื้อรองเท้า เป็นการทำให้รองเท้าสึกกร่อน

ตรงนี้คงไม่มีใครบ้าทำกันหรอกครับ นอกจากผม

หลังจากขัดรองเท้าเสร็จ ก็โทรไปผม๊ดไนท์ที่รักซะหน่อย(ผม๊ดพ่อมึ งสิหยง) นัดแนะกันว่าพรุ่งนี้ จะไปเจอกันที่สวนเจ้าเชตุ เป็นการล่ำลากันก่อนจะขึ้นรถไปเขาชนไก่ พอนัดแนะกันได้ที่แล้วก็ไปนอนหลับพักผ่อนซะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกยาวไกล
---------------------------------------------------------------------------
วันอังคารที่ 20 มกราคม 2552

ผมตื่นตั้งแต่ตี 3 มีเวลาเตรียมตัวหนึ่งชั่วโมงก่อนที่พ่อผมจะออกรถ พอตื่นขึ้นมาก็ยัดๆอาหารเช้าให้พออิ่ม พยายามเข้าห้องน้ำไปถ่ายหนัก เพราะรู้ว่าถ้าไปถึงที่นั่นแล้วย่อมไม่สะดวกแน่ๆ แต่พยายามยังไงก็ถ่ายไม่ออก เนื่องจากผิดเวลาถ่ายตามปกติ ดังนั้นจึงต้องตัดใจหันไปแต่งชุดรด. สวมหมวกใส่รองเท้าคอมแบท คาดเครื่องสนามเรียบร้อย หยิบเป้มาสะพายไว้ แล้วเดินดุ่มๆไปขึ้นรถ ซึ่งพ่อผมกับพี่ผมจะเป็นคนพาไปส่ง

ก่อนจะไปก็ไขกระจกรถลง ชะโงกหน้าออกมาหอมแก้มแม่บังเกิดเกล้าเสียก่อน เป็นการล่ำลาและแสดงความกตัญญูรู้คุณก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ออกไป

ระหว่างการเดินทางก็ผ่านโรงเรียนผม ผมมองออกไปก็เห็นเพื่อนๆหลายคนในเครื่องแบบรด. สะพายเป้สนามขนาดใหญ่ กำลังยืนรอแท็กซี่กันอยู่อย่างใจจดใจจ่อ บางคนมันจำรถพ่อผมได้ก็ชี้มือมา ผมก็โบกมือตอบกลับไป

ในที่สุดก็มาถึงสวนเจ้าเชตุ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 04:45 นาฬิกา ผมสังเกตเห็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกันหลายคนนั่งแท๊กซี่มาลงหน้าประตูทางเข้าสวนเจ้าเชตุ ผมเลยสะพายเป้อย่างรัดกุม กล่าวลาพ่อและพี่ชาย ก่อนจะเดินเข้าไปสมทบกับพวกมัน

“เฮ้ย มึ งแบกเหรี้ยอะไรมาเยอะแยะเลยวะ”

ทุกคนที่เห็นผมต่างทักเป็นเสียงเดียวกัน เนื่องจากกระเป๋าของผมนั้นมีขนาดใหญ่โตและอวบอ้วนมาก เนื่องจากยัดของลงไปเต็มพิกัด ทว่าผมก็เดินไปอย่างสบายเหมือนมันไม่มีน้ำหนักอะไร(อันที่จริงก็หนักอยู่เหมือนกัน แต่พอทนได้) จากนั้นผมก็เดินทางไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆทั้งโรงเรียนเดียวกัน และโรงเรียนอื่นที่ทยอยมาสมทบ ที่โรงอาหารประจำสวนเจ้าเชตุ

ระหว่างทาง ผมแวะซื้อไ อ้ตัวยึดกระติกน้ำ ที่เอาไว้สำหรับยึกกระติกกับเข็มขัดสนาม มาสำรองอีก 2 อัน ทั้งๆที่จริงผมเอาติดกระติกไปถึง 4 อัน ช่วยกันยึดมันจะได้ไม่หล่น เวลาใส่น้ำแล้ววิ่งไงครับ

ทีนี้อีตอนควักเงินมาจ่ายให้แม่ค้า พอดีในกระเป๋าตังค์ผมใส่รูปแฟนผมเอาไว้ แม่ค้าเห็นเข้าก็ออกปากชม

“ใครอ่ะ สวยดีนะ”

แล้วแกก็เหลือบมองมาทางผม เห็นผมยิ้มอายๆ ก็เลยพอจะเดาออก เลยพูดต่อว่า

“สวยดี มิน่าเราถึงได้หลงรักใช่ไหมล่ะ”

เอ่อ...ขอโทษครับคุณแม่ค้าครับ กุเขินครับ
---------------------------------------------------------------------------
ระหว่างที่นั่งรอเวลา ผมก็พยายามโทรหาแฟนผมเรื่อยๆ แต่เจ้ากรรมมือถือแฟนผมไม่รู้เป็นอะไร ผมโทรหาเท่าไหร่ก็ไม่ติด ผมจึงได้แต่ถอนใจว่าวันนี้เธอคงไม่มาส่งเสียแล้วละมั้ง

แต่แล้วก็ผิดคาดครับ เมื่อแฟนผมโทรมาหา แล้วบอกให้ไปรอแถวประตูทางเข้า ผมก็เลยรีบจ้ำอ้าวไปที่ประตู และในที่สุดก็ได้เจอกันครับ แฟนผมเขาจะไปเรียนพอดี เลยแวะมาให้กำลังใจ เราสองคนก็คุยกันกะหนุงกะหนิงไปเรื่อย ตามประสาคู่รักอ่ะครับ เล่นเอาคนอื่นๆมองตามกันเป็นแถว สงสัยอิจฉากุล่ะซี่...555+

ก็อย่างว่านะ....มีแฟนดีก็อย่างนี้แหละ

กำลังจู๋จี๋กันเพลินๆก็ถึงเวลารวมพล ผู้บังคับบัญชาหน่วยขนส่ง เคลื่อนย้ายอะไรนี่แหละกุจำไม่ได้ ก็มาประกาศผ่านไมค์ว่า

“นักศึกษาวิชาทหารที่มาถึงแล้ว ขอให้มารวมพลที่สถานที่รวมพลด้วย”

เหมือนเป็นสัญญาณให้เราสองคนต้องจากกัน

ผมมองหน้าแฟนด้วยสายตาลึกซึ้ง แฟนผมถามผมว่า

“ขอกอดหน่อยได้ไหม”

ผมเกือบจะกอดละ แต่แฟนผมเปลี่ยนใจเพราะอายสายตาคนอื่น เราจึงได้แต่ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้แก่กัน ผมมองตามแฟนผมที่เดินออกจากประตูสวนเจ้าเชตุจนลับสายตา ก่อนจะหักใจคว้าเป้ของตนเองแล้วเดินตรงไปยังสถานที่รวมพล

“ออกศึกข้านึกแต่รบ...แต่รบ
จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น
หากรอดชีวิตกลับมาหากัน
หวังให้เจ้านั้นดูแลหัวใจ”

ปล. กุพยายามจะสื่อถึงอารมณ์ของกุในขณะนั้นนะ อย่าเพิ่งอ๊วก

4. nownow (0)
Mail to nownow


    31-01-2009, 13:12:21   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หนุกๆๆๆ มาต่อทีจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
5. Lamon_pig (0)
Mail to Lamon_pig


    31-01-2009, 13:30:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ยินดีด้วยครับ ที่ผ่านปี 3 มาแล้ว

ผมก็จบมาแร้ววว

6. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 16:04:56   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
จัดไปอย่าให้เสีย

ผมเดินสะพายเป้ตุงหลังไปเข้าที่รวมพล ครูฝึกที่ยืนควบคุมอยู่คงเห็นผมว่านอนสอนง่าย เลยดูคอปกเสื้อผมแล้วก็ร้องว่า

“คอฟ้า หัวหน้ากองร้อย ไปนั่งหน้าแถว”

งานเข้ากุแล้ว...แต่ผมก็ยังว่านอนสอนง่ายเหมือนเดิม ผมเดินไปนั่งหน้าแถวของรด.คนอื่นๆ เหวี่ยงเป้หนักชิบหายบรรลัยลาญของตัวเองลงกับพื้น แล้วก็นั่งคอย ไม่นานนักก็มีนักเรียนผู้บังคับบัญชาคนอื่นๆเดินออกมาสมทบอีกหลายคน

จากนั้นครูฝึกก็นำเอกสารมาให้พวกนักเรียนผู้บังคับบัญชาเซ็นชื่อ เพื่อเวลาไปถึงเขาชนไก่จะได้จัดหาปลอกแขนและเกียรติบัตรให้ พอเซ็นชื่อกันครบแล้วก็มอบหมายหน้าที่แรกให้เลยว่า พวกเรานักเรียนผู้บังคับบัญชาจะต้องนั่งคุมไปกับรถคันต่างๆ(ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกรถจะมี 9 คัน) โดยรถคันหนึ่งจะมีนักเรียนผู้บังคับบัญชาหนึ่งคน

พอตกลงกันเรียบร้อย ก็ถึงเวลาเดินขึ้นรถได้ ครูฝึกก็เลยจัดการส่งบรรดานศท.ทั้งหลายขึ้นไปบนรถแต่ละคัน แล้วก็จัดหัวหน้านักเรียนขึ้นไปคุมในแต่ละคันด้วย ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน พอมองไปยังรถที่ตัวเองจะต้องคุมก็ใจชื้นขึ้นเป็นกอง เพราะรถคันนั้นมีแต่พวกเพื่อนๆโรงเรียนเดียวกัน ผมเลยเดินตามเพื่อนๆไปยัดกระเป๋าใส่ช่องเก็บสัมภาระ ที่อยู่ด้านล่างของรถ ก่อนจะแทรกตัวขึ้นไปนั่งกับพวกเพื่อนๆด้วย

“เย้! ไ อ้ Noht คุมรถคันนี้โว้ย”
“หวัดดีครับผู้กอง”
“เอ้าพวกเรา หลีกทางให้หัวหน้าเขานั่งหน่อยสิ”

555+ ผมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนๆครับ รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย ผมนั่งเบียดๆกับเพื่อนไปตรงที่นั่งท้ายรถ ซักพักครูฝึกก็ขึ้นมา แล้วสั่งการว่า

“นับตลอด...นับ!”

“หนึ่ง!”

“สอง!”

“สาม!”

ทุกคนในรถก็นับต่อๆกันไป จนถึง...

“ห้าสิบแปด!”

“อ้าวเฮ้ย! ทำไมมี 58 คนวะ เขาให้ขึ้นคันละ 55 ไ อ้นี่ล่อเข้าไปตั้ง 58”

ครูฝึกชี้มือมาที่ท้ายรถพร้อมกล่าวคำประกาศิต

“ไป...ไ อ้พวกข้างหลังที่นั่งเบียดๆกันอ่ะ ลุกไป 3 คน ขึ้นรถคันอื่น”

ชิบหาย...งานเข้ากุอีกแล้ว

แต่ตอนนี้ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างหลังพากันนั่งตัวแข็ง ไม่มีใครนำพากับคำสั่งของครูฝึกเลยซักคน ครูฝึกเองก็คงขี้เกียจตอแยกับความดื้อด้านของพวกเรา จึงกล่าวด้วยเสียงอ่อนลง

“เออ...58 ก็ 58 วะ”

“เฮ!” เสียงปรบมือกึกก้องดังมาจากท้ายรถ

ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าทำไมรถมันถึงมีคนนั่งเกินมาอีก 3 คน เพราะผมมองไปข้างหน้า ก็เห็นหัวหน้าหมวด โรงเรียนฝรั่งคนหนึ่งนั่งมาด้วย และตอนเช็คคนขึ้นรถนั้นครูฝึกเขาไม่ได้เช็คหัวหน้านักเรียนที่จะขึ้นมาด้วย

นั่นหมายความว่า รถคันนี้มีคนเกินมาคนเดียวเอง ที่เหลือเป็นหัวหน้าอีก 2

ตกลงกุขึ้นผิดคัน หรือมันขึ้นผิดคันกันแน่วะ(- -)

แต่ช่างแม่ งเหอะ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ได้นั่งไปกับเพื่อนๆผมละกัน แม้จะต้องทนเบียดหน่อย แต่นั่งข้างหลังมันก็ดีไปอย่าง เพราะสามารถแอบเปิดหน้าต่างได้โดยครูฝึกไม่รู้ ตอนแรกๆก็กะจะเปิดเพื่อให้ลมเข้า แต่พอนั่งรถกินลมไปซักพัก ลมที่เย็นชื่นใจเสือ กเปลี่ยนเป็นลมหนาว+ละอองน้ำค้างอีก เล่นเอารีบปิดหน้าต่างกันแทบไม่ทันโดยไม่ต้องรอคำสั่งครูฝึก

ตอนนี้หลายคนมีความคิดว่า จะนอนหลับเอาแรงเสียก่อน ดังนั้นไ อ้คนที่นั่งข้างๆผมสองคน พอมันหลับปุ้บ หัวมันก็ค่อยๆเอนลงมาซบอกผมทั้งสองข้าง แล้วมันก็หลับไปอย่างนั้นละ กลายเป็นว่าผมมีคนมาแนบชิดอิงอกทั้ง 2 ข้าง ถ้าเป็นผู้หญิงกุจะไม่ว่าเลย แต่นี่เป็นผู้ชายทำให้รู้สึกรำคาญหน่อยๆ คนในรถมันก็หันมามองแล้วหัวเราะกันใหญ่ มันคงคิดว่าเหมือนโปสเตอร์หนังเรื่อง “เพื่อนกุรักมึ งว่ะ” ล่ะมั้ง

สักพักผมก็เริ่มรำคาญจนทนไม่ไหว ผมเลยค่อยๆดันหัวไ อ้สองคนนั้นออกไป แล้วลุกไปนั่งแถวประตูรถคนเดียว มองดูวิวผ่านทางช่องประตูนั่นแหละ แต่นั่งได้พักหนึ่งก็หนาวลมที่พัดเข้าตามช่องประตูจนชักจะทนไม่ไหว ก็เลยลุกขึ้นมาโหนรถ ยืนไปเรื่อยๆพอเริ่มเมื่อยก็นั่ง นั่งได้ซักพักก็หนาวทนไม่ไหวอีก ก็ลุกขึ้นมายืนใหม่ ทำแบบนี้แม่ งตั้งแต่กรุงเทพฯยันเมืองกาญจน์เลย(- -) ::

Modified on: 31-01-2009, 16:06:34

7. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 18:15:21   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หลังจากผุดลุกผุดนั่งไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายแรก คืออุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ

เมื่อมาถึง ครูฝึกก็อนุญาตให้ลงจากรถ เพื่อไปเข้าห้องน้ำ และซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งกินกันตามอัธยาศัย ส่วนใครที่ไม่อยากเข้าห้องน้ำ ไม่อยากแด กข้าวเหนียวหมูปิ้ง อนุญาตให้เดินขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อชมอุทยานได้

แน่นอน คนอย่างผมต้องเลือกเอาอย่างหลังอยู่แล้ว ผมเลยแหงนหน้ามองไปตามทางเดินที่จะพาขึ้นเนินเขา หาคนเดินขึ้นไปเป็นเพื่อน จะได้ไม่รู้สึกเหงาและว้าเหว่เวลาเดินขึ้นไปคนเดียว

ผลปรากฏว่า มีนศท.โรงเรียนอื่น 2 คน กำลังเดินขึ้นไป นอกนั้นไม่มีใครขึ้น

แต่แค่นี้ผมก็ถือว่ากุไม่ว้าเหว่แล้ววะ ผมเลยเดินตามไ อ้ 2 คนนั้นขึ้นไป เดินขึ้นไปนิดเดียวก็ถึงบริเวณพิพิธภัณฑ์ มีครูฝึกยืนรออยู่ที่นั่นคนหนึ่ง ครูฝึกเห็นพวกเราเข้าจึงชักชวนให้ดูบอร์ดที่เขาจัดแสดงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอาไว้

ไ อ้ 2 คนที่เดินนำผมขึ้นมานั้นหยุดยืนดูอย่างสนใจ ส่วนผมนั้นไม่สนใจหรอก ผมสนใจที่จะเดินขึ้นเนินเขาต่อไปมากกว่า แต่คราวนี้ต้องเดินคนเดียว ไม่มีไ อ้ 2 คนนั้นนำขึ้นไป

เป้าหมายที่ผมกำลังจะเดินขึ้นไปก็คือ เนินเขาลาดกระทิง ซึ่งจากจุดที่ผมยืนอยู่นั้น ผมมองเห็นสิ่งก่อสร้างบางอย่าง คาดว่าน่าจะเป็นป้อมโบราณ เลยอยากจะเดินขึ้นไปดูเสียหน่อยว่ามันคืออะไร

ตอนนี้ผมต้องเดินคนเดียวครับ ไม่มีใครเดินเป็นเพื่อน นอกจากหมาตัวหนึ่งที่มันวิ่งออกหน้าผมขึ้นมา กำลังคิดในใจว่าดีว่ะมีหมาเป็นเพื่อน แต่แล้วไ อ้หมาตัวนั้นก็ไถลออกนอกเส้นทาง ลงจากทางเดินคอนกรีตแล้วไต่ลงไปตามไหล่เขา หายไปต่อหน้าต่อตา หมาหรือเลียงผาวะไต่เขาเก่งชิบหาย

ตกลงก็เลยเหลือผมคนเดียว One-Man-Show ไปตามเรื่อง ผมก็เดินขึ้นไปจนถึงจุดหมาย ตรงที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นป้อมโบราณ ความจริงแล้วมันเป็นหอสังเกตการณ์ มีกลองขนาดใหญ่แขวนไว้ในบริเวณนั้นด้วย คาดว่าน่าจะเอาไว้ตีเพื่อเป็นสัญญาณว่าข้าศึกเข้ามาประชิด หรืออาจจะเป็นสัญญาณเรียกพลก็ได้

ใกล้ๆกับหอสังเกตการณ์ มีศาลของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาท ผู้ทรงเป็นแม่ทัพฝ่ายไทยในการศึก ณ สมรภูมิทุ่งลาดหญ้าแห่งนี้

ผมถอดหมวกแล้วคลานเข้าไปกราบท่าน ขอบารมีท่านช่วยคุ้มครองทั้งตัวผมและนักศึกษาวิชาทหารทุกคน ว่าคืนนี้หลานจะมาขออาศัยนอนที่เขาชนไก่ ขอให้ท่านช่วยเมตตาปกปักรักษา ให้หลานและเพื่อนๆทุกคนอยู่รอดปลอดภัย และได้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ขอพรท่านเสร็จแล้วจิตใจก็ค่อยผ่องใสขึ้นมาหน่อย ผมไหว้ท่านอีกครั้งก่อนจะเดินกลับลงมาตามทางเดิน ก็เห็นพวกเพื่อนๆมันรวมพลกันเรียบร้อยแล้วบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ ทุกคนต่างหันหน้าขึ้นมามองผม ที่กำลังเดินลงเขามาอย่างสง่า ด้วยสายตาและคำถามว่าไ อ้นี่มันขึ้นไปทำอะไรบนเขาอยู่คนเดียววะ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไร ผมก็เข้าไปรวมพลกับคนอื่นๆตามปกติ

8. jayrainbowz1 (0)
Mail to jayrainbowz1


    31-01-2009, 19:08:00   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ก็ฝ่าฝัน อันยากลำบากของลูกผู้ชายไปเเล้ว สินะ

เเต่ป๋มยังไม่ฟ่าฟันมันรุย ต่อด้วยเเละกัน ผมอยากรุ้ว่ามาน
น่ากลัวเเค่ไหนอา

File attach: p4882_10.jpg (2 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
9. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 19:30:39   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ลำบากไหม...ก็ลำบากกว่าอยู่ที่บ้านอ่ะนะ

แต่อย่าไปกลัวครับ พ่อปู่เขาชนไก่ท่านจะเมตตากับเราเสมอ

ผมบอกตามตรงนะ...รับน้องบางมหาลัยยังโหดกว่าเยอะ

ผมจะเล่าไปช้าๆนะครับ ใครที่รำคาญก็ทนๆหน่อยละกัน เพราะผมจะเล่ารายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากๆ

ครึ่งวันแรกมันจะเหมือนไปทัศนศึกษาครับ

พอหลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่รูปแบบของการฝึก

10. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 19:40:54   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ส่วนใหญ่แล้ว วิธีการฝึกพลเรือนให้เป็นทหาร ไม่ว่าที่ไหนๆจะคล้ายกันหมด

ไม่ว่าจะเป็น นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนแพทย์ทหาร หรือทหารเกณฑ์ก็ตาม

วันแรกๆ(หรือบางทีก็ปีแรก)จะดูไม่โหดครับ จะพาเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ บรรยายโน่นบรรยายนี่ไปตามเรื่อง เพื่อให้เราชะล่าใจ

พอหลังจากนั้นเขาจะแดกเราอย่างเดียว กดดันให้เราปรับตัวไม่ทัน เกิดความรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง

พอกดดันเราจนได้เวลาอันสมควรแล้ว เขาก็จะปลอบขวัญเราเพื่อให้เกิดความประทับใจก่อนสำเร็จการศึกษา

เรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังโดยแท้(- -) ::

Modified on: 31-01-2009, 19:46:22

11. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 19:51:06   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า

พอรวมพลกันได้ที่ และครูฝึกควบคุมนักเรียนให้เงียบเสียงได้เรียบร้อย ก็มีคนแต่งตัวแบบนักรบโบราณคนหนึ่ง ถือดาบเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้า ใกล้ๆกันนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเอาพระบรมราชานุสาวรีย์เล็กๆของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาท(ท่านเดียวกับที่ผมขึ้นไปไหว้บนเนินเขาลาดกระทิงนั่นแหละ)ออกมาตั้งไว้บนแท่นบูชา

เมื่อเสร็จสรรพ์แล้ว คนที่แต่งตัวเป็นนักรบโบราณ(ภายหลังผมถึงได้ทราบว่าเขามียศสิบเอก) ก็กล่าวนำนักศึกษาวิชาทหาร ถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบวรฯ

หลังจากถวายความเคารพเสร็จ ครูฝึกก็ไล่พวกเราให้วิ่งลงจากเนินเขา ไปรวมกลุ่มกันยังลานดินเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแผนที่และสื่อการเรียนรู้ต่างๆวางไว้พร้อม

จากนั้น ก็มีนายทหารยศนายร้อยคนหนึ่ง ซึ่งผมทราบชื่อภายหลังว่าเขาชื่อธวัชชัย แต่จะเป็นร้อยเอกหรือร้อยโทผมก็จำไม่ได้แล้ว ออกมาบรรยายเกี่ยวกับสมรภูมิทุ่งลาดหญ้าแห่งนี้

แค่พูดไม่กี่ประโยคก็เล่นเอาพวกผมขำก๊ากซะแล้ว เพราะว่าแกเล่นมุขอยู่เรื่อย มุขของแกก็มีทั้งใต้สะดือบ้าง ไม่ใต้สะดือบ้าง สกปรกสะอาดบ้างคละเคล้ากันไป

ที่แน่ๆผมจำประโยคติดปากของแกได้ ก็คือ “I love you” กับ “จัญไร...นะครับ”

ยกตัวอย่างเช่นมีนศท.คนหนึ่งยกมือตอบคำถามแกได้ แกก็อวยพรใหญ่เลยว่า

“ขอให้โชคดีมีเมียเป็นผู้หญิงตลอดไป ไอ-เลิฟ-ยู ”

หรือเวลาเล่นมุขไปเรื่อยเปื่อย แกก็จะสบถลงท้ายว่า

“จัญไร...นะครับ”

555+
---------------------------------------------------------------------------

ครูธวัชชัยเล่าเรื่องสงครามเก้าทัพให้พวกเราฟัง เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ตอนผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จากกรุงธนบุรีมาเป็นรัตนโกสินทร์ ขณะนั้นพระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่าเห็นว่าไทยเพิ่งผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ๆคงยังวุ่นวายกันอยู่ เลยฉวยโอกาสนี้ยกทัพมาตีไทยถึง 9 กองทัพด้วยกัน

ขณะนั้นไทยเรามีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือรัชกาลที่ 1 เป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งผมนับถือพระองค์ท่านอย่างยิ่ง เพราะทั้งๆที่กำลังพลฝ่ายไทยน้อยกว่า แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน ทำให้ไทยเราสามารถเอาชนะพม่าได้อย่างน่าทึ่งมาก

ร.1 ท่านทรงดำริว่า ทัพพม่าที่ยกเข้ามาทั้ง 9 ทัพนั้น ทัพที่น่ากลัวที่สุดคือทัพที่จะยกผ่านเข้ามาทางทุ่งลาดหญ้านี่แหละ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะมีถึง 4 ทัพด้วยกัน และ 2 ใน 4 ทัพนั้นควบคุมมาด้วยพระนัดดา(หลาน) 2 องค์ ของพระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่า ทำหน้าที่พวกกองเสบียงอะไรพวกนี้ด้วย

แต่ด้วยความที่ร.1 ท่านเคยเป็นเจ้าคุมเมืองแถบกาญจนบุรีนี้มาก่อน ท่านจึงรู้ภูมิศาสตร์ในแถวนี้เป็นอย่างดี สามารถกำหนดจุดยุทธศาสตร์ต่างๆได้

ท่านจึงให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาท ซึ่งผมจำไม่ได้แล้วว่ามีศักดิ์เป็นน้องของท่านหรือเปล่า คุมกำลังพลลงมาตั้งรับพม่าที่จังหวัดกาญจนบุรี

สมเด็จฯท่านก็ทรงพระปรีชาครับ ท่านขนย้ายกำลังพลของท่านจากเมืองหลวง มาที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยทางเรือล่องลงมาตามแม่น้ำ

อันนี้ผมคาดว่าการเดินทางด้วยเรือน่าจะเร็วกว่าทางบกนะครับ เพราะปรากฏว่าท่านมาถึงเมืองกาญจน์ก่อนพม่าจะเหยียบชายแดนร่วม 15 วัน ท่านเลยมีเวลาพักฟื้นกำลังพล และสร้างค่ายคูประตูหอรบ ศึกษาลักษณะภูมิประเทศต่างๆไว้คอยรับกองทัพพม่า

เนื่องจากภูมิประเทศในทุ่งลาดหญ้านี้มีสภาพเป็นภูเขา สมเด็จฯท่านจึงวางกลยุทธ์ไว้ ให้พม่าเดินทัพผ่านเส้นทางแคบๆระหว่างภูเขา พร้อมกันนั้นก็ตั้งปืนใหญ่ไว้ตามเนินเขาต่างๆ เพื่อที่จะได้ยิงได้ไกลขึ้น เพราะอยู่ที่สูง

เมื่อพม่ามาถึง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของฝ่ายไทย เสิร์ฟลูกกระสุนปืนใหญ่ร้อนๆไปเป็นอาหารว่างรองท้องพม่า

พม่ากับไทยรบกันที่ทุ่งลาดหญ้านานเท่าไหร่ผมไม่แน่ใจครับ แต่บอกได้คำเดียวว่าผมศรัทธาเหล่าแม่ทัพนายกองของไทยเหลือเกิน ที่ฉลาดมากสามารถคิดกลยุทธ์ต่างๆเอาชนะพม่าได้

12. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 20:33:53   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถ้าจำไม่ผิด เขาว่ากลยุทธ์ที่ใช้ในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า มีถึง 20 กว่ากลยุทธ์ด้วยกัน เรียกว่าเอาไปศึกษาเป็นตำราพิชัยสงครามได้เลย

นี่คือความภาคภูมิใจครับ ที่วีรชนไทยของเราวางแผนได้ลึกซึ้งมาก ไม่แพ้สามก๊กของจีนเลยทีเดียว

ถ้าเราเคยอ่านสามก๊ก เราจะเห็นว่าก่อนที่จะทำอะไร ฝ่ายเราจะต้องรู้ลักษณะ นิสัยใจคอของแม่ทัพฝ่ายข้าศึกเสียก่อน เพราะข้าศึกจะจัดทัพยังไง จะเดินทัพมาทางไหน ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่ทัพฝ่ายมัน ดังนั้นถ้าเรารู้นิสัยแม่ทัพฝ่ายมันเสียก่อน เราก็พอจะเดาได้ว่ามันจะเล่นเราอีท่าไหน

สมเด็จฯท่านก็เช่นกันครับ ท่านรู้ว่าแม่ทัพของข้าศึกเป็นใครบ้าง หลังจากวิเคราะห์ดูแล้ว ท่านก็พุ่งเป้าไปที่พระนัดดา 2 องค์ ของพระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่าทันที

เพราะพระนัดดา 2 องค์นี้ยังทรงพระเยาว์ครับ อายุแค่ประมาณ 18-19 เท่านั้นเอง ไม่เคยเผชิญสงครามมาก่อน เหตุที่พระเจ้าปะดุงให้ 2 องค์นี้มาร่วมรบ ก็เพื่อเป็นการฝึกประสบการณ์ในการรบไงครับ

มาฝึกครั้งแรก เจอใครไม่เจอ มาเจอสมเด็จฯท่านเข้าให้ แบบนี้พม่าก็ซวยไป 555+

สมเด็จฯท่านใช้สงครามนอกแบบครับ ท่านแบ่งทหารของท่านออกเป็นกองโจร กองละประมาณ 600 คน ผลัดกันเข้าโจมตีตอดเล็กตอดน้อย รบกวนเวลาพักผ่อนนอนหลับ เวลากินข้าวหุงหาอาหาร และเข้าปล้นกองเสบียงของพม่า จนอลหม่านไปหมด

พม่ามีทหารเป็นหมื่น แต่ไล่ตามกองโจร 600 คน ยังไงก็ไม่ทันอยู่แล้ว เพราะจำนวนกองโจรไทยที่น้อยกว่าทำให้เคลื่อนที่สะดวก รวดเร็ว และเงียบ

พูดง่ายๆคือพอจะไล่ กองโจรไทยก็หนีเข้าป่าเข้าเขาหายไปหมด แต่พอพม่าย่ามใจ กองโจรไทยก็ดอดลงมาโจมตีอีก จนพม่าไม่ได้หลับได้นอน

เป็นเช่นนี้ จนพระนัดดาทั้ง 2 ของพระเจ้าประดุงเกิดความเครียด ประกอบกับถูกหลอกจากทางฝ่ายกองทัพไทย เพราะสมเด็จฯท่านให้ทหารแต่งตัวสีต่างๆ แสร้งทำทีว่ามีกำลังเสริมเข้ามาช่วยค่ายไทย พอตกกลางคืนก็แอบถอนตัวออกไป รุ่งเช้าก็เดินเข้ามาใหม่

กองสอดแนมพม่าที่แอบดูอยู่ เข้าใจผิดคิดว่าไทยได้รับทัพหนุนตลอดเวลา พอเอาไปกราบทูลให้พระนัดดาทั้ง 2 ของพระเจ้าปะดุงทรงทราบ ทั้ง 2 องค์ก็ยิ่งเครียดหนักเลยคราวนี้

พอเครียดหนักๆเข้าก็ทนไม่ไหว ทิ้งทัพตัวเองไปเฝ้าพระเจ้าปะดุงที่คุมทัพหลวงอยู่ทางหนึ่ง กราบทูลว่าสู้ไทยไม่ไหว

พระเจ้าปะดุงทรงทราบแล้วก็รู้สึกแปลกพระทัย จึงถามว่าทัพไทยมีกี่มากน้อย

พระนัดดาทั้ง 2 ไม่กล้ากราบทูลความจริง ประกอบกับไม่สามารถนับจำนวนที่แน่นอนของฝ่ายไทยได้(ก็เล่นแบ่งเป็นกองโจรเล็กๆหลายกอง พม่าจะนับยังไงไหว แถมยังใช้กลยุทธ์หลอกว่าได้รับทัพหนุนตลอดเวลา) ก็เลยกราบทูลพระเจ้าประดุงไปว่า

“ทัพไทย มี 40,000 พะยะค่ะ”

พระเจ้าปะดุงหลงเชื่อหลาน คิดมากฟุ้งซ่านยังไงก็นึกไม่ออกว่าไทยไปเอาทัพมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น สุดท้ายก็เห็นแก่หลาน เลยบอกให้หลานถอยทัพกลับพม่าไป

พอพระนัดดาทั้ง 2 ถอยทัพกลับไป ทัพพม่าที่ทุ่งลาดหญ้าก็เหลือแค่ 2 ทัพเท่านั้น พอเหลือแค่นี้ก็ขาดเสบียงครับ เพราะทัพของพระนัดดาทั้ง 2 ควบคุมกองเสบียงจำนวนมาก พอถอยออกไปแล้วเสบียงก็เลยไม่พอ มิหนำซ้ำยังโดนกองโจรไทยโจมตีแย่งชิงไปอีก สุดท้ายกองทัพพม่าที่เหลืออยู่ก็ไม่มีอะไรจะกินครับ ต่างๆเดือดร้อนไปตามๆกัน หนักเข้าพอไม่เหลืออาหารอะไรเลย ก็ต้องล้มช้าง ล้มม้าที่เป็นพาหนะมากินเป็นอาหาร พอช้างม้าหมดไปก็ไม่รู้จะกินอะไรก็อดอยากล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก

สุดท้ายครับ ทัพพม่าอดอยากมาก จนถึงกับต้องเอารองเท้า เอาฝักดาบที่ทำจากหนังมาลอก แล้วต้มกินกันตายเลยทีเดียว

ทางฝ่ายไทยเราก็ฉลาดครับ พอรู้ว่าพม่าอดอยากมากๆ เลยแกล้งทำกับข้าว แกล้งหุงข้าวให้กลิ่นโชยไปฝั่งพม่า พม่าที่อยู่ในค่ายของมัน ได้กลิ่นอาหารที่ฝ่ายไทยทำ ถึงกับเกิดจลาจลอลหม่านเพราะอยากกินข้าว พม่าเดนตายหลายคนที่ใจกล้าหน่อย รีบวิ่งมาถึงฝั่งไทย ยอมศิโรราบเพื่อที่จะได้มีข้าวกิน

เรียกว่านอกจากเราจะอิ่มท้องแล้ว ยังได้พม่ามารับใช้อีก เรียกว่าได้ 2 ต่อครับ

13. Noht (0)

Mail to Noht


    31-01-2009, 21:32:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สุดท้ายเมื่อสมเด็จฯท่านทรงเห็นว่า พม่าอ่อนแอลงมาก ท่านก็ทรงบัญชาการให้ยิงปืนใหญ่ โดยท่านคิดค้นให้นำไม้ชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ต้นแจง” มาตัดเป็นท่อนซุงปลายแหลม พันผ้าชุบน้ำมันแล้วจุดไฟ ยัดใส่กระบอกปืนใหญ่ยิงไปยังค่ายของพม่า ทำให้เกิดเปลวไฟโหมกระหน่ำ พม่าล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ค่ายพม่าแตกทลาย และสุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้แก่ความกล้าหาญและชาญฉลาด ของเหล่าวีรชนไทยแห่งสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า

ครูธวัชชัยเล่ามาถึงตอนนี้ ก็ชี้ให้พวกเราดูป้ายอุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ ซึ่งแฝงความหมายเอาไว้ นั่นคือมีลักษณะเป็นเสาสีขาวสูงใหญ่ 4 ต้น มีธงชาติและธงในหลวงปักไว้ ด้านล่างเสาสีขาวทั้งสี่มีเสาสีน้ำตาลต้นเล็กๆ 9 ต้นล้อมรอบอยู่

เสาสีขาว 4 ต้น หมายถึงกองทัพไทยทั้ง 4 ทัพ

เสาสีน้ำตาลเล็กๆ 9 ต้น หมายถึง กองทัพพม่าทั้ง 9 ทัพ

นั่นหมายความว่า กองทัพไทยเราสามารถเอาชนะกองทัพพม่าได้อย่างราบคาบนั่นเอง

จากนั้นครูธวัชชัยก็ชี้ให้เราดูต้นแจง ซึ่งในสมัยนั้นถึงกับเรียกว่า “ไม้ผม้ชาติ”(ผม้พ่อมึ งสิหยง) เลยทีเดียว ไม้ชนิดนี้แหละ ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาทท่านทรงใช้แทนกระสุนปืนใหญ่ทำลายค่ายพม่า จนกระทั่งกองทัพไทยได้รับชัยชนะในที่สุด
---------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่ครูธวัชชัยบรรยายจบแล้ว ครูฝึกก็มาไล่พวกเราให้วิ่งกลับไปยังพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง คราวนี้เพื่อเข้าไปชมข้างใน

ก่อนจะเข้าไปก็ได้รับคำสั่งให้ถอดหมวกเสียก่อน แล้วแบ่งนักศึกษาวิชาทหารทั้งหมดออกเป็น 2 กอง ผลัดกันเข้าชมเพื่อที่จะได้ไม่ล้นสถานที่

ผมได้เข้าไปเป็นกองสุดท้าย พอเข้าไปข้างในก็เห็นสื่อการเรียนรู้ทั้งหลาย พวกภาพถ่ายทางอากาศ โมเดลจำลองสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า และอื่นๆอีกเต็มไปหมด ที่สำคัญคือมีรูปปั้นขนาดเท่าคนจริง ของ “ปู่มั่น” และ “ปู่คง” ซึ่งเป็นทหารและชาวบ้านอาสามาสู้รบกับพม่า บริเวณเท้าของคุณปู่ทั้งสองมีเซียมซีสำหรับเสี่ยงทายด้วย แต่คงไม่มีใครกล้าหยิบมาเขย่าเล่นหรอก

ที่นั่งในพิพิธภัณฑ์มีเพียง 40 กว่าที่เท่านั้น ผมจึงต้องยืนเกาะที่นั่งเพื่อรับฟังบรรยาย โดยพิธีกรที่มาบรรยาย ก็คือนายสิบเอกที่แต่งตัวเป็นทหารโบราณนั่นแหละ

ว่ากันว่าที่นั่งนี้สร้างตามจำนวนแม่ทัพนายกองไทยในสมัยสงครามเก้าทัพ เวลาเราเข้ารับชมการบรรยาย ก็จำลองบรรยากาศเหมือนแม่ทัพนายกองนั่งประชุมกัน

ส่วนตรงกลางที่เรานั่งล้อมรอบกันอยู่นั้น เป็นแผนที่นูนต่ำ บอกตำบลต่างๆของการรบ การจัดทัพของทั้งไทยและพม่า ซึ่งเขาจะมีแสงเลเซอร์ชี้จุดต่างๆให้เราเห็น ว่าไทยตั้งทัพตรงนี้ พม่าตั้งทัพตรงโน้นอะไรทำนองนี้ แถมยังมีทีวีฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับสงครามให้เราดูด้วย

รายละเอียดของการบรรยายขอข้ามไปละกันครับ เนื่องจากส่วนมากก็ซ้ำๆกับที่ครูธวัชชัยเล่าให้ฟังแล้ว(แต่เทคนิกการเล่าของนายสิบทหารโบราณคนนี้สู้ครูธวัชชัยไม่ได้เลยจริงๆ)

จะมีเพิ่มเติมเข้ามาอีกนิด ก็คือเรื่องราวของวีรชนแห่งทุ่งลาดหญ้าท่านหนึ่ง นามว่า “ขุนรัตนาวุธ” ผู้เป็นนายกองทะลวงฟันของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาท

แต่วีรกรรมของท่านผู้นี้ผมขอยกเอาไว้เล่าทีหลังครับ เพราะหลังจากนั้นผมยังมีโอกาสได้ฟังเรื่องราวของท่านขุนรัตนาวุธอีกครั้ง แต่ยอมรับว่าประทับใจ และศรัทธาในความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของท่านเหลือเกินครับ
---------------------------------------------------------------------------
ขณะที่นั่งฟังบรรยายไป เขาก็เปิดเพลงประกอบละคร “สายโลหิต” ไปด้วย เป็นการเสริมบรรยากาศ

“ข้าคือชายชาญ ชาติทหาร วิญญาณแห่งนักรบไทย
ศึกนี้หรือศึกไหน หัวใจไม่เคยหวั่นเกรง
และความรักชาติ ก็คือ ดวงใจเจ้าดวงนี้เอง
ใครหาญมาข่มเหง ข้าเองจะหยุดมัน

ออกศึกข้านึกแต่รบ...และรบ
จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น
หากรอดชีวิตกลับมาหากัน
หวังให้เจ้านั้นดูแลหัวใจ

ชีพพลีนี้เพื่อแผ่นดิน
ชีวาต้องมามลาย
ยังขอป้องปกไว้
ด้วยสายโลหิตของเรา”

ยังจำกันได้ไหมครับ ตอนที่ผมร่ำลาแฟนที่สวนเจ้าเชตุก่อนเข้ารวมพล ผมก็ครวญเพลงนี้เบาๆเหมือนกัน

ดังนั้นพอได้ยินเพลงนี้เข้าไป ใจมันก็ล่องลอยคิดถึงแฟนอีกแล้ว

รอก่อนนะแฟนจ๋า กลับไปจะขอกอดให้หายคิดถึงซักที
---------------------------------------------------------------------------
หลังจากการบรรยายสิ้นสุดลง พวกเราก็ทยอยกันขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่สอง นั่นคือเขาชนไก่!

ตอนนี้หลายคนยังซาบซึ้งกับวีรกรรมทุ่งลาดหญ้าอยู่เลย ยังรู้สึกเหมือนได้มาทัศนศึกษาอยู่

แต่หารู้ไม่ว่า การฝึกของพวกเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...ณ บัดนี้!

หึหึ ::

Modified on: 31-01-2009, 22:08:51

14. nownow (0)
Mail to nownow


    31-01-2009, 22:23:09   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ดูท่าทางนายตั้งใจฟังครูฝึกดีนะ เหนส่วนใหญ่เขาจะนั่งหลับกันเหอๆ มาต่ออีกนะจ๊ะ...
15. True-Strike (0)

Mail to True-Strike


    01-02-2009, 01:01:00   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
-----------------------------------------------------------------

จอง

-----------------------------------------------------------------

ขุด ๆ ๆ ๆ

16. hikarikung (0)
Mail to hikarikung


    01-02-2009, 01:57:21   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อยากฟังเรื่องของผมที่ห้วยซัน อุบล ไหมคับ

ผมว่าโหดกว่าเยอะ

17. KeePPerDraGoN (0)
Mail to KeePPerDraGoN


    01-02-2009, 11:30:56   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
___________________________________________________#############
_______________________________________________####___________#####
_____________________________________________###__________________####
_______________________________________########_____________________###
_________________________###################__________________________###
_______________________####_____________________________________________###
____________________####_________________________________________________###
___________________###____________________________________________________###
__________________##_______________________________________________________##
________________###__________________________________________________###____##
______________###_________________________###______________________######____##
______________#___________________________###___________________##########____##
_____________##____________________________###______________##_############___###
_____________##____________________________________________##_##############___##
________#######___________________________________________##_###############___##
_______##____##__________________________________________#__################___##
_______#__#####_________________________________________#__#################___##
_______#########________________________________________#__#################___##
________#########_______________________________________##_################___##
________________##______________________________________##_###############___##
_________________###____________________________________##_##############___##
___________________######________________________________#_#############___##
_______________________########__________________________#_###########___###
______________________________######_____________________##__######____###
___________________________________#####________________####________####
______________________________________#####_________####___#########
__________________________________________##_______##
___________________________________________##_____##
__________________________________________##########
__________________________________________##########
_________________________________________###______#
_______________________________________###________##
______________________________________##___________##
____________________________________###_____________##
___________________________________###_______##______#
__________________________________##________##_____##_##
__________________________________#_________##_____#__##
_________________________________##_________##____##___##_______####
_________________________________##________##_____#____##____###_##
__________________________________##_______##_____###__##__##___##
__________________________________###______##____##_#__###____##
____________________________________##_____##_____###__###_######
______________________######________###____###__#__##_#######___##
_____________________##____###________###___########_____#______##
_____________________###______##_______##_______________________##
_____________________##_________##____##________________________##
______________________####_______######________########________##
______________________###__________###________##_____##________##
_______________________###_##_________________##____##________##
________________________###___________________##___##________###
_________________________###_#________________##__##________##
___________________________###_________________####____#___##
____________________________#####_______________###__#_##_###
_______________________________#####_____________##_##__###
__________________________________#######_________#__####

18. msd (0)
Mail to msd


    01-02-2009, 13:18:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มุง เจอ จ่านรก ปะวะ สัส

สุดๆ สุดตรีน จริงๆเลย สัส

กุโดนมาแล้ว กุผลัด 6 พัน 32 สาด แทบร้อง

19. Noht (0)

Mail to Noht


    01-02-2009, 16:22:33   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เจอแล้วครับจ่านรก เดี๋ยวจะเอาไปเล่าในเรื่อง

แต่จ่านรกผมว่าไม่โหดเท่าไหร่ ไม่สมคำเล่าลือเลย

มีคนอื่นโหดกว่าเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่จบจากหน่วยรบพิเศษ

ส่วนคนที่จะลงประสบการณ์ของตัวเอง ที่ห้วยซัน แนะนำให้ตั้งกระทู้ใหม่ แล้วฝากลิ๊งค์ไว้ที่กระทู้ผมนะครับ

มาลง 2 เรื่อง เดี๋ยวเรื่องมันจะตีกัน(^^)

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างนะครับ ว่างเมื่อไหร่เดี๋ยวมาต่อ

20. Noht (0)

Mail to Noht


    01-02-2009, 20:02:30   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อ่ะนะเจียดเวลามาต่อให้หน่อย

พอเราเดินทางมาถึงเขาชนไก่ ตอนนี้หลายๆคนชักจะอยู่ไม่ค่อยเป็นสุข ยิ่งมองเห็นป้ายหน้าประตูทางอันคุ้นเคยเข้า หลายคนก็ยิ่งแขยงหนักเข้าไปอีก ทั้งนี้ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เราเคยเห็นป้ายนี้มาตั้งแต่สมัยพวกเราอยู่ปี 2 แล้ว ตอนนั้นยังจำได้ถึงความยากลำบาก ความดุดันของครูฝึก และความป่าเถื่อนของโรงเรียนผลัดเดียวกัน

และตอนนี้...มันกำลังจะกลับมาอีกครั้ง!

ตอนนี้เพื่อนหลายคนเริ่มหันมาถามผม

“เฮ้ย ปี 3 นี่เหมือนปี 2 ไหมวะ”
“ 5 วันนี่มึ งจะอาบน้ำป่ะ”
“วันแรกเขาจะให้ทำอะไรบ้างวะ”
“หนุกป่าววะ”
“โหดมากป่ะ”
“ต่อไปมึ งจะต่อปี 4 ป่ะ”
“ปี 3 ให้ทำอะไรบ้างจ๊ะ”(กระเทยถาม)
ฯลฯ

อ้าวถามกุแล้วกุจะรู้ไหม? กุก็มาพร้อมพวกมึ งนี่แหละ

แต่จริงๆแล้วผมศึกษาเรื่องเขาชนไก่มาตั้งแต่ผมอยู่ปี 2 โน่นแล้ว เนื่องจากพี่ชายผมเขาก็เรียนรด.เหมือนกัน(ปัจจุบันพี่ชายผมเรียนรด.ปี 4 ) ดังนั้นกิจกรรมที่เขาจะให้ทำผมจึงรู้ล่วงหน้าหมด

ดังนั้นผมจึงตอบคำถามเดียว คือคำถามของไ อ้กระเทยนั่น เท่าที่รู้คร่าวๆ

“วันแรก...อบรมเกี่ยวกับปืน HK-33”
“วันที่สอง...ยิงปืน”
“วันที่สาม...เข้าป่า”
“วันที่สี่...เข้าตี-ตั้งรับ”
“วันที่ห้า...โดดหอ”

พวกมันก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่จะมาเอาอะไรกับกุนักหนาละ กุรู้แค่นี้กุก็บอกแค่นี้แหละ อยากรู้มึ งไปถามครูฝึกโน่นไป

ขณะที่กำลังเม้าท์แตกเม้าท์แตน ครูฝึกก็หันหลังมาแล้วตะโกนว่า

“เดี๋ยวจะให้พวกมึ งแบ่งคนไปช่วยยกกระเป๋านะ เอาแถวหน้ารถกับแถวหลังรถนั่นแหละ แถวกลางไม่ต้อง มันลงไม่สะดวก หัวหน้าหมวดช่วยจัดการด้วย เอาแถวหน้าซัก 15 คน แถวหลังซัก 15 คน พอละ”

ปากก็บอกว่าให้หัวหน้าหมวดจัดการให้ แต่ตัวเองลุกขึ้นมาจัดการแบ่งเอง

“แถวหน้ารถ ตั้งแต่คนแรกไปจนถึงหัวหน้าหมวด(โรงเรียนฝรั่ง) แถวหลังรถเอาตั้งแต่ไ อ้นี่(ชี้ไปที่คนหนึ่ง) ไปจนถึงหลังสุดแล้วกัน OK”

“ยังไม่ต้องจัดการตอนนี้ก็ได้ เดี๋ยวร่วมพิธีเปิดก่อน แล้วพอไปถึงกองพันค่อยจัดการ”

อืม...งานเข้ากุอีกแล้ว
---------------------------------------------------------------------------
ในที่สุดรถก็พาพวกเรามาถึงบริเวณลานพิธีเปิด ซึ่งตอนปี 2 ก็เคยมายืนอยู่ที่นี่ 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือวันเริ่มฝึก ครั้งที่สองคือวันกลับบ้าน

ณ ที่นี้ มีพระบรมราชานุสาวรีย์ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งการกำลังสำรองไทย ตั้งตระหง่านอยู่หน้าบริเวณลานพิธี

พอมาถึง ครูฝึกก็สั่งให้พวกลูกหมู่ทั้งหลายเข้าแถว ส่วนพวกนักเรียนผู้บังคับบัญชานั้น ให้ยืนตรงหน้าแถว เพื่อที่จะได้ประกอบพิธีรับปลอกแขนต่อไป

ผมและนักเรียนผู้บังคับบัญชาอื่นๆจึงต้องวิ่งไปเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง อยู่ตรงหน้าแถว เนื่องจากพวกเรานักเรียนผู้บังคับบัญชาได้รับการอบรมมาดี ดังนั้นจึงไม่ต้องให้ครูฝึกคอยสั่งครับ มาถึงก็จัดแถว เรียงตามลำดับไหล่กันอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าแถว รวมทั้งหมด 14 คนด้วยกัน

ครูฝึกเดินมาดูพวกเราทั้ง 14 คน แล้วถามว่า

“ไหนใครหัวหน้าหมวด?”

พรึ่บ! คนอื่นๆยกมือขึ้นพร้อมกัน

“ไหนใครหัวหน้ากองร้อย?”

ผมจึงยกมือขึ้น ในใจคิดว่ามีกุคนเดียวแน่ๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะพอผมเหลือบไปมอง ก็เห็นยังมีหัวหน้ากองร้อยอีกคนหนึ่งยกมือขึ้นเช่นกัน คนนี้ตัวสูงกว่าผม ค่อนข้างท้วม หน้าตาท่าทางยิ้มๆ ดูเป็นมิตรดีเหมือนกัน และเนื่องจากว่ามีหัวหน้ากองร้อย 2 คน ดังนั้นไม่ผมก็มันนี่แหละ จะได้ตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองพัน ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสูงที่สุด โดยปกติเวลาเรียนที่ศูนย์ฝึกจะไม่มีตำแหน่งนี้ เวลาอยู่ที่ศูนย์ฝึก เป็นแค่หัวหน้ากองร้อยก็ใหญ่สุดละ

แต่สำหรับเขาชนไก่ หัวหน้ากองพันจะใหญ่ที่สุด มีหน้าที่ควบคุมคนทั้งหมดภายในกองพัน(ยกเว้นครูฝึก) จำนวนคนในบังคับบัญชาก็ประมาณ 500 คน

ครูฝึกเห็นดังนั้นจึงจับผม กับเจ้าหัวหน้ากองร้อยคนนั้นมายืนเทียบกันดู เพื่อดูว่าใครน่าจะเหมาะสมในการเป็นหัวหน้ากองพันมากกว่ากัน

และแล้วครูฝึกก็จับแขนเสื้อผม พลางพูดว่า

“เอาไ อ้นี่ละกัน มาดมันให้”

555+ กุใหญ่สุดแล้วโว้ย ว่าแต่มาดกุมันดูเหมือนหัวหน้ากองพันขนาดนั้นเลยเหรอวะ

นายหัวหน้ากองร้อยคนนั้นหันหน้ามากระซิบข้างหูผมว่า

“ยินดีด้วย งานเข้านายละ”

“ไม่เลยเพื่อนเอ๋ย หัวหน้ากองพันนี่ละสบายสุดละ”

ผมตอบไปตามความเข้าใจของตัวเอง เนื่องจากสมัยอยู่ปี 2 ตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมวด ผมมาเขาชนไก่ ก็เห็นหัวหน้ากองพันนี่แหละสบายสุดละ วันๆคอยเช็คยอดรวม เดินตามครูฝึก แทบจะไม่ต้องฝึก ไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ใดใดเลยด้วยซ้ำ

คือตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 3 ผมเคยเป็นมาแล้วทั้งหัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อย แล้วล่าสุดนี่ก็หัวหน้ากองพัน เลยคิดว่าหัวหน้ากองพัน หรือไม่ก็หัวหน้ากองร้อยนี่แหละสบายสุด หัวหน้าหมวดแม่ งเหนื่อย เพราะต้องเข้าถึงตัวลูกน้อง

แต่เหตุการณ์ต่อจากนี้...มันจะแสดงให้รู้ว่า...ผมคิดผิดครับ ::

Modified on: 01-02-2009, 20:23:01

21. Noht (0)

Mail to Noht


    01-02-2009, 20:34:52   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หลังจากจัดลำดับกันได้แล้วว่า ใครจะเป็นหัวหน้าหมวด ใครจะเป็นหัวหน้ากองร้อย และใครจะเป็นหัวหน้ากองพันได้เรียบร้อย ครูฝึกก็ให้เรายืนเข้าแถวตามตำแหน่ง โดยผมซึ่งเป็นหัวหน้ากองพันจะอยู่ทางขวามือสุด เพราะเวลาวิ่งไปรับปลอกแขน ผมจะได้ยืนอยู่หน้าสุด

พออะไรๆลงตัวหมดแล้ว ก็เหลือแค่รอเวลาที่ผู้ช่วยเสธ.ท่านหนึ่ง จะมาเป็นประธานในพิธีเปิด และประดับปลอกแขนให้นักเรียนผู้บังคับบัญชา เท่านี้ก็เสร็จสิ้นพิธีเปิด

หลังจากซักซ้อมกันอยู่สักพักว่า ต้องทำอะไรบ้าง ก็มีรถตู้สีครีมวิ่งเข้ามาจอดบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ครูฝึกที่ยืนอยู่แถวนั้นรีบวิ่งไปกระทำวันทยหัตถ์ ก่อนจะเปิดประตูรถตู้ให้ท่านประธานก้าวลงมาจากรถตู้

พอท่านประธานเดินขึ้นมาบนเวทีแล้ว ครูฝึกอีกคนหนึ่งก็ตะโกนสั่ง

“นักศึกษาวิชาทหาร...แสดงการเคารพ...(ผู้ช่วยเสนาธิการอะไรซักอย่างนี่แหละผมก็จำไม่ได้แล้ว)...ประธานในพิธี...”

“แถว!...ตรง!”

ทุกคนแถวตรง ครูฝึกตบเท้าวิ่งเข้าไปกล่าวรายงาน พอรายงานเสร็จก็หันหลังกลับ วิ่งกลับมาทีเดิม หันหลังอีกครั้ง วันทยหัตถ์ แล้วก็สั่งตามระเบียบพัก

ระหว่างนี้ผมยืนเฝ้ามอง และจดจำทุกกระบวนท่าของครูฝึกไว้ นึกในใจว่าซักวันหนึ่งกุต้องทำให้ได้อย่างครูเขา

พอได้เวลาประดับปลอกแขน หัวหน้าหมวดที่ครูฝึกนัดแนะเอาไว้ ก็สั่ง

“ขวา...หัน”

พรึ่บ!

“วิ่ง...หน้าวิ่ง”

ผมตบเท้าลงไปดังป้าบ สองมือกำหลวมไว้แถวหน้าอก ตามที่เห็นพวกทหารเขาวิ่งกัน แล้วก็วิ่งยกเท้าสูงนำหน้าคนอื่นๆไป พอถึงจุดหักฉากยังอุตส่าห์พยายามจะขัดหลังเตะฉากอีก กะโชว์ความบ้าสงครามเต็มที่เลย 555+

ผมวิ่งขึ้นเวทีไปหยุดอยู่ตรงหน้าท่านประธาน ส่วนคนอื่นๆก็หยุดอยู่ตรงหน้านายทหารคนอื่นๆ รวมถึงผู้กำกับที่มาช่วยประดับปลอกแขนให้

“ขวา...หัน”

ผมหันไปหาท่านประธาน ยกมือขึ้นกระทำวันทยหัตถ์ แล้วหันข้างให้ท่านประธานประดับปลอกแขนให้ ปรากฏว่าแขนขวาของผมนั้น ผมได้นำกระดุมไปติดไว้เม็ดหนึ่ง เพราะเวลาอยู่ที่ศูนย์ฝึกผมก็มีปลอกแขนใส่เหมือนกัน ดังนั้นพอท่านประธานเห็นกระดุมที่แขนขวา ท่านประธานจึงถามว่า

“ปีที่แล้วก็เคยเป็นเหรอ”

“เปล่าครับ...แต่เวลาอยู่ที่ศูนย์ฝึกผมเป็นหัวหน้ากองร้อยครับ”

ท่านประธานสวมปลอกแขนให้เป็นที่เรียบร้อย โดยยึดปลอกแขนนั้นไว้กับกระดุมที่ผมติดไว้ ก่อนจะจับมือแสดงความยินดีกับผม พลางกล่าวว่า

“เป็นหัวหน้ากองพัน ต้องเสียสละเพื่อลูกน้องด้วยนะ จำไว้”

“ขอบคุณครับ”

ผมตอบก่อนจะวันทยหัตถ์ซ้ำอีกครั้ง
---------------------------------------------------------------------------
หลังจากประดับปลอกแขนเสร็จ ประธานกล่าวให้โอวาทเรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเปิด พวกเราก็ขึ้นรถคันเดิมเพื่อเดินทางไปยังกองพันของเรา

ผมยังนั่งท้ายรถเหมือนเดิม คราวนี้มีปลอกแขนสีน้ำเงินเข้มติดอยู่ที่แขนขวาด้วย แต่ปลอกแขนหัวหน้ากองพันนี่มันสกปรกเลอะดินเลอะทรายไม่น่าดูเลย ตราสัญลักษณ์ศูนย์การกำลังสำรองที่ติดอยู่ก็ทำท่าจะหลุด ผมจึงตั้งใจว่าถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ จะเอาเข็มกับด้ายที่พกติดตัวมาด้วยเย็บมันให้เข้าที่

ตอนนี้ก็มีคนมาแซวๆผมครับ ว่าได้เป็นหัวหน้ากองพันแล้ว ใหญ่คับฟ้าเลยนะมึ ง ผมก็ยิ้มๆไม่ได้พูดว่าอะไร ในใจก็คิดว่าใหญ่แค่ไหน กุก็เป็นทาสครูฝึกอยู่ดีนั่นแหละวะ

ระหว่างที่นั่งรถอยู่ ครูฝึกก็หันมาสั่งอีก

“อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะ ถึงกองพันเมื่อไหร่ ไ อ้ข้างหน้า-ข้างหลังรถ ลุกออกไปเลย ไปช่วยกันขนกระเป๋า”

“ครับ!”

ในที่สุดพอรถมาถึงกองพัน ผมก็จัดการสั่งให้บรรดาลูกหมู่ ที่นั่งอยู่ท้ายรถ ลงไปช่วยกันขนกระเป๋า ส่วนด้านหน้ารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของไ อ้หัวหน้ากองร้อยโรงเรียนฝรั่ง(เดิมมันเป็นหัวหน้าหมวด แต่ได้เลื่อนยศขึ้นมาอีกขั้น) มันจัดการไป

ตัวผมเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ก็โดดลงไปช่วยเขาด้วย ดังนั้นจึงใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ กระเป๋าของทุกคนถูกลากมาวางไว้รวมกัน ตรงป้ายที่เขียนไว้ว่า รถคันที่ 7

หลังจากจัดการกับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมกับพรรคพวกก็ขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปสู่สถานียิงปืน เพื่อรอรับการฝึกซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

22. eastern (0)
Mail to eastern


    01-02-2009, 23:31:14   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ขอคำแนะนำเกี่ยวกับค่ายร.ด. ปี2หน่อยคับ อาทิตย์หน้าแล้ว
::

Modified on: 01-02-2009, 23:32:34

23. Noht (0)

Mail to Noht


    02-02-2009, 00:18:57   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
รด.ปี 2 ไปภาคสนาม 3 วัน 2 คืน

สิ่งที่เตรียมไปก็ไม่มีอะไรมากครับ ถ้าชอบความสกปรก โสมมแบบผมแล้วล่ะก็...ชุดฝึกตัวเดียวก็อยู่ได้ครับ

เสื้อยืดข้างใน กับกางเกงใน แล้วก็ถุงเท้าด้วย เอาไปซัก 3 หรือมากกว่านั้นก็ได้

แล้วก็...อุปกรณ์อาบน้ำ แปรงฟัน พวกของกระจุกกระจิกทั้งหลาย ไฟฉายเอาไปด้วยครับ จำเป็นเวลาอยู่ในเต๊นท์

อาหาร+บุหรี่ จะนำไปก็ได้ แต่อย่าให้ครูฝึกเห็นครับ

ตอนนี้อากาศคงอบอุ่นขึ้นแล้ว ดังนั้นใส่ชุดฝึกนอนก็ไม่หนาวแล้วครับ



สำหรับกิจกรรมที่จะกระทำในปี 2 มีดังนี้

วันแรก-เรียนเนื้อหาตามหนังสือบทเรียน ที่เราเรียนกันตอนอยู่ศูนย์ฝึกครับ วิธีการตั้งเต๊นท์ การพราง หลุมบุคคล อะไรพวกนี้

วันที่สอง-วันนี้เรียนเข้าตีครับ ของปี 2 จะไม่มีการตั้งรับ และจะเข้าตีในระดับหมู่ปืนเล็กเท่านั้น(ปี 3 ระดับหมวด) พอตกกลางคืนก็จะมีดูดาว กับบุคคลทำการรบในเวลากลางคืนอีก วันนี้จะเหนื่อยหน่อยครับ

วันที่3-เรียนเรื่องการให้สัญญาณมือ วันนี้จะได้เดินทางเข้าไปในไร่อ้อย ถือปืนคอยฟังคำสั่งต่างๆจากครูฝึกครับ เรียนอยู่ครึ่งวันก็นั่งรถกลับบ้านแล้ว ::

Modified on: 02-02-2009, 00:22:41

24. nownow (0)
Mail to nownow


    02-02-2009, 20:54:50   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เอ่อ พี่Noht ครับ คือผมอยากทราบว่าคำว่า นักเรียนผู้บังคับบัญชาหมายความว่ายังไงอะครับอ่านแล้ว งงๆ ?
25. Noht (0)

Mail to Noht


    03-02-2009, 01:27:18   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
นักเรียนผู้บังคับบัญชา ก็คือ นศท.ที่ได้รับการคัดเลือกจากครูฝึก ให้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของพวกนศท.ด้วยกันเองครับ

ลำดับชั้นของนักเรียนผู้บังคับบัญชาก็จะมีดังนี้ครับ(เรียงจากยศน้อยไปมาก)

1.หัวหน้าหมู่-ควบคุมลูกน้อง 10 คน สัญลักษณ์คือป้ายที่คอปกเสื้อสีเขียว

2.หัวหน้าหมวด-ควบคุมลูกน้องประมาณ 55 คน สัญลักษณ์คือป้ายที่คอปกเสื้อสีแดง หรือปลอกแขนสีแดง(ในกรณีที่อยู่ศูนย์ฝึกใหญ่ หรือเขาชนไก่)

3.หัวหน้ากองร้อย-ควบคุมลูกน้องประมาณ 200 คน สัญลักษณ์คือป้ายที่คอปกเสื้อสีฟ้า หรือปลอกแขนสีฟ้า(ในกรณีที่อยู่ศูนย์ฝึกใหญ่ หรือ เขาชนไก่)

4.หัวหน้ากองพัน-ควบคุมลูกน้องประมาณ 500 คน สัญลักษณ์คือปลอกแขนสีน้ำเงินเข้ม

สาเหตุที่คุณไม่รู้จักนักเรียนผู้บังคับบัญชา คงเป็นเพราะว่าพวกนี้มีจำนวนน้อยน่ะครับ เมื่อเทียบกับนศท.ธรรมดาทั่วไป อีกอย่างตำแหน่งของนักเรียนผู้บังคับบัญชา บางตำแหน่งเช่นหัวหน้าหมู่นั้น บางศูนย์ฝึกเขาก็ไม่ใช้กันครับ(เขาจะใช้วิธี เอาไ อ้คนหน้าสุดเวลายืนเข้าแถว เป็นคนรับผิดชอบแทน) ส่วนหัวหน้ากองพันนั้นมีที่เดียวครับ คือที่เขาชนไก่ นับว่าเป็นตำแหน่งที่หายากมากๆ แต่ก็ใหญ่สุดด้วย

หน้าที่ของนักเรียนผู้บังคับบัญชาก็คือ จัดแถวลูกน้องให้เป็นระเบียบ เช็คยอดลูกน้อง ดูแลสารทุกข์สุขดิบต่างๆ และคอยให้จังหวะเวลาลูกน้องเดินเป็นแถวครับ

และเวลาอยู่ที่เขาชนไก่ นักเรียนผู้บังคับบัญชาก็จะมีหน้าที่พิเศษอีกอย่าง คือต้องตักข้าว ตักอาหารให้ลูกน้องด้วย ::

Modified on: 03-02-2009, 02:28:16

26. Noht (0)

Mail to Noht


    03-02-2009, 02:22:12   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ขณะที่รถของพวกเรากำลังแล่นผ่านสนามยิงปืนนั้น ก็ได้สวนกับรถบรรทุกทหารคันหนึ่ง บรรทุกนศท.มาเต็มคันรถ คาดว่าน่าจะเป็นพวกปี4 หรือปี 5 แต่ละคนต่างอยู่ในสภาพมอมแมม เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน สวมหมวกเหล็กทหาร พรางหน้าดำ สะพายปืนด้วยท่าทางดุร้าย เล่นเอาพวกเราใจฝ่อไปตามๆกัน ว่าอะไรมันจะโหดปานนั้นวะ

ระหว่างนี้ ครูฝึกก็หันมาแล้วประกาศว่า

“วันนี้เราจะกินข้าวกลางวัน และฝึกกันที่สถานียิงปืน ที่เรากำลังจะไปถึงนี้ ฝึกกันจนเย็นแล้วเดี๋ยวจะให้เดินกลับกองพัน”

เอื้อก!

หลายคนได้ฟังก็แทบลมจับไปตั้งแต่ยังไม่ได้ฝึก เพราะระยะทางจากกองพันถึงสถานีนั้น ขนาดนั่งรถมายังรู้เลยว่าไกลขนาดไหน แล้วนี่จะให้เดินกลับน่ะครับ ก็คิดดูแล้วกัน
---------------------------------------------------------------------------
และแล้ว รถก็มาถึงสถานียิงปืน อันเป็นสถานีแรกที่เราจะฝึกกันในวันนี้ ครูฝึกรีบไล่ให้พวกเราลงจากรถกันหมดทุกคน ด้านล่างมีครูฝึกคนอื่นๆรอคอยอยู่แล้ว พอเห็นนศท.คนแรกเท้าแตะพื้นปุ้บ ก็ตะโกนสั่งทันที

“ตอนเรียง 30 หาข้าพเจ้า!”

เฮ้!

“เอ้าพวกมึ งรีบวิ่งสิ รีบจัดแถวสิ หัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อย หัวหน้ากองพัน รีบไล่จี้ลูกน้องเลย”

งานเข้าผมจนได้ ผมกับพวกหัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อยเลยต้องไปเที่ยวกวาดต้อน บรรดาลูกหมู่จอมมึนงงทั้งหลาย ให้เข้าแถวกันอย่างมีระเบียบ โชคดีที่หัวหน้าทุกคนล้วนแต่รู้หน้าที่ดี ต่างช่วยกันทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ตะโกนสั่งลูกหมู่กันคอแทบแตก ส่วนไ อ้พวกลูกหมู่ก็ตามปกติครับ ไม่ทราบว่าพวกมันเป็นอะไร จึงไม่สามารถที่จะเข้าแถวให้เป็นระเบียบได้ มันจะต้องมีเว้นช่องโน้นช่องนี้ให้ตามแก้ ตามไปลากตัวมันมาเติมช่องต่างๆให้เต็ม แถวไหนขาดก็ต้องเอาแถวที่เกินมาเสริมให้เต็ม หัวหน้าก็ทำไปเถอะ ไ อ้พวกลูกหมู่ก็ฮึดฮัดๆไม่ยอมทำตาม จนต้องดึงแขนเสื้อบ้าง ตะคอกสั่งบ้างนั่นแหละมันถึงจะยอมไป

หลังจากจัดแถวเสร็จ บรรดาหัวหน้าก็มายืนดูผลงาน เหลือแต่ผมคนเดียวที่ยังเดินดูอยู่ และสังเกตเห็นว่าแถวหลังยังไม่ได้แยกคู่ขาด เนื่องจากมีจำนวนลูกหมู่มาก ผมจึงต้องการคนมาช่วย

“เฮ้ย หัวหน้าหมวด มาช่วยหน่อยสิ”

อ้าวเฮ้ย! ทำไมมันยืนมองกุเฉยๆวะ เมื่อกี้เห็นยังดีๆอยู่เลย

จนกระทั่งครูฝึกต้องตะคอกมา

“ไ อ้พวกหัวหน้ามายืนจับกลุ่มกันทำไม แหกตาไปดูหลังแถวโน่น มันจัดแถวกันยังไง”

นั่นแหละถึงจะมีหัวหน้า 2-3 คนเดินมาช่วยผม

27. Noht (0)

Mail to Noht


    03-02-2009, 02:25:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หลังจากจัดแถวเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะทยอยกันไปกินอาหารกลางวันได้

“เฮ้ย! หัวหน้านักเรียน”

เสียงตะคอกลั่นจนสะดุ้ง ดังมาจากทิศทางหนึ่ง เมื่อพวกหัวหน้าหันไปมอง ก็เห็นจ่าร่างอ้วนคนหนึ่ง กำลังยืนบงการให้พวกพลทหารยกหม้อข้าวหม้อแกง ตลอดจนถาดอาหารต่างๆลงมาจากรถบรรทุกอยู่ เมื่อแกมองเห็นพวกเราเข้า เลยตะโกนมายังหัวหน้านักเรียนเป็นอันดับแรก

“ไปช่วยกัน ยกข้าวยกแกงก่อน”

ผมจะเรียกจ่าคนนี้ว่า ครูพลาฯนะครับ(พลาฯ ย่อมาจาก พลาธิการ) เนื่องจากแกเป็นคนรับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารการกินของพวกเรา และไม่ได้มีหน้าที่ฝึกเราแต่อย่างใด แต่ทำไมเสียงแกถึงได้ฟังบาดหูจังเลยวะ

เท่าที่ผมสังเกตมา พวกจ่าที่ตัวอ้วนๆนี่แหละ เสียงตะคอกฟังบาดหูมากกว่าพวกตัวผอมๆหลายเท่าเลยล่ะ เพราะมันทั้งแหลม ทั้งดัง จนรู้สึกเสียดเข้าไปในแก้วหูทุกครั้งที่ได้ยินแกตะโกน

ดังนั้นจึงไม่ต้องรอให้แกตะโกนสั่งเป็นครั้งที่สอง พวกหัวหน้านักเรียนก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยแกกันยกใหญ่ รีบเข้าไปช่วยพลทหารยกถาด ยกหม้อข้าวหม้อแกงมาตั้งไว้ เสร็จแล้วก็ยืนประจำหม้อข้าวหม้อแกงนั้นๆ เปิดฝาหม้อเอาทัพพีลงไปคนๆ เตรียมบริการตักให้ลูกน้อง

เนื่องจากหัวหน้านักเรียนมีถึง 14 คน แถมมีพลทหารช่วยอีก ดังนั้นผมซึ่งเป็นหัวหน้ากองพันจึงไม่ต้องไปช่วยเขาตักอาหาร ผมจึงหันไปควบคุมพวกลูกน้องที่ครูฝึกปล่อยเป็นแถวมารอรับอาหาร ให้เข้าแถวรอรับอย่างมีระเบียบแทน

พวกลูกหมู่ หรือลูกน้องนศท. เริ่มแรกนั้นจะต้องเข้าแถวไปหยิบถาดใส่อาหารก่อน จากนั้นก็เดินตรงไปเข้าแถวตรงหม้อข้าว จะมีหัวหน้านักเรียนคอยตักข้าวให้ หลังจากได้ข้าวแล้ว ก็ต้องต่อแถวเดินไปรับแกง หรือกับข้าวอะไรก็แล้วแต่ ตามลำดับต่อไป บางมื้อของเราก็อาจจะมีขนมหวานให้ แต่มื้อแรกนี้ ผมจำไม่ได้แล้วว่ามีอะไรให้กินบ้าง รู้แต่ว่าไม่มีขนมหวานละกัน

หลังจากที่ได้อาหารตามต้องการแล้ว เหล่านศท.ก็จะเลือกที่นั่งกินข้าวได้ตามสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นตามใต้ร่มเงาไม้ หรืออย่างไรก็แล้วแต่ โดยมีข้อแม้ว่าควรจะนั่งเป็นแถวเป็นแนว ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และที่สำคัญคือห้ามวางถาดอาหารลงไปกับพื้นดินเด็ดขาด

หลังจากกินเสร็จ นศท.ก็จะนำถาดอาหารไปล้าง โดยจะมีถังให้ล้างถาดอยู่หลายถังด้วยกัน ประกอบด้วย

1.ถังทิ้งเศษอาหาร สำหรับทิ้งเศษอาหารที่เรากินไม่หมด(ขอเตือนว่า ห้ามเคาะถาดกับถังนี้โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นแล้วท่านอาจจะถูกครูฝึกด่า หรือสั่งหมอบได้)

2.ถังน้ำหนึ่ง สำหรับล้างถาดเป็นขั้นตอนแรก เพื่อขจัดความมันเบื้องต้น และเอาเศษอาหารที่อาจจะหลงเหลืออยู่ออกให้หมด

3.ถังแฟ้บ จะใส่น้ำแฟ้บเอาไว้ มีแปรงสำหรับขัดทำความสะอาดถาด ใช้สำหรับล้างถาดเพื่อให้หายสกปรกโดยสิ้นเชิง

4.ถังล้างแฟ้บ ใช้ล้างน้ำแฟ้บออก

5.ถังล้างแฟ้บสอง ล้างแฟ้บออกอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

6.ถังน้ำเดือด จะสุมไฟไว้ใต้ถัง เพื่อให้น้ำนั้นเดือดปุดๆ สำหรับลวกถาด และช้อนของเรา เป็นการฆ่าเชื้อโรค

เรียกว่า ถ้าคุณทำตามขั้นตอนนี้ทุกอย่าง ถาดนั้นจะสะอาด พอที่จะนำไปใส่ข้าวกินต่อไปได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนมักง่าย อย่างที่พวกนศท. โรงเรียนคุณหนูบางคนมันทำ คือสักแต่เอาถาดจุ่มๆน้ำ โดยไม่ขัดถาดด้วยแปรงเสียก่อน ถาดนั้นก็อาจจะสกปรก มีคราบแกง คราบกะทิติดอยู่ แล้วพอเอาถาดไปคืนเขา เขาจะไม่มีการล้างให้ซ้ำสองนะครับ เขาจะเอาถาดนั่นแหละมาให้เราใช้กินในมื้อต่อไป

เรียกว่า ถ้าล้างสะอาด ก็ได้ใช้ถาดสะอาดในมื้อต่อไป แต่ถ้าล้างสกปรก ผลเสียมันจะมาตกกับคนที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพราะเราไม่รู้ว่า มื้อต่อไปใครจะเป็นคนโชคร้ายได้ถาดสกปรกใบนั้นไป
---------------------------------------------------------------------------
ในระหว่างที่พวกลูกหมู่ รวมทั้งครูฝึกกำลังกินข้าวอยู่นั้น พวกนักเรียนผู้บังคับบัญชายังไม่มีใครได้กิน เพราะต้องคอยตักบริการให้พวกลูกน้องกินกันให้เสร็จเสียก่อน

สำหรับตัวผมนั้น ขนาดลูกน้องกินกันเสร็จหมด นำถาดไปวางหมดแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย ต้องมาช่วยยกถาดไปใส่ไว้บนรถบรรทุกก่อน เมื่องานเสร็จแล้วจึงจะไปกินข้าวได้

พอจะกินข้าวก็พบว่า แม้กระทั่งถาดอาหารยังใช้จนเกลี้ยงน่ะครับ ผมต้องไปเลือกถาดของลูกน้องที่ใช้และล้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว(เลือกอันสะอาดๆหน่อย) มาใช้ต่อ ส่วนช้อนนั้นทุกคนต้องมีติดตัวมาจากบ้านอยู่แล้ว เพราะที่นี่เขาจะไม่มีช้อนให้

ผมตักข้าวเสร็จก็ไปดูแกง แล้วก็ต้องทำใจครับ เพราะตอนนี้เหลือแค่น้ำแกงเปล่าๆ กับผักไม่กี่ชิ้น ส่วนพวกเนื้อ พวกของดีๆทั้งหลายน่ะเหรอครับ...หัวหน้าหมวดมันตักแจกให้ลูกน้องไปหมดแล้ว

แต่ถึงจะเหลือแค่นี้ คนอย่างผมก็ไม่เคยหวั่นครับ มีแค่ไหนก็กินแค่นั้น ไม่เคยเรื่องมาก

หลังจากพวกนักเรียนผู้บังคับบัญชากินเสร็จ ล้างถาดแล้วเอาไปคืนเขาเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าหมวดซึ่งเป็นเพื่อนโรงเรียนผมก็เดินเข้ามาหา แล้วปรึกษาว่า

“Noht เดี๋ยวมื้อต่อไป เรียกพวกนักเรียนผู้บังคับบัญชามาประชุมกันเถอะ บอกให้มันเหลืออะไรไว้กินเองมั่ง แม่ ง...เนื้อเน้อไก่เกิ่ยอะไรมันตักแจกลูกน้องหมด พวกกุไม่ได้กินเลย”

28. L0rn` (0)

Mail to L0rn`


    03-02-2009, 13:05:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หลักสูตรพาราเซล ขี้เปียกฮะ อย่าเอามากร่างเลย

สถานีลงพื้น 2 ฟุต สถานีลงพื้น 4 ฟุต สถานีบังคับร่ม สถานีรอกวิ่ง ในทุกสถานีจะต้องทบสอบให้ผ่านทั้งหมดจึงจะได้ทำการกระโดด ถึงแม้การกระโดดร่มแบบพาราเซลจะไม่ได้โดดลงจากเครื่องบินหรือ จาก ฮ ก็ตามแต่ก็มีความอันตรายเหมือนกัน

อย่าเอามาพิมพ์โชว์ความกากเลยฮะ

มันเป็นการกระโดดร่มที่ธรรมดามาก งั้นโดดหอเค้าก็มาคุยกันแล้วดิครับ

29. `@rkaSa` (0)

Mail to `@rkaSa`


    03-02-2009, 16:09:20   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เรปบนมืงจะสื่อว่ามืงรู้เยอะซินะ

จขกท.ก้อบอกไปแล้วว่าพี่เค้าเรียนร.ด.มาก่อนเลยถาม

ข้อมูลมาจากพี่เค้า เจือกไปด่าเค้าอีกกรูละหมั่นไส้

ปล.ผมก้อผ่านร.ด.ปี3มาเมื่อปีที่แล้วเองงับ


::

Modified on: 03-02-2009, 16:10:19

30. `@rkaSa` (0)

Mail to `@rkaSa`


    03-02-2009, 16:11:51   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เดียวผมจัดหน้า 2 ให้พี่น้อง


31. `@rkaSa` (0)

Mail to `@rkaSa`


    03-02-2009, 16:12:44   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อีกซักจิ้กคับพี่น้อง


[1] [2] [3] [4] [5] [6] หน้าถัดไป >
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
จำหน่าย เป้เดินทาง กระเป๋ากล้อง เสื้อ Jacket ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: