|
---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 4,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ---- |
![]() |
|
ขณะนี้เป็นเวลา 10:07 ของวันที่ 23/05/2013
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ] *** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) *** |
![]() |
โครงงานชีวะ | ![]() |
0. norbiro000
(0) ![]() บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย เลขที่ : 045-3-04190-6 ประเภท : กระแสรายวัน ธนาคาร : ไทยพาณิชย์ |
ชื่อโครงงาน : การทำวุ้นสวรรค์จากน้ำผลไม้ ประเภท : วิทยาศาสตร์ทั่วไป ระดับชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ในโครงการ พสวท. ปีการศึกษา 2531) ผู้ทำโครงงาน : นายอนุสรณ์ ศรีธีระวิโรจน์ ที่ปรึกษาโครงงาน : 1. อาจารย์วรรณา ปักศีเลิศ 2. อาจารย์ศักดิ์สิน สมอุ่มจารย์ 3. อาจารย์อวยชัย จันทรทองสุข 4. อาจารย์สุมนทิพย์ บุนนาค 5. ดร.อัมภา เหลืองภิรมย์ โรงเรียน : แก่นนครวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เกียรติบัตร : - คำสำคัญ : โครงงานวิทยาศาสตร์ / วุ่น / น้ำผลไม้ บทคัดย่อ : การศึกษาการทำวุ้นสวรรค์จากน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบหลัก ใช้เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Acetobacter aceti subspecies xylinum โดยนำน้ำอ้อย น้ำแตงโม น้ำส้ม และน้ำมะพร้าวอ่อน แต่ละชนิดมาผสมกับน้ำกลั่นในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เติมชาฝรั่ง ทดลงเป็นเวลา 10 วัน ผลปรากฏว่า น้ำอ้อยให้ค่าอัตราส่วนของมวลหลังทดลอง : มวลก่อนทดลอง - 2.20 และ 1.41 ลักษณะวุ้นที่ได้เหนียว ซึ่งมีลักษณะเหมาะสมที่สุด ส่วนผลของชาจีนและชาฝรั่งต่อการเจริญเติบโตของวุ้นสวรรค์ในน้ำอ้อยโดยเติมน้ำตาลทราย 5 10 15 และ 20 กรัมตามลำดับ ทำการวัดเปอร์เซนต์ของน้ำตาลที่ถูกใช้และลักษณะแผ่น วุ้นที่เกิดขึ้นทุก ๆ 2 วัน เป็นเวลา 8 วัน ผลปรากฏว่าชาฝรั่งให้อัตราส่วนของมวลหลังทดลอง : มวลก่อนทดลองมากกว่าชาจีน ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.44 2.06 2.38 และ 2.85 ตามลำดับ จากผลการทดลองสรุปได้ว่า น้ำอ้อยเป็นน้ำผลไม้ที่เหมาะสมในการเลี้ยงวุ้นสวรรค์ และชาฝรั่งมีผลทำให้เนื้อวุ้นสวรรค์เหนียวขึ้น |
1. norbiro000
(0) ![]() |
ชื่อโครงงาน : ผักโขมเพิ่มผลผลิต จำนวนหน้า : 99 หน้า ประเภท : วิทยาศาสตร์ทั่วไป ระดับชั้น : ม.ปลาย ผู้ทำโครงงาน : สุชาดา แซ่หลี สุพัตรา พรหมช่วย อรทัย บัวนวล ที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์สุวารี พงศ์ธีระวรรณ อาจารย์เฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ สถาบันการศึกษา : โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกียรติบัตร : ชนะเลิศระดับประเทศและชนะการประกวดรางวัลที่ 1 ภาคใต้ ปี 2539 คำสำคัญ : ผักโขม / พืช (การเพิ่มผลผลิต) บทคัดย่อ : ลำดับที่ คง ป143/2539 โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีเร่งผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้ในเวลาสั้นลง และนำวัชพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยผู้ทำโครงงานทำการศึกษาชนิดของฮอร์โมนที่อยู่ในยอดผักโขม จากการศึกษาพบว่า ฮอร์โมนที่สามารถเร่งการขยายตัวของรากพืชกระตุ่นการเกิดรากและเร่งการเจริญเติบโต คือ ออกซิน ซึ่งมีมากบริเวณยอดพืชและที่ยอดพืชยังมีฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน และเอทิลีน ซึ่งมีผลยับยั้งการเกิดรากใหม่ แต่ก็มีผลต่อการเจริญของพืชเช่นกัน จึงได้ทำการทดสอบเพิ่มเติมว่าฮอร์โมนที่พบมากเป็นฮอร์โมนชนิดใด โดยวิธี avena curvature bioassay กับข้าวโพด พบว่าโคลิออฟไลต์ (coleoptile) ของพืชโค้งงอกว่าเดิม เมื่อใช้สารสกัดจากยอดอ่อนของผักโขม และเมื่อนำสารนี้ไปกระตุ้นรากพบว่า เมล็ดที่แช่สารสกัดจากยอดผักโขมที่มีความเข้มข้นของยอดผักโขม 20 กรัม ต่อน้ำ ปริมาตร 350 ลูกบาศก์เซนติเมตร พบว่ามีรากงอกเร็วขึ้นและมีปริมาณรากมากเมื่อนำไปแช่เมล็ดพืชจากนั้นนำไปปลูกจนพืชเจริญเติบโต พบว่าพืชที่ผ่านการแช่ในสารสกัดจากผักโขมมีรากยาวและปริมาณรากมาก ลำต้นสูง และอวบกว่าต้นที่ไม่ได้แช่สารสกัด |
2. NORBIRO000
(0) ![]() |
ชื่อโครงงาน : ถ่านกัมมันต์จากเปลือกไม้ จำนวนหน้า : 84 หน้า ประเภท : วิทยาศาสตร์กำหนดหัวข้อ ระดับชั้น : ม.ปลาย ผู้ทำโครงงาน : ฌานิกา แซ่แง่ ยุทธิภูมิ คงบุรี อนุรัตน์ ศิริรัตน์ ที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์นิตยา ทวีกิจการ อาจารย์สมพร คู่ปิตุภูมิ อาจารย์ประดิษฐ์ ไชยศีร สถาบันการศึกษา : โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกียรติบัตร : ชนะเลิศระดับประเทศและชนะการประกวดรางวัลที่ 1 ภาคใต้ ปี 2539 คำสำคัญ : ถ่านกัมมันต์ / เปลือกผลไม้ บทคัดย่อ : ลำดับที่ คง ป139/2539 โครงงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเปลือกผลไม้เหลือทิ้งชนิดต่าง ๆ มาเผาเป็นถ่านแล้วนำถ่านที่เผาได้นั้นมาผลิตเป็นถ่านกัมมันต์โดยวิธีทางเคมี และวิธีทางฟิสิกส์ พร้อมทั้งศึกษาว่าถ่าน กัมมันต์จากเปลือกผลไม้ต่างชนิดกันที่ผลิตขึ้นโดยวิธีเดียวกัน และถ่านกัมมันต์จากเปลือกผลไม้ชนิดเดียวกันแต่ผลิตขึ้นโดยวิธีต่างกันเมื่อนำไปทดสอบการลดรปิมาณ Pb2+ ในน้ำ การดูดกลิ่นก๊าซแอมโมเนีย และการดูดสีของสารละลายน้ำตาลทรายดิบ จะให้ผลแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร สำหรับการผลิตถ่าน กัมมันต์โดยวิธีทางเคมีเริ่มด้วยนำถ่านจากเปลือกผลไม้มาต้มด้วยสารละลาย ZnCl2 เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยใช้ชุด Reflux หลังจากนั้นนำไปต้มด้วยสารละลาย HCl น้ำสารละลาย Na2Cl3 น้ำ ตามลำดับ ครั้งละ 30 นาที แล้วล้างผลิตภัณฑ์ จนน้ำล้างเป็นกลาง ตากแดดให้แห้ง ก็จะได้ถ่านกัมมันต์จากเปลือกผลไม้ สำหรับการผลิตภัณฑ์กัมมันต์โดยวิธีทางฟิสิกส์ เริ่มด้วยน้ำถ่านจากเปลือกผลไม้ไปกระตุ้นด้วยไอน้ำเป็นเวลา 1 ชั่วโมง แล้วตากแดดให้แห้ง ก็จะได้ถ่านกัมมันต์จากเปลือกไม้ จากการเผาถ่านจากเปลือกไม้พบว่า ถ่านจากเปลือกลูกเนียงได้มากที่สุดคือ 34.48% ส่วนการผลิตถ่านกัมมันต์ โดยวิธีทางเคมีพบว่า ถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าวได้มากที่สุด คือ 95.25% การผลิตถ่านกัมมันต์โดยวิธีทางฟิสิกส์ พบว่าถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าวได้มากที่สุด คือ 98.75% สำหรับผลการทดสอบความสามารถในการลดปริมาณ Pb2+ ในน้ำด้วยถ่านกัมมันต์พบว่า ถ่ามกัมมันต์จากเปลือกทุเรียนที่ผลิตขึ้นโยดวิธีทางเคมีและวิธีทางฟิสิกส์สามารถกำจัด Pb2+ ได้ดีที่สุด สำหรับการทดสอบความสามารถในการดูดกลิ่นก๊าซแอมโมเนียพบว่า ถ่ายกัมมันต์ที่ผลิตโดยวิธีทางเคมี ถ่านกัมมันต์จากเปลือกเงาะ กะลามะพร้าว ดูดก๊าซแอมโมเนียได้ดีที่สุด สำหรับความสามารถในการดูดสีของสารละลายน้ำทราบดิบพบว่าถ่านกัมมันต์ที่ผลิตโดยวิธีทางเคมี ถ่านกัมมันต์จากเปลือกเงาะ เปลือกมังคุด เปลือกทุเรียนสามารถดูดสีสารละลายน้ำตาลทรายดิบได้ดีที่สุด และยังพบว่าไม่มีถ่านกัมมันต์จากเปลือกผลไม้ชนิดใดที่ผลิตขึ้นโดยวิธีทางฟิสิกส์ที่สามารถดูดสีของสารละลายน้ำตาลทราบดิบได้ดี |
3. norbiro000
(0) ![]() |
ชื่อโครงงาน : ฟืนประยุกต์ จำนวนหน้า : 66 หน้า ประเภท : วิทยาศาสตร์ทั่วไป ระดับชั้น : ม.ต้น ผู้ทำโครงงาน : สุพรรณิการ์ ไพศาลศุภชัย วิชุดา วิวัฒนเจริญ ประภัสสร งามวัฒนากุล ที่ปรึกษาโครงงาน : อาจารย์จันทร์เพ็ญ มาลารัตน์ สถาบันการศึกษา : โรงเรียนพระหฤทัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เกียรติบัตร : ชนะการประกวดรางวัลชมเชย ภาคเหนือ ปี 2539 คำสำคัญ : ฟืน / วัสดุเหลือใช้ (ประโยชน์) บทคัดย่อ : ลำดับที่ คง ต268/2539 เชื้อเพลิงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ และยังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ในการหุงต้มอาหาร การผลิตกระแสไฟฟ้า การอุตสาหกรรมต่าง ๆ โครงงานนี้จึงได้ทดลองนำเอาเศษวัสดุต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น นับเป็นการลดปัญหาการตัดไม้เพื่อให้เป็นเชื้อเพลิงและดลปริมาณขยะด้วย ผู้ทำโครงงานได้ศึกษาหาอัตราส่วนของเศษวัสดุต่อน้ำแป้งสุกที่เหมาะสมกับเศษวัสดุแต่ละชนิด และศึกษาเศษวัสดุที่นำมาทำการทดลองว่าชนิดใดเหมาะสมที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพดีที่สุด โดยนำวัสดุ 6 ชนิด คือ ชานอ้อย กากมะพร้าว (ที่คั้นกะทิออกขายแล้ว) ขุยมะพร้าว กากชา ขี้เลื่อย กระดาษหนังสือพิมพ์ มาศึกษาอัตราส่วนของเศษวัสดุต่อน้ำแป้งสุกคือ 3:1 , 3:2 , 4:1 ,4:5 , 5:1 , 5:2 ที่เหมาะสมที่สุดกับเศษวัสดุแต่ละชนิด จากนั้นจึงนำเศษวัสดุแต่ละชนิดมาคลุกเคล้ากับน้ำแป้งสุกซึ่งพบว่าเหมาะสมที่สุด แล้วกับการนำไปอัดแท่งแต่ละชนิดในปริมาณ 40 กรัม มาต้มน้ำในปริมาณ 60 cc วัดอุณหภูมิของน้ำที่เปลี่ยนไปแล้วใช้สูตร Q = msDt คำนวณหาปริมาตรความร้อนที่ได้รับจากฟืนแต่ละชนิด จากการทดลอง พบว่าเศษวัสดุแต่ละชนิดมีอัตราส่วนเศษวัสดุ : น้ำแป้งสุกที่เหมาะสมที่สุดต่างกัน คือชานอ้อย = 3:1 กากมะพร้าว = 3:1 ขุยมะพร้าว = 5:1 ขี้เลื่อย = 5:2 กระดาษหนังสือพิมพ์ = 5:1 ฟืนที่เหมาะสำหรับใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงมากที่สุด คือ ฟืนจากกากมะพร้าวและขี้เลื่อยเนื่องจากติดไฟง่าย ให้พลังงานความร้อนสูง เมื่อเปรียบเทียบกับฟืนที่ใช้กันทั่วไปในปริมาณที่เท่ากัน |
hotmail.com[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]