---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 11:11 ของวันที่ 22/01/2018
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
การ์ตูน (หน้าที่ 1/32)
[1] [2] [3] ...[30] [31] [32] หน้าถัดไป >
[Fiction]มหาตำนานเฟร่อน...มหาสงครามสามพิภพ[Reg]
0. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    09-11-2011, 15:11:15   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

                                       © The SixKing ©
*********************************************************************
               ;=[[{(มหาตำนานเฟร่อน...มหาสงครามสามพิภพ)}]]=
                    =[[{(Faron...The War of The Words}]]=
*********************************************************************
                                 ® มหาสงครามสามพิภพ ®

พลันบังเกิดมหาศึกโลกพินาศ              เทพองค์อาจเดินทัพจากสวรรค์
หมู่ปีศาจพุ่งทะยานเข้าโรมรัน             ถล่มกันให้วินาศม้วยมลาย

กองทัพเทพแผลงอาวุธสุดแรงกล้า       คมศาสตราถล่มโลกแทบสิ้นหาย
หมู่ปีศาจอยู่ยืนหยัดแลกความตาย        พลัดทำลายพลัดแตกพ่ายดับชีวาย

หมู่กองทัพนับสิบแสนพลันปรากฏ         มวลมนุษย์ได้กำหนดซึ่งเป้าหมาย
เทพเทวาและมารร้ายต้องวางวาย         มนุษย์หมายเปิดสงครามสามโลกา

*********************************************************************
                                            ® จากคนเขียน®

      ขอสวัสดีนักอ่านทุกคนทั้งเก่าและใหม่นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ
ท่านๆซึ่งกำลังอ่านข้อความนี้ที่ให้ความสนใจนิยายเรื่องนี้ของผม

      สำหรับนิยายเรื่องนี้เป็นนิยายของเก่าที่ผมยังไม่อาจแต่งสำเร็จเนื่องด้วยไวรัส
เพิ่งกินต้นฉบับผมไป ผมจึงต้องแก้ข้อมูลเก่าซึ่งใช้เวลานานมาก ระหว่างนั้น
ผมได้มีผลงานในการแต่งนิยายได้แก่ กลาสมหาสงครามอมนุษย์ซึ่งมีทั้งหมด
สี่ภาค และค้างคาวดำหน่วยรบมฤตยูซึ่งมีด้วยกันสามภาค สรุปคือผมแต่งนิยาย
จบไปแล้วเจ็ดเรื่องด้วยกันครับ

      สำหรับนิยายเรื่องนี้หลังจากผมได้แก้ไขต้นฉบับโดยใช้เวลานานพอสมควร
ตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะแต่งนิยายเรื่องนี้ต่อโดยจะเริ่มใหม่เสมือนกับว่าเป็นนิยายเรื่อง
ใหม่ไม่ใช่เรื่องต่อเลย เพื่อให้นักอ่านท่านๆใหม่ๆได้มีโอกาสได้รับบทบาทที่สำคัญๆ

      สุดท้ายนี้ผมจะนำเสนอเรื่องราวตอนก่อนๆของนิยายนี้ในลักษณะ “บทนำเรื่อง”
จะพยายามสรุปให้คนอ่านหน้าใหม่รู้ความเป็นมาของเนื้อเรื่องในปัจจุบัน “ผมขอแนะนำ
ว่าอย่างน้อยก็น่าจะอ่านบทนำเรื่องตอนที่สามนะครับเพราะเนื้อเรื่องปัจจุบันมันต่อเนื่องมา
จากตรงนั้น” ส่วนถ้าใครอ่านหมดก็คงเข้าใจที่มาทั้งหมดครับและจะยิ่งอ่านนิยายเรื่องนี้ได้
สนุกและเข้าใจยิ่งขึ้นครับ

*********************************************************************

                                            ®โปรดระวังการเข้าใจผิด®

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะใกล้เคียงกับความเชื่อหรือคตินิยมของศาสนา ลัทธิ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในสากลโลก แต่ทุกเหตุการณ์ทุกตัวละครที่ปรากฏในนิยายเรื่องดังกล่าวนี้ล้วนมาจากจินตนาการของผมทั้งสิ้น นิยายดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาลบหลู่หรือดูหมิ่นสิ่งใดทั้งสิ้น ทั้งนี้หากเนื้อหาในบางส่วนที่อาจคล้ายหรืออาจพาให้เข้าใจผิดคิดซึ่งสามารถแปลความหมายในเชิงลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในสากลโลกได้ ผมก็กราบขอขมามา ณ ที่นี้ด้วย

     
*********************************************************************
                                            ® บทนำ ®

¥ ตอนที่1 กำเนิดเทพ มนุษย์ และปีศาจ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K58728&page=20#618
รายละเอียด: อธิบายจุดกำเนิดของนิยายนี้ครับ รวมถึงคุณสมบัติของเผ่าต่างๆ ถ้าอ่านแล้วจะ
เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้นครับ


¥ ตอนที่2 มหาสงครามเทพและปีศาจครั้งแรก
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K58728&page=20#619
รายละเอียด: ตอนนี้ไม่ค่อยสำคัญมากครับแต่ถ้าอ่านจะดีมากๆเลยครับ


¥ ตอนที่3 มหาสงครามเทพและปีศาจครั้งที่สอง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K58728&page=20#620
รายละเอียด: สำคัญกว่าตอนที่2นิดๆครับ คนอ่านอาจจะงงนิดๆครับถ้าไม่อ่าน


¥ ตอนที่4 มหาสงครามเทพและปีศาจครั้งที่สาม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K58728&page=20#621
รายละเอียด: เป็นเนื้อหาที่มีตัวละครปัจจุบันอยู่ด้วยครับ ควรอ่านนะครับจะได้เข้าใจ


¥ ตอนที่5 ความสงบสุขที่น้อยนิดก่อนบังเกิดมหาสงครามสามโลก
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K58728&page=20#622
รายละเอียด: ตอนนี้จะเยอะสักนิดแต่ผมอยากให้นักอ่านคนใหม่ๆทุกคนอยากน้อยก็ให้อ่านตอนนี้นะครับเพื่อความเข้าใจเหตุการณ์ปัจจุบัน

*********************************************************************



::

Modified on: 22-06-2013, 17:20:40

1. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    09-11-2011, 15:14:33   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
*********************************************************************
                                            ® ลงทะเบียน ®
---------------------------------------------------------------------------------------

ใบสมัคร

¥ ชื่อ: [ ]
¥ เพศ: [ ]
¥ เผ่า: (มนุษย์) (ปีศาจ) (เทวา)
¥ อายุ: [ ]
¥ นิสัย: [ ]
¥ ฉายา: [ ]
¥ พลังทำลายล้าง: [ ] (ไม่เกินสองอย่าง)
¥ ลักษณะ: [ ]
¥ พลังป้องกัน: [ ] (ได้เพียงอย่างเดียว)
¥ ลักษณะ: [ ]
¥ ลักษณะน่าตา: [ ]
¥ ภูมิหลัง: [ ]
¥ รูป:

หมายเหตุ : ชื่ออยากได้เป็นชื่ออังกฤษ (แต่เขียนเป็นภาษาไทย) เพื่อที่นิยายเรื่องนี้จะได้ไม่
ดูเป็นนานาชาติเกินไปครับ ส่วนพลังโจมตีกับทำลายล้างให้เป็นไปตามนี้ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------

*********************************************************************
                                            ® สารบัญ ®

¥บทที่1...ปีศาจประกาศสงคราม

page1: http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=1#20
page2: http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=2#33
page3: http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=2#62

¥บทที่2...พระยาอัคคีปรากฏตัว

page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=5#140
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=6#189
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84750&page=7#217
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84770&page=1#11
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84770&page=1#26
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84770&page=3#91
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84770&page=4#126

¥บทที่3...ภูตวารีและหกราชันย์

page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84819&page=1#3
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84819&page=1#28
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827#4
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=1#11
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=1#28
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=2#42
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=3#64
page8:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=3#76
page9:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=3#93
page10:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=4#116
page11:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=5#128
page12:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=5#146

¥บทที่4...เทพธิดาเซียร่าจู่โจมนครแบล็กไนท์

page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=5#157
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=6#167
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=6#185
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=7#197
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=7#209
page6: http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=7#220
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=8#230
page8:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=8#245
page9:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=9#256
page10:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=9#263
page11:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=9#278
page12:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=10#290
page13:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=10#299


¥บทที่5...สองกษัริย์เผชิญสาปเทวา
page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=10#305
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=11#320
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=11#335
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=11#346
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=12#371
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=12#379
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=13#394
page8:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=13#405
page9:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=14#431
page10:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=15#456


¥บทที่6...เทพธิดาแห่งปาซัน
page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=15#470
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=16#480
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=16#494
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=17#517
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=17#541
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=18#552
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=18#571


¥บทที่7 ศึกสาปเทวาครั้งที่สอง
page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=19#580
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=19#601
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=20#625
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=21#645
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=21#662
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=22#678
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=22#701
page8:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=23#725
page9:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=23#735
page10:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=24#744
page11: http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=25#780
page12:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=25#793
page13:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=25#801
page14:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=25#811


¥บทที่8...วิวาห์เทพธิดาปาซัน
page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=26#824
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=27#837
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=27#853


¥บทที่9...ชาโดว์บุกโลกปีศาจ
page1:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=28#864
page2:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=28#874
page3:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=28#894
page4:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=29#919
page5:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=30#930
page6:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=30#945
page7:http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=K84827&page=30#954

*********************************************************************

::

Modified on: 02-11-2014, 14:44:38

2. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    09-11-2011, 15:30:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
                                            ® อัพเดทเนื้อหา ®

sixking: เนื้อหาในส่วนนี้จะอัพเดทตลอดเวลาตามเนื้อเรื่องปัจจุบันนะครับ


*********************************************************************
                                            ® เนื้อเรื่องย่อจากตอนแรกจนถึงตอนปัจจุบัน®

sixking: ใครที่หายไปนานแล้วขี้เกียจกลับมาตามอ่าน ให้อ่านตรงนี้ให้เข้าใจคร่าวๆและไปตอนปัจจุบันได้เลยครับ

เทพ ปีศาจต่างสร้างอาณาจักรตัวเองแยกตัดขาดจากโลกมนุษย์และทำสงครามด้วยกันตลอดมา ในครั้งนี้ราชาเทพเฟรอสได้ถูกปีศาจนาม 'เบนเซฟ' สังหารและโยนความผิดไปให้ 'ชาโดว์' ทำให้ชาโดว์ที่เป็นผู้บริสุทธ์ต้องหนีการตามล่าจากเหล่าเทพที่เคียดแค้นไปอาศัยในเมืองมนุษย์ที่มีชื่อว่า 'นครปาซัน'
เทพซิริท หนึ่งในเทพสามราชาได้ขึ้นรับตำแหน่งราชาเทพและประกาศสงครามกับปีศาจรวมถึงมนุษย์ที่คิดจะแปรพัตร์ไปเข้าร่วมกับปีศาจด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือราชามนูษย์นาม 'สเตราส์' ผู้ครอง 'นครโบดอน' ที่ประกาศสงครามกับเทพอย่างชัดเจน และราชามนุษย์นาม 'ซิลวาดิอัส' ซึ่งครอง 'นครแบล็กไนท์' และต้องยอมเข้าร่วมกับ 'สเตราส์' หลังพ่ายแพ้การประลอง

มหาเทพีเซียร่าได้ทำการโจมตีนครแบล็กไนท์อย่างหนักหน่วยด้วยอสูรต้นไม้ที่นางเสกขึ้นมาแต่ก็ต้องพ่ายแพ้ เพราะราชาปีศาจ 'ดิเซลเรียส' ได้ยกทัพมาช่วยแบล็กไนท์เพื่อผูกมิตรกับมนุษย์โดยเซียร่าถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บปางตาย... เคราะห์ดีที่ 'ชาโดว์' ผู้ที่ถูกใส่ร้ายว่าสังหารราชาเทพเฟรอสยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตนางได้อย่างทันท่วงทีและพานางกลับไปรักษาตัวที่ 'นครโบดอน'... ซึ่งซาเร็นเกเรลได้ออกตามช่วยเทพีเซียร่าตามพระบัญชาขององค์ราชาเทพ ด้านชาโดว์ได้ตกลงที่จะเดินทางออกช่วยเหลือองค์หญิงไจน่าเพื่อเป็นข้ออ้างหลบหน้าเทพีเซียร่า

ทางด้านแบล็กไนท์หลังถูกช่วยเหลือจากปีศาจก็จำต้องเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับปีศาจและสเตราส์ และทำการตีค่ายหุบเขาเดียวดายของเทพแฟร์เรียสแต่ก็ล้มเหลวในครั้งที่หนึ่ง สเตราส์จึงนำทัพเข้าตีในครั้งที่สองซึ่งก็เกือบสำเร็จแต่แฟร์เรียสก็สามารถพลิกเกมกลับมาชนะได้อีกครั้งและในครังนี้ทำให้แบล็กไนท์สูญเสียแม่ทัพอาราโก้อีกทั้ง ทูลลิอัส คนครัวแห่งแบล็กไนท์ก็โดนคำสาปด้วย    

*********************************************************************

                                            ®อธิบายโครงเรื่อง®

sixking: ใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือตามไม่ทัน มาดูตรงนี้ได้เลยครับ


1. ราชา
-ฝ่ายเทพ: เทพซิริท หรือ สุริยะเทพ
-ฝ่ายมนุษย์: สเตราส์
-ฝ่ายปีศาจ: ดิเซลเรียส

2. เมือง
2.1 ฝ่ายเทพ
-นครสามราชา: เมืองหลวงของเทพ มีเทพซิริทเป็นผู้ครอง
-นครมายา: เมืองต้องสาปของเทพที่ชาวเมืองล้วนถูกสาปให้มีรูปลักษณ์เหมือน!ป่าเพราะไม่ช่วยเทพเจ้ารบกับปีศาจในครั้งอดีต

2.2 ฝ่ายมนุษย์
-นครโบดอน: เมืองหลวงของมนุษย์มีสเตราส์เป็นผู้ครอง
-นครแบล็กไนท์: เมืองใหญ่อันมีซิลวาดิอัสเป็นผู้ครอง
-นครปาซัน: เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างแบล็กไนท์และโบดอน มีชาโดว์ผู้ที่หลบหนีการตามล่าจากเทพเป้นผู้ครอง

2.3 ฝ่ายปีศาจ
-นครหุบเขาหมอกเลือด: เมืองหลวงของปีศาจ มีดิเซลเรียสเป็นผู้ครอง

3. ชื่อเรียกกลุ่มตัวละคร
3.1กลุ่มเทพสามราชา
-เทพซิริท หรือ เทพสุริยะ ปัจจุบันรับตำแหน่งราชาเทพ
-เทพซาเร็นเกเรท หรือ เทพนพเคราะห์
-เทพนาวาคิอุส หรือ เทพดาวบริวาร หรือ เทพจันทรา

3.2 สามปีศาจผู้แข็งแกร่งที่สุดในสามโลก
-เงาปีศาจ หรือ ชาโดว์ ปัจจุบันถูกไล่ล่าจากเทพเพราะถูกใส่ร้ายว่าสังหารราชาเทพ มีจิตพิฆาตระดับแปด
-พระยาอัคคี หรือ เบนเซฟ ปีศาจผู้สังหารราชาเทพเฟรอสตัวจริง มีจิตพิฆาตระดับเก้า
-จ้าวโลกีย์ ปัจจุบันยังไม่ปรากฏตัว คาดว่ามีจิตพิฆาตสูงสุดคือระดับสิบ

3.3 สองปีศาจแห่งขุนเขา
-คาร์ลอส
-เอครอส

3.4 เฟร่อน
ปัจจุบันยังไม่ปรากฏ

3.4 มหาเทพี
-เซียร่า เทพีแห่งพฤกษา
-อาเมเนีย เทพีแห่งสายน้ำ
ปัจจุบันทั้งสองรับตำแหน่ง 'เทพีพิทักษ์บัลลังก์' หรือ 'พระสนมคนสนิทของราชาเทพนั่นเอง


4.พลังสำคัญ
4.1 ฝ่ายเทพ
-อวสานดาวฤกษ์ พลังไม้ตายของเทพซิริท
-จันทรามรณะ พลังไม้ตายของนาวาคิอุส
-ดาบนพเคราะห์ พลังไม้ตายของนาวาคิอุส
-หลุมสวดส่งวิญญาณ พลังไม้ตายของราชาเทพเฟรอส
-วนาดรพิโรธ พลังไม้ตายของเทพีเซียร่า

4.2 ฝ่ายมนุษย์
-ภูตวารี พลังของสเตราส์ซึ่งสถิตอยู่ใน 'ขวานภูตวารี' อาวุธประจำกาย
-กระบวนท่าหกราชันย์ พลังของซิลวาดิอัสที่มีถึงเจ็ดกระบวนท่า (แต่สูงสุดมีมีคนทำได้เพียงแค่สี่ ส่วนซิลวาดิอัสปัจจุบันทำได้แค่สาม)

4.3 ฝ่ายปีศาจ
-จิตพิฆาต พลังที่น่ากลัวที่สุดในสามโลก โจมตีเหยี่อทางจิตใจ ไร้ทางป้องกัน ยากจะตั้งรับ มีอานุภาพที่น่าสยดสยอง ผู้ที่มีพลังนี้จะสามารถอ่านใจคนอื่นได้เสมือนอ่านหนังสือ
-กำแพงศิลาแลงสิบชั้น พลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในสามโลก ต้านได้ทุกพลังโจมตียกเว้นจิตพิฆาต (เคยพ่ายแพ้ต่อ 'หลุมสวดส่งวิญญาณของเฟรอส' มาแล้ว) ปัจจุบันเป็นของราชาปีศาจดิเซลเรีย
-เพลิงร้อยอสูร พลังของเบฟีเกอร์ แม่ทัพหญิงปีศาจ ที่สามารถเนรมิตลูกไฟให้กลายเป็นอสูรร่างเพลิงและโจมตีศัตรูได้ (สามารถสร้างได้สูงสุดถึงครั้งละร้อยตน)


5.สามโลก
-โลกเทพ: เป็นแผ่นดินลอยฟ้า มีเขาสี่ลูกในโลกมนุษย์เป็นฐานตั้งและเชื่อมต่อระหว่างโลกเทพและมนุษย์ มีเมฆหนาที่พวกเทพเนรมิตขึ้นมาปกคลุมบดบังตาจากมนุษย์เบื้องล่าง มีพื้นที่เล็กมากเมื่อเทียบกับโลกมนุษย์
-โลกมนุษย์: มีพื้นที่กว้างมาก มีน้ำเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ มีอาณาจักรมนุษย์น้อยใหญ่ตั้งอยู่ทั่ว
-โลกปีศาจ: เป็นดินแดนลับแลที่ถูกเนรมิตขึ้น เชื่อว่าอยู่ใต้พื้นโลกมนุษย์ มีทางเข้าเป็นถ้ำใหญ่แห่งหนึ่งในโลกมนุษย์ มีอาณาเขตใกล้เคียงกับโลกเทพ

6.เผ่าพันธุ์
-มนุษย์: อ่อนแอ วิวัฒนาการสูง การอัตราขยายเผ่าพันธุ์สูงมาก มีจำนวนเยอะที่สุด ความสามารถในการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งต่างๆสูงจนเทพและปีศาจยังต้องหวั่นใจ มีอายุไม่เกิน 120 ปี ทั่วไปจะอยู่ประมาณ 60 - 80 ปี
-เทพ: มีพลัง แข็งแกร่ง มีรูปลักษณ์งดงาม แต่อัตราการขยายเผ่าพันธุ์ต่ำมาก มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับมนุษย์ แม้จะเก่งด้านเวทย์มนต์แต่มีวิวัฒนาการต่ำมาก ความสามารถในการคิดค้นแทบไม่มีเลย มีอายุตั้งแต่ 500 ปีขึ้นไปแล้วแต่อำนาจของเทพแต่ละตน ทั่วไปจะอยู่ที่ 1000 ปี ราชาเทพจะประมาณ 4000 ปี มีแค่องค์เดียวที่มีชีวิตอมตะ นั่นคือ 'เทพวัฒนะ'
-ปีศาจ: เหมือนเทพเกือบทุกประการ แต่มีบุคคลิกที่ออกไปทางด้านความรุนแรง และปัจจบันเกือบร้อยละ 80 จะมีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์อันเป็นผลเนื่องมาจาก สงครามเทพและปีศาจครั้งที่หนึ่ง ซึ่งปีศาจพ่ายแพ้และถูกราชาเทพสาปให้มีหน้าตาอัปลักษณ์ ด้านอายุใกล้เคียงกับเทพแต่ปัจจุบันยังไม่พบปีศาจตนในมีอายุเป็นอมตะ (แต่ล่ำลือว่า 'จ้าวโลกีย์' หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสามโลกนั้นมีชีวิตเป็นอมตะและอยู่มาตั้งแต่มนุษย์ เทพ และปีศาจถือกำเนิด) ::

Modified on: 11-05-2014, 02:38:56

3. Bleach_kuchiki (0)

Mail to Bleach_kuchiki


    09-11-2011, 17:48:11   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
รับทราบครับ

มาดูกันว่าคราวนี้จะได้ซักกี่หน้ากระทู้(ฮา)

ปล.ตัวละครใหม่ผมคาดว่าจบตอนนี้คงเสร็จพอดี เพราะไม่มีเวลามาจัดการซักที

4. Amarita.Z (0)

Mail to Amarita.Z


    09-11-2011, 18:07:38   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อ่านตอนใหม่จบแล้วกรี๊ดลั่นบ้านค่า !! ราชาแบล็กไนท์เจ้าขา อายุถึงจะเยอะ แต่ว่าทำไมท่านช่างหล่อทั้งหัวใจและกายขนาดนี้ ! (เลือดกำเดาพุ่งลงไปนอนสลบกับพื้น) รับแอมเป็นชายาด้วยเถอะค่า !!!

ราชาปีศาจก็ร้ายกาจจริงเลย แบดบอยแบบนี้น่าจับเข้าฮาเร็ม lol (มีด้วยเรอะหล่อน...) แต่ตอนนี้ขอยกหัวใจให้ราชาแบล็กไนท์ไปเลยค่า ! มาดนิ่ง ใจเย็น เป็นผู้นำ อร๊ายยยยย ไม่ไหวแล้ววววว

/me โบกธงเชียร์ราชาแบล็กไนท์กับราชาปีศาจ >.<P ::

5. Dewza_ (0)

Mail to Dewza_


    09-11-2011, 21:01:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มันเป็นที่ประมูลอะเปล่า

><~!!

ฮึบๆ



6. venture_toYou (0)

Mail to venture_toYou


    09-11-2011, 22:22:25   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
น่าจะเป็นที่เม็มมากกว่าเพราะว่า คนอื่นเขาไม่เป็นกัน แต่ของซิกเล่นโดนที2ครั้งซ้อน น่าจะเป็นเพราะเม็มเบอร์ละมั้ง
7. ZephyrZ. (0)

Mail to ZephyrZ.


    09-11-2011, 22:49:57   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
พ่อออกจะเริดขนาดนั้น ทำไมคุณลูกน่าเหยียบแบบนี้ ผู้หญิงอะไร๊! เอาเถอะ ... เดี๋ยวก็ต้องเป็นลูกเลี้ยงแล้ว /me เข้าคิวคุณแอมรอเป็นชายา 5555555555555+
ฝีมือการแต่งฝีปากตัวละครยังไม่ตกเลยนะฮะ แต่เพราะยาวเกิน (เราดองไว้เยอะด้วย) เลยใช้เวลาหน่อย แล้ว ... มู้พังเลยอดแปะเลย วันนี้เห็นแปะนิดเดียวเลยไม่กล้าประเดิม XD รอตอนต่อไปฮะ !

8. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    10-11-2011, 23:46:41   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
sixking: ตอนนี้ผมแต่งตอนใหม่เสร็จแล้วคับเหลือแต่ตรวจสอบความถูกต้องเท่านั้น คาดว่าพรุ่งนี้คงมาลงได้...หวังว่าตอนลงกระทู้จะไม่เจ้งอีกนะ....
9. Amarita.Z (0)

Mail to Amarita.Z


    11-11-2011, 00:00:48   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
นั่งรอหลังเที่ยงคืน >.</ ถือว่าเป็นวันพรุ่งนี้แล้วนะคะ !!

โอยยยย หวัดแอมยังไม่หายเลย T____T จะแต่งนิยายตัวเองให้จบยังไม่มีแรง แต่มีแรงอ่านเฟร่อนเจ้าค่า !!

10. teesungza (0)

Mail to teesungza


    11-11-2011, 02:47:26   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ASDASDASDSADASD
11. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    12-11-2011, 01:31:56   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
sixking: กว่าจะเรียนเสร็จ ขอโทษที่ช้านะครับ

sixking: ทวนเสร็จแล้วครับ หากผิดพลาดอะไรก็เกิดจากที่ผมสะเพร่าแล้วล่ะ อิอิ

ป่าแห่งนี้ช่างมืดมิด...ชายในชุดคลุมสีเทาเดินย่ำผ่านพื้นที่รกไปด้วยหญ้าและเศษใบไม้ที่เปียกแฉะ...ความชื้นของผืนป่าทำให้เสื้อคลุมของเขาชุ่มชื้นราวกับเดินลุยน้ำมา...ดวงตาทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นกวาดมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง แม้เพียงเสียงลมพัดผ่านก็ทำให้ชายผู้นี้สะดุ้งและหันไปมองอย่างขวัญอ่อน
เขาเดินมาหยุดอยู่ริมลำธารแห่งหนึ่ง และในตอนนั้นเองเขาก็ถอดผ้าคลุมศีรษะออกเผยให้เห็นใบหน้ารูปงามของชายผู้ผ่านทุกข์ผ่านโศกแสนสาหัสมา...ชาโดว์ก้มตัวลงใกล้ริมธารน้ำ...มือทั้งสองข้างของเขาเอื้อมลงไปตักน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อประทังสังขารที่อ่อนล้าของเขา


“ช่างน่าเวทนานัก...” จู่ๆก็มีเสียงที่เบาบางของชายผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องหลังชาโดว์ “...เจ้าหมายจะอยู่แดนเทวาแต่ไฉนจึงต้องมาสิงสู่ ณ ดินแดนดงดิบแห่งนี้...”


ในตอนนั้นเองนิ้วของชาโดว์ก็งอกยาวออกมา...ผิวหนังที่นิ้วเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นสสารสีเงินที่แกร่งราวเพชรพร้อมเริ่มดัดตัวจนเรียวยาวและคมกริบ...กรงเล็บของเขากางออกอย่างดุดัน...เขาหันไปมองด้านหลังเพื่อยลโฉมหน้าของเจ้าของเสียงพร้อมตั้งท่าเตรียมต่อสู้...
ชายเบื้องหลังชาโดว์นั้นมีผิวสีแทนเกือบคล้ำ ใบหน้าวงรีใหญ่มีหนวดดูน่าเกรงกลัว ร่างกายไม่สูงใหญ่มากนักแต่ก็มีกล้ามให้พอเห็น...ดวงตาของเขาสีดำ...ร่างของเขาสูงเกือบเท่าๆชาโดว์และเขาสวมคลุมเก่าๆขาดๆหากดูรวมๆแล้วเขาคงเป็นชายธรรมดาๆที่มีอายุราวๆยี่สิบเจ็ดถึงสามสิบปี


“เจ้าเป็นใคร!” ชาโดว์ตวาดถามทันที “ไฉนจึงรู้จักข้า...และไฉนจึงรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่...”
“ข้าหามีความจำเป็นต้องแนะนำตัวแก่ท่านไม่...เพราะถึงท่านรู้ก็หามีประโยชน์อันใดต่อตัวท่านไม่” ชายปริศนาตรงหน้าตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง “ส่วนข้าก็ไม่จำเป็นต้องไถ่ถามตัวตนของท่าน...เพราะข้ารู้จักท่านดียิ่งกว่าท่านรู้จักตัวเองเสียอีก--”
“หากท่านรู้จักข้าเป็นอย่างดีก็คงรู้ว่าท่านคิดผิดหากจะมาสู้กับข้า” ชาโดว์สวนกลับ “หากท่านมาด้วยเจตนาที่มุ่งร้ายจงกลับไปซะ!”

แม้ชาโดว์จะเอ่ยคำยั่วยวนชายตรงหน้าสักเพียงใดใบหน้าของชายตรงหน้าเขาก็ยังคงราบเรียบไม่มีการแสดงอารมณ์ใดๆออกมาราวกับชาโดว์กำลังสนทนากับรูปปั้นพูดได้


“ข้าไม่ใช่ทั้งศัตรูหรือมิตรของท่าน” ชายผู้นั้นพูดต่อ “ข้ามาครานี้เพื่อเตือนสติท่าน”
“เตือนสติข้า” ชาโดว์ทวน “ท่านจะกล่าวเตือนข้าเรื่องอะไร”
“ความรัก...เงาปีศาจ...” ชายผู้นั้นตอบเบาๆ “ท่านเคยโหยหาความรักมาแทบทั้งชีวิตตอนนี้ท่านก็ประจักษ์แล้วว่ามันทำให้ท่านต้องเดือดร้อนเพียงใด...แล้วไยตอนนี้ท่านกลับยังดิ้นรนโหยหามัน--”
“ข้าจะไม่ยอมพ่ายแพ้โชคชะตา!” ชาโดว์ตวาดลั่น เขาระเบิดอารมณ์ทันทีเมื่อชายผู้นั้นเกิดพูดแทงใจเขา “ต่อให้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งข้าเพียงใดข้าก็จะไม่ยอมอยู่อย่างโดดเดี่ยว...ต่อให้ความรักจะวิ่งหนีข้าสักเพียงใดข้าก็จะวิ่งไล่ตามมัน...”


แม้ชาโดว์จะเริ่มต้นบทสนทนาที่ดุดันแต่ใบหน้าของชายปริศนาคนนั้นยังคงนิ่งเงียบไม่มีการแสดงถึงอารมณ์ใดๆออกมาเลย ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่ชาโดว์ไม่กระพริบ...ใบหน้าที่นิ่งเรียบเช่นนี้ช่างยั่วยวนให้ชาโดว์ปรารถนาที่จะรู้สิ่งที่อยู่ภายในใจของชายผู้นี้ยิ่งนักเขาจึงหลับตาลงและตั้งสมาธิ...พลังจิตของเขาลอยพุ่งเข้าหาชายตรงหน้าเพื่ออ่านจิตใจแต่แล้วทันใดนั้นเขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเกราะพลังบางอย่างขวางกั้นพลังอ่านจิตของเขาไว้


“ท่านเป็นใครกันแน่!” ชาโดว์ตวาดลั่นเมื่อรู้แน่ชัดว่าชายตรงหน้าเขาไม่ใช่คนธรรมดา “กายท่านมีพลังที่แข็งแกร่งปกป้องอยู่! ท่านคือเทพหรือปีศาจ!”
“เงาปีศาจเอ๋ย....” ชายผู้นั้นเริ่มรำพึงรำพันต่อโดยไม่สนใจคำถามที่ชาโดว์ยิงใส่เขา “จิตพิฆาตของท่านนั้นฤทธีแรงกล้าผู้ใดก็หาต่อกรได้ไม่...อุบัติขึ้นจากจิตใจที่แข็งแกร่งของท่าน...กายที่สง่างามของท่านก็เกิดจากพลังแห่งความเมตตาจากองค์ราชาเทพ...ชีวิตของท่านก็ถูกสร้างขึ้นมาจากความรัก...สิ่งที่ท่านโหยหาล้วนมีอยู่ในตัวท่าน...สิ่งดีนั้นล้วนอยู่ในตัวท่านไยต้องไปแสวงหาให้วุ่นวาย...สิ่งเหล่านี้นั้นเหมือนดั่งเพชรมณีที่มีค่าแม้นองค์เทวาก็ไม่อาจมาพรากมันไป--”
“ข้าต้องการล้างแค้น!” จู่ๆชาโดว์ก็ตวาดใส่ชายตรงหน้า ท่าทางของเขาดูเกรี้ยวกราดต่างจากชายปริศนานั้นที่ยังยืนสงบนิ่ง “ราชาปีศาจ...เบฟิเกอร์...พระยาอัคคี...และทุกๆตนที่ทำร้ายราชาเทพผู้ที่ข้ารัก...พวกมันจะต้องตายอย่างน่าสมเพช!...การล้างแค้นไม่ใช่สิ่งที่หาได้จากตัวข้า!ข้าจะต้องแสวงหามัน! ข้าจะไม่หยุดดิ้นรนจนกว่าพวกมันจะดับดิ้น! ข้าจะไม่หยุดเดินหน้า! แม้ขาทั้งสองข้างจะขาดข้าจะใช้มือคลานไป! แม้มือข้าจะขาดข้าก็จะใช้คางเกยพากายข้าไป...ข้าจะไม่ยอมหยุดจนกว่าพวกมันทุกตนจะพบกับความพิโรธแห่งข้า!”


เริ่มปรากฏรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าของชายผู้นั้น รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของความยินดี ชื่นชมหรือความสะใจแต่อย่างใดแต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความสมเพชที่บาดลึกที่สุด


“ท่านหาจำเป็นต้องดิ้นรนล้างแค้นไม่” ชายผู้นั้นยังคงพูดต่อ “ใครทำสิ่งใดไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นตามสนอง...ท่านจำเป็นไม่ต้องลงมือเอง...ราชาปีศาจ...หรือแม้กระทั่งผู้ทรงอำนาจอย่างพระยาอัคคีก็ย่อมได้รับผลนั้นคืนกลับ--”
“มันช้าไป!” เงาปีศาจคำราม “ข้าอยากเห็นพวกมันพินาศเร็วๆ ข้าอยากได้ยินเสียงร้องของพวกมัน ข้าอยากเห็นพวกมันดิ้นทรมานด้วยสองเนตรของข้า!...ข้าอยากเห็นพวกมันต้องเจ็บปวดมากกว่าที่ราชาเทพต้องเจ็บปวดเป็นร้อยเท่าพันเท่า!”
“ไฟโทสะย่อมแฝดเผาทุกสรรพสิ่งไม่ว่าสิ่งนั้นจะชั่วช้าหรือประเสริฐเพียงใด” เสียงที่ราบเรียบของชายผู้นั้นยังคงก้องกังวานต่อไป “ถึงแม้ท่านจะดีแสนดีเพียงไรหากถูกไฟโทสะครอบงำ...ไม่ช้าท่านก็จะต้องเดือดร้อนในการกระทำของท่านเอง--”
“ท่านไม่มาเป็นข้าท่านไม่รู้หรอก!” ชาโดว์ไม่สนใจคำพูดเตือนสติของชายตรงหน้าแม้เขาจะรู้ว่าชายผู้นั้นพูดถูกก็ตาม “ข้าจะล้างแค้นให้ราชาเทพ...ข้าจะล้างแค้นให้ผู้ที่ข้ารัก...อย่าว่าแต่ข้าจะต้องเดือดร้อนเลย...ต่อให้ข้าจะต้องมอดไหม้หรือดับดิ้นด้วยไฟแค้นหรือต่อให้ข้าจะต้องถูกแผดเผาร้อนลุ่มดั่งขุมนรกอเวจีข้าก็ยอม!...”


รอยยิ้มบนใบหน้าของชายผู้นั้นเริ่มๆฉีกกว้างออกเรื่อยๆและในที่สุดเสียงหัวเราะเบาๆก็หลุดออกมาจากปากเขา แต่สายตาที่เพ่งมองชาโดว์อย่างสมเพชยังไม่ละไปไหน...
::

Modified on: 12-11-2011, 18:05:30

12. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    12-11-2011, 02:23:27   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
“ไฟโทสะครั้งนี้ไม่ธรรมดา...ข้ารู้ข้าเห็นทุกสิ่ง...และข้าก็มั่นใจราวทราบถึงเหตุการณ์เบื้องหน้า...ท่านจงตั้งใจฟัง!...สิ่งนี้คือคำทำนายแห่งข้าที่ท่านควรรับรู้ไว้!” จู่ๆชายผู้นั้นก็เริ่มเอ่ยคำทำนายที่น่าสยดสยอง “ดวงดาวจะร่วงหล่นแทบหมดฟ้า...ท้องนภาจะพิโรธด้วยแสงสี...ทุกชีวิตจะต้องพบความอัปรีย์...จะต้องหนีซ่อนเร้นกายทั่วทุกคน...ดวงจันทร์จะแดงฉานดุจสีเลือด...การเชือดเฉือนจะเกิดขึ้นทุกแห่งหน...ทุกชีวิตจะต้องพบความอับจน..จะทุกข์ทนหมดหนทางถ้วนหน้าพลัน...ดวงตะวันจะมืดมิดไร้ซึ่งแสง...หอกทิ่มแทงสรรพศพนับร้อยพัน...สองผู้โง่ต่อโทสะจะสู้กัน...จะฟาดฟันจนมอดม้วยดับมลาย...”
“ท่านเป็นใคร!” ชาโดว์ตวาดลั่น “ตอบข้ามา! ข้าต้องการรู้!”
“ข้าขอเตือนท่านไว้อีกอย่าง...เป็นครั้งสุดท้าย...” ชายผู้นั้นยังคงพูดโดยไม่สนใจคำถามของชาโดว์ “...มหาสงครามสามโลก...มหาสงครามแห่งโทสะ...ทุกฝ่ายจะนำโทสะแห่งตนสาดใส่กัน...เทพจะชั่วช้าดุจปีศาจ...ปีศาจจะชั่วช้าดุจผีนรก...แม้มนุษย์ก็จะกระหายเลือดดุจอสูรกาย...ท่านจนอย่านำตัวของท่านไปข้องเกี่ยวกับสงครามนี้เลย...อย่าให้โทสะแห่งท่านเป็นส่วนหนึ่งแห่งมัน...”


สิ้นประโยคนี้ฉับพลันร่างของชายผู้นั้นก็หายวับไปกับสายตาชาโดว์ แม้ชาโดว์จะพยายามหันไปมองรอบๆเพื่อมองหาชายผู้นั้นแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า...ไม่มีวี่แววของชายผู้นั้น...ชาโดว์รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเพราะดูเหมือนชายผู้นั้นจะรู้จักตัวตนของเขาดีกว่าตัวเขาเองเสียอีกแถมยังเอ่ยคำทำนายที่ดูไร้สาระแต่กลับทำให้เขาหวาดหวั่นยิ่งแต่เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายผู้นั้นเลย...อันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำทำนายไร้สาระที่เขาได้ยินมันหมายถึงอะไร


“สองผู้โง่ต่อโทสะต้องสู้กัน...” ชาโดว์ทวนเบาๆและพยายามคิดถึงความหมายของมันในขณะที่นิ้วมีดของเขากลับค่อยๆหดตัวลงและคืนสภาพกลายเป็นนิ้วมนุษย์เหมือนเดิม “...ท่านต้องการสื่อสารอะไรกันแน่...”




ณ ยอดหอคอยที่สูงที่สุดของปราสาทนครแบล็กไนท์ ยอดหอคอยนี้ตั้งสูงเด่นสามารถเห็นยอดนี้ได้ทั่วทั้งนครแบล็กไนท์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ แต่หากมองจากเบื้องล่างจะพบว่าบนยอดหอคอยนั้นเงียบเหงาไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตและก็ไม่มีใครกล้าย่างเท้าขึ้นไปเนื่องจากมีคำสั่งห้ามเด็ดขาดจากราชาแบล็กไนท์...ซึ่งห้ามทุกคนขึ้นไปบนยอดปราสาทแห่งนี้...ทุกคนยกเว้นองค์ราชา...
ในเย็นวันนั้นราชาแบล็กไนท์ซิลวาดิอัสได้ละตนจากความวุ่นวายภายนอก พระองค์ทรงแบกถุงกระสอบขนาดใหญ่ถุงหนึ่งขึ้นหลังและเดินย่ำเท้าเข้าไปในห้องเล็กๆห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกสุดหากนับจากประตูทางเข้าปราสาท ห้องนั้นคือห้องต้องห้ามที่พระองค์สั่งห้ามทุกคนเข้าไปนั่นเอง พระองค์ทรงผลักประตูไม้เก่าๆที่ปลวกกินจนเปราะทั้งบานเข้าไปในตัวห้อง...บรรยากาศในห้องโดยรอบนั้นมืดมิดดูน่าเกรงกลัว...เงียบสนิทราวป่าช้า...สกปรกเต็มไปใยแมงมุมและฝุ่นผง...ในห้องนั้นไม่มีอะไรเลยนอกเสียจากบันไดวนซึ่งเป็นไม้เก่าๆที่วนตัวและพาขึ้นไปสู่ยอดหอคอยต้องห้าม
พระองค์ต้องทอดเท้าก้าวขึ้นบันไดวนนั้นนับร้อยขั้น แผ่นไม้ทุกขั้นล้วนเต็มไปด้วยฝุ่นผงและผุพังจนพระองค์ต้องระวังทุกย่างก้าวเพราะด้วยน้ำหนักของพระองค์บวกกับสิ่งที่บรรจุอยู่ในกระสอบที่พระองค์แบกมานั้นมันอาจทำให้บันไดที่พระองค์กำลังเหยียบนั้นพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

บันไดวนนั้นพาพระองค์ขึ้นไปยังยอดหอคอย...หลังจากเดินขึ้นบันไดมานานในที่สุดพระองค์ก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่บานหนึ่งซึ่งทำจากไม้เนื้อแข็ง มีฝุ่นเกาะอยู่บ้างแต่ก็ดูสะอาดเมื่อเทียบกับบรรยากาศโดยรอบที่ล้วนถูกปกคลุ่มด้วยฝุ่นและใยแมงมุมทำให้รู้ได้ว่าประตูนั้นได้ผ่านการทำความสะอาดอยู่บ้าง


“ท่านพี่‘อาราโก้’...” ซิลวาดิอัสเรียกชื่อของคนคนหนึ่งขึ้นมา “ข้านำอาหารมาให้ท่าน...”
“เข้ามาเถิด...องค์ราชา...”


ซิลวาดิอัสเปิดประตูนั้นเข้าไปและแล้วเขาก็พบกับห้องขนาดกลางห้องหนึ่งซึ่งผนังห้องถูกสร้างจากกระจกมัวๆรอบด้านเป็นกระจกที่ภายนอกไม่สามารถมองผ่านเข้ามาได้แต่ภายในสามารถมองออกไปภายนอกได้และเนื่องจากหอคอยนี้อยู่สูงจึงสามารถมองเห็นวิวได้ทั่วทั้งนครแบล็กไนท์...ห้องนั้นเป็นห้องโล่งๆมีเพียงโต๊ะไม้และเก้าอี้เก่าๆสองตัวที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องเท่านั้น...ในห้องนั้นมีชายวัยห้าสิบปีคนหนึ่งรูปร่างได้ๆกับซิลวาดิอัสกำลังยืนยิ่งจ้องมองเหล่าประชาชนชาวแบล็กไนท์ผ่านทางกระจกลงไปเบื้องล่าง


“ท่านพี่อาราโก้...” ซิลวาดิอัสโค้งตัวให้บุคคลเบื้องหน้าเขาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า “วันนี้ข้านำอาหารมาให้ท่านและข้าก็มีเรื่องอย่างให้ท่านพี่ช่วยชี้แนะข้า”
“ได้เลย” เสียงอ่อนๆของชายสูงวัยนามอาราโก้ตอบกลับมา “เจ้ายอมรับตำแหน่งราชาแบล็กไนท์แทนข้า...ยอมให้ข้าปลีกตัวไม่ช่วยเหลือการบ้านการเมืองเพื่อให้ข้าฝึกกระบวนท่า ‘หกราชันย์’ สำเร็จ...แถมยังมีน้ำใจนำอาหารขึ้นมาให้ข้าทุกสัปดาห์...ข้ายินดีช่วยเหลือเจ้าทุกเรื่องที่เจ้าต้องการ...”


ซิลวาดิอัสวางกระสอบซึ่งเต็มไปด้วยอาหารชั้นเลิศที่พระองค์แบกขึ้นมาลงเบาๆก่อนที่จะเดินไปยังกลางห้องและนั่งลงตรงเก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่เคียงคู่กับโต๊ะไม้ฝุ่นจับ...ทันทีที่พระองค์นั่งลงอาราโก้ก็เบือนหน้าจากวิวที่แสนงดงามของนครแบล็กไนท์และเดินตรงเข้ามาที่เก้าอี้ไม้อีกตัวกลางห้องก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงเบาๆ...อาราโก้แม้อายุยังไม่มากแต่หน้าตากลับแก่เกินวัย...เขามีผิวที่ขาวซีด ผิวหนังเ!่ยวย่นและผมของเขาเริ่มมีผมขาวแทรกขึ้นมาจนเกือบหมดแล้ว...นัยน์ตาสีฟ้าของเขาดูอ่อนโรย...ริมฝีปากของเขาดูจืดชืด...หากมองรวมๆแล้วเขาก็ดูเหมือนคนแก่ขี้โรคที่สุขภาพย่ำแย่หนำซ้ำชุดคุมที่เขาใส่ยังมีรอยปะและรอยขาดชนิดนับไม่ถ้วนจนอาจกล่าวได้ว่าขนาดคนครัวอย่างทูลลิอัสยังแต่งตัวดีกว่าเขา


“ท่านพี่ฝึกกระบวนท่า ‘หกราชันย์’ ได้ถึงขั้นไหนแล้วขอรับ”
“ยังย่ำอยู่ที่ ‘ราชันย์ที่ห้า’ เหมือนเดิม” อาราโก้ตอบแบบเจ็บใจตัวเอง “ข้าไม่อาจสำเร็จกระบวนท่านี้ได้ถึงขั้นสุดยอด...นับว่าน่าเสียดายแท้...อุตส่าห์ปลีกตัวมานั่งฝึกกระบวนท่านี้นับสิบๆปี...แถมยังต้องเป็นภาระให้กับเจ้า...สุดท้ายก็ไม่อาจฝึกได้สำเร็จ”
“ท่านพี่อย่างท้อใจสิขอรับ” ซิลวาดิอัสให้กำลังใจ “ไม่นานผู้มีความสามารถอย่างท่านพี่ก็คง--”


::

Modified on: 12-11-2011, 18:06:44

13. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    12-11-2011, 02:25:54   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ซิลวาดิอัสต้องหยุดชมเชยทันทีเมื่ออาราโก้ยกมือบอกให้เขาเลิกพูด...ในความจริงมันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากสำหรับอาราโก้เพราะซิลวาดิอัสเองก็ได้พูดให้กำลังใจเขาทุกครั้งที่พระองค์ขึ้นมาเยือนเขาจนเขาเหมือนจะชาชินกับคำพูดให้กำลังใจเสียแล้วและตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขากลับรู้สึกสมเพชตัวเองด้วยซ้ำที่ไม่เคยทำได้อย่างที่ซิลวาดิอัสชมเชยไว้สักครั้ง


“ว่าแต่เจ้าบอกว่ามีเรื่องให้ข้าช่วย...ไหนเจ้าลองว่ามาสิ” อาราโก้เปลี่ยนเรื่องคุยทันที “ข้ายินดีจะช่วยเจ้าทุกเรื่อง”


แต่แล้วในตอนนั้นเองสีหน้าของซิลวาดิอัสก็ดูกังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พระองค์ทรงถอนหายใจเฮือกใหญ่หายครั้งก่อนที่จะเริ่มเล่าความเป็นไป


“บัดนี้ ‘สเตราส์’ อดีตหัวหน้าโจรป่าผู้โหดร้ายหลังจากที่มันได้ครอบครอง ‘ขวานภูตวารี’ อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลกก็สามารถตั้งกองทัพของตัวเองได้...จนในที่สุดก็เอาชนะเมืองโบดอนและตั้งตนเป็นราชาแล้ว” อาราโก้ถึงกับสะดุ้งทั้งตัวเมื่อเขาได้ยินข่าวสารนี้ใบหน้าของเขาดูใจหายอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงแม้ใบหน้าของเขาจะซีดขาวลงเพราะความตกใจเพียงใดราชาแบล็กไนท์ก็ยังทรงเล่าต่อ “กำลังทหารโบดอนที่เหลืออยู่ทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์ต่อสเตราส์ เหล่าประชาชนตามหมู่บ้านและหัวเมืองเล็กๆล้วนกลัวอำนาจของสเตราส์และยอมเข้าเป็นพวก หากบวกกับกำลังของทหารรับจ้างที่สเตราส์จ้างเพิ่มขึ้นจากสมบัติที่ปล้นได้ข้าคิดว่าบัดนี้สเตราส์คงมีกำลังเหนือแบล็กไนท์ของเราราว ‘สามต่อหนึ่ง’ ”
“เป็นความจริงรึเนี่ย...” อาราโก้ทวนอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “...โบดอนพินาศแล้ว...แล้วราชาโบดอนสหายเก่าของพวกเราล่ะ”


ใบหน้าของราชาแบล็กไนท์ดูเศร้าหมองลงยิ่งกว่าเดิม กายของเพราะองค์สั่นทอนเมื่ออาราโก้ถามเรื่องนี้ แต่พระองค์ก็ทรงตอบคำถามนั้นในเกือบจะทันที


“พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว...ถูกสเตราส์สังหารด้วยมือของมันเอง...หนำซ้ำสเตราส์ยังตัดเศียรของราชาโบดอนต่อหน้าทหารเลวและทิ้งพระศพให้นอนอยู่กับพื้นดิน...ไม่มีการให้เกียรติแต่อย่างใด--”
“บังอาจ!” อาราโก้ใช้กำปั้นทุบเข้าไปที่โต๊ะตรงหน้าเขาอย่างแรงด้วยโทสะ ฉับพลันโต๊ะนั้นก็แตกออกเป็นสองซีกแสดงถึงพลังของเขา และแม้เขาจะระบายอารมณ์ใส่โต๊ะตรงหน้าเขาซะแหลกเขาก็ยังมีท่าทีกระหายที่จะระบายอารมณ์ของเขาใส่ทุกๆสิ่งที่อยู่รอบกายแต่เนื่องด้วยซิลวาดิอัสทรงอยู่ตรงนั้นด้วยเขาจึงยับย้ำอารมณ์ไว้ “...แล้ว...แล้ว...เจ้าสเตราส์หมายตาแบล็กไนท์ของเราไว้รึเปล่า...”
“มันหมายตานครเรายิ่งกว่านครอื่นที่มันยึดได้” ราชาแบล็กไนท์ตอบเกือบในทันที “ครั้งแรกพวกมันส่งทูตมาหมายจะให้ข้ารับไมตรีจากพวกมันแต่ข้าก็ปฏิเสธไป...ครั้งที่สองพวกมันก็ส่งทูตมาอีก...แต่มาเพื่อส่งหมายท้าประลองจากราชาสเตราส์...”
“แล้วเจ้ารับคำท้ามันมั้ย”
“หากข้าไม่รับ...กองทัพของสเตราส์คงยกมาทำลายแบล็กไนท์”


ดวงตาที่เป็นกังวลของซิลวาดิอัสเงยขึ้นจ้องมองอาราโก้ที่บัดนี้ก็ดูกังวลไม่แพ้กัน เกิดความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนที่อาราโก้จะลุกขึ้นยืนและเตะซากโต๊ะไม้ที่พังด้วยน้ำมือของเขาไปข้างๆห้องทำให้ตรงกลางห้องนั้นว่างโล่ง


“ซิลวาดิอัส...พลังและฝีมือของเจ้าไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“ก้าวหน้าไปเยอะแล้ว...” ซิลวาดิอัสตอบเบาๆ


รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอาราโก้ เขาเดินไปยังมุมห้องเพื่อหยิบดาบไม้ออกมาสองเล่มและโยนเล่มหนึ่งให้ซิลวาดิอัสรับเอาไว้


“ไหนข้าขอดูฝีมือเจ้าหน่อยสิ...” อาราโก้พูดอย่างสดใสพร้อมตั้งท่าพร้อมสู้
“ด้วยความยินดีขอรับ...ท่านพี่” ซิลวาดิอัสโก้ตอบขณะลากเก้าอี้ทั้งสองไปวางข้างๆห้องเพื่อทำให้ตรงกลางห้องนั้นโล่ที่สุด


แต่แล้วในตอนที่ซิลวาดิอัสกำลังหันหลังให้อาราโก้เพื่อจัดเก็บเก้าอี้เข้ามุมห้องให้เรียบร้อยอาราโก้ก็ฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าโจมตีซิลวาดิอัสทันที!...แต่ราชาแบล็กไนท์ซิลวาดิอัสกลับไหวตัวทันก่อนกลับหลังหันและยกดาบไม้ขึ้นรับดาบของอาราโก้ที่ฟาดใส่เศียรพระองค์ได้ทัน...เสียงไม้กระทบกันดังลั่นห้อง...ก่อนที่ราชาแบล็กไนท์จะทรงใช้พละกำลังที่เหนือกว่าดันอาราโก้ให้ถอยกลับไป


“ความรวดเร็วและพละกำลังของเจ้าดีขึ้นมาก” อาราโก้ชมและยิ้มให้ซิลวาดิอัส “น่าประทับใจมาก...”
“ชมเชยกันเกินไป...ท่านพี่...”


และในตอนนั้นเองท่วงท่าของอาราโก้ก็เปลี่ยนไป!...เขายกดาบขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับยกขาข้างซ้ายขึ้น...ตอนนี้เขายืนอยู่ในท่วงท่าที่พิสดาร...มือซ้ายจับดาบและกวัดแกว่งอย่างอ่อนไหวราวกับไม่มีกระดูกในขณะที่ยืนอยู่ด้วยเท้าข้างเดียวแสดงถึงการทรงตัวที่ดีเยี่ยมและสมาธิที่มั่นคง


“รับมือ!” อาราโก้ตระโกนเตือนราชาแบล็กไนท์ “ ‘เพลงดาบระบำสายลม!’ ”


อาราโก้พุ่งเข้าโจมตีซิลวาดิอัสด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า ดาบของพระองค์กวัดแกว่งอย่างรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น...แต่ดูเหมือนซิลวาดิอัสจะไม่มีท่าทีเกรงกลัวท่วงท่าที่น่ากลัวนี่เลย และเมื่อใกล้จะปะทะกัน...ดาบไม้ของซิลวาดิอัสก็เริ่มต้นเคลื่อนที่อย่างว่องไวเช่นกัน...
ดาบของราชาแบล็กไนท์เคลื่อนที่พลิ้วไหวและรวดเร็วราวสายลม...ข้อมือของพระองค์พลิกแพลงอย่างอ่อนไหวจนผิดธรรมชาติ...และบัดนั้นเองดาบของพระองค์เคลื่อนที่ไปรับดาบของอาราโก้ได้ทุกกระบวนท่า...ไม่ว่าอาราโก้จะโจมตีส่วนไหน จุดไหนด้วยความเร็วที่มากเพียงไร ราชาแบล็กไนท์ก็จะสามารถปัดป้องและรับรองได้ทั้งหมด...การกวัดแกว่งดาบที่แทบจะไร้ช่องโหว่ของราชาแบล็กไนท์ทำให้รอบกายพระองค์ไม่มีอาวุธใดๆจะสามารถหลุดเข้ามาต้องกายพระองค์ได้ราวกับพระองค์มีเกราะที่แข็งแกร่งล้อมอยู่รอบตัว
::

Modified on: 12-11-2011, 18:24:12

14. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    12-11-2011, 02:28:50   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
“วิชา ‘บุปผาอารักษ์’ ของเจ้าก้าวหน้าจนถึงขั้นสุดยอดแล้ว” อาราโก้ชมเชย “แต่ทว่าวิชานี้ก็ยังด้อยเมื่อเทียบกับพลังป้องกันแห่ง ‘ขวานภูตวารี’ ของสเตราส์”
“หากพลังป้องกันของข้าเป็นรอง...ข้าก็คงต้องเป็นฝ่ายรุกหากคิดที่จะเอาชนะสเตราส์” และแล้วในตอนนั้นเองท่วงท่าของราชาแบล็กไนท์ก็เปลี่ยนไป...พระองค์ทรงจับดาบให้มั่นด้วยสองมือของพระองค์ก่อนและชี้ปลายดาบลงดิน “ ‘กุหลาบทิวากาล’ ”


ราชาเทพแบล็กไนท์พุ่งตรงเข้าใส่อาราโก้...พระองค์ทรงพุ่งดาบเข้าใส่ใบหน้าของอาราโก้ซึ่งมีจุดหมายคือดวงตาทั้งสองของเขา...อาราโก้ยกดาบขึ้นมาปัดป้องแต่ดาบของเขากลับกระเด็นหลุดมือออกไปทันทีที่ปะทะกับดาบของราชาแบล็กไนท์...ทำให้ดาบไม้ของซิลวาดิอัสพุ่งตรงเข้าใบหน้าของอาราโก้ได้แบบไร้สิ่งขวางกั้น...แต่แล้วทันใดนั้นเอง ร่างของอาราโก้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ‘กลับหายวับไปเฉยๆ’ ราวว่าเขาหายตัวได้...และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือบัดนี้ร่างของอาราโก้กลับปรากฏอยู่เบื้องหลังซิลวาดิอัส...เขาใช้ฝ่ามือแตะที่บ่าของซิลวาดิอัสเพื่อเป็นการประกาศชัย


“ ‘ราชันย์ที่หนึ่ง...เคลื่อนไหวดุจสายฟ้า’ ” อาราโก้รำพึงเบาๆ “การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจนแม้แต่สายตาก็ไม่อาจจับจ้องได้ทัน...นี่คือหนึ่งในกระบวนท่าหกราชันย์...เจ้าคงคุ้นเคย”
“ขอรับ...” ซิลวาดิอัสตอบ “ก็ท่านพี่เป็นคนสอนข้ามาเอง”
“เอาล่ะ” อาราโก้ทิ้งดาบไม้ของเขาลงพื้น “ประลองกันแค่นี้ข้าก็รู้แล้วล่ะว่าเจ้าเก่งกาจขึ้นขนาดไหน”


แต่แม้จะได้รับคำยืนยันถึงความเก่งกาจของตนแต่ซิลวาดิอัสกลับยังมีสีหน้าที่เป็นกังวล


“ท่านพี่...ท่านพอจะเดาผลการประลองของข้าและสเตราส์ออกมั้ยขอรับ”
“อืม...” อาราโก้มีท่าทีลังเล “แม้วิชาของเจ้าจะเข้าขั้นสุดยอดหมดแล้ว...แต่หากคู่ต่อสู้คือ ‘ผู้ครอบครองขวานภูตวารี’ ฝีมือเจ้าก็ย่อมไม่เหนือกว่าเขามากนัก...หากพลาดพลั้งเจ้าอาจพ่ายแพ้ได้โดยง่าย”
“ข้าได้ยินมาว่าสเตราส์เดินนำทัพเข้าบุกนครโบดอนด้วยตัวเอง...” ซิลวาดิอัสเริ่มเล่าข้อมูลที่พระองค์ได้ยินมาให้อาราโก้ฟัง “ขนาดทหารโบดอนนับร้อยรุมยิงธนูใส่เขาก็ยังไม่มีศรสักดอกต้องกายเขา...”
“เช่นนั้นแสดงว่าสเตราส์อย่างน้อยก็คงสำเร็จ ‘พลังภูตวารีขั้นที่สาม’ แล้ว” เสียงซิลวาดิอัสเริ่มเป็นกังวลทันที “พลังที่เจ้ามีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ‘กุหลาบทิวากาล’ ‘กลีบบุปผาเคลื่อนคล้อย’ หรือแม้กระทั่ง ‘บุปผาอารักษ์’ อย่างมากก็คงรับ ‘พลังภูตวารี’ ได้เพียงขั้นที่สอง...หากมากกว่านั้นเจ้าคงจะลำบาก...”


ราชาแบล็กไนท์ได้ฟังดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่...แม้พระองค์จะทำใจไว้ในระดับหนึ่งแล้วว่าพระองค์ต้องเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแต่ในตอนนี้แม้อาราโก้ผู้ที่พระองค์เคารพยังมีท่าทีเกรงกลัวต่อพลังของสเตราส์ก็ยิ่งทำให้พระองค์รู้สึกกังวลพระทัย


“ว่าแต่...” จู่ๆอาราโก้ก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่พอมีความหวัง “ข้าจำได้ว่าเมื่อนานมาแล้วข้าได้มอบตำรา ‘กระบวนท่าหกราชันย์’ ให้เจ้าไป...เจ้ามีโอกาสได้ฝึกบ้างรึเปล่า”
“ข้าสำเร็จได้เพียงขั้น ‘ราชันย์ที่สาม’ เท่านั้นขอรับ” ราชาแบล็กไนท์สารภาพความจริง “สูงกว่านั้นข้าหาทำได้ไม่เพราะข้าเองก็ต้องดูแลการบ้านการเมือง--”
“งั้นเจ้าก็มีความหวังแล้วล่ะ” ใบหน้าของอาราโก้ดูโล่งอกขึ้นมาทันที “ยี่สิบปีก่อนข้าสำเร็จกระบวนท่านี้ได้เพียงราชันย์ที่สามเทียบเท่าเจ้าตอนนี้และข้าก็ได้มีโอกาสประลองกับแม่ทัพคนหนึ่งซึ่งตอนนั้นมันก็ครอบครองขวานภูตวารีและสำเร็จพลังภูตวารีได้ถึงขั้นที่สี่...ผลคือข้าเอาชนะมันได้...”


แม้ทีแรกราชาแบล็กไนท์จะคิดว่าเรื่องที่อาราโก้เล่าจะเป็นเพียงแค่คำปลอบใจแต่เมื่อพระองค์จ้องมองเข้าไปยังดวงตาของอาราโก้ก็รู้ว่าเขาพูดจริง


“เช่นนั้นการประลองครั้งนี้ข้าคงชนะได้” ซิลวาดิอัสพูดลอยๆ
“หากสเตราส์ยังไม่สำเร็จภูตวารีขั้นที่ห้ารับรองว่าเจ้าเอาชนะมันได้แน่” อาราโก้พูดเสียงใส “อยู่ที่เจ้าเองนั่นแหละ...จงมีความมั่นใจเข้าไว้...และที่สำคัญอย่าประมาทมันเด็ดขาด...”
“ว่าแต่ท่านพี่ขอรับ...” ซิลวาดิอัสถามขึ้นด้วยเสียงที่เป็นกังวลอีกครั้ง “...มีโอกาสแค่ไหนที่สเตราส์จะสำเร็จภูตวารีขั้นที่ห้า...”
“...คนที่ข้าสู้ด้วยเมื่อยี่สิบปีก่อนสำเร็จภูตวารีขั้นที่สี่ตั้งแต่อายุ ‘ยี่สิบห้า’...” อาราโก้พูดอย่างสบายใจ “ตอนที่มันสู้กับข้ามันอายุ ‘เจ็ดสิบสามปี’ แต่ก็ยังย่ำอยู่แค่ขั้นที่สี่...เจ้าสบายใจเถิด...พลังภูตวารีน่ะใช่ว่าใครจะควบคุมกันได้ง่ายๆ...เดิมทีขวานภูตวารีเป็นอาวุธของเทพ...ข้าได้ยินมาว่าแม้แต่เทพยังหาผู้ควบคุมมันได้ยากมากเลย...ฉะนั้นยิ่งเป็นมนุษย์แล้วแค่สำเร็จขั้นที่สามได้ก็นับว่าน่าทึ่งแล้วล่ะ...”


สายตาของราชาแบล็กไนท์ดูมีความหวังมากขึ้นหลังได้ฟังความจากอาราโก้


“ว่าแต่...” อาราโก้เตือนซิลวาดิอัสขึ้นอีกครั้ง “แม้ฝีมือเจ้าจะปราบมันได้...เจ้าก็ไม่ควรประมาท...หากสเตราส์เป็นคนชั่วช้าอย่างที่เจ้าเล่ามาการที่นัดเจ้าไปท้าประลองครั้งนี้อาจจะเป็นแผนการ ‘ล่อเสือออกจากถ้ำ’ ก็ได้...เจ้าคนชั่วนั่นอาจไม่มีสัตย์และคิดใช้กองทัพสังหารเจ้าในระหว่างทางที่เจ้าเดินทางไปประลองก็เป็นได้...”
“ข้าจะให้กองทัพของข้าบางส่วนตามข้าไปด้วย” ซิลวาดิอัสอธิบาย “และที่สำคัญสองแม่ทัพหญิงซ้ายขวาของข้าก็จะตามข้าไปด้วยในศึกครั้งนี้”
“สองแม่ทัพหญิงซ้ายขวา” อาราโก้ทวน “เจ้าคงหมายถึง ‘วาเรีย’ และ ‘คิลเลีย’ สินะ”
“ขอรับ”
“ว่าแต่ฝีมือของสองคนนั้นถึงไหนแล้วล่ะ”
“ระดับเป็นคู่ซ้อมของข้าได้เลยขอรับ...” ราชาแบล็กไนท์ตอบอย่างมั่นใจ “ยิ่งถ้าของคนนั้นร่วมกันสู้เผลอๆอาจเป็นคู่ประลองของข้าได้เลยด้วยซ้ำ...เสียแต่ว่าพวกนางทั้งสองไม่ค่อยจะลงลอยกันสักเท่าไหร่...”
“เอาเถอะ...ได้ยินอย่างนี้ข้าก็สบายใจ” อาราโก้พูดเบาๆ “...ซิลวาดิอัสเอ๋ย...เจ้าคือเสาหลักต้นเดียวแห่งแบล็กไนท์นี้...ข้าเองแม้จะเก่งกาจแต่ร่างกายก็ปวดร้าวผ่านศึกมามากคงต้านเจ้าสเตราส์ไม่ไหวหนำซ้ำตัวเองยังเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย...ในศึกครั้งนี้เจ้าจงสู้อย่างเต็มที่...หากเจ้าแพ้ข้าเองก็เดาไม่ออกว่าชะตากรรมแบล็กไนท์เราจะเป็นอย่างไร...เจ้าต้องชนะเขาให้ได้...และเสร็จการประลองครั้งนี้...เจ้าจงมาหาข้าที่หอคอยนี้ทุกวัน...ข้าจะถ่ายทอดกระบวนท่าหกชันย์ขั้นที่สี่และห้าให้เจ้า...เมื่อเจ้าสำเร็จราชันย์ที่ห้าแม้แต่เทพเจ้าก็ยังต้องเกรงเจ้า...”
“ขอรับ...ท่านพี่...”



sixking: ผิดพลาดยังไงขออภัยนะครับบบบบบบบบบบบบบบบบ
::

Modified on: 12-11-2011, 18:29:03

15. venture_toYou (0)

Mail to venture_toYou


    12-11-2011, 11:33:01   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ยาเร่~ เข้ามาซึมซับตอนใหม่หลังจากการพักผ่อนอันยาวนาน(จนกระเป๋าตังแฟ่บ)
16. 0sukit0 (0)

Mail to 0sukit0


    12-11-2011, 18:20:52   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
di g g ggggg g g g g g g gg
17. Bleach_kuchiki (0)

Mail to Bleach_kuchiki


    12-11-2011, 18:22:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หกราชันย์!! พวกแกเป็นอะไรกับสเตรินเนี่ย
18. fatporing98 (0)

Mail to fatporing98


    14-11-2011, 01:25:31   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ผู้ที่โผล่มาในตอนแรกเป็นใครกันนะ
19. ZephyrZ. (0)

Mail to ZephyrZ.


    15-11-2011, 20:34:34   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ขออภัยในความล่าช้าของการอ่านฮะ ; w ;"""
โอ้ย .... อ่านแล้วรู้สึกความหวังมันมามากไป แต่จะหักไปทางไหนละเนี่ย!
ชอบคำทำนายมากเลยฮะ = w =b

20. MintZiiJunG (0)

Mail to MintZiiJunG


    17-11-2011, 10:35:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หายไปนาน มาแลวจ้า หนีไปพัทยา
21. Amarita.Z (0)

Mail to Amarita.Z


    19-11-2011, 06:00:49   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อ่านจบแล้ว แต่เพิ่งได้เข้ามาเม้นท์เจ้าค่า TT^TT เป็นไข้หวัดใหญ่ไปหลายวันเลย

ทำไมแอมรู้สึกกลัวว่าราชาแบล็กไนท์จะพ่ายแพ้น้อ...รู้สึกว่าอีกฝ่ายนี่สำเร็จวิชาไปโขเลยแหงม แต่เอาเถอะค่ะ ! ยังไงแอมก็โบกธงเชียร์ราชาแบล็กไนท์กับราชาปีศาจเต็มที่ !!

คุณเซเจ้าขา ! ราชาแบล็กไนท์ของแอมคนเดียวค่ะ ! แอมจะเป็นชายาไปจนกว่าโลกจะสิ้นสลาย ! (/me โดนราชาแบล็กไนท์ถีบส่ง)



แปลกใจนิดนึงตรงที่ว่า...ตัวแม่ทัพแบล็กไนท์ทั้งสองตัวของแอม ตัวนึงเป็นหญิง ตัวนึงเป็นชายนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ !! แบบไหนก็ได้ทั้งน้านนนน >___<

22. venture_toYou (0)

Mail to venture_toYou


    19-11-2011, 11:37:14   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
คาดว่าคนที่ราชาปีศาจส่งไปคงจะทำทุกวิถีทางทำให้ทั้งสองฆ่ากันเองเป็นแน่แท้ คาดว่ายังไงกรณีรวมกองทัพคงเป็นไป บได้ดอก
23. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    19-11-2011, 22:10:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถึงนักอ่านทุกท่าน เนื่องจากอาทิตย์นี้เป็นรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงของดนิยายในอาทิตย์นี้ไว้ก่อน แล้วอาทิตย์หน้าจะมาลงให้เร็วที่สุดครับ

ส่วนตัวละครของคุณ Amarita.Z ผมจะแก้ให้ครับ ผมอ่านผิดพลาดเองนึกว่าเป้น หญิง ทั้งคู่

24. 0sukit0 (0)

Mail to 0sukit0


    19-11-2011, 22:29:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
dig g gggggggggggggggggggg
25. manigoldo (0)

Mail to manigoldo


    22-11-2011, 20:45:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ไม่เข้ามานานเลย ขุดๆๆๆ
26. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    25-11-2011, 21:25:57   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตอนใหม่เสร็จไปห้าหน้าแล้วครับ ต้องขอโทษนักอ่านด้วยเนื่องจากช่วงนี้สุขภาพผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยแต่งได้ไม่เต็มที่
27. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    26-11-2011, 16:29:59   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตอนใหม่เสร็จแล้วครับ เหลือตรวจสอบ

ช่วงนี้ผมไม่ได้ดูข่าวเลย หวังว่ากรุงเทพน้ำคงลดเกือบหมดแล้วนะ

28. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    26-11-2011, 23:35:31   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
Sixking: ตอนท้ายๆอาจมีผิดบ้างนะครับ เนื่องด้วยผมตรวจสอบไม่ค่อยไหว อิอิ อ่านหนังสือเรียนจนตาลายไปหมด



แม้ความกังวลที่เคยรุมเร้าราชาแบล็กไนท์ในช่วงที่ผ่านมาจะคลายลงไปได้บ้างหลังจากพระองค์ได้รับความมั่นใจจาก ‘อาราโก้’ แต่ความกังวลใจก็ยังไม่หายไปจากใจพระองค์จนหมดสิ้นเพราะแม้พระองค์จะมีฝีมือเก่งกาจเพียงใดหรือแม้แต่ต่อให้พระองค์รู้ว่าคู่ต่อสู้ของพระองค์จะกระจอกเพียงใดพระองค์ก็ไม่อาจทำใจให้เริงร่าได้ในเมื่อการประลองครั้งนี้มีนครแบล็กไนท์และประชาชนที่พระองค์รักเป็นเดิมพัน

ในค่ำคืนที่แสนจะเงียบสงัด ในปราสาทแบล็กไนท์นั้นเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงของผู้ใด...ราชาแบล็กไนท์ซิลวาดิอัสซึ่งตอนนี้อยู่ในห้องบรรทม พระองค์นั่งอยู่บนเตียงไม้ส่วนพระองค์ที่ถูกสร้างขึ้นแบบเรียบง่ายทรงนั่งฟังเสียงลมหายใจตนเองที่ดังจนได้ยินชัดเมื่อบรรยากาศรอบข้างล้วนวังเวง ในห้องนั้นมีเพียงแสงเทียนไม่กี่เล่มฉายส่องสว่างให้เห็นสภาพภายในห้องซึ่งไม่ต่างจากห้องนอนของเหล่าสามัญชนเลย มีเพียงเครื่องใช้ง่ายๆและที่จำเป็นเท่านั้นซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าราชาแบล็กไนท์ทรงประหยัดและไม่ถือฐานะของตนเพียงใด




“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขับไล่ความเงียบของห้องบรรทมไปหมดสิ้น เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้น “ฝ่าบาทขอรับ...นี่ข้า ‘คิลเลียอุส’ เองขอรับ”
“ ‘คิลเลีย’ เจ้านั่นเอง...” ราชาแบล็กไนท์ตอบรับเสียงนั้นอย่างสนิทสนม “เจ้ามีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยรึ...เจ้าเข้ามาก่อนสิ...”



ประตูไม้เก่าๆถูกเหวี่ยงเปิดออกอย่างช้าๆ และแล้วชายวัยราวๆยี่สิบสี่ปีก็เดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ มันช่างเป็นภาพที่น่าหัวเราะเสียนี่กระไรเมื่อชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กล้ามเป็นมัดๆกลับแสดงท่าทางสำรวมแบบสุดๆราวกับจะคลานเข้ามาหาราชาแบล็กไนท์ เขาคำนับราชาแบล็กไนท์อย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ แสงเทียนในห้องนั้นส่องให้เห็นเรือนผมสีน้ำตาลเข้มให้พอเห็นแยกจากความมืดรอบข้างได้ รวมทั้งผิวของเขาที่ขาวนวลงดงามซึ่งดูตัดกับแผลเป็นมากมายบนร่างกายเขา



“ไม่ต้องพิธีรีตองมาก” ซิลวาดิอัสเริ่มมีน้ำเสียงที่เบื่อหน่ายเมื่อคิลเลียใช้เวลานานมากในการที่จะเดินตรงเข้ามาหาพระองค์และคำนับอย่างนอบน้อม “เจ้ามีเรื่องอะไรบอกข้ามาเถิด...”
“ข้าอยากให้ฝ่าบาททรงพักผ่อนเยอะๆพรุ่งนี้ฝ่าบาทก็ต้องเดินทางไปประลองแล้ว...” คิลเลียพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวลใจอย่างมาก “...ข้าเดินผ่านมาตรงหน้าห้องบรรทมและเห็นแสงเทียนลอดผ่านช่องประตูเลยรู้ว่าฝ่าบาทยังไม่บรรทม...ข้าเลยเกรงว่าฝ่าบาทจะมีเรื่องอันใดไม่สบายพระทัยจึงหมายจะเข้ามาถวายการรับใช้ขอรับ...”



น้ำเสียงของชายร่างยักษ์ตรงหน้านั้นบ่งบอกถึงจิตใจที่ภักดีของเขาอย่างชัดเจน...เขาดูกังวลแทนซิลวาดิอัสเป็นอย่างมากซึ่งก็เป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อราชาแบล็กไนท์สุดหัวใจ...เขาผู้นี้คือ ‘: คิลเลียอุส อคาฟินตัส’ แม่ทัพสุดแข็งแกร่งแห่งแบล็กไนท์ และเขายังเป็นองค์รักษ์ฝ่ายขวาของราชาแบล็กไนท์ซิลวาดิอัสด้วย...เขาเป็นผู้ที่สนิทสนมกับราชาแบล็กไนท์ดุจพี่น้องร่วมสาบาน ร่างของเขาเป็นเสมือนโล่ขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้...เพราะเขาจะเคลื่อนร่างเขาไปขวางอาวุธทุกชนิดที่พุ่งเข้าใกล้ซิลวาดิอัสในทุกครั้ง
ราชาแบล็กไนท์ทรงรัก ‘คิลเลียอุส’ เสมือนน้องชายคนหนึ่ง พระองค์จะเรียกเขาว่า ‘คิลเลีย’ อย่างสนิทสนม และแม้พระองค์จะทรงยกสถานคิลเลียอุสให้สูงส่งสักเพียงใดแต่ดูเหมือนคิลเลียอุสจะพอใจกับการที่ได้รับใช้พระองค์เฉกเช่นทาสผู้ซื่อสัตย์มากกว่า



“ข้าก็นอนดึกเช่นนี้เป็นประจำ” ราชาแบล็กไนท์พูดขึ้นลอยๆ พระองค์พยายามปกปิดน้ำเสียงที่เป็นกังวลของพระองค์ให้ได้มากที่สุด “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก...กลับไปนอนพักผ่อนให้สบายเถิด...”
“ข่าวลือกันให้ทั่วเมืองเรื่องพลังที่แก่กล้าของ ‘ราชาสเตราส์’” คิลเลียอุสพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวลมากกว่าเดิม “ขนาดทหารแบล็กไนท์เราเองยังแอบคุยลับหลังเลยว่าครั้งนี้ฝ่าบาทอาจจะต้องลำบากยิ่งกว่าครั้งใด...แต่ข้าก็ไล่เตะพวกมันไปให้สาสมกับวาจาอัปมงคลของมัน...”



ซิลวาดิอัสได้ยินดังนั้นก็ทรงหัวเราะเบาๆ พระองค์ยื่นพระหัตไปตบบ่าของคิลเลียอุสอย่างสนิทสนม



“ช่างพวกมันเถอะ...ต่อให้เจ้าชักดาบไล่ฟันพวกนั้นก็ไม่อาจปกป้องข้าจากคำพูดนินทาได้...คนเดินดินถูกนินทานั้นเป็นเรื่องปกติ...หากไม่ถูกนินทานั่นสิผิดปกติ”
“ฝ่าบาทขอรับ...” คิลเลียอุสดูเหมือนจะลังเลที่จะพูดสิ่งที่เขากำลังต้องการจะพูด...แต่เขาก็ได้พูดออกมาในที่สุด “ราชาสเตราส์...ฝีมือมัน...ร้ายกาจมากมั้ยขอรับ”
“เจ้าถามข้าทำไมรึ” ซิลวาดิอัสถามกลับ...ใบหน้าของพระองค์ยังมีรอยยิ้มที่อบอุ่นแม้เรื่องที่สนทนาตรงนั้นจะเคร่งเครียดเพียงใด “...รึว่าเจ้า...ไม่เชื่อมั่นในราชาของเจ้า--”
“ไม่ใช่นะขอรับ!”



ซิลวาดิอัสอดขำไม่ได้กับท่าทีร้อนรนของคิลเลียอุส โดยเฉพาะใบหน้าเขาตื่นตัวขาวซีดราวโดนผีหลอก เขารีบส่ายศีรษะเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ซิลวาดิอัสยิงใส่เขาเกือบในทันที



“ข้าเชื่อมั่นเสมอว่าฝ่าบาทต้องเอาชนะอธรรมได้” คิลเลียอุสรีบสารภาพความในใจออกมาอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขากลัวที่จะถูกราชาเกลียดมากกว่ากลัวตายเสียอีก “ข้าแค่...ข้าแค่...”

29. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    26-11-2011, 23:36:09   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
“เจ้าเป็นห่วงข้า...ข้ารู้” ราชาแบล็กไนท์พูดอย่างอ่อนโยน “...ใช่...เจ้าพูดถูก...สเตราส์มีพลังที่น่ากลัวมาก...แต่หากเรากังวลหรือกลัวเกรงมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็เท่ากับว่าเราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้เลย...”
“แล้วพระองค์...” น้ำเสียงที่ร้อนตัวของคิลเลียเปลี่ยนกับมาเป็นน้ำเสียงที่เคร่งเครียดอย่างรวดเร็ว “...แล้วพระองค์ทรงกังวลเรื่องนี้หรือไม่ขอรับ”
“ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอกนะ...น้องข้า...” ซิลวาดิอัสกล่าว “ข้าค่อนข้างกังวลกับศึกครั้งนี้...แต่ทว่าข้าเองก็คิดได้หลายอย่าง...มันทำให้ข้ารู้สึกกังวลน้อยลงไปมาก...”
“อะไรรึขอรับ...ฝ่าบาท...”
“แม้ศึกครั้งนี้ข้าจะแพ้สเตราศ์ศึกครั้งต่อไปข้าก็อาจจะชนะมันได้...ข้าคงไม่แพ้มันไปตลอดชีวิตหรอก...” ซิลวาดิอัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติผู้นำ “ในทางกลับกัน แม้ข้าจะชนะมันในศึกครั้งนี้...ครั้งหน้าคนโอหังอย่างมันก็ต้องกลับมาทวงคืนจนได้...ชัยชนะข้าเองก็ใช่ว่าจะยืนยาวไปตลอดชาติเช่นกัน...ฉะนั้นเราไม่ควรจะกังวลเรื่องแพ้ชนะจนเกิดเหตุไป....แต่ที่สำคัญที่สุด....และสำคัญมากๆ...คือ--”
“คือเราต้องไม่ย่อท้อใช่มั้ยขอรับ!” คิลเลียอุสพูดขึ้นอย่างภูมิใจที่สุด “ฝ่าบาทช่างเป็นราชาที่ยิ่งใหญ่ จิตใจของฝ่าบาทช่าง--”
“ไม่ใช่...” ซิลวาดิอัสส่ายหน้าเบาๆ



และแล้วในตอนนั้นเองสายตาของราชาแบล็กไนท์ก็หันไปจดจ้องอยู่ที่ประตูห้องบรรทมของพระองค์



“สิ่งที่สำคัญที่สุด...สำคัญมากๆ...คือ...ไอคนที่แอบฟังข้าพูดอยู่ด้านนอกน่ะ...ข้าอนุญาตให้เข้ามาในห้องนี้ได้...”



เกิดความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั้นอยู่พักใหญ่ ‘คิเลียอุส’ ทำหน้างงกับคำพูดขององค์ราชาแต่แล้วเขาก็เข้าใจในทันทีเมื่อประตูห้องบรรทมค่อยๆเปิดออกมา...ชายคนหนึ่งในชุดคนครัวยืนทำหน้าสำนึกผิดอยู่ด้านนอกห้อง... ‘ทูลลิอัส’ นั่นเอง...เขาได้แอบย่องเข้ามาฟังบทสนทนาขององค์ราชากับคิเลียตั้งแต่เริ่มแรกแต่ดูเหมือนซิลวาดิอัสจะทรงได้ยินแม้แต่เสียงเดินย่องของเขา



“เจ้าคนครัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” คิลเลียอุสบันดาลโทสะขึ้นมาทันที “เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบมาฟังบทสนทนาขององค์ราชา!...หา!”
“คะ...คือ...ข้า”
“ข้าจะหักกระดูกทุกชิ้นในตัวเจ้า!”



คิลเลียตรงดิ่งเข้าไปหาทูลลิอัสด้วยท่าทีที่โมโหนัก...ทูลลิอัสผู้น่าสงสาร...ตอนนี้เขายืนทำหน้าเหมือนคนเห็นผี...แม้เขาจะกลัวเพียงใดแต่เขาก็ไม่วิ่งหนี ซึ่งองค์ราชาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสาเหตุที่เขาไม่วิ่งเป็นเพราะเขากล้าหาญที่จะรับความผิดหรือเพราะเขากลัวจนก้าวขาไม่ออกกันแน่ อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ได้เอ่ยคำห้ามคิลเลียอุสไว้ก่อนที่คิลเลียอุสจะทันได้ถลกหนังทูลลิอัส



“คิลเลีย...เจ้าออกไปก่อน” ซิลวาดิอัสทรงออกคำสั่ง “ดูเหมือน ‘ทูลลิอัส’ จะมีเรื่องที่อยากคุยกับเรา”
“แต่--”
“เอาเถอะ...เจ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก...คนครัวอย่าง ‘ทูลลิอัส’ ทำอันตรายอันใดข้าไม่ได้หรอก”



แม้คิลเลียอุสจะดูไม่เต็มใจอย่างแรงแต่เขาก็น้อมรับคำสั่งของซิลวาดิอัส เขาคำนับซิลวาดิอัสหนึ่งทีก่อนที่จะหันหลังและเดินออกจากห้องบรรทมของพระองค์ไป...ก่อนเดินออกไปเขาแอบส่งสายตาดุดันใส่ทูลลิอัสด้วย...



“เจ้าแอบฟังข้า...ด้วยเหตุใดรึ...”
“ขะ...ข้า...ไม่ได้ตั้งใจนะขอรับ” ทูลลิอัสรีบแก้ตัว “ข้ารู้มาว่าพรุ่งนี้พระองค์ต้องเดินทางไปประลองแล้ว...ข้าก็แค่ตั้งใจเดินมาดูที่หน้าห้องบรรทมแต่ข้าเกิดได้ยินเสียงพูดที่ดูเคร่งเครียด...ข้าก็แค่...”
“เจ้าไม่ได้จงใจมาแอบฟังข้าเพียงเพื่ออยากรู้วาจาที่ออกจากปากข้าแน่” ซิลวาดิอัสพูดอย่างรู้ทัน “...พักหลังมานี้ข้าก็เห็นเจ้าชอบจ้องมองข้าเหมือนมีความในใจจะเอ่ย...แต่ดูเหมือนเจ้าจะไม่กล้า...ในตอนนี้ห้องนี้มีเราอยู่เพียงสองคน...เจ้าอยากพูดอะไรจงเร่งว่ามา...”



ทูลลิอัสยังคงมีท่าทีลังเลอยู่อีกนาน ดูเหมือนการที่ได้มายืนอยู่ต่อหน้าองค์ราชาจะทำให้ความกล้าทั้งหมดในร่างกายเขาบินหายไปในพริบตา...แต่แล้วในที่สุดเขาก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่เหลืออยู่และตัดสินใจทำให้สิ่งที่เขาต้องการทำมานานแล้ว...เขาคุกเข่าลงกลับพื้นพร้อมกับวิงวอนซิลวาดิอัส



“แบล็กไนท์กำลังตกอยู่ในอันตราย...” ทูลลิอัสพูดด้วยเสียงที่แน่แน่ว “ข้าใคร่อยากจะช่วยรบในศึกครั้งนี้...ฉะนั้น...ได้โปรดเถิดพระองค์...ให้ข้าฝึกวิชาการทหารเถิดนะขอรับ!”
“ไม่ได้หรอก...” ซิลวาดิอัสปฏิเสธทันที “แม้ว่าข้าจะแน่ใจว่าเจ้าเป็นคนดีสักเพียงใด...แต่บิดาของเจ้าเคยทรยศต่อแบล็กไนท์ผลกรรมทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เจ้า...”




30. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    26-11-2011, 23:37:24   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แม้องค์ราชาจะทรงปฏิเสธทันทีที่ได้ยินคำขอร้องของทูลลิอัสแต่เขาก็ยังพยายามขอสิ่งที่เขาปรารถนาต่อไปโดยเขาพยายามทำทุกวิถีทางให้องค์ราชาเกิดความสงสารเขา...



“ข้าบริสุทธ์ใจต่อแบล็กไนท์นะขอรับ!...ได้โปรดให้ข้าได้ฝึกวิชาการต่อสู้เพื่อใช้มันร่วมป้องกันนครแห่งนี้เถิดนะขอรับ...ข้าสัญญาว่าข้าจะยอมถวายชีวิตเพื่อปกป้องมัน!”
“มันเป็นกฎของแบล็กไนท์...” ซิลวาดิอัสยังคงปฏิเสธต่อไป “ห้ามมิให้สอนวิชาการต่อสู้ใดๆของแบล็กไนท์ให้กับผู้ที่เคยคิดทรยศต่อบ้านเมืองหรือแม้แต่กระทั่งผู้สืบสายเลือดก็ตาม...นั่นก็เพราะเพื่อป้องกันไม่ให้คนๆนั้นนำวิชาความรู้นั้นกลับมาทำลายแบล็กไนท์”
“กฎมันก็คือกฎขอรับ” ทูลลิอัสไม่ละความพยายาม “เปลี่ยนแปลงฝ่าฝืนมันเสียหน่อยก็ได้นี่ขอรับ...กฏนี้ตั้งมาก็นานโขคงไม่เหมาะกับเหตุการณ์ในปัจจุบันหรอกขอรับ...ยิ่งตอนนี้บ้านเมืองกำลังต้องการกำลังพล...ข้าว่ากฎข้อนี้--”



แต่แล้วทูลลิอัสก็ต้องตกใจเมื่อเขาสังเกตเห็นความไม่พอใจที่แสดงออกมาจากสีหน้าของซิลวาดิอัสและสิ่งนี้ทำให้เขาต้องหยุดพูดในทันที



“กฎนี้บรรพบุรุษของข้าและชาวแบล็กไนท์ต่างกำหนดขึ้นมา...เป็นการบังอาจมากหากเจ้าจะเสนอให้ข้าฝ่าฝืนมัน” น้ำเสียงของซิลวาดิอัสบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพระองค์ไม่พอใจทูลลิอัสเอามากๆ “นิสัยเจ้าเหมือนพ่อเจ้าไม่มีผิด...นอกจากเจ้าจะเสนอให้ข้าแหกกฎแล้วเจ้ายังกล้าดูหมิ่นกฎเหล่านี้อีกรึ...ที่แบล็กไนท์รอดมาได้เพราะทหารทุกคนต่างยึดมั่นในกฏแห่งแบล็กไนท์นี้...เจ้ามีความคิดที่จะแหกกฎก็เหมือนเจ้ามีความคิดที่จะทรยศต่อแบล็กไนท์ไปแล้วกว่าครึ่ง!”
“...บิดาเจ้าก็เช่นเดียวกับเจ้า...” ซิลวาดิอัสพูดต่อ “...เขาแหกกฎหลายข้อแต่องค์ราชาแบล็กไนท์ในตอนนั้นก็ยังให้อภัยเขาทุกครั้ง...จนสุดท้ายเขาก็กลับเป็นไส้ศึกให้ศัตรูเสมือนงูเห่าลอบกัดเรา...พอเขาถูกประหารองค์ราชาแบล็กไนท์ทรงมีเมตตาให้ละเว้นชีวิตเจ้ารวมถึงมารดาของเจ้าด้วย...หากวันนั้นองค์ราชาไม่เมตตาเจ้าเจ้าคงตายไปแล้ว...แทนที่เจ้าจะสำนึกบุญคุณ...เจ้ากลับมาเสนอหน้าขอสิ่งที่เจ้าต้องการต่างๆนานา...ทำไมล่ะทูลลิอัส...รึว่าแค่ที่เราชาวแบล็กไนท์ยอมละเว้นชีวิตเจ้ามันยังไม่เพียงพอสำหรับเจ้า”



ใบหน้าของทูลลิอัสซีดขาวลงด้วยความกลัวและความสำนึกผิดปนกัน...เขาก้มลงคำนับราชาแบล็กไนท์แทบเท้าเพื่อขอขมาในสิ่งที่พูดไป...ดูเหมือนเขาจะกลัวว่าราชาจะทรงโกรธเขามากกว่าที่กลัวจะถูกคิลเลียอุสหักกระดูกเสียอีก



“องค์ราชา...” เขาพูดด้วยเสียงที่สำนึกผิด “...ข้ายอมรับผิดแล้ว...ข้าจะไม่ขอพระองค์ในเรื่องนี้อีก...ข้าขอโทษในสิ่งที่ข้าพูดไป...ข้ามันไม่ดีเอง...ทั้งหมดข้าผิดเองแหละ...พระองค์ได้โปรดอย่าโกรธข้าเลยนะ...”
“ทูลลิอัสเอ๋ย...” ซิลวาดิอัสส่ายหัวด้วยความเวทนาปนสงสาร “เจ้าเป็นคนที่มีจิตใจดีงามกว่าบิดาเจ้านัก...ข้าเสียใจแทนเจ้าจริงๆที่เจ้าต้องรับกรรมที่บิดาก่อไว้...นี่หากเพียงแต่เจ้าเป็นลูกคนอื่นข้าคงสอนวิชาให้เจ้าเฉกเช่นที่ข้าสอนให้แม่ทัพทุกตน...แต่อย่างไรตอนนี้เจ้าก็เป็นคนครัวมีหน้าที่มอบความอิ่มท้องให้คนอื่น....ทูลลิอัส...จงพอใจในสิ่งที่ตนมีเถิด...ทำหน้าที่เจ้าไปอย่าให้บกพร่อง...และอีกอย่างคืนนี้ก็ดึกแล้ว...เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด...”



ทูลลิอัสคำนับองค์ราชาหนึ่งทีก่อนที่จะพยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อมที่สุด



“องค์ราชาขอรับ...” ทูลลิอัสพูดทิ้งท้าย “ข้ารู้มาว่าพรุ่งนี้ท่านต้องเดินทางแล้ว...รักษาพระองค์ด้วยนะขอรับ...เข้าบรรทมให้เร็ว...อย่าโหมงานหนัก...พระองค์ต้องให้ข้ารับใช้อะไรข้าพร้อมรับใช้ทุกสิ่งเลยนะขอรับ”
“เข้าใจแล้ว...” ซิลวาดิอัสพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนลง “เจ้านอนไปเถิด...”
“ขอรับ...”








ชีวิตหนอ...ช่างทรมานไร้ซึ่งความสุข...กายเขาอ่อนล้าและโหยหิวแทบหวีดร้อง...เขาก้าวเท้าทั้งสองข้างอย่างอ่อนล้าผ่าดงป่าที่รกทึบแต่ไร้ซึ่งอาหารแม้แหล่งน้ำจะจุลเจือร่างกายยังหายากนัก...แม้มันจะทรมานและยาวนานเพียงใดแต่ไม่นานชาโดว์ก็พาตนเองเดินพ้นเขตแนวป่าและพบกับเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่ตั้งตัวอยู่นอกเขตป่าที่มืดมิดนั้น กำแพงไม้สูงใหญ่ทอดตัวยาวพอประมาณบอกถึงอาณาเขตของเมืองนั้น ที่ยอดกำแพงถูกเหลาไว้เป็นปลายแหลมเพื่อป้องกันศัตรูแต่กลับไม่มีทหารสักคนยืนรักษาการณ์บนกำแพงเลย ประตูเมืองเองก็ถูกเปิดกว้างไม่มีการป้องกันอะไรเลย...และที่สำคัญชาโดว์ยังไม่เห็นสิ่งใดเลยที่แสดงให้เห็นว่านครแห่งนี้จะมีผู้คนอาศัยอยู่ด้านใน



“ชะตาข้า....ถูกลิขิตให้โดดเดี่ยวจริงรึ...ขนาดเจอนครแห่งนี้กลับยังไม่พบแม้ใครสักคน...” ชาโดว์ถึงกับน้ำตาซึมกับความโชคร้ายของตัวเองแต่อย่างไรก็ตามเขาก็ตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปในนครแห่งนี้เพื่อหวังจะหาอาหารและน้ำดื่มประทังชีวิต



แต่เมืองนี้มันไม่เหมือนเมืองร้างเลย ทันทีที่ชาโดว์ก้าวเข้าประตูเมืองเขาก็พบกับภาพของบ้านเรือนนับร้อยๆหลังที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฟากทางเดิน บ้านเรือนเหล่านั้นยังไม่มีท่าทีผุพังเหมือนบ้านร้างสักหลัง และถนนหนทางที่เขากำลังก้าวเดินไปนั้นยังมีรอยเท้านับพันให้เห็น...นครนี้เหมือนกับว่ายังมีคนอยู่อาศัยเมื่อนาทีก่อนที่เขาจะเดินก้าวเข้ามาแต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบัดนี้กลับไม่เห็นวี่แววสี่งมีชีวิต ราวกับว่า...ผู้คนในเมืองนี้ถูกสาปให้หายไป
แต่เมื่อชาโดว์เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆเขาก็ได้ยินเสียงตระโกนเรียกของหญิงสาวผู้หนึ่งดังแว่วเข้ามาในสายลม เสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและความสิ้นหวัง...เขาเดินไปตามทิศของเสียง...ในที่สุดเสียงหญิงสาวนั้นก็พาเขาไปยังใจกลางนครแห่งนี้ซึ่งเป็นลานดินกว้างขนาดจุคนได้หลายร้อย...ตรงใจกลางลานกว้างนั้นมีหญิงสาวผู้หนึ่งถูกมัดกับท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่ถูกปักแน่นกับพื้นดิน นางตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเขาทันทีเมื่อสายตานางเหลือบมาเห็นชาโดว์

::

Modified on: 26-11-2011, 23:38:26

31. Thesixking (0)

Mail to Thesixking


    26-11-2011, 23:40:13   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
“ช่วยข้าด้วย...ได้โปรด...เอาข้าออกไปด้วย...ข้ายังไม่อยากตาย...” หญิงสาวคนนั้นร้องร่ำต่อชาโดว์ ดวงตาของนางดูน่าสงสารยิ่ง...นางถูกมัดกับท่อนไม้ประหนึ่งนักโทษแต่เครื่องแต่งกายของนางกลับงดงามราวกับถูกเนรมิต นางมีเรือนผมสีทอง ใบหน้าขาวนวลแต่ก็ดูไม่งดงามเมื่อบัดนี้บนใบหน้านั้นมีแต่คราบน้ำตา



ชาโดว์ไม่ไว้วางใจเพราะเขากลัวว่าภาพที่เห็นตรงหน้าจะเป็นแผนลวงของเทพหรือปีศาจที่คิดจะทำลายเขา...เขาหลับตาลงและเริ่มตั้งสมาธิเพื่ออ่านใจนาง...และเขาก็รู้ว่าจิตใจนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว...ความคิดของนางมีเพียงความต้องการที่จะเอาชีวิตรอดเท่านั้น...
ชาโดว์ไม่ได้ทันอ่านใจนางอย่างลึกซึ้งเพื่อสืบสาวถึงสาเหตุที่นางต้องโดนจับมาแบบนี้ ด้วยความที่มีจิตใจที่งดงาม ทันทีที่เขารู้ว่าหญิงสาวคนนั้นต้องการความช่วยเหลือจริงๆเขาก็ชักมีดสั้นออกจากผ้าคลุมของเขาและตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นเพื่อหมายจะตัดเชือกให้นาง...



“ช้าก่อน!” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนลั่นออกมาจากด้านหลังเขา “อย่าบังอาจปล่อยนางออกมาเด็ดขาด!”



ชาโดว์รีบหันไปมองตามทิศทางของเสียงแต่เขาก็พบกับกำปั้นที่ปั้มเข้าเต็มๆหน้าเขาอย่างแรงจนเขาหงายท้องล้มลงไป...ผู้ที่เป็นเจ้าของกำปั้นนั้นกระโดดข้ามร่างของเขาไปและยืนขวางระหว่างเขาและหญิงสาวผู้นั้น
ชาโดว์พยุงตัวขึ้นยืน มือซ้ายเขาเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากปากเขาพร้อมกับยลโฉมใบหน้าของผู้ที่ทำร้ายเขา...ชายคนนั้นมีเรือนผมสีน้ำตาลยาวพอประมาณและชี้แข็งทื่อแต่ได้รูป ผิวสีแทน ใบหน้าเรียวแหลม ดวงตาด้านซ้ายมีผ้ามาคาดปิดไว้ซึ่งเดาได้ว่าตาด้านนั้นของเขาอาจจะบอด เขาสวมอยู่ในชุดคลุมสีน้ำเงิน เขาถืออาวุธรูปร่างประหลาดที่มีลักษณะคล้ายหอกและทวนผสมกัน



“เจ้าคนพเนจร...ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามาจากหนใด...แต่หญิงสาวเบื้องหลังข้านี้เจ้าจะช่วยนางไม่ได้...” ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงที่เด็ดขาดในขณะที่หญิงสาวผู้นั้นยังคงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากชาโดว์ “เจ้ามาทางไหนจงกลับไปทางนั้น!”
“เจ้าเป็นใคร...”
“ข้ามีนามว่า ‘เซเรฟ ไวเนอร์’ เป็นแม่ทัพใหญ่ของเมืองนี้” ชายคนนั้นเอ่ยนามตนเอง “และข้าก็ไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร...จงกลับไปยังที่ที่เจ้ามาอย่ามายุ่งกับเรื่องที่นี่”
“ข้ามีนามว่า ‘วาคิม’ เป็นคนพเนจรที่เดินผ่านมา...” ชาโดว์ต้องเอ่ยชื่อนามปลอมของเขาเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริง(เนื่องด้วยตอนนี้เขาถูกตามล่าจากทั้งทางเทพและปีศาจ) “และข้าก็อยากรู้ว่าเมืองนี้...ไฉนจึงไร้ผู้คน...”
“ทุกคนล้วนเกรงกลัวต่อ ‘สองปีศาจแห่งขุนเขา’...” เซเรฟตอบทันที “ทุกคนล้วนซ่อนเร้นในชายคาของตนเอง...หญิงสาวผู้นี้คือเครื่องสังเวยต่อ ‘สองปีศาจแห่งขุนเขา’ นั้น...อีกเพียงไม่นานปีศาจทั้งสองคงมารับตัวนาง...หากเจ้าช่วยนางก็จะไม่มีใครเป็นเครื่องบรรณาการต่อสองปีศาจ...และหากเป็นเช่นนั้นพวกเขาจะทำลายเมืองนี้ทั้งเมือง...”



คำถามทั้งหมดที่คาใจชาโดว์ถูกตอบหมดแล้วโดย ‘แม่ทัพเซเรฟ’ เมืองแห่งนี้ไม่ได้ร้างแต่ทุกคนล้วนหลบซ่อนหน้าด้วยความกลัว หญิงสาวผู้นั้นที่ถูกจับประหนึ่งนักโทษแต่กลับแต่งกายงดงามราวเทวีที่แท้ก็เป็นเครื่องสังเวยต่อปีศาจนั่นเอง
หญิงสาวคนนั้นยังคงร้องขอความช่วยเหลือจากชาโดว์พร้อมๆกับร้องขอความเมตตาจากแม่ทัพเซเรฟ แม้ชาโดว์จะตระหนักถึงความจำเป็นในการที่จะต้องสังเวยชีวิตสตรีผู้นี้แต่ด้วยความที่เขามีจิตใจที่เมตตาทำให้เขาเกิดนึกสงสารนางและไม่เดินหนีนางไป



“หญิงสาวผู้นี้ไม่เต็มใจเป็นเครื่องสังเวยให้ปีศาจ” ชาโดว์แย้ง “ไฉนท่านต้องบังคับเอาชีวิตจากนาง--”
“มันก็ไม่เต็มใจกันทั้งเมืองนั่นแหละ” เสียงของเซเรฟดูกราดเกรี้ยวขึ้นหลังจากที่ชาโดว์ไม่ยอมหันหลังเดินจากไปตามความต้องการของเขา “ข้าจำเป็นต้องบังคับให้นางเสียสละ...ไม่เช่นนั้นสองปีศาจแห่งขุนเขาจะต้องฆ่านางแน่...”
“มันไม่ยุติธรรม...หากท่านคิดว่าท่านบังคับให้นางสละชีพเพื่อปกป้องนครแห่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง...แล้วทำไมท่านไม่สละชีพท่านซะเองล่ะ”



ใบหน้าของ ‘เซเรฟ’ เดือดดาลขึ้นทันทีราวกับว่าชาโดว์เพิ่งพูดสิ่งที่แทงใจเขาเต็มๆ



“ก็เพราะไอสองปีศาจหน้าหื่นนั่นมันไม่อยากได้บุรุษอย่างข้าไง!...” เซเรฟตวาดลั่น “ ‘วาคิม!’(นามแฝงของชาโดว์)...เจ้าคิดว่าข้าอยากทำแบบนี้รึยังไง...วันที่สองปีศาจนั่นมาที่นี่ข้าสู้กับพวกมันทั้งสอง แต่พวกมันมีถึงสองคนข้าสู้พวกมันไม่ไหว...แล้วเจ้าคิดว่าข้ามีทางเลือกรึ”
“สองปีศาจแห่งขุนเขา...” ชาโดว์ทวน “พวกมันมีนามว่าอย่างไรรึ...”
“หนึ่งคือปีศาจผู้เสวยเลือดต่างน้ำ ‘คาร์ลอส ฟิเอร์โร่’” เซเรฟตอบคำถาม “อีกหนึ่งคือลูกผสมสุดโหดนาม ‘เอครอส เฟอเซียส’ พวกมันจะมารับหญิงสาวจากเมืองเราทุกๆเดือน”



ชาโดว์รู้จักปีศาจทั้งสองนี่ดีเนื่องจากองค์ราชาเทพ ‘เฟรอส’ เคยเล่าให้เขาฟังบ่อยๆว่าเป็นสองคู่หูที่ขนาดราชาปีศาจในยุคนั้นยังไม่อยากเก็บเอาไว้ในโลกปีศาจมาถึงตอนนี้ชาโดว์ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราชาปีศาจถึงเนรเทศพวกมันออกไปได้ทั้งๆที่มีฝีมือที่ร้ายกาจซะขนาดนั้น...ที่แท้เจ้าปีศาจสองตนนี่อยู่ที่ไหนก็รังแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้ที่นั่นไม่เว้นแม้แต่โลกมนุษย์



“เจ้าจงกลับไปซะ” เซเรฟย้ำเป็นครั้งสุดท้าย “ชะตาได้ลิขิตชีวิตหญิงสาวผู้นี้ไว้แล้ว...เจ้าช่วยนางไม่ได้หรอก”
“ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ” ชาโดว์พูดในเชิงท้าทายหลังจากที่เขาตัดสินใจที่จะช่วยชีวิตหญิงสาวผู้นั้น
“งั้น...” ท่าทีของเซเรฟกราดเกรี้ยวขึ้นทันตาเห็น เขาควงทวนรูปร่างแปลกประหลาดของเขาอย่างคล่องแคล่วก่อนชี้มันมาทางชาโดว์ “...ข้าก็จะฆ่าเจ้าและแถมชีวิตเจ้าให้สองปีศาจแห่งขุนเขาด้วย...เผื่อพวกมันจะชอบชีวิตคนอวดดีอย่างเจ้าและละเว้นชีวิตของคนในนครนี้!”



Sixking: แต่งในช่วงสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไร ผิดพลาดอะไรก็ขออภัยด้วยนะครับ




[1] [2] [3] ...[30] [31] [32] หน้าถัดไป >
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
จำหน่าย เป้เดินทาง กระเป๋ากล้อง เสื้อ Jacket ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: