---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 16:09 ของวันที่ 26/07/2014
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
การ์ตูน (หน้าที่ 11/12)
< หน้าที่แล้ว [1] [2] [3] ...[9] [10] [11] [12] หน้าถัดไป >
กุชักไม่ไหวละเรื่องทรงเกรียนกุขอระบายหน่อยเหอ
320. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    21-01-2010, 21:11:55   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ผมขี้เกียจเสียเวลามาอธิบายให้คนอย่างคุณเข้าใจ

แต่ผมจะถือว่าสงเคราะห์คุณซัก 1 ข้อละกันนะครับ

6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชน หลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่
.............
ถ้าผมไม่พอใจกฎหมายที่ว่าการทำร้านร่างกายมีความผิดล่ะ ควรจะทำตามกฎหมายดีรึเปล่า ถ้าคุณบอกว่ากฎหมายแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวดจริงก็ไม่ต้องมีกฎหมายมันซักข้อ ฆ่า ฉุด ชิง วิ่งราว กันสบายใจเลยสินะ ถ้าคุณอยากรู้ว่ากฎนั้นมีไว้เพื่ออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร ก็ต้องศึกษากฎข้อนั้นให้ละเอียดก่อน ไม่ว่าจะถามผู้รู้ นักวิชาการ จัดสัมมนา โต้วาที หรือทำรายงานค้นคว้า ไม่ใช่อะไรไม่ถูกใจก็บอกว่า "ไร้เหตุผล


ที่คุณกล้าแย้งมาอย่างนี้แสดงว่าคุณไม่มีหลักวิเคราะห์อะไรเลย

เรากำลังหมายถึง กฏ ที่ไม่มีเหตุผล กฏที่ไม่มีประโยชน์

กฏหมายทุกอย่างสร้างขึ้นมาเพราะมีเหตุผลในการรักษาความสงบของบ้านเมือง เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย

อย่างเช่น ฉกชิงวิ่งราว ฆ่าคน ปล้นทรัพย์ ล้วนแล้วแต่ทำให้มีผู้เสียหาย เกิดความวุ่นวายและเป็นปัญหาต่อสังคม

แต่ตรงข้ามกับทรงผม การไว้ทรงผมใดๆ มิได้ทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น มิได้ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด


ผมจะให้สถานการณ์ ให้คุณอ่านและคิดดีดี

ถ้าอยู่มาวันนึง แม่คุณสั่งว่า ถ้าคุณจะอยู่บ้านนี้ คุณจะต้องโกนหนวด ห้ามมีหนวดให้เห็น

แล้วคุณไปถามแม่คุณว่า ทำไมล่ะครับ มีหนวดกับไม่มีหนวดมันต่างกันตรงไหน แม่คุณตอบกลับมาว่า "มันดูไม่ดี", "มันเป็นกฏ" หรือว่า "ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่"



คุณคิดว่ามันมีเหตุผลพอแล้วหรือครับ ? ทั้งๆที่คุณก็เป็นคนคนเดิม ไม่ว่าจะไว้หนวดหรือไม่ไว้ก็เหมือนเดิม



เหมือนกับการบังคับตัดทรงนักเรียน ใน โรงเรียนนั่นแหละครับ

เพียงแต่ย่อสถานที่จากโรงเรียนมาเป็นบ้านแทน

เปลี่ยนกฏจากตัดผมทรงนักเรียน เป็นโกนหนวดแทน

กรณีต่างๆทุกอย่างในสถานการณ์ข้างต้นเหมือนกับปัญหาการบังคับตัดผมทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่อย่างเดียวที่ไม่เหมือน

คุณคิดว่ายังไงบ้างล่ะครับ

ผมว่าคุณจะต้องมีคำถามอยู่ในใจแน่ๆ แต่ถ้าจะโกหกผมว่า "ผมก็โกนสิครับ" ก็เชิญตามสบายนะครับ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่คิดอย่างนี้แน่นอน


ส่วนคุณ datong ผมไม่ทราบว่าจะรำคาญอะไรนักหนานะครับ

คุณไม่พอใจหรือรำคาญมาก มองทางขวาบน เห็นเครื่องหมายกากบาทไหมครับ กดคลิกได้เลย ผมไม่เคยขอให้คุณเข้ามาดูเลย


ผมอยากแสดงความคิดเห็นก็เรื่องของผมเหมือนกันครับ จะอยู่กันไปวันๆโดยไม่สนใจอะไรเลยมันก็คงจะไม่ได้ ::

Modified on: 21-01-2010, 21:15:27

321. lucky_land (0)
Mail to lucky_land


    21-01-2010, 22:58:36   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เรปบน

ก็นั่นหล่ะ ถ้าเด็กมันไม่ชอบกฎหมาย "ห้ามทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยเจตนา ที่ไม่ใช่การปเองกันตัว" ถือว่ากฎหมายบกพร่องหรือไม่? แล้วจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้เด็กพึงพอใจหรือไม่?

322. d15329 (0)

Mail to d15329


    21-01-2010, 23:23:22   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มันก็เกรียนกันไม่เลิกนะเนี้ย ตัดๆไปดิวะผมอะ โตไปจะเข้าใจเอง ถ้าเลิกเกรียนแล้วอะนะ ใครตั้งทู้วะเกรียนจริง
323. P2wars (0)

Mail to P2wars


    22-01-2010, 00:20:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ก็ นะ ระบบต่างๆในประเทศไทย มันล่มหมดแล้ว

คำพูดสุดท้าย ของ โธมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าและอื่นๆอีกมากมาย

"หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆขึ้นมาเลย
เพราะพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ มันยังไม่ดีพอ"




324. lucky_land (0)
Mail to lucky_land


    22-01-2010, 04:39:42   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ซึ่งคำพูดที่เรปบนอ้างมา ได้ตรงกับความรู้สึกที่ผมมีต่อสังคมปัจจุบัน


"ถึงแม้เทคโนโลยี หรือ โลกจะพัฒนาไปไกลแค่ไหนก็ตาม แต่จิตใจของมนุษย์กลับเสื่อมทรามลงทุกวัน"

325. Keejatak~* (0)
Mail to Keejatak~*


    22-01-2010, 07:57:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ง่าย ๆ มี ตัง ก็ ไป เรียน โรงเรียน เอกชน

จะ ได้ ตัด รอง ทรง

326. Araqius (0)

Mail to Araqius


    22-01-2010, 08:54:09   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
แล้วตอนจะไปสมัครงาน คุณไว้หนวดไว้เครารึเปล่าล่ะ รึว่าโกนเกลี้ยง
ป.ล. หัดจำอะไรที่ตัวเองพูดบ้างนะครับ คุณบอกว่าบอกว่าอะไรก็ตามที่เป็น "มันเป็นกฎ" เป็นเรื่องไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด คุณไม่ได้กำหนดขอบเขตอะไรมาเลย คุณไม่ได้บอกว่ากฎบางข้อด้วยนะครับ =คุณกำลังสรุปความเกินจริง พอผมแย้งในส่วนนี้ครับว่ากฎมันไม่ได้ไร้เหตุผลทั้งหมด เช่น กฎหมายบ้านเมือง คุณก็ออกมาโชว์เกรียนอีก
กินเหล้าแล้วขับรถโดนตำรวจจับ ตำรวจบอกว่า "กฎหมายห้าม", "ผิดกฎหมาย" ไม่บอกว่าเป็นความไร้เหตุผลบ้างเหรอ
ก่อนจะบอกว่าผมไม่มีหลักวิเคราะห์ ดูคำพูดตัวเองก่อนนะครับ

327. _==TeleporT==_ (0)
Mail to _==TeleporT==_


    22-01-2010, 15:11:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตอนผมเรียนยุนะ ผมก้อไม่ค่อยตัดหรอกเกรียนๆอ่ะ อาศัยหลบๆเอามาสายๆ ตัดรองหวี ไปๆมาๆชักรำคานจารที่ปรึกษาบ่น แย่จังแล้วเดือนสุดท้ายก่อนจาออก แย่จังทั้งไถทั้งเอากรรไกรแง๊บ แหว่งหมดเลย ยังกะอุกกาบาต กุทนไม่ไหวทั้งเรื่องโดนบ่นๆๆๆเรื่องเรียนๆๆๆๆ แล้วโดนเรียนแย่จังทุกวัน เลยออกแย่จังเลย ไม่เรียนแล้ว

ปัจจุบันก้อไม่เกรียนแล้วงัย จขกท. ไม่อยากเกรียนก้อลาออกไปเลยดิ
ง่ายดี

328. d15329 (0)

Mail to d15329


    22-01-2010, 15:53:48   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถูกๆ อย่างเรปบนพูด อยากแหกก็แหกให้ได้ดี๊

ทนไม่ไหวฮะๆ เพราะถ้านายเลิกเรียนแล้วเลิกเกรียนแน่ ไม่ใช่แค่ผมนะ ความคิดก็ด้วย เพราะนายต้องเจออะไรที่อาจจะแย่กว่าการเรียนแล้วหัวเกรียน นายจะได้เจอกับอะไรที่มันหนักยิ่งกว่าการเรียนอีก ลองดูดิ

ใช่ปะเรปบน

329. Slrmclaren (0)
Mail to Slrmclaren


    22-01-2010, 16:04:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เป็นเ!้ยไรมากป่ะคุณอะ แค่นี้ยังทนไม่ได้คุณจะไปทำอะไรได้อีกในอนาคตวะ ไปตายไปสัดปัญญาอ่อน
330. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    22-01-2010, 17:27:27   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตอบคุณ Lucky Land

ก็นั่นหล่ะ ถ้าเด็กมันไม่ชอบกฎหมาย "ห้ามทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยเจตนา ที่ไม่ใช่การปเองกันตัว" ถือว่ากฎหมายบกพร่องหรือไม่? แล้วจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้เด็กพึงพอใจหรือไม่?


ถ้าเด็กต้องการยกเลิกก็ทำได้ครับ แต่ต้องมีเหตุผลที่เพียงพอในการถอนกฏหมายนั้น

จากกรณีนี้ถ้าเด็ก ต้องการยกเลิก กฏหมายทำร้ายร่างกาย

เด็กสามารถหาเหตุผลอะไรมาได้ครับ ?

และสิ่งที่กฏหมายตอบกลับไปได้ด้วยเหตุผล ก็อย่างเช่น

1.หากยกเลิก ประเทศชาติจะวุ่นวาย
2.เกิดการฆ่ากัน ทำให้เดือดร้อนแก่ผู้อื่น และประเทศชาติ
3.เกิดความเสียหายทางทรัพย์สิน
4.ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาวะสงคราม ไม่มีชาติใดต้องการซื้อขายหรือลงทุนด้วย

อย่างนี้แหละครับ

แต่กฏหมู่ (ไม่ใช่กฏหมาย) ที่ว่าด้วยการตัดผมทรงนักเรียน

ถ้าหากจะให้ผู้ใหญ่ยกเลิกไปทั่วทุกโรงเรียน

จะมีเหตุผลที่ไม่ให้ยกเลิกออกมาตอบแบบข้างบนได้ไหมครับ หรือจะตอบว่า

1.ดูเรียบร้อย หากตัดทรงอื่นจะดูไม่เป็นนักเรียน (อย่างว่าแหละครับ ถ้าตัดทรงอื่นดูไม่เรียบร้อยต้องตัดแต่ทรงนักเรียน ประเทศอื่นนี่ในห้องเรียนก็คงมีแต่โจรนั่งเรียนกันแล้วล่ะครับ)
2.ไม่มีเหา (นี่เป็นเรื่องของโรคครับ เราสามารถให้ผู้ที่มีเหาหยุดเรียนได้ครับ ไม่จำเป็นต้องให้ตัดทรงนักเรียนกันไว้ ถ้าไม่อย่างนั้น เราก็ควรจะมีกฏว่า นักเรียนทุกคนต้องใส่แมส เพราะจะทำให้เพื่อนไม่ติดหวัด)


ส่วนเคสของคุณ Araqius อยู่ในขั้นหนักมากแล้ว จากที่ดูอายุไม่น่าเกิน 15 หรือไม่อย่างนั้นก็น่าจะอยู่โรงเรียนระดับท้ายๆหรือกลางๆของจังหวัด เพราะวิเคราะห์ข้อความไม่ถูกเลย



""" แล้วตอนจะไปสมัครงาน คุณไว้หนวดไว้เครารึเปล่าล่ะ รึว่าโกนเกลี้ยง
ป.ล. หัดจำอะไรที่ตัวเองพูดบ้างนะครับ คุณบอกว่าบอกว่าอะไรก็ตามที่เป็น "มันเป็นกฎ" เป็นเรื่องไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด คุณไม่ได้กำหนดขอบเขตอะไรมาเลย คุณไม่ได้บอกว่ากฎบางข้อด้วยนะครับ =คุณกำลังสรุปความเกินจริง พอผมแย้งในส่วนนี้ครับว่ากฎมันไม่ได้ไร้เหตุผลทั้งหมด เช่น กฎหมายบ้านเมือง คุณก็ออกมาโชว์เกรียนอีก
กินเหล้าแล้วขับรถโดนตำรวจจับ ตำรวจบอกว่า "กฎหมายห้าม", "ผิดกฎหมาย" ไม่บอกว่าเป็นความไร้เหตุผลบ้างเหรอ
ก่อนจะบอกว่าผมไม่มีหลักวิเคราะห์ ดูคำพูดตัวเองก่อนนะครับ """



การที่บอกว่า ไร้เหตุผล สำหรับคำพูดว่า " มันเป็นกฏ " นั้น อยู่ในกรณีที่ผู้พูดไม่สามารถตอบเหตุผลที่ถูกถามได้

ก็คืออย่างที่ผมบอกไปว่า การที่เราถามครูว่า " ทำไมต้องตัดผมทรงนักเรียน" แล้วเค้าตอบว่า "มันเป็นกฏ" นั้นเป็นคำพูดที่ไร้สาระมากๆ เพราะที่เค้าพูดอย่างนั้น เป็นเพราะเค้าไม่สามารถหาเหตุผลมาตอบเราได้ต่างหาก

แต่การที่ กฏหมายเช่น เมาแล้วขับ แต่ตำรวจบอกว่า "มันเป็นกฏ" หรือ "มันเป็นกฏหมาย" จะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า หากขับรถไปเมาไป อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ชนคน ชนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น มันเป็นเหตุผลในตัวมันอยู่แล้ว


กฏหมาย กับ กฏ ต่างกัน

กฏหมาย คือ ข้อบัญญัติที่ตราไว้ด้วยการห้ามกระทำ การบังคับกระทำ โดยมีเหตุผลที่ดี และผ่านการลงความเห็นแล้วว่าควรบัญญัติใช้

โดยกฏหมายส่วนใหญ่จะถูกตราโดยมีจุดประสงค์ดังนี้

1.เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่บ้านเมือง
2.เพื่อมิให้เป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
3.เพื่อมิให้เป็นการทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น และอันตรายต่อผู้อื่น
4.เพื่อความสงบสุขต่อประเทศ


เมื่อมีการตรากฏหมายและบังคับใช้ออกมา จะมีเหตุผลบอกว่า ทำไมจึงต้องมีกฏหมายนั้น

ยกตัวอย่างเช่น กฏหมายว่าด้วยเรื่องยาเสพติด

ก็จะมีเหตุผลว่า ทำไมจึงต้องมีเหตุผลนี้

เป็นเพราะจะก่อให้เกิดการโจรกรรมมากขึ้น สร้างความวุ่นวายให้สังคม เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น อะไรก็ว่ากันไป


และ ไม่มี กฏหมาย ที่ว่าด้วย "หากบุคคลใดเป็นนักเรียน จะต้องตัดผมทรงนักเรียนเท่านั้น"

แต่ที่มีกฏนี้ขึ้นมาเพราะมันคือกฏหมู่


และเหตุเนื่องจาก การตัดผมทรงนักเรียนหรือไม่ตัดนั้น

ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม ไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น ไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความวุ่นวาย


จึงทำให้ "กฏการตัดผมทรงนักเรียน" ไม่สามารถนำไปตราเป็น "กฏหมาย" ได้

จึงเป็นได้แค่กฏหมู่ของบรรดาโรงเรียน เพราะไม่มีผลกระทบต่อสังคมหรืออะไรเลย


ว่างๆคุณ Araqius ลองไปหาหนังสือเรื่อง "การสื่อสาร" มาอ่านดูนะครับ เผื่อจะวิเคราะห์บทความได้บ้าง



ส่วนพวกที่ชอบวัดคนอื่นโดยใช้เครื่องมืออันไร้ความคิดของตัวเองเป็นตัววัด โดยเฉพาะที่พูดว่า "ถ้าแค่นี้มรึงทนไม่ได้,ถ้าแค่นี้มรึงทำไม่ได้ แล้วอนาคตจะไปทำอะไรได้"

เป็นความคิดของพวกที่มีความคิดอยู่ในกรอบแคบๆ จึงทำให้วัดคนอย่างนี้


มีเยอะครับ พวกทนเรียน รด. ไม่ได้ (โดยอ้างเหตุผลว่า มันร้อน เสียเวลา ต้องตัดผมทรงหัวเกรียน ไม่หล่อ) แต่ไปเป็นทหารเกณฑ์ที่หนักกว่าได้ จบออกมาครบ 2 ปี ทนออกมาได้


มันหมายความว่ายังไงล่ะครับ ? ทั้งๆที่เค้าทน รด. ที่สุดแสนจะเบาเมื่อเทียบกับทหารไม่ได้ แต่ทำไมเค้าไปเกณฑ์ทหารเค้ากลับทนได้

331. P2wars (0)

Mail to P2wars


    22-01-2010, 18:59:06   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ไปเกณฑ์ทหาร ได้เงินเดือนคับ
แล้วถ้าไปตกที่ศูนย์ดีๆ ก็ฝึกไม่หนัก
แล้วก็ไม่ต้องอายสาวๆ เพราะอยู่แต่ในกรม
ถ้าติดทหารแล้วต้องทนครับ ถ้าทนไม่ได้ก็ตาย
เพราะเขาจำหน่ายตายได้ 100%

อีกอย่างที่เค้าทนได้ เพราะครูฝึกโหด ไม่ทำโดนตบจริง
โดนทำโทษจริงๆ หนีก็ไม่ได้
เขาก็เลยต้องทำตามกฎ เพราะไม่อยากโดนทำโทษ
แล้วก็ชิน

332. Araqius (0)

Mail to Araqius


    22-01-2010, 21:38:38   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มีเยอะครับ พวกทนเรียน รด. ไม่ได้ (โดยอ้างเหตุผลว่า มันร้อน เสียเวลา ต้องตัดผมทรงหัวเกรียน ไม่หล่อ) แต่ไปเป็นทหารเกณฑ์ที่หนักกว่าได้ จบออกมาครบ 2 ปี ทนออกมาได้ มันหมายความว่ายังไงล่ะครับ ? ทั้งๆที่เค้าทน รด. ที่สุดแสนจะเบาเมื่อเทียบกับทหารไม่ได้ แต่ทำไมเค้าไปเกณฑ์ทหารเค้ากลับทนได้
..........................
ไม่ทนก็ติดคุกสิครับ หนีทหารนะ โง่เอามากๆเลยนะนี่ อย่าไปบอกใครเขาล่ะว่าพ่อแม่เป็นใคร อับอายขายขี้หน้าเปล่าๆที่มีลูกโง่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหนีทหารมีความผิดเนี่ย โง่ได้โง่ดีจริงๆ

และ ไม่มี กฏหมาย ที่ว่าด้วย "หากบุคคลใดเป็นนักเรียน จะต้องตัดผมทรงนักเรียนเท่านั้น" แต่ที่มีกฏนี้ขึ้นมาเพราะมันคือกฏหมู่
..................................
รัฐธรรมนูญบอกไว้ว่าต้องใช้เสียงส่วนใหญ่=เสียงข้างมาก=กฎหมู่(เถียงมาสิ!เถียงมาสิ! เถียงรัฐธรรมนูญสิ! 555 )
1.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าผู้ชายห้ามเข้าห้องน้ำผู้หญิง เป็นที่สาธารณะผู้ชายก็ควรเข้าได้สิ(กรณีไม่อนาจาร เช่นเข้าไปตอนไม่มีคน)
2.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าผู้หญิงเข้าไปเดินเวียนเทียนในเจดีย์ชั้นใน(หรืออุโบสถ อะไรสักอย่างเนี่ย)
3.ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าเห็นคนโดนรถชนต้องช่วย เห็นไฟไหม้ต้องช่วย
4.ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าผู้ชายต้องลุกที่ให้ผู้หญิงนั่ง
5.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่มีความผิด
6.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าเราต้องประหยัดไฟ ใครใช้ไฟเปลืองติดคุก
ไอ่ข้างบนนี้สมควรทำเปล่าครับ ไม่ผิดกฎหมายที่เป็นรายลักษณ์อักษรนา สงสัยคุณทำทุกวันชัวร์

และเหตุเนื่องจาก การตัดผมทรงนักเรียนหรือไม่ตัดนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม ไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น ไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความวุ่นวาย
........................
แล้วคุณทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์เหรอครับถึงบอกว่ามันไม่มีเหตุผลน่ะ ถ้าไม่ทำ ไม่เคยศึกษาก็แสดงว่าคุณคิดว่าไม่มีเหตุผลเพราะคุณไม่รู้เหตุผลของมัน ทั้งๆที่จริงๆมันอาจมีเหตุผลมากกว่าที่คุณคิดก็ได้ ถ้ามีวิทยานิพนธ์ของใครก็ได้เอามาให้อ่านหน่อยนะ เป็นหลักฐานว่าคุณไม่ได้มั่วข้อมูลเอาเอง

ว่างๆคุณ Araqius ลองไปหาหนังสือเรื่อง "การสื่อสาร" มาอ่านดูนะครับ เผื่อจะวิเคราะห์บทความได้บ้าง
.......................
ไม่ต้องหรอกครับ ผมอ่านจบเล่มนานแล้วครับ ว่าแต่คุณเหอะ ในหนึ่งบทความ ใจความจะต้องมีเป้าหมายประเด็นหลักประเด็นเดียว ไม่ใช่
วันหนึ่งพูดว่า"(กรุณาย้อนอ่านข้อ 2 3 4 5 6 7 10)"
อีกวันพูดว่า"คุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ "
ประโยคแรกบอกว่าการบังคับตัดผมทำให้คุณภาพนักเรียนแย่ลง
ส่วนประโยคที่ 2 สรุปได้ว่า การบังคับตัดผมเกรียนไม่มีผลเสียอะไรเลย เพราะจะตัดทรงไหนก็ไม่ทำให้คุณภาพของนักเรียนลดลง
สรุปว่า แย่ลง หรือ ไม่มีผลครับ?

ส่วนพวกที่ชอบวัดคนอื่นโดยใช้เครื่องมืออันไร้ความคิดของตัวเองเป็นตัววัด โดยเฉพาะที่พูดว่า "ถ้าแค่นี้มรึงทนไม่ได้,ถ้าแค่นี้มรึงทำไม่ได้ แล้วอนาคตจะไปทำอะไรได้" เป็นความคิดของพวกที่มีความคิดอยู่ในกรอบแคบๆ จึงทำให้วัดคนอย่างนี้
...............
แล้วพวกที่ชอบวัดคนอื่นโดยคิดว่าพวกผมเกรียน เป็นพวกที่ไม่คิดอะไร เอาแต่รับคำสั่งไปวันๆนี่ มันเลวไหมครับ ตอบที?ตอบที?

333. Attapan (-1)
Mail to Attapan


    22-01-2010, 22:53:59   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ก็จริงนะครับ ถ้าคุณเจ้าของกระทู้ทนไม่ได้ก็.......................



































ไปต่าย Har ที่ไหนก้ไป เถอะ ไอ เกรียน

334. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    22-01-2010, 23:31:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ถึงน้องคนเดิมนะครับ ครั้งนี้ขอพูดขำขำ + เหตุผลละกันนะครับ

--------------------------------------------------------------------------------
มีเยอะครับ พวกทนเรียน รด. ไม่ได้ (โดยอ้างเหตุผลว่า มันร้อน เสียเวลา ต้องตัดผมทรงหัวเกรียน ไม่หล่อ) แต่ไปเป็นทหารเกณฑ์ที่หนักกว่าได้ จบออกมาครบ 2 ปี ทนออกมาได้ มันหมายความว่ายังไงล่ะครับ ? ทั้งๆที่เค้าทน รด. ที่สุดแสนจะเบาเมื่อเทียบกับทหารไม่ได้ แต่ทำไมเค้าไปเกณฑ์ทหารเค้ากลับทนได้
..........................
ไม่ทนก็ติดคุกสิครับ หนีทหารนะ โง่เอามากๆเลยนะนี่ อย่าไปบอกใครเขาล่ะว่าพ่อแม่เป็นใคร อับอายขายขี้หน้าเปล่าๆที่มีลูกโง่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหนีทหารมีความผิดเนี่ย โง่ได้โง่ดีจริงๆ <<<< เห็นไหมล่ะครับ พอถึงเวลาที่มันเป็นเดธไลน์ มันต้องทนแล้วจริงๆ เค้าก็ทนกันได้ ไม่เห็นจำเป็นเลยว่าจะไม่ทนอะไรที่เล็กน้อย แล้วจะทำให้ทนอะไรที่หนักกว่าไม่ได้ แล้วไหนล่ะครับที่บอกว่า " แค่นี้มรึงยังทนไม่ได้ แล้วโตขึ้นมรึงจะทนอย่างอื่นได้ยังไง" ก็นี่ไงครับ พอถึงเวลา มันก็ทนได้เอง บางคนทนไม่ได้หนีทหารก็มีครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ไม่เป็นสัจจนิรันด์นะครับ

และ ไม่มี กฏหมาย ที่ว่าด้วย "หากบุคคลใดเป็นนักเรียน จะต้องตัดผมทรงนักเรียนเท่านั้น" แต่ที่มีกฏนี้ขึ้นมาเพราะมันคือกฏหมู่
..................................
รัฐธรรมนูญบอกไว้ว่าต้องใช้เสียงส่วนใหญ่=เสียงข้างมาก=กฎหมู่(เถียงมาสิ!เถียงมาสิ! เถียงรัฐธรรมนูญสิ! 555 )
1.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าผู้ชายห้ามเข้าห้องน้ำผู้หญิง เป็นที่สาธารณะผู้ชายก็ควรเข้าได้สิ(กรณีไม่อนาจาร เช่นเข้าไปตอนไม่มีคน) <<<< ก็ไม่มีนี่ครับ ก็เข้าได้นะครับ ที่เค้าไม่เข้ากันเพราะกลัวกฏหมายอื่นมากกว่าครับ กฏหมาย อนาจาร ละเมิดสิทธิ เยอะแยะครับ มันครอบคลุมตรงนี้ไว้หมดแล้ว ^_^
2.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าผู้หญิงเข้าไปเดินเวียนเทียนในเจดีย์ชั้นใน(หรืออุโบสถ อะไรสักอย่างเนี่ย) <<<< พี่ไม่เห็นมีเลยนี่ครับ หรือว่าพี่ศึกษาไม่ดีน้า แต่ถึงจะมี นั่นก็เป็นหลักศาสนา ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าตั้งมาทำไมเหมือนกันครับ หญิงชายก็คนเหมือนกัน ยังจะแบ่งแยกเพศ พี่ว่าแย่นะครับแบบนี้ หรือเค้ากลัวพระจะมีราคะขึ้นมาก็ไม่รู้เนอะ ^^
3.ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าเห็นคนโดนรถชนต้องช่วย เห็นไฟไหม้ต้องช่วย <<<< ก็ไม่มีนี่ครับ ไม่ช่วยก็ได้ มันเป็นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าครับ ก็คิดดูว่าถ้าน้องโดนรถชน แล้วไม่มีใครมาช่วย น้องจะรู้สึกยังไง ไม่มีการบังคับช่วยอยู่แล้วครับ ทุกๆคนสมัครใจทำครับ ^_^ ไม่เหมือนทรงเกรียนของน้องนะครับ ที่คนไม่สมัครใจทำก็ต้องโดนบังคับทำ ก๊ากๆๆๆ
4.ไม่มีกฎหมายใดบอกว่าผู้ชายต้องลุกที่ให้ผู้หญิงนั่ง <<<< ก็ไม่มีเช่นกันครับ น้องลองดูตามรถเมล์ มีถมเถที่ไม่ลุกให้ผู้หญิงนั่ง รถสองแถวก็มีครับ นั่งคุยกับแฟนอยู่ มีหญิงขึ้น ก็ไม่ลุกให้ครับ
5.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่มีความผิด <<<< ใช่ครับ ก็ไม่มี และลูกที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ก็มีกันทั่วประเทศครับ หรือน้องจะบอกว่าน้องเองเชื่อฟังพ่อแม่ทุกคำเลย ระวังนะน้องเดี๋ยวจิตจะเสื่อมนะ
6.ไม่มีกฎหมายใดที่บอกว่าเราต้องประหยัดไฟ ใครใช้ไฟเปลืองติดคุก <<<<< ไม่มีอยู่แล้วครับ เป็นแค่การรณรงค์ ใครอยากไม่ปิดก็ได้ครับ ทุกวันนี้พี่อยู่บ้านเวลาจะออกไปนอกบ้านพี่ก็ไม่ได้ปิดคอมนะครับ บางทีพี่ลงไปกินข้าว พี่ก็ไม่ปิดแอร์ ไม่มีใครมาบังคับพี่หรอกครับ

ไอ่ข้างบนนี้สมควรทำเปล่าครับ ไม่ผิดกฎหมายที่เป็นรายลักษณ์อักษรนา สงสัยคุณทำทุกวันชัวร์ <<<< พี่ก็งงๆนะครับ น้องเอาอั้ย 6 ข้อนี้มาทำไม อั้ยนี่มันเกี่ยวกับการบังคับตัดผมตรงไหนครับ พี่ว่ากรณีมันไม่เหมือนกันเลยนะ อันนั้นเค้าบังคับ อันนี้ไม่บังคับ มันเหมือนกันตรงไหนครับเนี่ย พี่ล่ะงง

และเหตุเนื่องจาก การตัดผมทรงนักเรียนหรือไม่ตัดนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม ไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น ไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความวุ่นวาย
........................
แล้วคุณทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์เหรอครับถึงบอกว่ามันไม่มีเหตุผลน่ะ ถ้าไม่ทำ ไม่เคยศึกษาก็แสดงว่าคุณคิดว่าไม่มีเหตุผลเพราะคุณไม่รู้เหตุผลของมัน ทั้งๆที่จริงๆมันอาจมีเหตุผลมากกว่าที่คุณคิดก็ได้ ถ้ามีวิทยานิพนธ์ของใครก็ได้เอามาให้อ่านหน่อยนะ เป็นหลักฐานว่าคุณไม่ได้มั่วข้อมูลเอาเอง <<<<< ของอย่างนี้ไม่ต้องศึกษาหรอกครับน้อง ถ้ามีงานวิจัยที่เป็นจริง พี่ก็บอกแล้วครับ ถ้าตัดผมทรงนักเรียนแล้วทำให้ลูก ไม่เป็นปัญหาสังคม ทำให้ลูกประพฤติดี หรือไม่เดือดร้อนคนอื่น พ่อแม่ทั่วโลกเค้าให้ลูกตัดหมดแล้วครับ พ่อแม่ที่ไหนอยากให้ลูกเป็นตัวปัญหาสังคมบ้างล่ะ ไม่มีหรอกนะน้อง หรือพ่อแม่น้องเป็น อันนี้พี่ไม่รู้ด้วยนะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ว่างๆคุณ Araqius ลองไปหาหนังสือเรื่อง "การสื่อสาร" มาอ่านดูนะครับ เผื่อจะวิเคราะห์บทความได้บ้าง

335. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    22-01-2010, 23:31:38   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
.......................
ไม่ต้องหรอกครับ ผมอ่านจบเล่มนานแล้วครับ ว่าแต่คุณเหอะ ในหนึ่งบทความ ใจความจะต้องมีเป้าหมายประเด็นหลักประเด็นเดียว ไม่ใช่
วันหนึ่งพูดว่า"(กรุณาย้อนอ่านข้อ 2 3 4 5 6 7 10)"
อีกวันพูดว่า"คุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ "
ประโยคแรกบอกว่าการบังคับตัดผมทำให้คุณภาพนักเรียนแย่ลง
ส่วนประโยคที่ 2 สรุปได้ว่า การบังคับตัดผมเกรียนไม่มีผลเสียอะไรเลย เพราะจะตัดทรงไหนก็ไม่ทำให้คุณภาพของนักเรียนลดลง
สรุปว่า แย่ลง หรือ ไม่มีผลครับ? <<<<< อ้อน้องครับ พี่หมายถึงว่า การบังคับให้เค้าตัดผม มันเป็นการบังคับเค้าโดยไม่มีเหตุผล ทำให้ส่วนตรรกะความคิดของเค้าจะถูกปิดกั้นไปด้วยครับ และโตขึ้น เค้าอาจจะนำความคิดแบบนี้ไปบัคับเด็กรุ่นต่อไปอย่างไม่มีเหตุผล พี่ไม่ได้บอกซักคำนะว่าถ้าตัดผมทรงนักเรียนแล้วจะมีคุณภาพแย่ลง พี่หมายถึงการบังคับของผู้ใหญ่จะทำให้เด็กแย่ลงต่างหากล่ะครับ น้องอ่านยังไงของน้องครับเนี่ย ถึงได้แปลความออกมาเป็นอย่างนี้ได้ พี่ล่ะงงกับน้องจริงๆ พี่ว่าน้องต้องไปหาอ่านบ้างนะครับ ไม่โกหกตัวเอง มันไม่ดี พี่เห็นตั้งแต่น้องมาแย้งพี่ครั้งแรกละ ถ้าคนที่อ่านของพี่เข้าใจแล้วมาแย้งแบบคุณ Lucky_Land เค้า เค้าก็มาแย้งตรงประเด็นพี่ก็ตอบเค้าตลอด แต่แบบน้องมาครั้งแรกพี่บอกเลยว่าพี่ไม่อยากตอบเลย เพราะพี่เห็นน้องอ่านแล้วแปลความออกมาได้มั่วมาก แต่หลังๆเห็นน้องวุ่นวายและท้าทาย พี่ไม่ตอบก็จะหาว่าพี่ตอบไม่ได้ พี่ก็เลยจำเป็นต้องตอบ แม้มันจะไม่เข้าสมองน้องก็ตาม

ป.ล. น้องครับ หนึ่งบทความไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายเดียวนะครับ น้องไปอ่านเล่มไหนมาครับเนี่ยถึงได้รับความรู้ผิดๆแบบนี้มา หรือน้องไม่ได้อ่าน แต่คิดเอาเอง กั่กๆๆๆๆๆๆ

ส่วนพวกที่ชอบวัดคนอื่นโดยใช้เครื่องมืออันไร้ความคิดของตัวเองเป็นตัววัด โดยเฉพาะที่พูดว่า "ถ้าแค่นี้มรึงทนไม่ได้,ถ้าแค่นี้มรึงทำไม่ได้ แล้วอนาคตจะไปทำอะไรได้" เป็นความคิดของพวกที่มีความคิดอยู่ในกรอบแคบๆ จึงทำให้วัดคนอย่างนี้
...............
แล้วพวกที่ชอบวัดคนอื่นโดยคิดว่าพวกผมเกรียน เป็นพวกที่ไม่คิดอะไร เอาแต่รับคำสั่งไปวันๆนี่ มันเลวไหมครับ ตอบที?ตอบที? <<<< โอ้น้องครับ พี่ว่าในข้อความนั้นมันหมายถง จะเป็นการปลูกฝังให้เด็กไม่คิดอะไรเอง ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆนะครับ พี่ไม่ได้บอกว่า เด็กที่ตัดผมทรงนักเรียน จะเป็นพวกไม่คิดอะไร ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ น้องไปอ่านมาจากไหนครับ ที่ว่าพี่บอกว่า เด็กที่ตัดผมทรงนักเรียนจะได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ พี่สาบานชู 3 นิ้วเลยว่า พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น และไม่เคยพิมพ์ข้อความแบบนั้นด้วย


พี่ขอสรุปเลยนะ ว่าน้องควรไปฝึกอ่านจับใจความมา ค่อยๆอ่านจากบทความสั้นๆก่อนก็ได้ครับ พี่เห็นแล้วอนาถใจมากครับ เด็ก ม.1 มันอ่านมันยังเข้าใจแบบที่พี่จะสื่อ แต่น้องออกทะเลไปไหนก็ไม่รู้

::

Modified on: 22-01-2010, 23:33:26

336. Araqius (0)

Mail to Araqius


    23-01-2010, 04:51:01   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน
.............................
ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เป็นเรื่องธรรมดา ระหว่างสิทธิและหน้าที่ กฎระเบียบต่างๆมีไว้เพื่อบังคับให้นักเรียนทำตามหน้าที่และคอยขจัดสิ่งต่างๆที่(อาจจะ)จะมีผลลบต่อการทำหน้าที่ของนักเรียน(แม้ว่าจะริดรอนสิทธิไปบ้างก็ตาม) เช่น ถ้าให้ใส่เสื้อตามใจชอบ เด็กอาจเอาเสื้อผ้าแบรนด์เนมมาอวดกัน คนที่ไม่มีก็อาจเกิดปมด้อย แต่ถ้าใส่เหมือนกันการเปรียบเทียบก็จะลดลง หรือ เด็กอาจโดดไปเล่นเกมตามร้านเกมได้ง่ายหากใส่ชุดไปรเวท แต่ถ้าใส่ชุดนักเรียน เด็กก็จะไม่กล้าโดดเรียนหรือโดดเรียนยากขึ้น (เพราะต้องเอาชุดมาเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วจะเอาเสื้อนักเรียนยัดใส่กระเป๋าก็ไม่ได้เพราะต้องเอามาใส่กลับบ้าน)

2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้
..............................
ผมว่าการเชื่อฟังคำสั่งนะใช่ แต่คำว่าอำนาจนิยมมันออกจะเกินเลยไปหน่อย เพราะผมถือหลักการที่ว่าเชื่อฟังคนที่ควรเคารพ เช่นเชื่อฟังบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ไม่ได้เชื่อเพราะว่าเขามีอำนาจแต่เชื่อคำสั่งเพราะท่านมีความรู้ มีวุฒิภาวะและมีบุญคุญกับเราเสียมากกว่า ส่วนคำว่าอำนาจนิยมมันหมายถึงนิยม ชมชอบคนที่มีอำนาจ ใครมีอำนาจเป็นใหญ่

3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจาก"ระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก "
.............................
แต่คนไทยก็ยังมีจิตสำนึกไม่มากพอ มันถึงต้องมีกฎไงครับ มันต้องใช้ควบคู่กันไปถึงจะมีผล ถ้าปราศจจากกฎ(เช่นกฎหมาย) บ้านเมืองก็วุ่นวาย
ป.ล. อย่างน้อยคนภาพลักษณ์ที่มีวินัย ก็ยังดีกว่าการไม่มีวินัยเลย

4. ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ
.............
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบังคับตัดผม แต่อยู่ที่การสอนเยาวชนให้รู้ว่าตัดแล้วดี(หรือไม่ดี)อย่างไรต่างหาก ถ้าเราสามารถแจกแจงข้อดีและข้อเสียให้เยาวชนรับรู้ก็จะไม่เกิดปัญหา

5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ
............
ผมคิดว่าหน้าที่สำคัญกว่าสิทธิครับโดยขออ้างอิงจาก J.F.K.
"จงอย่าถามว่าประเทศจะให้อะไรกับท่าน(สิทธิ) แต่จงถามตัวท่านเองว่าจะให้อะไรกับประเทศ(หน้าที่)"


337. Araqius (0)

Mail to Araqius


    23-01-2010, 04:51:38   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชน หลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่
...................
ขอรวมกับข้อ 4 ละกันครับ

7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทร งผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น
.....................
เนื่องจากคุณปักธงไปแล้วว่า"ไร้เหตุผล"อย่างไร้เหตุผล "ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษา เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่คิดว่าการบังคับตัดผมมีข้อดีก็จะถูกมองเป็นอีกพวก แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับว่า"ไร้เหตุผล"โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรจึงบอกว่าไม่มีข้อดีเลย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของใครบางคน "

8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา
....................
แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายๆคนคิดว่า"ไม่อยากตัดผมเกรียนเพราะพวกผมเกรียนดูแล้วไม่น่าคบ" ซึ่งก็เป็นการดูถูกคนผมเกรียนว่าไม่น่าคบ ทั้งๆที่ไม่ได้ดูจากนิสัย หรือ การกระทำ

9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ
................................
ผมว่าคำว่าจอมปลอมนี่มันแรงเกินไป เพราะถ้าโรงเรียนห่วย มันก็ไม่มีชื่อเสียงอยู่ดี เรื่องตัดผมไม่ตัดผมเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กมากๆในเรื่องชื่อเสียงโรงเรียน ส่วนหลายๆคนที่บอกว่า"ผมเกรียนโดนเพื่อนล้อ" หรือ "สาวๆไม่สนใจ" ก็เท่ากับว่า ผมมีไว้ให้เท่ = พวกจอมปลอมเหมือนกัน ซึ่งพอใช้คำนี้มันแรงเกินไปจริงๆ

10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน
..............................
ไม่ใช่เยาวชนทุกคนสักหน่อยที่อยากหลุดจากกฎทรงผม แล้วที่ว่าผู้ใหญ่ไม่รับฟังความเห็นนั้น มันยังไม่ได้มีการถกเถียงหรือโต้วาทีเรื่องทรงผมกันซักเท่าไร จึงไม่ควรสรุปลงไปเลยทีเดียว แต่ควรวิเคราะห์จากทุกด้านมากกว่า ส่วนภัยต่อระบอบประชาธิปไตยนั้น ผมคิดว่ามาจากการที่คนรู้สิทธิแต่ไม่รู้หน้าที่มากกว่า
::

Modified on: 23-01-2010, 04:57:53

338. golfgoon (0)
Mail to golfgoon


    23-01-2010, 11:54:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
รูปโป๊เพียบ

http://underground4you.blogspot.com/
http://underground4you.blogspot.com/
http://underground4you.blogspot.com/

339. club_lloa (0)
Mail to club_lloa


    23-01-2010, 12:15:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
โถ รื่องแค่นี้ มืงก็ยีง รับสภาพ ไม่ใด้ ไม่มีความอดทน แล้วถ้าโต ขึ้น มืง จะมีความอดทนในเรื่องไรใด้มั่งวะ เหอ
เอรื่งแค่นี้ ยังจะทนไม่ใหว ต่อไปเรื่องหนักๆกว่านี้คญกว่านี้จะมีความรับผิดชอบใด้ไง คิดเอานะ สมองมีให้คิด
แล้วรู้ใหม ว่าเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง น่ะ ส่วน หนึ่ง มันต้องแบ่งไปเลี้ยงเส้นผม สังเกตุใหม พวกหัวดีๆ อ่ะ พวกนี้ หัวล้านทุกคน
แล้วดูเอาเหอะ ไอพวกเอ๋อๆ อ่ะ ผมดกดำ หนาดี
แต่ที่พูดมาเนี่ย ไม่ใช่จะว่านะ ของยังงี้ ต่อให้หัวไม่ดี แต่พยายามนะ มันก็ดีขึ้น
แล้วมืงใด้ดูข่าวที่รัฐไรเนี่ย ของสหรัฐ ใหม ที่เด็กมันไม่ใด้รับอนุญาติ ให้เข้าเรียน เพราะ ผมมันยาว ทั้งที่กฐมันต้องตัดสั้น
แล้วมืงจะมาอ้างต่างประเทศทำคุวยไรกัน ถ้าเรื่องแค่นี้ ยังทนไม่ใด้
ก็ตายๆไปซ้ะ อยู่ไปก็เป็นภาระคนอื่น
ที่พูดเนี่ยถ้าใด้อ่าน หวังว่าคงคิดใด้ วันนี้ มืงอาจจะด่าผม ผมไม่ว่า แต่วันหน้า มืงจะเข้าใจผม เข้าใจโลกมากกว่านี้
ขอให้โชคดี( ผมไม่กลับมาอ่านอีกรอบ เพราะงั้นใครจะด่าผม ตามไปด่าที่กระทู้อื่นละกัน5555)

340. the(kit) (0)
Mail to the(kit)


    23-01-2010, 13:48:56   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มรึงจะ ขุดขึ้นมาทำไมวะ
341. bankt2539 (0)
Mail to bankt2539


    23-01-2010, 13:58:49   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ยืมบวรูปทีดิ
File attach: เรียกเขาว่าอีเเตะ0001.JPG (306 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
342. bankt2539 (0)
Mail to bankt2539


    23-01-2010, 14:03:22   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อีกสักรูป

เออพูดกันตรามตรงนะ เลือดที่ส่งไปเลี่ยงเส้นผมอะมีปริมาณเท่าหยดน้ำเองมั้ง

File attach: 001-1.jpg (356 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
343. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    23-01-2010, 14:36:00   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เอามาให้อ่าน

ทีมนักวิจัย มศว เผยความคิดของเด็กต่อกฎระเบียบว่าด้วยเรื่องทรงผม พบสร้างความคับข้องใจและลิดรอนสิทธิเด็ก ส่งผลร้ายทำให้คิดหนีเรียน ขณะที่เด็กบางคนถามจี้ความใจแคบผู้ใหญ่ ?ผมสั้นแล้วจะฉลาดตามไปไหม? ด้านผู้ปกครองส่วนใหญ่ถึงกับเครียดแทน

น.ส.วัลยา ภูมิภักดีพรรณ ผู้ทำงานวิจัยในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยถึงงานวิจัยเรื่อง ?ปฏิบัติการความรุนแรงต่อตัวตนของนักเรียน? ว่า จากการลงไปสัมภาษณ์เด็กถึงความรู้สึกของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีในโรงเรียนพบว่า กฎระเบียบเรื่องทรงผมเป็นสิ่งที่นักเรียนมีความกังวลกันมาก เพราะวัยรุ่นอยากมีบุคลิกที่ดี สวยงาม ดังนั้น การไปลิดรอนสิทธิเขาเรื่องนี้ ทำให้เกิดความคับข้องใจมาก ซึ่งปัญหาไม่ได้หยุดแค่นี้ และเมื่อรู้สึกคับข้องใจก็อยากจะแสดงออกให้ได้รับการยอมรับ ก็จะไปหากลุ่มเพื่อน หากเพื่อนดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็จะนำมาซึ่งปัญหาอีกต่อ ๆ ไป

อย่างไรก็ดี น.ส.วัลยา ยังได้กล่าวยกตัวอย่างถึงความคับข้องใจของนักเรียนต่อกฎระเบียบทรงผมว่า จากการสัมภาษณ์นักเรียน เขาได้พูดไว้ชัดเจนถึงความคับข้องใจอย่างมาก เช่น ?เรื่องผมทำให้นักเรียนเครียดกันมากเลยนะค่ะ เป็นผลทำให้นักเรียนหนีเรียน ทำให้ไม่ค่อยมีสมาธิเรียน ก็คือผมนะค่ะ ต้องมาโดนตัด เครียดเรื่องผมของฉันแล้ว จะไปมีกระจิตกระใจเรียนหรือค่ะ ลองให้เขาไว้ผมของเขาดูซิค่ะ เขาจะมาเครียดกันหรือ ฉันดูดีแล้วไม่ต้องเครียดก็ได้?

ขณะที่บางคนบอกว่า เรื่องของทรงผมหรือการแต่งกายไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องของสมองเลย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องมาบังคับหรือเข้มงวดกันกับกฎบางเรื่องที่ไม่จำเป็น เรื่องของการตัดผมทำให้คนเรียบร้อยได้จริงหรือไม่ เหล่านี้เป็นการสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจน

?พ่อแม่เองก็ต้องเครียดไปกับกฎบางอย่างของโรงเรียนด้วย เพราะต้องคอยตรวจดูลูกว่าลูกผมถูกหรือไม่ มีพ่อแม่บางคนที่ดิฉันได้ไปสัมภาษณ์เขาบอกว่า ต้องมีคนคอยดูแล ทั้งย่า ยาย พ่อแม่ คอยเช็คผมแทนครู แล้วก็พาไปร้านตัดผมด้วย เพราะเขาก็ไม่อยากให้ลูกเขามีปัญหาในโรงเรียน และเรื่องของกฎก็ไม่ได้จบลงที่การตัดผมอย่างเดียว แต่เกี่ยวเนื่องกับโรงเรียนและอนาคตของเด็กด้วย เพราะคะแนนและอนาคตมาผูกโยงกับกฎที่เด็กต้องสยบยอม หรือทำตามที่โรงเรียนต้องการด้วย ดิฉันอยากให้อย่างน้อยผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องลองหันไปฟังความคิดของเด็ก ๆ ดูบ้างว่าเด็กเขาคิดอะไร ไม่ได้หมายความว่าให้ยอมตามใจเด็ก แต่ควรให้เขามีพื้นที่แสดงความรู้สึกบางอย่างหรือพูดคุยกันชัดเจนหรือให้เหตุผลคุยกันแบบให้เกียรติว่าทำไมเด็กถึงทำได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่บังคับใช้โดยไม่สามารถจะตอบปัญหาเขาได้? น.ส.วัลยา กล่าว

ผู้ทำวิจัยฯ กล่าวต่อว่า นักเรียนยังสะท้อนความคิดที่ได้จากการตั้งกฎระเบียบเกี่ยวกับทรงผมด้วยว่า ผู้ใหญ่จะบอกว่าการตัดผมสั้นเป็นเด็กเรียบร้อย และทำให้เด็กปลอดภัยจากผู้ใหญ่ในสังคม หรือบางคนที่ต้องการจะเข้ามาประทุษร้ายรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าปลอดภัยเมื่อผมสั้นและระมัดระวังตัวเองลดน้อยลงไป


ผมแสดงความคิดเห็นว่า
รงเรียนมัธยม (ของรัฐบาล) ทุกโรงเรียนมีกฎกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนไว้ทรงผมตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ผู้ชายตัดสั้นเกรียนเป็นลานบินเช่นเดียวกับทรงผมของทหารเกณฑ์ ในขณะที่ผู้หญิงไว้ยาวได้แค่ติ่งหู ห้ามดัด ห้ามซอย สรุปง่ายๆ ก็คือห้ามเด็กทำอะไรกับศีรษะของตนเอง ด้วยกฎเกณฑ์เช่นนี้จึงดูราวกับว่าเนื้อตัวร่างกายของเด็กก็ไม่ได้เป็นของเด็กจริงๆ แต่เนื้อตัวร่างกายของเด็กกลับตกอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากกระทรวงศึกษาธิการ จนดูราวกับว่าเด็กไทยไม่มีสติปัญญาเพียงพอที่จะดูแลเอาใจใส่เส้นผมของตนเองด้วยเหตุผลที่ผู้หลักผู้ใหญ่มักร่วมกันให้เหตุผลว่าจะได้ประหยัดค่าตัดผม (ถ้าเปิดโอกาสให้ไว้ผมยาวก็น่าจะประหยัดกว่าหรือไม่ เพราะไม่ต้องเสียค่าตัดผมเลย) หรือไม่ก็ให้เหตุผลว่าเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องรักสวยรักงามก็ได้

แต่ ?จิตวิทยาวัยรุ่น? ตามประสบการณ์บอกกับเราว่าเด็กๆ ในวัยมัธยมเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโตทางฮอร์โมนจากวัยเด็กสู่การเป็นวัยรุ่น วัยนี้จึงเป็นวัยที่เด็กๆ เริ่มจะโตเป็นหนุ่มสาว ความรักสวยรักงาม (รักหล่อ) ก็เริ่มเกิดขึ้นในช่วง ม.ต้นจนถึง ม.ปลายนี่เอง กฎกระทรวงเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียนจึงขัดแย้งอย่างแรงกับพัฒนาการด้านในของเด็กๆ ในวัยนี้ เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับความสวยความงาม (และความหล่อ) เราพบว่าเด็กมัธยมจำนวนไม่น้อยรู้สึกกดดันไปกับกฎเกณฑ์ของโรงเรียนที่เป็นอยู่ นักเรียนหญิงหลายคนแอบไปซอยผม ในขณะที่นักเรียนชายเองก็ต้องการไว้ผมยาวที่มากกว่าทรงลานบิน

344. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    23-01-2010, 14:36:34   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ช่วงปิดเทอม (เดือนพฤศจิกายนและมีนาคม-เมษายนของทุกปี) เด็กชายจะมีโอกาสไว้ผมยาวได้ตามอิสระ ในขณะที่เด็กหญิงก็มีโอกาสไว้ผมยาวและซอย จนกระทั่งเปิดเทอมถ้าใครยังมีทรงผมที่ผิดระเบียบมาโรงเรียน ครูอาจารย์จะมีการลงโทษ หรือที่เรียกว่า ประจาน ด้วยการกร้อนผมทั้งเด็กชายและเด็กหญิงให้เสียทรง ครูอาจารย์จะรู้สึกสนุกและชอบใจที่ได้ลงโทษนักเรียนให้เกิดความอับอายเพื่อจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างกับเด็กคนอื่นๆ ในขณะที่นักเรียนผู้ถูกลงโทษจะรู้สึกอับอายที่ถูกกร้อนผมเช่นนั้น นักเรียนหญิงและนักเรียนชายบางคนถึงกับร้องไห้เพราะทรงผมที่เสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์ ทรงผมที่ถูกกร้อนจะถูกโชว์ไปตลอดทางจนกว่าจะถึงบ้าน นั่นยิ่งทำให้ครูอาจารย์ที่ลงโทษรู้สึกสะใจยิ่งขึ้น ในขณะที่เด็กๆ รู้สึกอับอายไม่น้อย

ออกจะเป็นเรื่องเศร้าไม่น้อย ที่ครูอาจารย์หลายคนมิได้มองเห็นว่าวิธีการลงโทษด้วยการกร้อนผมนักเรียนเช่นนั้นเป็นการใช้ ความรุนแรง กับนักเรียนและดูเป็นเผด็จการไปหน่อย และเป็นเรื่องเศร้าที่ซับซ้อนเมื่อครูอาจารย์จำนวนมากก็มองไม่เห็นว่ากฎกระทรวงกำลังละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็กๆ อย่างไรบ้าง แม้แต่องค์กรที่ทำงานเรื่องสิทธิเด็กก็มองไม่เห็นว่ากฎระเบียบจากกระทรวงศึกษาธิการเรื่องทรงผมเด็กนั้นได้ละเมิดสิทธิเด็กอย่างไร

หลายปีที่ผ่านมาเรามีระบบการเรียนรู้แบบ Child Center (เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้) เข้ามาในวงการศึกษาไทย เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์ เด็กๆ จะได้ฝึกการใช้ความคิดด้วยตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือเด็กๆ จะได้ฝึกคิดเองเป็น แต่ถามว่าตราบเท่าที่โรงเรียนยังคิดแทนเด็กๆ ในเรื่องทรงผมซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวเช่นนี้ เด็กจะคิดเป็นด้วยตนเองได้อย่างไรในเมื่อเส้นผมซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายของพวกเขาถูกโรงเรียนคิดแทนไปแล้วว่าเด็กๆ ต้องไว้ผมทรงอะไร แทนที่พวกเขาควรจะได้ไว้ผมในแบบที่พวกเขาต้องการ หรืออย่างน้อยที่สุดก็สามารถตัดสินใจได้เองเกี่ยวกับทรงผมของตน

มีบางคนไปเทียบกับนักบวชในพุทธศาสนาว่า พระสงฆ์ยังต้องทำตามกฎของสงฆ์ด้วยการโกนหัว แต่ขอบอกว่าเด็กวัยรุ่นไม่ใช่พระสงฆ์ที่จะต้องตัดกิเลส กฎเกณฑ์ของสงฆ์ในเรื่องการโกนหัวของพระภิกษุก็เป็นกฎเกณฑ์คนละจุดมุ่งหมายกับวิถีชีวิตของเด็ก ประการสำคัญวัยรุ่นเป็นช่วงวัยแห่งการพัฒนาการเกี่ยวกับความรู้สึก, อารมณ์ และความเป็นตัวตน การที่วัยรุ่นได้ไว้ทรงผมตามที่ตนชอบจึงเป็นเรื่องของพัฒนาการทางความรู้สึกและอารมณ์แห่งวัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยสำหรับวัยรุ่นในช่วงนี้ คนที่เป็นผู้ใหญ่ในเวลานี้มักจะลืมไปแล้วว่าตอนตนเองเป็นวัยรุ่นนั้นก็รู้สึกและต้องการอะไร เวลาเห็นวัยรุ่นทำอะไรนอกกฎเกณฑ์ก็มักจะวิพากษ์วิจารณ์โดยลืมมองย้อนกลับไปในอดีตว่าตนเองก็เคยเป็นเหมือนกัน

โรงเรียนในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศก็ไม่ได้กดดันกับทรงผมของเด็กนักเรียน นักเรียนจึงรู้สึกอิสระกับทรงผมที่ตนเองต้องการจะไว้ ในขณะที่เด็กนักเรียนในเมืองไทยกลับต้องผจญกับความกดดันและถูกบังคับให้ไว้ทรงผมที่ตนเองไม่ชอบ

ผู้เขียนเองไม่ได้คาดหวังว่าบทความเล็กๆ ชิ้นนี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรได้เกี่ยวกับกฎระเบียบการไว้ทรงผมของเด็กนักเรียนมัธยมในเมืองไทย เพราะไม่เคยเชื่อว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเชื่อในศักยภาพของเด็กๆ หรือไว้วางใจเด็กไทยขนาดนั้น นอกจากการมองว่าเด็ก ๆ ต้องถูกใช้อำนาจและคิดแทนตลอด เพราะรากเหง้าการเลี้ยงดูเด็กในบ้านเมืองของเราก็ไม่ได้เชื่อศักยภาพในตัวเด็กมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้แต่ Child Center ที่ผ่านมาก็ใช้ไม่ได้กับระบบการศึกษาไทยด้วยซ้ำ หากจะมีความคาดหวังก็เพียงแค่ต้องการสื่อสารให้ผู้หลักผู้ใหญ่ได้ใคร่ครวญมากขึ้นว่า กฎกระทรวงศึกษาธิการได้ทำร้ายและกดดันเด็กอย่างไรบ้าง โดยมีครูอาจารย์กระทำกับเด็กๆ อีกที ยังมิต้องกล่าวถึงกฎระเบียบข้ออื่นๆ และระบบการเรียนการสอนที่คอยกดดันเด็กให้ขาดความคิดสร้างสรรค์และไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง

ประเด็นที่ผู้เขียนมองเห็นก็มีเพียงบรรยากาศความเป็นเผด็จการในโรงเรียนที่แนบเนียนเสียจนคนจำนวนมาก (แม้แต่ผู้ปกครองเด็ก) ก็มองไม่ออกว่าวิธีการเหล่านั้นเป็นการใช้อำนาจเผด็จการกับเด็กๆ อย่างไร

ในกรณีครูกร้อนผมนักเรียนให้เสียทรง จนนักเรียนต้องอับอาย ร้องไห้ จะมีใครรู้สึกบ้างหรือไม่ว่านั่นคือการใช้อำนาจเผด็จการแบบเนียนๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ในขณะที่สังคมนอกโรงเรียน ผู้ใหญ่ต้องการและเรียกร้องเอาประชาธิปไตยกันแทบเป็นแทบตาย แต่ผู้ใหญ่เองกลับใช้อำนาจเผด็จการกับเด็กๆ ซึ่งดูขัดแย้งกันอย่างไรชอบกล

345. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    23-01-2010, 14:41:21   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
นี่คือหนึ่งในความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
ผมเคยเป็นเด็ก (ไม่ใช่เด็กแล้วละ) ที่ถูกปั้นมาจากผลผลิตของกฎระเบียบพวกนี้แหละ

ผมเป็นคนที่เข้ากับระเบียบได้ดีมาก เป็นเด็กดีในสายตาครูอาจารย์ สุภาพเรียบร้อย เรียนได้ดี เอาละมาเข้าประเด็นเลย การมีระเบียบให้เด็กทำตามโดยไม่มีเหตผลรองรับ เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะ
- เป็นการกระทำที่ไม่มีเหตผล (อันนี้ตรงตัว) มันเป็นการบังคับให้คนทำสิ่งที่ไม่มีเหตผล ลองถามเด็กสัก 10 คน ดูว่าจะมีสักกี่คนที่รู้เหตผลของกฎพวกนี้ไหม (ผมเองเข้าใจว่าเมื่อก่อนเด็กชายเป็นเหาเยอะ แต่เดี๋ยวนี้มันหาเหาคนยากกว่าหมัดหมาเยอะเลยนะ)

- มันอาจทำให้เด็กไม่คิดในเรื่องการจัดการในเรื่องส่วนตัว คนที่แต่งตัวเป็นได้เปรียบคนที่แต่งตัวไม่เป็น 100% ทำเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนมองว่าไม่สำคัญไม่เป็น ผมโดนเรื่องนี้ไปเต็มๆ

เราสอนให้เรากระทำอย่างมีเหตผล แต่ทำไมกฎระเบียบกลับไม่มีเหตผล ทำไมสั่งให้เด็กทำอะไรโดยไม่แจ้งเหตผลให้รู้
แล้วเดี๋ยวนี้มีเด็กสักกี่คนที่ถามว่า "ทำไมถึงให้เขาทำสิ่งที่ไม่มีเหตผลละ" หลายคนก็ตอบว่าเป็น มันเป็นกฎก็ต้องทำตาม ทั้งๆที่เขาไม่รู้ถึงเหตผลที่ทำให้เกิดกฎนั้นเลย มันเป็นความคิดของ "ทาส" หรือเปล่า

มีหลายเรื่องๆ ที่ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่ปั้นนั้น ห่วยแตก และใช้ไม่ได้อยู่หลายๆอย่าง
ตอนนี้ผมเกลี่ยดกฎไร้เหตผลที่สุดที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ แล้วใครจะมารับผิดชอบเรื่องนี้นอกจากตัวผมเองที่เป็นผลผลิตชั้นยอดจากกฎระเบียบชั้นยอดจากกระทรวงทั้งหลาย

เครดิต

http://www.thaichildrights.org/newwebboard/main.php?board=790&userid=

346. Araqius (0)

Mail to Araqius


    23-01-2010, 17:10:02   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อเรือง : (ไทย) ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชื่อเรือง : (อังกฤษ)The Effects of Group Process on Self- Disciplinary Behavior Development of Mathayomsuksa 2 Students.
ผู้วิจัย : นายณัฐวุฒิ ภิญโญทรัพย์ (Mr.Nutawoot Pinyosup)
อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์: รศ.ดร.กาญจนา ไชยพันธ์ (Asst.Prof.Dr. Kanjana chaiyapan)

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการ ใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 8 คน ที่ได้คะแนนจากการทำแบบวัดความมีระเบียบวินัยในตนเอง เข้าร่วมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเอง เป็นกลุ่มทดลอง โดยผู้วิจัยเป็นผู้นำกลุ่ม จำนวน 8 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดความมีระเบียบวินัยในตนเอง มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .83 และโปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเอง กลุ่มตัวอย่างได้รับการทดสอบก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบวัดความมีระเบียบวินัยในตนเอง และนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนแบบวัดพฤติกรรมก้าวร้าวก่อนการทดลองและหลังการทดลอง ทดสอบความแตกต่างของคะแนนความมีระเบียบวินัยในตนเอง ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลอง โดยใช้สถิติทดสอบ The Wilcoxon Signed Ranks Test
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองหลังการเข้าร่วมกิจกรรมมีคะแนนความมีระเบียบวินัยเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ปัญหาที่กระทบต่อการเจริญงอกงามและการพัฒนาประเทศประการหนึ่งคือ การขาดความมีวินัยในตนเองของคนในชาติ ความมีวินัยในตนเองเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้ประเทศเกิดความสงบเรียบร้อย เนื่องจากความมีระเบียบวินัยในตนเองเป็นสิ่งที่ควบคุมให้บุคคลประพฤติต่อกันเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ดังนั้นการสร้างความมีระเบียบวินัยในตนเองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งควรเริ่มสร้างและพัฒนาตั้งแต่ยังเด็ก และการสร้างความมีระเบียบวินัยควรให้เด็กปฏิบัติตามระเบียบ โดยเด็กได้เข้าใจเหตุผลและเห็นดีเห็นงามจากการปฏิบัติตามระเบียบนั้น อย่าให้รู้สึกว่าบังคับความมีระเบียบวินัยที่ดีนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตย และการปลูกฝังระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งกรมวิชาการ(2544) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดจุดมุ่งหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์ประการหนึ่งคือ ความมีวินัยในตนเอง
ดวงเดือน พันธุมนาวิน (2523) กล่าวว่า วินัยในตนเองเป็นสิ่งที่แสดงออกซึ่งคุณธรรม เนื่องจากการควบคุมตนเองได้ สามารถทำความดีด้วยตนเองได้ และมีความกังวลเมื่อต้องทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องซึ่งช่วยยับยั้งและป้องกันไม่ให้บุคคลกระทำผิดนอกจากนี้วินัยยังมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตในสังคมที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงในยุคข่าวสารข้อมูลที่ต้องอาศัยความมีเหตุผลความมีวินัยและความพากเพียรประกอบกัน จึงจะสามารถดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงและมีความสุขได้ นอกจากนี้ พิสมัย ทินเต (2545) กล่าวว่าความมีวินัยเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่ทำให้บุคคลสามารถปรับตัว และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและเห็นว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนได้แก่ รูปแบบการจัดกิจกรรมที่จัดให้กับนักเรียนในโรงเรียน เพศ สุขภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเพชรรัตน์ จงนิมิตสถาพร และ คณะ (2537) ได้กล่าวถึงการปลูกฝังและสร้างเสริมระเบียบวินัยให้แก่เด็กนั้น มิใช่หน้าที่ความรับผิดชอบผู้ใดผู้หนึ่งคนเดียวหรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือความรับผิดชอบจากหลายฝ่ายด้วยกัน โดยจะต้องเริ่มต้นจากครอบครัวที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด ต่อมาคือโรงเรียนซึ่งมีครูเป็นผู้อบรมสั่งสอนและให้ความรู้ด้านจริยธรรมแก่เด็กรวมทั้งสภาพแวดล้อมทางสังคมแก่เด็ก คือสื่อมวลชน พระสงฆ์หรือผู้นำทางศาสนา หรือแม้กระทั่งกลุ่มเพื่อนก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาระเบียบวินัยในเด็กด้วย นอกจากนี้ เฮอร์ล็อค(Hurlock, 1994) ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของระเบียบวินัยสำหรับเด็กไว้ ดังนี้ คือ วินัยเป็นสิ่งที่ช่วยบอกเด็กว่าสิ่งใดควรกระทำไม่ควรกระทำ ช่วยให้เด็กหลีกเลี่ยงต่อความรู้สึกผิดหรืออับอายต่อพฤติกรรมผิดความรู้สึกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงนี้ได้นี้ จะทำให้ไม่มีความสุขและเกิดการปรับตัวที่ไม่ดี วินัยจะช่วยให้เด็ก อยู่ในมาตรฐานของสังคม ช่วยให้เด็กเรียนรู้ในพฤติกรรมที่ได้รับการสรรเสริญ ทำให้เด็กได้รับการยอมรับที่สำคัญ คือนำมาให้เกิดการปรับตัวเพื่อให้ประสบผลสำเร็จและมีความสุข ช่วยรักษาแรงจูงใจในการเสริมแรงตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับสิ่งที่เป็นความต้องการของเขาเอง ช่วยพัฒนาจิตสำนึก มโนธรรมหรือเสียงภายใน ซึ่งช่วยให้มีการตัดสินใจ และควบคุมพฤติกรรมได้ด้วยตนเอง
::

Modified on: 23-01-2010, 17:12:17

347. Araqius (0)

Mail to Araqius


    23-01-2010, 17:15:01   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
กาญจนา ศรีกาฬสินธุ์ (2532) ซึ่งกล่าวว่าปัจจุบันเยาวชนไทยมีพฤติกรรมอันไม่พึงปฏิบัติในโรงเรียนรวมไปถึงการฝ่าฝืนกฎระเบียบต่างๆ ของโรงเรียน และการมีพฤติกรรมในลักษณะที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ลักษณะของพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีพฤติกรรมด้านวินัย ได้แก่ การไม่ตั้งใจเรียน การหนีเรียน การแต่งกายผิดระเบียบ การรวมตัวเป็นกลุ่ม การแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมในที่ต่างๆ ปัญหาด้านการขาดระเบียบวินัยของนักเรียนนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไขย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของคนไทย ดังนั้นการปลูกฝังระเบียบวินัยให้แก่เด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศในอนาคต เนื่องจากเด็กต้องโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป และจากเหตุผลที่นำเสนอมานั้นผู้วิจัยซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับการให้การศึกษาของนักเรียน และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการปลูกฝังระเบียบวินัยให้แก่เด็ก ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาและทดลองการใช้โปรมแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อการพัฒนาระเบียบวินัยในตนเอง เพื่อให้นักเรียนเจริญเติบโตเป็นประชากรมีมีคุณภาพต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อเปรียบเทียบผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อการพัฒนาระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ก่อนและหลังการทดลอง
วิธีการดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) โดยมีรูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดี่ยวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One group pretest – posttest design)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา จังหวัดขอนแก่น จำนวน 18 คน
กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา จังหวัดขอนแก่น ที่มีคะแนนความมีระเบียบวินัยในตนเองต่ำจำนวน 8 คน

348. Araqius (0)

Mail to Araqius


    23-01-2010, 17:16:13   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. แบบวัดความมีระเบียบวินัยในตนเอง โดยผู้วิจัยได้พัฒนามาจากแบบวัดความความมีระเบียบวินัยในตนเองของ กุลชา ศิรเฉลิมพงศ์ (2544) ลักษณะเป็นมาตรประเมินค่า (Rating Scale) 4 ระดับ ได้แก่มากที่สุด มาก น้อย น้อยที่สุด ประกอบด้วยข้อความต่างๆ ที่บรรยายถึงความมีระเบียบวินัย 3 ด้าน คือ
1) การเคารพกฎระเบียบของโรงเรียน 2) ความซื่อสัตย์ และ 3) ความรับผิดชอบ รวม 20 ข้อ
2.โปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเอง เป็นโปรแกรมการจัดกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนา ระเบียบวินัยของนักเรียนและความมีระเบียบวินัยที่ผู้วิจัยเลือกนำมาพัฒนา มี 3 ด้าน คือ 1) การเคารพกฎระเบียบของโรงเรียน 2)ความซื่อสัตย์ และ3) ความรับผิดชอบ จำนวน 8 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 50 นาที ใช้เวลา2 วันติดต่อกันซึ่งในแต่ละครั้งจะมีกระบวนการจัดกิจกรรม 3 ขั้นตอน คือ ขั้นนำ ขั้นดำเนินกิจกรรม และ ขั้น สรุป พร้อมทั้งประเมินผล ตามแนวทางของกองวิชาการ (2534) โดยใช้เทคนิค การอภิปรายกลุ่ม กลุ่มย่อยบทบาทสมมติ และกรณีศึกษา (ทิศนา แขมมณี, 2542) โดยมีผู้วิจัยเปน็ ผู้นำกลุ่มโครงสร้างโปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาระเบียบวินัยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

การวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนความมีระเบียบวินัยในตนเองก่อนการทดลอง และหลังการทดลองของกลุ่มทดลองโดยใช้สถิติ The Wilcoxon Signed Ranks Test

กลุ่ม________X____S.D.____Z.______Sing.(one-tailed)
ก่อนการทดลอง 52.00__4.44__-2.527*__.006 *P < .05
หลังการทดลอง 65.54__2.96

จากตาราง พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนความมีระเบียบวินัยในตนเองหลังการทดลองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนความมีระเบียบวินัยในตนเองก่อนการทดลอง หมายความว่า การใช้โปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อการพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองสามารถใช้พัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปผลการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมกระบวนการกลุ่ม เพื่อพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเอง หลังการทดลองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5

ข้อเสนอแนะ
1 ข้อเสนอแนะจากการทำวิจัย
1.1 ควร จัดให้มีกิจกรรมในชั้นเรียนโดย ใช้โปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียน เสริมในรายวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
1.2 ครูแนะแนวหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำโปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาระเบียบวินัยในตนเองไปใช้ในกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชั่วโมงแนะแนวหรือวิชาเรียนที่เกี่ยวข้อง
2.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
2.2.1 ควรมีการใช้โปรแกรมกระบวนการกลุ่มเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียน ในวัยต่างๆ เช่น วัยเด็กและวัยรุ่นตอนปลาย เนื่องจากในวัยที่ต่างกันจะมีกระบวนการคิดที่แตกต่างกัน
2.2.2 ควรจัดกิจกรรมนอกเหนือเวลาเรียน เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาเรียน และควรมีการประสานงาน
กับทางโรงเรียน และนักเรียนเพื่อระบุเวลาที่เหมาะสม
2.2.3 ควรมีการติดตามผลการทดลองหลังการทำกระบวนการกลุ่ม เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ และความคงทน ของพฤติกรรม

เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2544). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาและวัฒนธรรม. กรุงเทพ ฯ :กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมวิชาการ. (2542). การสังเคราะห์รูปแบบการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยด้านการควบคุมตนเองได้. กรุงเทพฯ :โครงการการศึกษาศักยภาพของเด็กไทย กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
กาญจนา ศรีกาฬสินธุ์. (2532) การบริหารกิจการนักเรียน = Student personnel administration. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒประสานมิตร.
กุลชา ศิรเฉลิมพงศ์. (2544) แนวทางการพัฒนาความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบุรีรัมพิทยาคม.วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษามหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ดวงเดือน พันธุมนาวิน. (2523). พฤติกรรมศาสตร์ เล่ม 2 จิตวิทยาจริยธรรมและจิตวิทยาภาษา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
ทิศนา แขมมณี. (2542). กลุ่มสัมพันธ์: ทฤษฎีและปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บูรพาศิลป์การพิมพ์.
_______ . 2541). การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม : จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ :
สมชายการพิมพ์.

http://dlibed.kku.ac.th/research_pro/du007/3970.pdf
::

Modified on: 23-01-2010, 17:25:23

349. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    23-01-2010, 18:29:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เรื่องวินัยนี่รู้กันทุกคนอยู่แล้วครับ ว่าทำให้คนมีคุณภาพขึ้นจริงๆ ไม่ต้องเอาวิจัยมาให้ผมดูผมก็รู้และไม่คิดเถียงครับ

แต่การฝึกวินัยที่ดีก็ควรจะตอบเหตุผลในการฝึกได้ด้วยนะครับ

การฝึกวินัย มีได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

1.ฝึกการตรงต่อเวลาให้นักเรียน (ถ้าในห้องเรียนก็เข้มงวดกว่าเดิมเช่นเข้าห้องเรียนหลังอาจารย์ ให้ "ขาด" แทน "สาย") (การบ้านส่งไม่ตรงเวลา ไม่รับส่งอีกเลย ยกเว้นมีเหตุผลที่ดีพอ)

ประโยชน์ที่ได้รับ : เด็กรู้จักตรงต่อเวลา
ผลเสีย : ไม่มี

2.วินัยในแถว (เคารพธงชาติในโรงเรียน หากใครคุยกันให้จับมายืนหน้าแถวทันที)

ประโยชน์ที่ได้รับ : เด็กรู้จักควบคุมตนเอง รู้จักกาลเทศะว่าเวลาใดควรทำอะไร
ผลเสีย : ไม่มี

3.การมาโรงเรียนสาย (เช็คชื่อแต่ละห้องเรียนในแถว หากพบเด็กคนไหนขาดเกิน 2 ครั้ง/อาทิตย์ ให้เรียกผู้ปกครองมาพบ)

ประโยชน์ที่ได้รับ : เด็กรู้จักการตรงต่อเวลา
ผลเสีย : ไม่มี

โดยการฝึกวินัยที่ยกขึ้นมาเหล่านี้ มีประโยชน์ มีเหตุผลของการฝึก และเป็นวินัยที่โรงเรียนกว่า 90% ไม่ให้ความสำคัญพอ


มาดูการตัดผมทรงนักเรียนบ้าง

วินัยการตัดผมทรงนักเรียน (การตัดผมทรงนักเรียนของหลายๆโรงเรียน)

ประโยชน์ที่ได้รับ : -ในชั้น ประถม อ้างว่า ขจัดเหาได้ (เดี๋ยวนี้การหาคนมีเหา หาได้ยากกว่าหาหญิงซิงอีก ไม่นับต่ำกว่า 15 นะ)
- ในชั้น มัธยม อ้างว่า ทำให้ดูดี มีระเบียบ (แม้ความจริงจะไม่มีระเบียบก็ขอให้ดูดีไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ ?)

ผลเสีย(ทางตรง)

- ทำให้เด็กต้องถูกบังคับให้อยู่ในกฏเกณฑ์ที่ไร้เหตุผล
- เด็กต้องเสียเวลาไปกับการตัดผม เด็กบางคนยอมเสียเวลาเรียนพิเศษส่วนหนึ่งเพื่อไปตัดผมแทน รวมๆแล้ว 3 อาทิตย์ตัด 1 ครั้ง
-เด็กเสียความรู้สึก เสียความมั่นใจในเรื่องบางเรื่อง เนื่องมาจาก ทรงผมได้ทำลายความมั่นใจส่วนนั้นไป
- สังคม เริ่มมีระบบการศึกษาที่สอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ ว่าสิ่งไหนดีไม่ดี แต่การบังคับให้ตัดผมนั้นไม่มีเหตุผลพอที่จะตอบโจทย์ของพวกเค้าได้ แต่พวกเค้าก็ต้องทำ ซึ่งเป็นการขัดแย้งกันเองกับระบบที่พยายามจะสอนเด็ก

ผลเสีย(ทางอ้อม)

- หากเด็กบางคนได้ขอทราบเหตุผล แต่ผู้ใหญ่ตอบมาว่า "มันเป็นกฏ" เมื่อนักเรียนโตขึ้นและมีคนรุ่นต่อไปถามเรื่องแบบนี้อีก ก็มักจะตอบตามที่ตนเคยเจอมา คือ "มันเป็นกฏ" ซึ่งเด็กรุ่นหลังก็จะทำแบบนี้อีก
- เป็นการทำลายความคิดที่แตกต่างของเด็ก เมื่อเด็กวิเคราะห์เห็นประโยชน์ โทษ และต้องการให้ยกเลิกเพราะเห็นว่าไม่สมควรมี ผู้ใหญ่ก็ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น
- กฏแน่นเกินไป โดยโรงเรียนบังคับให้ตัดสั้นเกินไป ไม่มีการยืดหยุ่นที่เพียงพอ แม้จะไม่ให้เด็กทำผมทรงพังค์ โมฮอค หรือทรงอื่นๆที่รุนแรง แต่ก็ควรจะให้ไว้ยาวได้มากกว่านี้ (ข้อนี้มีหลายโรงเรียนให้นักเรียนตัดรองทรงแทนทรงนักเรียนอย่างเดียวแล้ว ถือว่าเป็นกฏที่ยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น)
- ผู้ใหญ่กว่า 80% ไม่รู้ที่มาของการตัดผมทรงนักเรียน แต่สืบจากคุณครูสั่งให้ตัด ทำให้คิดแค่ว่า คนรุ่นต่อจากตน ต้องทำเหมือนตน


แทนที่จะมาฝึกวินัยที่ไม่สามารถตอบเหตุผลกับเด็กได้ว่าทำไมต้องฝึก ตอบประโยชน์ไม่ได้ว่าทำไมต้องฝึก เช่นนี้

ผมว่าเอาไปพัฒนาวินัยอย่างอื่นที่ตอบเหตุผลกับเด็กได้ดีกว่านะ


สังเกตไหมล่ะ ทำไมเด็กถึงไม่ถามเลยว่า "เห้ย อยากถอดกฏที่ว่า มาช้าโดนเช็คสาย/เช็คขาดว่ะ" "ทำไมมาโรงเรียนสายต้องโดนเข้าแถวสายวะ"

เพราะวินัยนี้มันมีเหตุผล เช่น ถ้ามาเข้าห้องช้า ก็อาจจะได้เรียนเนื้อหาน้อยลง เป็นการขัดจังหวะที่ครูสอนอยู่ และเป็นการฝึกให้นักเรียนตรงต่อเวลา


ในทางกลับกัน ทำไมทุกวันนี้เด็กจึงถามอยู่เรื่อยว่า "ทำไมต้องตัดผมทรงนักเรียนด้วยวะ" นั่นก็เพราะ กฏนี้ไม่ได้มีคำตอบหรือเหตุผลมาอธิบายพวกเค้าได้เลย มีแต่การใช้ความคิดของพวกผู้ใหญ่ที่ว่า ดูดี ดูเรียบร้อย ซึ่งมันไม่เป็นจริงในเชิงปฏิบัติ

เดิมทีที่นักเรียนที่ต้องการเรียกร้องจริงๆ (ไม่นับแว้น-สก๊อย) ไม่ใช่การที่จะให้เค้าทำผม ทรง เดทล็อค โมฮ็อค ญี่ปุ่น เกาหลีอะไรนั่นได้ แต่เป็นเพียงแค่เค้าไม่อยากให้ตัดทรงนักเรียนอย่างเดียวเท่านั้น


โดยอย่างเช่น เว็ปบอร์ดของโรงเรียนสวนกุหลาบ เคยมีกระทู้แนวนี้ขึ้นมา โดยเด็ก ขอเรียกร้องแค่ ไม่ตัดทรงนักเรียนหรือรองทรงสูงอย่างเดียว แต่ให้ตัดทรงอื่นๆที่ดูไม่รุนแรงเกินไป และไม่ยาวเกินไปได้


พวกคุณที่อ้างเรื่องผมทรงนักเรียน ผมเชื่อได้เลยว่าเกือบทุกคนไม่มีใครรู้ว่า กฏนี้มันมาได้อย่างไร


เดิมทีนั้น การตัดผมทรงนักเรียนเริ่มมาจากสมัย ร.5 โดยช่วงนั้นเป็นช่วงที่เหาระบาดหนักมาก จึงมีการสั่งให้นักเรียนทุกคนตัดผมทรงนักเรียน เพื่อทำให้ติดเหายากและเป็นผลดีต่อตัวนักเรียนเอง


ซึ่งปัจจุบัน ผู้ใหญ่มักคิดว่า การตัดผมทรงนักเรียนมันเป็นระเบียบ มันทำให้ดูดี หรือ ทำให้รู้จักระเบียบวินัย (ที่เป็นแบบนี้เพราะคนไทยมีนิสัยที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงในอะไรที่ทำต่อเนื่องกันมา)

ซึ่งเหตุผลที่ผู้ใหญ่ว่ามานี้ ไม่ใช่จุดประสงค์ของผู้ที่คิดตั้งกฏเกณฑ์นี้เลย

350. sAi_Fucklo (0)
Mail to sAi_Fucklo


    23-01-2010, 18:30:10   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ร.5 คือ พระมหากษัตริย์ที่มีโลกกว้าง ท่านทรงส่งนักเรียนไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อให้รู้วัฒนธรรม รู้กฏของเค้า เพื่อการพัฒนาของบ้านเรา

โดยมีหลายบทประพันธ์ที่ ร.5 เขียนไว้แสดงความคิดของคนไทยในสมัยนั้น ว่ายังไม่พัฒนา มีพวกหัวโบราณคร่ำครึมากมาย ทำให้เป็นตัวฉุดการพัฒนาของประเทศ (ร.5 ทรงเขียนบทนิพนธ์เช่นนี้ไว้จริงๆ ไม่ใช่ผมมาโกหกเล่น ลองอ่านดู เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ที่ท่านเขียน ท่านก็ทรงเขียนเช่นนี้จริงๆ)

และทรงผมมหาดไทย ที่เคยมีมาแต่สมัย ร.1-ร.4

ร.5 เห็นว่าไม่มีความจำเป็นหรือประโยชน์ใดๆที่จะต้องไว้ผมทรงนี้

จึงมีพระราชดำริ ให้ยกเลิกข้อบังคับที่ว่า ชายไทยต้องตัดผมทรงมหาดไทย และให้ไว้ผมยาวเฉกเช่นชาติตะวันตกที่เข้ามาทำการค้าได้



นี่ล่ะครับ ผู้ที่มีความคิดพัฒนาจริงๆผมยึดถือ ร.5 เลย


ถ้าเทียบกัน สมัย ร.5 กับสมัยนี้ จะมีเหมือนกันก็คือ

ผมทรงนักเรียน เปรียบเทียบกับ ผมทรงมหาดไทย

เปรียบผู้ขอถอดถอน สมัยนี้คือ นักเรียนทั่วไปกว่า 70% สมัยนั้น คือ ร.5

ร.5 ให้มีการถอดถอนได้เพราะท่านเป็นกษัตริย์จึงทำให้ง่ายมากในการถอดถอน

แต่พวกเรานักเรียน ทำไม่ได้ ได้แต่ทำตามอำนาจของผู้ใหญ่ไร้เหตุผล ทั้งๆที่พวกเราก็ไม่ได้อยากทำและคิดต่อต้าน


ถ้าจะว่าความคิดพวกเราแย่ ก็เหมือนท่านว่า ร.5 ด้วยแหละครับ เพราะ ร.5 ท่านก็ทรงคิดเหมือนเรา จึงให้ยกเลิกการจำกัดทรงผมในตอนนั้นไป

351. Araqius (0)

Mail to Araqius


    24-01-2010, 12:46:54   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ประเทศอเมริกาไม่มีระบบกษัตริย์ ประเทศไทยก็ไม่ควรมีด้วยอย่างนั้นหรือ
ประเทศอเมริกาบอกว่าทุกคนเท่าเทียมกัน คนไทยก็ไม่จำเป็นต้องลุกให้คนแก่นั่งอย่างนั้นหรือ
อเมริกาฟรีเซกส์ ไทยก็ควรจะทำตามงั้นหรือ
การรับวัฒนธรรมต่างชาติก็มีข้อดีและข้อเสีย บางอย่างก็ต้องปรับให้เหมาะกับสังคมไทย การไปทำตามต่างประเทศทุกอย่างมันไม่เกิดผลดีแน่ เพราะแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อ ทรัพยากร ลักษณะภูมิประเทศ ฯลฯ

ส่วนการตัดผมตามใจชอบ หรือการแต่งตัวตามใจชอบนั้นอาจทำให้นักเรียนติดแฟชั่น ใช้จ่ายเงินเพื่อให้ได้ทรงผมที่ต้องการ เป็นการสร้างค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อได้ เด็กนักเรียนยังไม่สามารถหาเงินเองได้ ต้องเบิกจากพ่อแม่ ส่วนใหญ่เด็กที่บ่นเรื่องการบังคับตัดผมก็เป็นพวกครอบครัวรวยๆทั้งนั้น ส่วนเด็กที่ต้องหาเงินเองแทบไม่มีใครเลยที่บ่นเรื่องนี้ เพราะเข้าใจดีง่าเงินมันไม่ได้หามาง่ายๆ

ส่วนเด็กที่เสียความมั่นใจเมื่อตัดผมก็แสดงว่ายึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก ต้องการมีผมเท่ๆ เพื่อให้ลักษณะภายนอกดูดี=พวกจอมปลอม เพราะ "คุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ "

< หน้าที่แล้ว [1] [2] [3] ...[9] [10] [11] [12] หน้าถัดไป >
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: