---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 4,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 18:02 ของวันที่ 28/01/2012
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
นิยาย (หน้าที่ 1/48)
[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] หน้าถัดไป>>
Wallace's School of Magic รับสมัครตัวบุคลากร
0. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    10-12-2008, 00:54:53   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ไม่น่าเชื่อว่าเมมนี้จะยังมีชีวิตอยู่แฮะ ไม่ได้แตะมาเป็นปีๆแล้วนะเนี่ย เอาล่ะๆเข้าเรื่องดีกว่าเนอะ

ใครที่จำผมได้(ซึ่งคาดว่าคงไม่มีแล้ว) คงจะรู้ว่าผมคือ นายเคนจิ นักแต่งนิยายที่หายหน้าหายตาไปจากบอร์ดประมูลร่วมปี ทิ้งนิยายเอาไว้อย่างน่าเกลียดน่าชัง (ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็เสียใจอย่างสุดชีวิต เสียดายนิยายเรื่องนั้นจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี)ซึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมา ผมต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านและงานที่มหาลัยยุ่งจนแทบไม่มีเวลานอน จนท้ายที่สุดต้องตัดใจเลิกไปอย่างปวดหัวใจจริงๆ

ตอนนี้ผมก็กลับมามีเวลาอีกครั้งแล้ว (ถึงแม้ว่าไม่รู้จะนานแค่ไหนก็ตาม) ผมก็เลยอยากจะกลับมาทำให้สิ่งที่ผมอยากทำอีกสักครั้งนั่นก็คือ การแต่งนิยายนั่นเอง แน่นอนว่าเป็นแนวถนัดของผมนั่นก็คือ

แนวเวทมนตร์แฟนตาซี โดยมีเนื้อเรื่องที่อิงจากเรื่องเดิมที่ผมเคยแต่ง ส่วนเรื่องราวในตอนแรกจะเป็นอย่างไรนั้น ผมแต่งมาให้ได้อ่านกันก่อนแล้วเพราะตอนแรกไม่ใช้ตัวละครเยอะ และผมอยากให้ได้อ่านอันก่อนที่จะสมัครด้วยว่าผมแต่งนิยายแนวไหน เอาล่ะไปอ่านกันเลยครับ



บทที่1 โรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่ล่มสลาย

ท้องฟ้าสีคราม...แสงแดดอันอบอุ่น...และทุ่งหญ้าเขียวขจี...บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติที่หลายๆคนใฝ่ฝันมีผ่านไปให้เห็นเป็นครั้งคราวผ่านทางหน้าต่างของรถไฟที่กำลังวิ่ง คงไม่มีใครคิดว่าบรรยากาศอันแสนสบายและสงบสุขเช่นนี้จะเป็นโลกที่กำลังอยู่ในช่วงของสงคราม...อีกทั้งยังเป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ยืดเยื้อยาวนานโดยไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด

กว่าสิบห้าปีมาแล้วในอดีต มนุษย์ เอล์ฟ และดวอร์ฟได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกร่วมกัน เหล่ามนุษย์ที่อ่อนแอแต่ฉลาดได้ปกครองดินแดนอย่างทรงอำนาจ ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่เอาไว้ทั้งหมด ดวอร์ฟเผ่าพันธุ์ผู้แสวงหาผลประโยชน์ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ในการทำการค้าขาย เอล์ฟผู้ละทิ้งในความโลภ ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่อาณาจักรของพวกเขาในป่าทางเหนือซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นไปอย่างสงบ จนกระทั่งไม่นานนัก การเริ่มต้นเล็กๆของความมืดที่รุกเข้าสู่ดินแดนก็ได้เริ่มขึ้น

พวกออร์ค ชนเผ่าเล็กๆที่แข็งแกร่งได้ค่อยๆพัฒนาตัวเอง จนมีจำนวนมากขึ้นและมีกำลังมากอย่างไม่อาจประเมินได้ พวกมันบุกเข้าตีอาณาจักรของมนุษย์ได้สำเร็จ และขยายอำนาจของตัวเองขึ้น มนุษย์ผู้อ่อนแอไม่อาจต่อกรการรุกรานของออร์คที่ทรงพลังได้ จึงได้แต่ถอยหนีไปเรื่อยๆ แต่พวกออร์คไม่เคยรู้จักพอ พวกมันรุกขึ้นเหนือล้วงล้ำเข้าสู่พื้นป่าอันอุดมสมบูรณ์ของเอล์ฟ เหล่าเอล์ฟถึงแม้จะเก่งกาจและมีพลังเวทแกร่งกล้า แต่ด้วยจำนวนและพละกำลังที่แตกต่างทำให้ต้องต่อกรกับเหล่าอสูรกายตัวเขียวอย่างยากลำบาก ซึ่งในตอนนั้นเอง มนุษย์ได้เสนอที่จะร่วมมือกับเอล์ฟ ในการขับไล่พวกออร์คออกไป โดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ เอล์ฟต้องสอนเวทมนตร์ให้กับพวกมนุษย์ เพื่อใช้ในการต่อกรกับออร์ค เหล่าเอล์ฟบางส่วนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจตกลง มนุษย์นั้นถึงจะอ่อนแอที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหมดแต่ความสามารถในการเรียนรู้กลับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ มนุษย์เรียนรู้เวทมนตร์ได้อย่างรวดเร็ว ได้รับอาวุธและเครื่องป้องกันจากพวกดรอว์ฟและพัฒนาพละกำลังขึ้นมาจากการฝึกฝนและสู้รบ

จนในที่สุดก็สามารถขับไล่พวกออร์คออกไปจากพื้นป่าทางเหนือได้สำเร็จ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ความเคลือบแคลงของเอล์ฟส่วนหนึ่งยิ่งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมนุษย์สามารถเรียนรู้ศาสตร์แห่งมนตร์ดำ ซึ่งเป็นศาสตร์ต้องห้ามของเหล่าเอล์ฟมาใช้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเผ่าพันธุ์ที่มีแต่ความโลภเช่นมนุษย์จะหันคมดาบกลับมาเล่นงานเหล่าเอล์ฟเองหรือไม่ จนกระทั่งในที่สุด ความอดทนของพวกเขาเหล่านั้นก็ขาดสะบั้น เอล์ฟส่วนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาต่อต้าน พวกเขาเริ่มร่ำเรียนมนตร์ดำอย่างจริงจังเพื่อต่อกรกับพวกมนุษย์ ทำให้พวกเอล์ฟที่เหลือไม่พอใจจนขับไล่พวกเขาออกจากป่า ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความแค้นของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พวกเขายังคงเรียนมนตร์ดำต่อไป จนความมืดเข้าครอบงำพวกเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น สีผิวและรูปร่างรวมถึงความสามารถที่ค่อยๆเปลี่ยนไป พวกเขาถือกำเนิดใหม่ในฐานะของดาร์คเอล์ฟ และได้เข้าร่วมกับพวกออร์คเพื่อที่จะกวาดล้างพวกมนุษย์ให้สิ้นซาก

แต่ความเลวร้ายยังไม่สิ้นสุดลงแค่นั้น ความมืดมิด ความเจ็บปวด ความสิ้นหวังและความเคียดแค้นได้เข้าครอบงำเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลจากสงคราม พวกมันค่อยๆเปลี่ยนไป พวกมันแข็งแกร่งขึ้น ว่องไวขึ้น ฉลาดขึ้น และเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม ซ้ำร้ายพวกมันบางตัวยังพัฒนาไปถึงขั้นใช้พลังเวทได้ พวกมันรวมกลุ่มกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งพลังอำนาจ ที่สามารถสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วดินแดนได้ ทั้งสามฝ่ายเปิดสงครามแห่งสายเลือดใส่กันอย่างไม่ใครยอมใครมาจนถึงปัจจุบัน

::

Modified on: 10-12-2008, 01:52:40

1. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 00:55:54   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เมืองวอลเลช เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองป้อมปราการแห่งอาณาจักรของเหล่ามนุษย์ ตั้งอยู่ริมชายแดนซึ่งกั้นอาณาเขตระหว่างเหล่าออคและดาร์คเอล์ฟรวมถึงดินแดนของเหล่าอสูรกายพอดิบพอดี ทำให้ตั้งแต่ในอดีตเมืองนี้ถูกโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนดินแดนบริเวณรอบๆได้รับเปลี่ยนมือกันมาหลายต่อหลายฝ่าย แต่ถึงกระนั้นวอลเลชก็ยังคงสามารถทำหน้าที่ของเมืองหน้าด่านสุดแข็งแกร่งเอาไว้ได้เป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะอาณาเขตของเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยกำแพงเวทอันแข็งแกร่งของเหล่าจอมเวทย์ที่มาทำพิธีเอาไว้ หรืออาจจะเป็นเพราะกำแพงเมืองสูงเสียดฟ่าได้รับการออกแบบและก่อสร้างจากเหล่าช่างอัจฉริยะเผ่าดวอร์ฟจนมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผาไม่มีช่องว่างแม้แต่จะให้หนูตัวเล็กๆลอดเข้ามา ทำให้เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านที่ผู้คนพากันมั่นใจว่าปลอดภัยที่สุดมาเป็นเวลากว่าสิบปี จนภายในเมืองมีบรรยากาศคึกคักไม่แพ้เมืองในเขตภายในอื่นๆเลยทีเดียว

เสียงรถไฟขบวนหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามาที่สถานีเมืองวอลเลชส่งเสียงหวูดดังไปทั่ว มันค่อยๆแล่นช้าลงๆและหยุดลงในที่สุด ผู้คนส่วนหนึ่งพากันผลักกันไปที่ประตูและลงไปสู่สถานีรถไฟที่เนืองแน่น หนึ่งในผู้คนที่ลงมาจากรถไฟนั้นมีเด็กหนุ่มวัย20เผ่ามนุษย์อยู่คนหนึ่ง เขามีผมสั้นสีเงินและดวงตาสีแดงราวกับเลือดแต่งตัวด้วยชุดผ้าธรรมดาๆไม่มีอะไรโดดเด่น ใบหน้านิ่งเฉยแต่กลับมีท่าทางลอกแลกเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า อัล หรือชื่อเต็มคือ อัลเฟเดริค เรกเกอร์ เขามาที่เมืองนี้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา อัลเป็นหนึ่งในไม่กี่คนบนโลกที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ใช้เวทย์มนตร์หรือจอมเวทย์

เพียงแต่อัลยังไม่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นจอมเวทย์เต็มตัวอย่างแท้จริง นั่นก็เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเวทย์มนตร์เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ในสถานที่ที่เขาอยู่ก็ไม่มีใครสามารถให้คำแนะนำเขาได้ มีเพียงพลังเวทย์ที่สถิตอยู่ในร่างกายของเขาอย่างไม่รู้วิธีใช้เท่านั้น จนกระทั่งเขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกที่ฝึกสอนผู้ใช้เวทมนตร์ที่เก่งกาจออกมามากมายจนเป็นกำลังหลักในสงคราม สถานที่ซึ่งถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอดจนน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ นั่นก็คือโรงเรียนสอนเวทมนตร์นั่นเอง

ถึงกระนั้นด้วยความที่มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ทำให้ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่ามีโรงเรียนสอนเวทมนตร์อยู่จริง บรรดาจอมเวททั้งหลายต่างก็ปิดปากเงียบ เด็กหนุ่มตามกลิ่นของข่าวลือมาจนถึงเมืองนี้เพราะเป็นเมืองที่มีใครๆต่างพูดว่า ถ้าโรงเรียนสอนเวทมนตร์จะตั้งอยู่ที่ไหนซักแห่ง เมืองนี้ก็มีความเป็นไปได้มากที่สุด

ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง แสงแดดอันร้อนแรงสาดส่องลงมาทั่วเมืองวอลเลชอาคารสีโทนส้มทั้งหลายที่อยู่ในเมืองทำให้บรรยากาศร้อนระอุเป็นเท่าตัว อัลกำลังเดินออกไปตามท้องถนนที่คึกคักไปด้วยผู้คน บ้างก็นั่งรถม้า บ้างก็กำลังแบกข้าวของไปมาซึ่งไม่ต้องสังเกตมากก็สามารถเดาได้ว่าสิ่งของเหล่านั้นเป็นอาวุธทั้งสิ้น

“สมเป็นเมืองป้อมปราการจริงๆแฮะ” อัลพึมพำขณะหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ชายล่ำบึกคนหนึ่งกำลังยัดปืนยาวทำจากไม้จำนวนไม่ต่ำกว่าสิบกระบอกลงไปในกระสอบแล้วแบกขึ้นรถ “ตลาดค้าอาวุธคึกคักกว่าที่อื่นชัดเลย”

อัลยังคงกลุ่มใจอยู่เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี จะเข้าไปถามคนที่เดินผ่านไปผ่านมานี้ดูไหม หรือว่าจะลองเข้าไปในร้านเหล้าสักแห่งแล้วถามดู ระหว่างที่ความคิดของเขากำลังสับสนและมาถึงทางตันอยู่นั้นเอง มีคนๆหนึ่งเดินผ่านตัวเขาไป และเขาก็จับคำที่บ่นพึมพำได้บางคำ

“- -ไม่รู้จะขายกันทำไมเยอะแยะ เจอเวทมนตร์ก็เป็นของเล่นอยู่ดี--”

อัลเหลียวไปมองทันที คนพูดเป็นชายหนุ่มร่างสูงสวมชุดคลุมถึงเท้ามีผิวสีออกเหลืองและมีผมดำ ที่สำคัญชายคนนี้มีหูแมวสีเดียวกันอยู่บนหัวนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่คล้ายหางโผล่ออกมาจากใต้เสื้อคลุมอีกด้วย เขาสงสัยอยู่ครู่นึงก่อนจะนึกออกว่าคนๆนี้น่าจะเป็นฮาล์ฟครีเจอร์ (ลูกครึ่งระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น) ซึ่งเขาเองก็เพิ่งเคยเห็นตัวจริงเป็นครั้งแรก

“เวทมนตร์...” อัลทวนคำ ราวกับเส้นทางตันอันมืดมนของเขามีแสงสว่างขึ้นมายังไงยังงั้น

อัลรีบกลับตัวแล้วเดินตามชายคนนั้นไปโดยพยายามไม่ให้เขาลับสายตาแต่ก็ต้องไม่ใกล้เกินไป ดูเหมือนว่าฮาล์ฟครีเจอร์คนนี้กำลังรีบร้อนที่จะไปทำอะไรบางอย่าง คงไม่ดีแน่ถ้าอัลจะเข้าไปถามตอนนี้และเขาก็อยากเห็นกับตาว่าชายคนนี้เป็นผู้ใช้เวทมนตร์จริงๆ

ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ใช้เวทมนตร์คนนี้ยังคงเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีว่าจะรู้ตัว อัลเองก็ยังคงสะกดรอยตามต่อไปอย่างไม่ลดละ ทิศทางในการเดินของเขาก็ค่อยๆห่างออกมาจากฝูงชนมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านร้านอาหาร ร้านขาย หอพักต่างๆมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเดินออกมาถึงเขตชานเมืองที่ไร้ผู้คน มีเพียงกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเล็กๆติดกับกำแพงเมืองขนาดมหึมา

กึก...ชายคนนั้นเดินออกไปอยู่กล่างทุ่งหญ้าแล้วหยุดกึกลงอย่างกะทันหัน อัลเอาตัวแนบกับผนังกระท่อมก่อนจะค่อยๆโผล่หน้าออกไปมอง ซึ่งปรากฏว่าชายคนนั้น...หายไปแล้ว

“ตามชั้นมาทำไม” เสียงของชายแปลกหน้าดังขึ้นข้างๆตัวอัล เขาตกใจรีบหันหน้ากลับไปแต่ก็ต้องชะงักเพราะคมมีดสีเงินแวบวับและคมกริบกำลังจ่ออยู่ที่คอหอยของเขาอย่างพอดิบพอดี ไม่มีเวลาให้คิดเลยว่าชายคนนี้หายไปได้ยังไงแต่มาโผล่อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร สีหน้าของเขาทั้งเยือกเย็นและน่ากลัวบ่งบอกว่าเขาเอาจริง “ตอบมาให้สั้นที่สุด เพราะชั้นไม่ว่าง และชั้นก็ไม่อยากเสวนากับผู้ชายเกินความจำเป็น”

อัลนิ่งใช้ความคิดไปเสี้ยววินาที ถ้าขืนเขาโกหกล่ะก็ผลออกมาตรงกันข้ามแน่

“ชั้น...อยากเรียนเวทมนตร์” อัลตอบออกไป “ชั้นรู้ตัวว่าตัวเองมีพลังเวทอยู่กับตัวแต่ไม่รู้ว่าจะใช้ยังไง มีข่าวลือว่าที่นี้มีเบาะแสของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ และเมื่อกี้ชั้นได้ยินคำว่าเวทมนตร์ออกจากปากนายชั้นก็เลยตามมาเผื่อว่านายจะรู้อะไรบ้างเท่านั้นเอง”

อัลพูดออกไปตามความจริงที่สุดเท่าที่เขาจะคิดออก แล้วรอดูปฏิกิริยาของชายคนนั้น

“อ๋อ เหรอ” เสียงตอบรับอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักดังขึ้น “น่าเสียดายนะ เพราะโรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่แกว่าน่ะ...”

“มันล่มสลายไปนานแล้ว”
::

Modified on: 10-12-2008, 00:57:46

2. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 00:56:58   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
“วะ...ว่าไงนะ!” อัลเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“ท่าทางจะไม่รู้เรื่อง อะไรเลยล่ะสิ” หนุ่มหูแมวผู้นั้นส่งเสียงอย่างดูแคลน “โรงเรียนสอนเวทมนตร์ได้รับการก่อตั้งครั้งแรกตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อสิบห้าปีก่อน ตอนนั้นทั้งมนุษย์ เอล์ฟ และดวอร์ฟทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่เผ่าพันธุ์ตัวเองมีก่อตั้งโรงเรียนสอนเวทมนตร์เพื่อหวังจะผลิตจอมเวทออกมาต่อต้านเหล่าดาร์คเอล์ฟ ออค และพวกอสูรกาย แต่สุดท้ายแล้วมันกลับกลายเป็นความคิดที่ผิด”

“ความคิดที่ผิด....” อัลทวนคำ “หมายความว่ายังไง”

เจ้าของข้อมูลพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างหน่ายๆ ราวกับรู้สึกเบื่อเหลือเกินที่จะต้องมาอธิบายเรื่องราวในอดีตให้หมอนี่ฟัง “การตั้งโรงเรียนสอนเวทมนตร์ขึ้นมาอย่างโจ่งแจ้งทำให้มันกลายเป็นเป้าโจมตีจากศัตรูทั่วทุกสารทิศ หลังการก่อตั้งไม่ถึงห้าปี โรงเรียนสอนเวทมนตร์ถูกบุกโจมตีทั้งจากฝั่งอสูรกายและฝั่งดาร์คเอล์ฟอย่างหนักจนท้ายสุดก็ต้องพบกับการล่มสลายภายในคืนเดียว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการก่อตั้งโรงเรียนสอนเวทมนตร์ขึ้นมาอีกเลย”

คมมีดถูกลดลงมาจากคอของอัล แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

“ทำไม...นายถึงรู้เรื่องดีขนาดนี้” อัลเอ่ยถามออกไป ทั้งที่แท้จริงเป็นเป็นเพราะใจของเขายังไม่เชื่อว่าสิ่งที่คนๆนี้พูดเป็นความจริง

“ทำไมน่ะเหรอ...” ชายคนนั้นหันกลับมามอง “ก็เพราะว่าชั้น เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากล่มสลายของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ในครั้งนั้นยังไงล่ะ จะให้ชั้นบอกด้วยไหมว่ามันเกิดขึ้นในวันเดือนปีที่เท่าไร และมีคนตายกี่คนน่ะ”

ฮาล์ฟครีเจอร์เอ่ยอย่างรำคาญเต็มทน แล้วเริ่มเดินออกไปอย่างไม่แยแส

“บ้า...ชะมัด” อัลกำหมัดแน่นอย่างเจ็บแค้นใจ ถ้าเป็นคำพูดของคนที่อยู่ในเหตุการณ์มาแล้วจริงก็ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องโกหก โรงเรียนสอนเวทมนตร์ล่มสลายไปแล้ว...แล้วเขาจะทำยังไงต่อไปล่ะ ถ้าไม่มีโรงเรียนสอนเวทมนตร์แล้วเขาจะรู้วิธีใช้เวทมนตร์ได้ยังไง “ทั้งๆที่ถ้าชั้นได้เรียนเวทมนตร์ ชั้นก็จะไม่ไร้ค่า...เหมือนที่ผ่านๆมาแท้ๆ”

ชายคนนั้นหยุดกึกทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น

“ชั้นไม่รู้หรอกนะ ว่าอดีตที่ผ่านมาของแกจะไร้ค่าขนาดไหน” เสียงที่เอ่ยออกมาและใบหน้าที่หันกลับมานั้นอัลรู้สึกได้เลยว่าแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง “แต่แกคิดว่าแค่ใช้เวทมนตร์เป็นนิดๆหน่อยๆแล้วคุณค่าในตัวแกมันจะเพิ่มขึ้นมาได้งั้นเหรอ......โลกนี้มันไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้นหรอกโว้ย นายโง่”

อัลสะดุ้งตัว เขารู้สึกกลัวและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน

“ไม่เข้าใจสินะ” หนุ่มหูแมวเอ่ยราวกับอ่านใจเขาออก ก่อนจะชักมีดขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอกเพราะยังไงๆแกก็...ไม่มีความหมายอยู่แล้ว!”

ฟิ้ว!! ตูม!! คมมีดถูกตวัดในชั่วพริบตาไม่มีเวลาให้อัลแม้แต่จะขยับตัว เขาสังเกตเห็นเพียงวัตถุสีดำบางอย่างพุ่งผ่านตัวเขาไป ตัดกำแพงกระท่อมที่ทำจากไม้ซึ่งอยู่ข้างๆตัวเขาไม่กี่เซนติเมตรขาดกระจุยออกเป็นเศษไม้ชิ้นขนาดเท่าฝ่ามือร่วงลงมากองกับพื้น อัลยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งจนเขารู้ตัวว่าเป้าหมายของคมมีดไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นกำแพงที่อยู่ข้างๆ เขาจึงค่อยๆกลับตัวไปมองผ่านช่องขนาดเท่าประตูข้างในกระท่อมว่ามีใครได้รับบาดเจ็บบ้างหรือเปล่า...แต่ภาพที่เขาเห็นกลับทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิม

ภายในกระท้อมไม้อันห่างไกลที่ควรจะร้างผู้คน กลับปรากฏภาพของชายชกรรจ์นับสิบคนรายล้อมอยู่ภายในนั้นอย่างเนืองแน่น บ้างก็กำลังขัดปืนยาวอันใหม่เอี่ยม บ้างก็กำลังสูบบุหรี่อย่างเพลิดเพลิน ตรงกลางกระท่อมมีโต๊ะยาววางอยู่บนโต๊ะมีถุงผ้าสีน้ำตาลภายในมีเหรียญทองจำนวนมากมายจนไม่อาจนับได้ พร้อมกับปืนอีกหลายสิบกระบอกที่กองอยู่ใกล้ๆกัน แทบไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมเลยว่าที่นี่คือสำหรับทำอะไร และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือตอนนี้ชายชกรรจ์ทั้งหมดหันมามองทางนี้เป็นตาเดียวเพราะเสียงที่เกิดจากการพังประตูเมื่อครู่นี้

“เฮ้ย!! แกเป็นใคร!!” ชายชกรรจ์คนหนึ่งตะโกนขึ้น ทำให้บรรดาคนที่เหลือลุกฮือมาตามๆกัน พวกเขาต่างคว้าปืนและอาวุธใกล้ตัวขึ้นมาทันที บรรยากาศตอนนี้อันตรายอย่างรุนแรง สิ่งที่เขาคิดออกอย่างเดียวตอนนี้ก็คือการกลับรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในเมืองให้รู้ แต่เขาจะมีชีวิตรอดกลับไปหรือเปล่านี่สิ...ระหว่างที่อัลกำลังคิดอยู่นั้นเอง

“น้อยกว่าที่คิดแฮะ...ท่าทางงานนี้จะเสร็จเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้นะนี่” ชายผู้นั้นเดินอาดเข้ามาในกระท่อมอย่างไม่มีท่าทีจะเกรงกลัว เสื้อคลุมถูกทิ้งลงไปที่พื้นหางแมวโบกสะบัดไปมา

“เฮ้ย! แกพล่ามอะไรของแก! นายตัวประหลาด!” ชายคนหนึ่งยกปืนขึ้นจ่อใส่ฮาล์ฟครีเจอร์ผู้นั้น

“ก็...อย่างที่เห็นนั่นแหละ” ร่างของเขาเดินมาหยุดอยู่กลางวงล้อมของปากกระบอกปืนนับสิบที่หันเข้าหาเขา มีดเล่มเล็กๆที่ไม่น่าจะช่วยอะไรได้ในสถานการณ์นี้ถูกชักออกมาควงไปมาอย่างคล่องแคล่ว “ชั้นมาเพื่อเก็บกวาดขยะอย่างพวกแก”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครคาดคิดว่านี้จะเป็นคำพูดของคนที่มีมีดเพียงเล่มเดียวท่ามกลางปืนนับสิบกระบอก แต่คำพูดนั้นกลับแฝงไปด้วยความเป็นไปได้อย่างเหลือเชื่อแม้แต่อัลที่ยืนมองอยู่ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุว่าชายหูแมวผู้นี้ทำอย่างที่พูดได้จริงๆ

“ค้าอาวุธเถื่อนข้ามอาณาจักรรึ...อาจจะข้ามเผ่าพันธุ์ด้วยเลยก็ได้มั้ง” เสียงสบายๆพูดขึ้นอีกครั้ง “มิน่าล่ะ หลังๆมาพวกดาร์คเอล์ฟกับพวกออคมันถึงได้มีอาวุธคล้ายมนุษย์นัก”

“ทะ...ทิ้งมีดซะ!” ชายที่ถือปืนคนหนึ่งส่งเสียงออกมาได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดูเหมือนเสียงขู่เลยสักนิดก็ตาม เสียงนั้นแฝงไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

“ทิ้งมีด?...แน่ใจนะ?” เขาหยิบมีดขึ้นมาพลิกดูไปมาราวกับต้องการคำยืนยันคำพูดเมื่อครู่นี้ “เอางั้นก็ได้...”

มีดสีเงินถูกลงจากมือของชายคนนั้นและร่วงลงสู่พื้น อัลรู้สึกว่าทุกสิ่งในเสี้ยววินาทีนั้นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ มีดค่อยๆร่วงลงไปบนเงาของเจ้าของมีดที่ทอดออกมายังบริเวณด้านหน้าและ...จมหายลงไปในเงานั้น

“ไปลงนรกกันซะให้หมด” เสียงอันโหดเ!้ยมเอ่ยออกมาท่ามกลางสีหน้าตกใจของบรรดาชายชกรรจ์ที่เห็นมีดจมหายลงไปในเงาต่อหน้าต่อตา “ชาโดว์สไปค์!!”

ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!! “อ๊ากกก!!”

เป็นภาพที่อัลไม่เคยมาก่อนในชีวิต ไม่มีเวลาให้พวกเขาแม้แต่จะเหนี่ยวไกปืน เงาดำที่พื้นเคลื่อนไหวได้ในพริบตาราวกับมีชีวิต มันเปลี่ยนรูปร่างเป็นหนามแหลมจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาทิ่มแทงร่างของชายชกรรจ์ที่ถือปืนรอบๆจนร่างของพวกเขาถูกเสียบลอยขึ้นจากพื้นอย่างโหดเ!้ยม เลือดของเหล่าผู้เคราะห์ร้ายสาดกระเด็นจนเปรอะเพดานกระท่อมไปทั่ว ตอนนี้อัลเห็นกับตาแล้วว่าฮาล์ฟครีเจอร์คนนี้คือจอมเวทแถมยังเป็นผู้ใช้เวทเงาอีกด้วย

“เฮ้ย! จะ...จอมเวทนี่หว่า!!” ชายชกรรจ์ที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่งมองร่างของเพื่อนถูกเสียบขึ้นไปด้วยความตกใจแล้วเหนี่ยวไกทันที

ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! เงาที่กลายเป็นหนามแหลมเหล่านั้นเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นโล่สีดำขนาดใหญ่ในพริบตาดูดกลืนกระสุนปืนเหล่านั้นหายวับไป และวินาทีต่อมามันก็พุ่งขึ้นมาจากเงาใต้เท้าของพวกเขาและตรงเข้าทำร้ายตัวพวกเขาเอง และทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง

เปรี้ยง!!! กระสุนสีขาวพุ่งเข้าโจมตีจอมเวทผู้ใช้เงาจากทางด้านข้าง เขารีบกางโล่เงาขึ้นมาป้องกันแต่มันกลับสามารถทะลุโล่ของเขาเข้ามาได้ กระสุนเฉียดแก้มซ้ายของเขาออกไปเพียงนิดเดียวมีเลือดไหลออกมาให้เห็นเล็กน้อย ซึ่งอัลพอจะมองออกว่านี่ไม่ใช่ความบังเอิญ ฮาล์ฟครีเจอร์ผู้นี้หลบกระสุนในระยะประชิดได้...
::

Modified on: 10-12-2008, 00:59:00

3. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 01:00:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อัลหันไปยังที่มาของลำแสง ชายคนหนึ่งกำลังถือปืนเล็งมาทางจอมเวทคนนี้เพียงแต่ว่าปืนที่เขาถืออยู่นั้นแตกต่างไปจากกระบอกอื่นๆ มันเป็นปืนยาวสีเงินทั้งกระบอกและมีลวดลายอักขระแปลกๆสลักอยู่บนปืน ควันที่คุกรุ่นออกมาจากปากกระบอกบ่งบอกว่ามันพึ่งจะถูกยิงออกไป

“ปืนประจุพลังเวทเหรอ...” จอมเวทพึมพำขณะที่ดวงตาสีแดงมองลอดรูของโล่ที่ถูกยิงทะลุ

“อย่ามาดูถูกกันนะโว้ย!!” ชายคนที่ถือปืนตะโกนออกมา “ปืนกระบอกนี้ข้าพยายามแทบตายกว่าจะได้มันมา และข้าจะใช้มันจัดการแกซะ!!”

ฟุ่บ!! ชายชกรรจ์คนนั้นยกแขนขึ้นเพื่อเตรียมเล็งปืนยิงอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อปืนที่เขาถืออยู่จู่ๆหายไปจากมือ....ไม่สิ เมื่อมองอีกทีแขนทั้งสองข้างของชายผู้นี้ก็หายไปแล้ว

“หานายนี่อยู่เหรอ” ผู้ใช้เงาเอ่ยพร้อมกับชูของที่อยู่ในมือเขาให้ดู ปืนกระบอกสีเงินได้มาอยู่ในมือเขาเรียบร้อยแล้วแถมด้วยส่วนแขนทั้งสองข้างของชายผู้เคราะห์ร้ายคนนี้ที่ยังจับปืนอยู่อีกด้วย

“อะ...เอา คืน มา...”

เปรี้ยง!! ร่างไร้แขนถูกยิงเข้ากลางลำตัวกระเด็นลงไปกองที่พื้นแรงอัดของปืนมีมากจนอกของเขาระเบิดทะลุเป็นรูโหว่ เลือดไหลทะลักสาดกระเด็นไปทั่วเมื่อรวมกับศพอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่กองอยู่ในกระท่อมมีเพียงร่างๆเดียวที่ยืนอยู่เหนือศพเหล่านั้นดวงตาสีแดงฉ่านส่องประกาย มันคือสภาพของนรกโดยแท้จริงนี่สินะคือพลังของผู้ที่ถูกเรียกว่าจอมเวท

จอมเวทเงายกนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมาปิดแผลเล็กๆที่แก้มซ้ายเอาไว้แล้วลูบเบาๆแผลนั้นหายสนิทไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็นในทันที เขาหันมองมาทางอัลที่ยังคงยืนนิ่งอยู่แต่ดูเหมือนสายตาของเขาจะไม่ได้อยู่ที่อัลเลย จนกระทั่ง...

กึก...ปากกระบอกปืนอันหนึ่งถูกจ่อเข้ามาที่ขมับของอัลพร้อมกับแขนข้างหนึ่งล็อกคอเขาเอาไว้ ชายคนนี้อาศัยจังหวะที่อัลกำลังยืนตะลึงวกมาข้างหลังโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

“อย่าเข้ามานะ!!” ชายคนนั้นตะโกนพร้อมกับพยายามลากอัลถอยหลังออกมาจากกระท่อม เห็นได้ชัดว่าการกระทำของเขาเต็มไปด้วยความกลัวหลังจากที่เห็นเพื่อนๆถูกฆ่าอย่างง่ายดาย “ไม่งั้นหมอนี่ตายแน่!!”

“ก็เรื่องของมันสิ” จอมเวทพูดสวนตอบกลับมาอย่างเย็นชาและไร้เยื้อใยจนชายคนนั้นถึงกับชะงัก “ชั้นไม่ได้รู้จักกับมันซักหน่อย คนไร้ค่าอย่างมันจะอยู่หรือตายก็ไม่ใช่ธุระของชั้น”

ปากกระบอกปืนสีเงินถูกยกขึ้นมาจ่อพวกเขาทั้งสองคน ขอเพียงแค่ปืนถูกเหนี่ยวไกเขาก็จะต้องตาย...ตายไปอย่างคนไร้ค่า คนไร้ค่า....ทันทีที่อัลนึกถึงคำนั้นภาพในอดีตบางส่วนของเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว ภาพที่เขานั่งอยู่ในมุมมือเพียงคนเดียว ภาพที่มีแต่คนทำท่ารังเกียจเขาสารพัด ภาพที่เขาไม่อยากจะนึกถึงมัน เขาไม่ใช่คนไร้ค่า ไม่ใช่!!

ปัง!!! อัลสะบัดแขนขวาขึ้นปัดปากกระบอกปืนที่จ่อขมับเขาอยู่ออกไปซึ่งเป็นเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะถูกยิงออกมา ขณะที่ชายคนนั้นรวมถึงจอมเวทที่ดูอยู่กำลังตกใจกับการกระทำของเขา อัลคว้าแขนล็อกคอเขาไว้แน่นแล้วหมุนตัวลงเต็มแรงทุ่มร่างของชายคนนั้นออกไปด้านหน้า ร่างนั้นร่วงลงหลังกระแทกพื้นดังพลั่ก!ปืนกระเด็นไปคนละทางกับลำตัวและในวินาทีต่อมา...

เปรี้ยง!! ปืนกระบอกเงินถูกยิงอัดเข้าใส่ร่างที่นอนอยู่บนพื้นเลือดสาดกระเด็นขึ้นมาเปรอะร่างของอัลเป็นจุดๆ เมื่อทุกอย่างเงียบเสียงลงไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่ในบริเวณนั้นอีกแล้วนอกจากพวกเขาทั้งสองและศพจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน กลิ่นคาวเลือดเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องมีคนผ่านมาเห็นแน่ๆ อัลยืนมองอีกฝ่ายนิ่งโดยไม่กล้าพูดอะไรออกมา

จอมเวทผู้นั้นแบกปืนที่เพิ่งได้มาขึ้นบ่าแล้วเดินผ่านหน้าอัลไปอย่างไม่สนใจใยดีราวกับเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

“เดี้ยวก่อน!” อัลหันกลับมาตะโกนเรียก จอมเวทหยุดเดิน

“อะไรอีกล่ะ” ชายหนุ่มหูแมวส่งเสียงกลับมาอย่างรำคาญใจ

“ช่วยสอนเวทมนตร์ ให้ชั้นที” อัลเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเลใจ ทำเอาจอมเวทชะงักไปเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยคำนี้ออกมา “ขอร้องล่ะ”

หนุ่มหูแมวนิ่งไปในท่าทีที่ประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา

“แกชื่ออะไร”

“...ชั้นชื่อ อัล” อัลคิดอยู่อึดใจนึงแล้วตอบออกมา “อัลเฟเดริค เรกเกอร์”

“ทำไมต้องยึดติดกับเวทมนตร์ขนาดนั้น” จอมเวทถามต่อ

“ชั้น...” อัลกำลังจะเริ่มพูด

“ช่างเถอะ” หนุ่มหูแมวรีบตัดบททั้งๆที่อัลยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ราวกับว่าเขาเปลี่ยนใจไม่อยากฟังแล้วและหันหลังให้ “ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับชั้นอยู่ดี”

จอมเวทออกเดินไปอย่างไม่ใยดี ถึงแม้ว่าอัลจะพยายามตะโกนเรียกแต่ก็ไม่ทำให้ชายผู้นั้นหันกลับมาอีก ทันทีที่เขาเลี้ยวมุมตึกหลังหนึ่งอัลพยายามวิ่งตามมาแต่ชายผู้นั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

“โธ่โว้ย!” อัลสถบออกมาอย่างเจ็บใจ

..........................................................................................................................

4. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 01:02:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ภายในห้องทำงานห้องหนึ่งซึ่งอยู่ที่ไหนซักแห่งในเมืองนี้ สภาพของห้องบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างดูสบายตาและมีสีออกโทนเหลืองสดใส ชั้นวางหนังสือสีเหลืองทองถูกตั้งอยู่ที่มุมซ้ายของห้อง ถูกจัดวางไปด้วยหนังสือเล่มต่างๆที่ถูกเรียงสีและเรื่องตามสันปกเอาไว้เป็นอย่างดี ฝั่งตรงข้ามกับชั้นหนังสือเป็นตู้เสื้อผ้าสีน้ำตาลสลักลวดลายสวยงามซึ่งไม่น่าจะเข้ามาอยู่ในห้องทำงานแต่ก็ดูไม่ขัดตาเท่าไรนัก โคมไฟระยาสวยงามถูกห้อยลงมาจากบนเพดาน บริเวณกลางห้องคือชุดโต๊ะทำงานสีน้ำตาลทองด้านหลังเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่มีลายสวยงามไม่แพ้กัน

บนโต๊ะทำงานที่อยู่บริเวณกลางห้องนั้นมีหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องนั่งอยู่ เธอคือหญิงสาวที่มีผมสีทองยาวสลวย ใบหน้าคมเข้มแต่ก็ดูอ่อนโยนเป็นคนรูปร่างดีที่ถึงแม้จะนั่งอยู่ก็สามารถดูออกได้ไม่ยาก เธอกำลังนั่งดูเอกสารต่างๆที่กองอยู่บนโต๊ะเธอทีละฉบับ

วืด...ร่างของจอมเวทหนุ่มหูแมวโผล่ขึ้นมาจากเงาของชั้นหนังสืออย่างช้าๆจนกระทั่งโผล่ขึ้นมาพ้นทั้งตัวและก้าวเดินเข้ามากลางห้อง

“กลับมาแล้วรึ...เรวิน” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองจอมเวทหนุ่มคนนั้นแล้วยิ้มหน่อยๆ “เป็นยังไงาบ้างล่ะ”

“งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว นี่ของฝาก” เรวินวางปืนกระบอกสีเงินลงบนโต๊ะทำงานของหญิงสาวคนนั้น “แล้วก็...”

เรวินยกมือขึ้นมาจ่อตรงขมับของตัวเองแล้วหลับตาอึดใจต่อมาก็มีแสงสว่างเป็นประกายเล็กๆเกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งของบางอย่างที่คล้ายกับแผ่นเหล็กสีทองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าฝ่ามือโผล่ออกมาจากศรีษะของเขา เรวินจับสิ่งนั้นออกมาและยื่นให้เธอ

“จะทำยังไงต่อก็ตามใจก็แล้วกันนะ” เรวินบอกแล้วหันหลังเดินไปที่ประตู “คราวหน้างานที่ต้องพล่ามกับผู้ชายมากๆแบบนี้ผมขอบายล่ะ”

“แหม อย่าพูดอย่างงั้นสิ” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะเสียบแผ่นสีทองที่ได้มาจากเรวินเข้าที่ขมับของตัวเอง เธอหลับตาลงเพียงอึดใจเดียวเหตุการณ์ทั้งหมดที่เรวินได้พบมาเมื่อสักครู่นี้ก็ไหลเข้าสู่สมองของเธอให้ได้รับรู้โดยทันที “ถ้าคราวหน้า ยั้งมือไม่ฆ่าคนที่พอสอบสวนได้จะดีมากเลยนะ” เธอเอ่ยไล่หลังเขาไป

“ถ้าอาจารย์ยอมมากินข้าวกับผมซักมื้อล่ะก็ จะลองพยายามดูนะ” เรวินส่งเสียงแล้วโบกมือด้วยสองนิ้วก่อนจะเดินออกจากห้องไป หางแมวสีดำโบกสะบัดไปมาส่งท้าย

หญิงสาวถอนใจแล้วส่ายหน้าอย่างหน่ายๆก่อนจะทบทวนความทรงจำของเรวินอีกครั้ง

“อัลเฟเดริค เรกเกอร์งั้นเหรอ...” เธอพึมพำแล้วยิ้มออกมาหน่อยๆ

..........................................................................................................................

ในขณะนั้นเองอัลก็กำลังเดินตามหาจอมเวทที่เขาเพิ่งได้พบเจอมาทั่วทั้งเมือง ถึงแม้ว่าโอกาสพบจะมีน้อยมากหรืออาจจะไม่มีเลยเสียด้วยซ้ำเขาก็ยังไม่อาจตัดใจลงไปได้ เขารอคอยวันที่เขาจะได้พบกับเวทมนตร์มาชั่วชีวิตเขาไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแบบนี้ อัลเดินเข้าออกร้านค้าต่างๆเป็นว่าเล่นแวะถามผู้คนไปเกือบตลอดทางว่าใครพบเห็นชายหนุ่มหูแมวสีดำเข้มบ้างไหม แต่ก็ไม่มีใครให้เบาะแสเขาได้แม้แต่คนเดียว

เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงอัลเริ่มหมดความหวัง เขาเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยไปเรื่อยๆจนมาถึงประตูเมืองสูงเสียดฟ้าโดยไม่รู้ตัว อัลเงยหน้ามองขึ้นไปแล้วค่อยๆมองลงมาที่เงาของตัวเขาเองที่ปรากฏอยู่บนกำแพงประตูเมืองเขายกมือขึ้นแนบกับกำแพงอย่างช้าๆ เขารู้สึกได้เลยว่ามันทั้งแข็งแกร่งและทนทานไม่มีทางที่จะฝ่าออกไปได้ เปรียบเหมือนกับตัวเขาในตอนนี้ที่กำลังเผชิญกับทางตันที่ไม่มีทางฝ่าไปได้เช่นกัน...

“ยังไงก็เปิดประตูนั่นไม่ได้หรอก” เสียงหนึ่งดังขึ้น อัลตกใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองต้นเสียงซึ่งเสียงเป็นผู้หญิงและก็พบกับหญิงสาวผมยาวสีทองคนหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ที่บริเวณข้างประตูเมืองถัดจากตัวเขาไปพอสมควร ตอนเดินมาเขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีเธอยืนอยู่ตรงนี้ด้วย “มาทำอะไรที่นี่เหรอ”

อัลแปลกใจเล็กน้อยแต่สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสงสัยอะไรอีก

“...ทำไมถึงเปิดไม่ได้ล่ะครับ” อัลใช้คำสุภาพเพราะถึงแม้เธอจะดูยังสาวแต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาอยู่มาก

“หลังประตูบานนั้นคือสนามรบ” เธอบอก “สนามรบอันแสนโหดร้ายที่มีเพียงอสูรกาย ซากศพ และผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้”

“ถ้าไม่แข็งแกร่ง ก็ผ่านออกไปไม่ได้งั้นเหรอครับ” อัลเอ่ยอย่างเลื่อนลอย

“ถ้าผ่านออกไปไม่ได้ก็ถอยกลับไปไม่ดีกว่าเหรอ”

“ผม...ไม่อยากถอยกลับไป” อัลกัดฟันเล็กน้อยแล้วเริ่มเอามือจิกกำแพง

“ทั้งๆที่ไม่รู้วิธีใช้เวทมนตร์เนี่ยนะ”

ชายหนุ่มตกใจหันมาทางหญิงสาวทันทีเธอรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่รู้วิธีใช้เวทมนตร์ ไม่สิจากวิธีการพูดเธอน่าจะรู้ความต้องการของเขาทั้งหมดแล้วด้วยซ้ำ

“คุณเป็นใครกัน?” อัลถาม

“ตัวแทนกองกำลังป้องกันอาณาจักรวอลเลช” หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัว “รองหัวหน้ากองกำลัง ไอริส การ์แลน”

“กองกำลัง...ป้องกันอาณาจักร” อัลทวนคำช้าๆแสดงว่าเธอคนนี้เองก็ต้องเก่งมากแน่

“อัลเฟเดริค เรกเกอร์ ชั้นได้ยินเรื่องของเธอมาจากผู้ใช้เวทเงาที่เธอพบเจอเมื่อตอนเที่ยง” เธอบอกเพื่อตอบคำถามของเขาว่าเธอรู้เรื่องทั้งหมดได้อย่างไร “ทำไมเธอไม่ลองหาคุณค่าของตัวเองในด้านอื่นบ้างล่ะ?”

“เอ๋...?” อัลส่งเสียงอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

“ความจริงก็เป็นอย่างที่เธอได้ยินมา โรงเรียนสอนเวทมนตร์ในอดีตน่ะล่มสลายไปนานแล้ว และในปัจจุบันก็ไม่หลงเหลือผู้ใช้เวทมนตร์คนไหนที่จะมีเวลาว่างและความสามารถเพียงพอที่จะสอนเธอได้อีก เธอไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่มาที่นี่ด้วยเหตุผลนี้ หลายคนต่างเฝ้ารอวันที่ตัวเองจะได้เรียนเวทมนตร์แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบกับความเป็นจริง แต่ถ้าเธออยากที่จะมีคุณค่าในตัวเองจริงๆล่ะก็นอกเหนือจากการเป็นผู้ใช้เวทมนตร์แล้วก็ยังมีอาชีพอื่นๆอีกมากมายที่ทำประโยชน์ต่อสงครามครั้งนี้ได้ และซักวันเธอก็จะต้องค้นพบคุณค่าในตัวเองอย่างแน่นอน”

ไอริสเงียบลงพักหนึ่งเพื่อรอดูปฏิกิริยาของเขา

“อาชีพอื่นๆงั้นเหรอ...” อัลเอ่ยเบาๆแล้วหันไปหาเธอ “ของพรรค์นั้นน่ะช่วยอะไรผมไม่ได้หรอก”


::

Modified on: 10-12-2008, 01:04:07

5. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 01:03:22   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตูม!! อัลเหวี่ยงแขนตัวเองชกใส่กำแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น แม้แต่ไอริสเองก็สะดุ้งตัวเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆเขาจะทำเช่นนี้

“ผมน่ะ...เพื่อที่จะหลุดพ้นจากตัวเอง เพื่อที่จะหลุดพ้นจากอดีต เพื่อที่จะทำคำสาบานที่ผมให้ไว้กับตัวเองให้เป็นจริง ผมไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว” อัลกัดฟันอย่างเจ็บใจตัวเองน้ำตาของเขาไหลคลอออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ว่าจะพูดออกไปอย่างไรก็คงไม่มีใครเข้าใจเหตุผลของเขาได้ เหตุผลที่เขาจะดำรงค์ชีวิตต่อไปได้ในฐานะผู้ใช้เวทมนตร์เท่านั้น “ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้...ก็เพียงเส้นทางนี้เท่านั้น!”

เกิดความเงียบขึ้นอีกครู่ใหญ่อัลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง กำแพงที่เขาชกใส่เปื้อนรอยเลือดเล็กน้อย ขณะนั้นเองที่ไอริสเดินเข้ามาหาเขาทางด้านหลังอย่างช้าๆ เงาของเธอปรากฏขึ้นซ้อนทับเงาของเขาที่นั่งอยู่

“ชั้นเข้าใจเธอแล้ว อัลเฟเดริค เรกเกอร์” ไอริสพูดออกมา “โรงเรียนสอนเวทมนตร์น่ะ ยังไม่จบสิ้น”

อัลถึงกับสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ได้ยิน เขารีบลุกขึ้นแล้วหันหน้ากลับมาหาไอริสทันทีเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฟังผิดไป ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะได้ยินมาว่าโรงเรียนสอนเวทมนตร์ล่มสลายไปแล้วตั้งสองครั้ง แต่จู่ๆเธอกลับเอ่ยคำนี้ขึ้นมา มันหมายความว่าอย่างไรกัน

“โรงเรียนสอนเวทมนตร์ในอดีตน่ะ เคยล่มสลายไปแล้วครั้งหนึ่งอย่างที่เธอได้ยินมานั่นแหละ” เธอเริ่มบอกข้อมูลเพื่อคลายข้อสงสัยของเขา “แต่ในเวลาต่อมา พวกเราก็ได้มีการพยายามอีกครั้งเพื่อก่อตั้งโรงเรียนสอนเวทมนตร์ขึ้นมาใหม่ โดยครั้งนี้พวกเราก่อสร้างโดยปกปิดเป็นความลับสุดยอด แม้แต่ผู้นำระดับสูงตามอาณาจักรอื่นๆก็ยังไม่มีใครรับรู้ถึงตัวตนของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ใหม่ในครั้งนี้”

“ทำไม...ต้องปกปิดเป็นความลับขนาดนั้นด้วย” อัลถาม

“ก็เพื่อป้องกันการล่มสลายเป็นครั้งที่สองไงล่ะ” เธอตอบง่ายๆ “เราเรียนรู้จากครั้งแรกว่าการประกาศตัวโรงเรียนสอนเวทมนตร์อย่างโจ่งแจ้งจะนำพาศัตรูทั้งต่อหน้าและลับหลังเข้ามาในโรงเรียนอย่างมากมายจนไม่มีทางตรวจสอบได้หมด ครั้งนี้พวกเราจึงจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนสอนเวทมนตร์เข้าสู่ความมืดอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นการปิดโอกาส ทำให้ผู้ใช้เวทมนตร์ใหม่ๆรับรู้และเข้ามาเรียนมีน้อยมากแต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะปกป้องเหล่าผู้ใช้เวทมนตร์ที่เหลืออยู่ภายในโรงเรียนที่ก่อตั้งใหม่แห่งนี้

“เพราะงั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโรงเรียนสอนเวทมนตร์จึงไม่ได้ทอดทิ้งทุกๆไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่อยู่ปกป้องและต่อสู้ในเบื้องหลังของประวัติศาสตร์เพื่อปกป้องทุกๆคนมาตลอดยังไงล่ะ”

อัลรู้สึกเหมือนกับอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งซึ่งกดทับอยู่ภายในตัวเขามาเป็นเวลานานได้สลายหายไปจนหมดสิ้น โรงเรียนสอนเวทมนตร์ยังคงมีตัวตนอยู่จริงๆ เขารู้สึกเหมือนจะมีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้มันไหลออกมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง

“แต่ก่อนจะบอกความจริงเรื่องนี้ให้เธอรู้ ไม่ว่ายังไงชั้นก็อยากจะได้ยินความรู้สึกของเธอให้แน่ใจด้วยตัวเอง” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม “เธอที่รู้เรื่องการล่มสลายของโรงเรียนสอนเวทมนตร์ในอดีต ได้เห็นถึงความโหดร้ายของชีวิตและภาระอันหนักหน่วงที่ต้องแบกรับในฐานะผู้ใช้เวทมนตร์มากับตายังคิดจะเดินในเส้นทางนี้อยู่อีกหรือไม่ และเพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาสอดแนมของศัตรูเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตกเป็นเป้าโจมตีขึ้นมาอีก ชั้นจำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้ให้ได้เสียก่อน”

อัลยกแขนขึ้นปาดน้ำตา รอยยิ้มเป็นครั้งแรกของวันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“เอาล่ะไปกันเลยไหม” ไอริสเอ่ยอย่างยิ้มแย้มแล้วยื่นมือมาให้อัล “สู่โรงเรียนสอนเวทมนตร์วอลเลช”


..........................................................................................................................


เอาล่ะๆ บทแรกผ่านไปก็เข้าสู่ส่วนของใบสมัครกันเสียที ดูแนวการแต่งของผมไปแล้ว ใครที่ไม่ชอบไม่คิดจะติดตามนิยายจริงๆก็อย่าสมัครเลยนะคับ (คนเหล่านั้นคงไม่ทนอ่านมาถึงบรรทัดนี้หรอกเนอะ) เอาล่ะ ไปดูใบสมัครกันดีกว่า

(กรุณาออกแบบให้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงที่สุด)
ชื่อ ,นามสกุล(ขอเป็นแนวสากลตะวันตกนะครับ) –

เพศ –

อายุ –

ตำแหน่ง -
(หมายถึงตำแหน่งครูและนักเรียน ซึ่งถ้าอยากเป็นอะไรก็ใส่มาได้ตามความต้องการ แต่ถ้าไม่ได้เป็นครูหรือนักเรียน เช่น เป็นคนนอกหรือพวกฝั่งความมืด และพวกอสูรกายก็ไม่ต้องใส่มาน่ะครับ)

เผ่าพันธุ์ –
(อ้างอิงจากด้านล่าง)

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ –

นิสัยใจคอ –

สิ่งที่ชอบ –

สิ่งที่ไม่ชอบ –

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) –

สายอาชีพ –
(อ้างอิงจากด้านล่างเช่นกัน)

คามสามารถทั่วไป – (สอดคล้องกับสายอาชีพ)

ลักษณะเฉพาะตัว – (เช่น ขีดจำกัดทางสายเลือด,ความสามารถพิเศษ จะมีหรือไม่ก็ได้)

งานอดิเรก- (ถ้ามี)

อื่นๆ – (ถ้ามี)


พยายามกรอกให้ละเอียดและมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความน่าสนใจด้วยนะครับ งานนี้เช็คตัวละครรายบุคคลใครไปผ่านชำแหละเสียจริงๆด้วยนะเอ้อ (คนเคยโดนคงไม่อยู่มาให้คำบอกเล่าซะละแฮะ) ::

Modified on: 10-12-2008, 23:11:24

6. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 01:05:18   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เรปนี้จะเป็นส่วนของสายอาชีพของผู้ใช้เวทมนตร์....คุยกันยาวแหละอันนี้ เพราะผมจำแนกรายละเอียดไว้ค่อนข้างมาก แต่ถ้าใครมีวิชาเฉพาะตัวที่แหวกแนวกว่านี้ก็ใส่ลงในลักษณะเฉพาะตัวได้เลยนะครับ เอาล่ะไปดูกันเลยดีกว่า

1.Warrior Magician หรือ นักรบเวทย์ อาชีพกึ่งกลางระหว่างนักรบและนักเวทย์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะรูปแบบการต่อสู้ของสายอาชีพนี้ที่ดูเข้มแข็งและหลากหลายตรงใจใครหลายๆคน วันนี้เราจะได้รู้จักกับอาชีพยอดนิยมนี้กันให้มากขึ้นครับ

นักรบเวทย์แบ่งสายตามความถนัดได้ดังนี้ครับ

11.สายนักรบธาตุ
- สายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในทุกสาย ใช้การโจมตีด้วยอาวุธของตนผสานกับเวทย์ธาตุที่ถนัดเข้าเล่นงานคู่ต่อสู้ รูปแบบจะพลิกแพลงและหลากหลายขึ้นอยู่กับผู้ใช้เป็นหลัก ทั้งอาวุธที่ใช้,ลักษณะของเวทย์และสายที่เลือกก็ล้วนมีผลต่อรูปแบบการต่อสู้ทั้งสิ้น เวทย์ธาตุที่ใช้จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับพวกจอมขมังเวทย์ธาตุเพราะเวทย์ที่ใช้ส่วนมากจะเป็นบทที่สั้นและง่ายเพื่อความรวดเร็วในการเข้าปะทะกับศัตรู ด้วยความต่อเนื่องและรวดเร็วนี้ทำให้บางคนสามารถจัคการคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่ยังร่ายเวทย์ไม่เสร็จด้วยซ้ำไป

1.2.สายนักรบความมืด
- แม้ว่าจะจำกัดอยู่ในวงของเวทย์สายความมืดและความตายแต่ก็เป็นเป็นสายที่มีความหลากหลายอยู่ในตัวเองสูงพอสมควร เพราะมีรูปแบบที่เยอะมาก เช่น เวทย์เงา,เวทย์ความตาย,การปลุกศพและโครงกระดูก หรือแม้กระทั่งคำสาบของหมอผีก็สามารถใช้ได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นรูปแบบจึงไม่เหมือนกับพวกหมอผีแต่จะเน้นการนำมาพลิกแพลงควบคู่ไปกับอาวุธของตนเพื่อให้กลายเป็นรูปแบบของตัวเองขึ้นมา ความรุนแรงที่ลดน้อยลงถูกแทนที่ด้วยความหลากหลายและความต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นและอาจจะมีลูกพลิกเกมแปลกๆได้ตลอดเวลา ทำให้อาชีพนี้เป็นอีกหนึ่งสายที่ประมาทไม่ได้เลย

1.3.สายนักรบศักดิ์สิทธิ์
- รู้จักกันในนามของพาลาดิน ใช้อาวุธควบคู่ไปกับเวทย์ในสังกัดแสง รูปแบบมีทั้งการเน้นไปที่การโจมตีร่วมไปกับอาวุธด้วยเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือเน้นการป้องกันโดยใช้โล่และเวทย์ป้องกันต่างแต่ก็สามารถโจมตีได้ และอีกอย่างหนึ่งคือเน้นไปทางเวทย์ในสายรักษาและเสริมพลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเองและพวกพ้อง แต่ประสิทธิภาพของเวทย์นั้นไม่สามารถเทียบกันกับบาทหลวงได้ จึงมีการโจมตีและป้องกันทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นเข้ามาแทน รวมทั้งรูปแบบของเวทย์ก็จะสั้นและง่ายกว่ามากเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งาน

1.4.สายนักรบอาคม
- พูดง่ายๆก็คือสายนักรบเวทย์ที่ไม่ได้สังกัดอยู่ในสายใดๆเลยในข้างต้น เป็นสายที่ใช้อาวุธควบคู่ไปกับเวทย์อื่นๆที่มีความสามารถแตกต่างกันไปตามแต่ละคนเช่น เวทย์ควบคุมแรงดึงดูด เวทย์ลวงตา เวทย์ควบคุมเวลา(ปัจจุบันคาดว่าไม่มีแล้ว) หรือแม้กระทั้งเวทย์สายเพิ่มพลังที่ใช้การส่งพลังเวทย์เข้าร่างตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายหรืออาวุธที่ใช้เพียงอย่างเดียวนั้นก็ถือว่าอยู่ในสายนี้เช่นเดียวกัน เป็นสายที่ถ้าไม่เคยรับมือมาก่อนจะคาดเดาความสามารถได้ยาก


2.Druid หรือนักพฤตแห่งธรรมชาติ จอมเวทย์แห่งสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าในขั้นสูงของอาชีพนี้จะเก่งกาจได้อย่างไร แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงของอาชีพนี้นั้นไม่ได้มีแค่การควบคุมสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติเท่านั้น วันนี้เราจะไปรู้จักกับจอมเวทย์แห่งพงไพรนี้กันให้มากขึ้นครับ

Druid ในขึ้นสูงสามารถแบ่งสายตามความถนัดได้ดังนี้ครับ

2.1.สาย!ป่า
- สมกับชื่อของเจ้าแห่ง!อยู่แล้ว เป็นสายที่มีการรับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง5ที่สูงกว่าปกติรวมทั้งบางคนอาจมีสัมผัสที่6ด้วย สายนี้จะสามารถควบคุม!ต่างๆในธรรมชาติได้อย่างอิสระ สามารถดึงความสามารถของ!ต่างๆออกมาได้เต็มที่และเพิ่มความสามารถต่างๆให้มากขึ้นได้หลายเท่าตัว ยิ่งฝึกฝนมากก็ยิ่งสามารถควบคุมได้มากขึ้น และในขั้นสูงจะสามารถบังคับและควบคุม!ต่างๆให้รวมร่างและกลายพันธุ์ได้ตามใจชอบ ซึ่งนั้นหมายความว่าสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ขึ้นมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือแม้กระทั่งการรวมร่าง!เข้ากับร่างของตัวเองเพื่อเพิ่มความสามารถในด้านต่างๆขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งบางครั้งเมื่อกลายพันธุ์ออกมานั้นความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไม่กว่ามนตร์อสูรเลยทีเดียว

2.2.สายพืช
- Druid สายนี้จะใช้การควบคุมพืชพันธุ์ทั้งหลายเป็นอาวุธหลักในการต่อสู้ สามารถควบคุมได้ตั้งแต่การเจริญเติบโตของต้นกล้าเล็กๆจนกลายเป็นดอกไม้กินคนขนาดใหญ่ได้ในพริบตา นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกิ้งก้านและตัวต้นไม้ได้อย่างอิสระเหมือนเป็นแขนขา กลายพันธุ์ต้นไม้จากต้นหญ้าธรรมดาๆให้กลายเป็นต้นไม้ปีศาจสูงหลายสิบเมตรได้ ยิ่งขั้นสูงขึ้นความเร็วและการควบคุมก็จะมากขึ้นตามลำดับ เป็นสายอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดถ้าสู้กันในป่าหรือธรรมชาติ ถ้าไม่แน่พอแล้วคิดจะสู้กับเจ้าแห่ง!สายนี้ในป่าละก็คุณแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว

2.3.สายแมลง
- เป็นสายที่ประหลาดที่สุดและอันตรายที่สุดเช่นกัน เราอาจคิดว่าแมลงเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับ!ป่าตัวใหญ่ๆหรือต้นไม้กินคน แต่ถ้าหากมันไม่ได้มีแค่ตัวหรือสองตัวแต่มีนับแสนๆตัวละ หรือถ้ามันมีขนาดใหญ่เท่าช้างคุณคงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆแน่ สายนี้มีความสามารถในการควบคุมสิ่งมีชีวิตประเภทแมลงได้ทุกชนิดรวมทั้งพวกที่มีแปดขาเช่น แมงมุม และแมงป่องด้วย แค่พวกมันยกกันมาเป็นกองทัพก็ถือว่าน่ากลัวพออยู่แล้ว แต่แมลงบางชนิดในโลกแห่งเวทย์มนตร์นั้นมีขนาดเท่าลูกช้างหรือวัวตัวย่อมๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ในขั้นสูงยังสามารถรวมร่างและกลายพันธุ์แมลงได้เหมือนกับสาย!ป่าอีกด้วย ลองนึกภาพแมงมุมมีปีกเหมือนแมลงปอมีหางเป็นแมงป่องมีเปลือกแข็งเหมือนด้วงและมีเหล็กในเหมือนตัวต่อดูสิครับ ดังนั้นสายนี้จึงมีความหลากหลายมากทั้งการปั่นป่วน,การโจมตี,การป้องกัน รวมถึงการใช้พิษของแมลงบางชนิดอีกด้วย สายนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอันตรายที่ประมาทไม่ได้เลย
::

Modified on: 10-12-2008, 02:04:03

7. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 01:06:24   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
3.Element Master หรือจอมขมังเวทย์ธาตุ พลังความสามารถที่ดูธรรมดาๆทำให้หลายคนคิดว่าอาชีพนี้คงจะไม่มีอะไรมากนัก ทั้งๆที่จริงๆแล้วในขั้นสูงของอาชีพนี้นั้นมีความน่ากลัวมากกว่าขั้นต้นมากมายนัก วันนี้เรามารู้จักความน่ากลัวที่ซ้อนอยู่ในตัวของจอมขมังเวทย์ธาตุกันครับ

จอมขมังเวทย์ธาตุในขั้นสูงสามารถแบ่งสายตามที่ถนัดได้ดังนี้ครับ

3.1.สายธาตุต้น
- สายนี้จะยังคงความสามารถในขั้นต้นเอาไว้เกือบทุกประการคือการควบคุมธาตุทั้ง6ได้แก่ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ,สายฟ้า,น้ำแข็ง ซึ่งเมื่ออยู่ในระดับสูงขึ้นพลังการควบคุมก็จะยิ่งมากขึ้นตามลำดับอย่างน่ากลัวแบบที่ไม่มีอาชีพใดทำได้ เช่น ธาตุไฟอาจจะสามารถระเบิดปราสาททั้งหลังให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในทีเดียว ธาตุน้ำก็สามารถเรียกน้ำท่วมเมืองได้ในพริบตา ธาตุลมก็สามารถสร้างและบังคับพายุทอนนาโดได้ ธาตุดินสามารถสร้างแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และแยกแผ่นดินออกได้ ธาตุสายฟ้าก็สามารถเรียกฟ้าผ่าได้ตามใจคิดหรือสร้างกระแสไฟฟ้าได้ไร้ขีดจำกัด และสายน้ำแข็งก็สามารถทำให้เมืองเล็กๆกลายเป็นขั้วโลกเหนือได้พริบตา โดยถ้ายิ่งควบคุมหลายธาจุความสามารถจะถูกทอนลงไปตามลำดับ แต่ความสามารถทั้งหลายทั้งปวงนั้นยังไม่สามารถเทียบได้กับเวทย์สูงสุดของสายนี้ที่เหล่าElement Masterทุกๆคนใฝ่ฝัน นั้นก็คือเวทย์ในตำนานที่น้อยคนจะฝึกสำเร็จ เวทย์ เอลละเมินทอล บอดี้ (Elemental Body)


3.2.สายธาตุแปลง
- สายนี้จะมีความสามารถที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มขึ้นไปจากเดิมตามที่แต่ละคนถนัด โดยที่ความสามารถธาตุเดิมก็ยังคงอยู่แต่จะไม่พัฒนาไปมากเท่ากับสายธาตุต้นโดยจะมีความสามารถที่พลิกแพลงจากเดิมเพิ่มขึ้นมาเช่น ธาตุไฟสามารถควบคุม’ลาวา’และดันแม็กม่าที่อยู่ใต้ดินให้ระเบิดออกมาเป็นภูเขาไฟได้ ธาตุน้ำสามารถควบคุม’การหักเหของแสง’ได้ ซึ่งก็คือสามารถสร้างภาพลวงตาหลอกศัตรูได้ ธาตุลมสามารถควบคุม’อากาศ’ ซึ่งสามารถทำให้บริเวณใดก็ได้กลายเป็นสุญญากาศและใช้แรงดันอากาศโจมตีได้ ธาตุดินสามารถควบคุม’หินและโลหะอื่นๆ’ได้ตามใจชอบทำให้สามารถดึงธาตุต่างๆออกมาจากวัตถุได้ด้วย ธาตุสายฟ้าสามารถควบคุม’สนามแม่เหล็ก’ ได้ก็จะสามารถบังคับวัตถุให้ดูดและผลักกันได้อย่างอิสระ และธาตุน้ำแข็งสามารถควบคุม’เงาสะท้อน’ของสิ่งต่างๆ ทำให้สามารถสร้างภาพหลอนและเปลี่ยนเงาสะท้อนให้ออกมาสู้กับเจ้าของเงาเองได้ โดยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การใช้งานจริงจะซับซ้อนและน่ากลัวกว่านี้มาก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนนั่นเอง



4.Necromancer หรือที่รู้จักกันในนามหมอผี ในขั้นสูงสามารถแบ่งสายที่ถนัดออกได้ดังนี้ครับ

4.1.สายปลุกศพ และโครงกระดูก
- สายนี้จะอยู่ด้วยกันขึ้นอยู่กับว่าถนัดอย่างไหนมากว่าแต่ส่วนมากจะเฉลี่ยๆกันไป ถ้าเป็นปลุกศพจะยุ่งเกี่ยวกับศพเป็นหลัก ตั้งแต่พื้นๆก็คือปลุกศพมาช่วยต่อสู้ ไปจนถึงดัดแปลงและเพิ่มพลังต่างๆให้กับศพ รวมทั้งการสร้างเหล่าซอมบี้ไร้วันตาย,โกเล็มและอสูรรับใช้ออกมาด้วย ส่วนโครงกระดูกก็จะเป็นการควบคุมโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้เป็นกองทัพ ไปจนถึงการแยกส่วนใช้งานและประกอบร่างใหม่

4.2.สายวิญญาณและความตาย
- สายนี้จะข้องเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะเน้นการเรียกวิญญาณออกมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันและโจมตี ยิ่งวิญญาณที่ใช้อยู่ในระดับสูงมากเท่าไรพลังก็จะยิ่งมากขึ้นและสามารถใช้พลังของผู้ที่ตายไปแล้วได้ด้วยการเข้าทรง นอกจากนี้ยังเป็นอาชีพสายเดียวนอกจากบาทหลวงที่ในขั้นสูงสามารถทำการฟื้นชีพสิ่งมีชีวิตได้ด้วยการเรียกวิญญาณกลับมาใส่ในร่างเทียมแต่ชีวิตที่ฟื้นขึ้นมานั้นก็เป็นเพียงชีวิตที่ถูกสาบอยู่ในร่างเนื้อไร้ความรู้สึกรอวันบุบสลาย เอาไว้ใช้เป็นเครื่องมือของผู้เรียกเท่านั้น

4.3.สายเลือด,คำสาบและยาพิษ
- สายนี้เป็นตัวอันตรายที่สุดในบรรดา3สาย เป็นสายที่ไม่เน้นการเข้าปะทะกับศัตรูอย่างซึ่งหน้า แต่ใช้การลอบกัดและผลของคำสาบกับยาพิษเป็นหลัก โดยมากคำสาบในระดับสูงส่วนใหญ่จะต้องใช้เลือดด้วย จึงมีความสามารถในการใช้เลือดของตนเองเข้ามาเกี่ยวข้อง ในระดับสูงๆนั้นเลือดของหมอผีสายนี้เพียงหยดเดียวอาจฆ่าคนได้เป็นร้อย คำสาบนั้นมีตั้งแต่การปั่นป่วนสติคู่ต่อสู้ ทำให้เกิดการฆ่ากันเอง สะท้อนการโจมตีของผู้ถูกสาบกลับไปยังผู้โจมตี หรือแม้กระทั่งการปิดผนึกเวทย์มนตร์และการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย แล้วปิดท้ายด้วยยาพิษอย่างโหดเ!้ยม



5.Priest บาทหลวง หรือถ้าเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือหมอนั้นเอง ความสามารถหลักๆก็คือการรักษาคนเจ็บ แต่ก็ใช่ว่าจะต่อสู้ไม่ได้นะ วันนี้เราจะไปรู้จักกับสายอาชีพนักบุญนี้กันให้มากขึ้นครับ

บาทหลวงในขั้นสูงแบ่งสายออกเป็นดังนี้ครับ

5.1.สายสนับสนุน
- เป็นสายที่มีความสำคัญมากที่สุดในกลุ่มแต่ในขณะเดียวกันในการต่อสู้ก็พึ่งได้น้อยที่สุดเช่นกัน ความสามารถเกือบทั้งหมดอุทิศให้กับเวทย์เพิ่มความสามารถและรักษาบาดแผล สามารถทำได้ตั้งแต่รักษาบาดแผลเล็กๆไปจนถึงการถอนคำสาบได้ทุกชนิดและแก้พิษได้ทุกประเภท ผ่าตัดรักษาโรคร้ายต่างๆให้หายได้แถมยังปรุงยาได้อีกด้วย ในขั้นสูงๆนั้นเรียกได้ว่ามีโรงพยาบาลเคลื่อนที่เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเวทย์เพิ่มความสามารถต่างๆที่คอยสนับสนุนพวกพ้องเช่น เพิ่มความเร็ว,เพิ่มพละกำลัง,เพิ่มพลังเวทย์ รวมถึงการดึงพลังแฝงของคนๆนั้นออกมาให้เกิดความสามารถสูงสุด ดังนั้นอาชีพนี้จึงมีความสำคัญสร้างความได้เปรียบอย่างมากในการปะทะกันเป็นกลุ่ม และยังเป็นสายอาชีพเพียงหนึ่งเดียวที่มีโอกาสไปถึงจุดสูงสุดของเวทย์รักษานั้นก็คือศาสตร์แห่งการชุบชีวิต

5.2.สายศักดิ์สิทธิ์
- เป็นสายที่มีพลังป้องกันสูงที่สุดในบรรดาอาชีพทั้งหมด สายนี้เน้นไปที่การใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์เข้าโจมตีศัตรูไม่เน้นการรักษามากนักซึ่งแพ้ทางซึ่งกันและกันกับพวกไร้วันตายและเวทย์สายความมืด บรรดาเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายนั้นมีพลังสูงก็จริงแต่มีระยะเวลาในการร่ายค่อนข้างนานทำให้เปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้ ส่วนใหญ่จึงเน้นการป้องกันรวมทั้งบางคนก็ถือโล่เอาไว้ด้วยเพื่อกลบจุดอ่อนในด้านนี้ เวทย์ส่วนใหญ่เป็นเวทย์ที่มีวงกว้างและพลังทำลายน่ากลัวมากจึงมักเอาไว้ปิดเกมในคราวเดียวไม่เหมาะกับการต่อสู้ยืดเยื้อกินเวลา นอกนั้นก็จะเป็นเวทย์ที่เกี่ยวกับโล่หรือเวทย์ป้องกันตัวต่างๆที่สามารถปกป้องตนและพวกพ้องได้เป็นอย่างดีตั้งแต่เวทย์สร้างเกราะพื้นๆไปจนถึงสร้างโล่ป้องกันที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้ ในขั้นสูงเวทย์มนตร์ของสายนี้เพียงบทเดียวอาจทำลายศัตรูได้ทั้งกองทัพถ้ามีเวลามากพอ
::

Modified on: 10-12-2008, 01:26:37

8. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 01:07:45   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
6.Summoner หรือผู้ใช้มนตร์อสูร อาชีพนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าใช้การอัญเชิญมนตร์อสูรขึ้นมาต่อสู้แทนตัวเองโดยจะคอยออกคำสั่งและร่ายเวทย์อยู่ในแนวหลัง ความเก่งกาจของอาชีพนี้จะมีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ

ผู้ใช้มนตร์อสูรแบ่งสายหลักๆออกมาได้ดังนี้ครับ

6.1.สายอสูรธาตุ
- สายนี้จะทำการอัญเชิญมนตร์อสูรที่เกี่ยวข้องกับธาตุทั้ง6ออกมาคือ ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ,สายฟ้าและน้ำแข็ง โดยมากจะเลือกกันเพียงสายเดียวหรือสองสายเพื่อความสามารถสูงสุดในการอัญเชิญมนตร์อสูรของสายนั้นๆ ความสามารถในการต่อสู้จะคล้ายคลึงกับจอมเวทย์ธาตุแต่เพราะการใช้มนตร์อสูรทำให้มีรูปแบบที่ไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับอสูรที่เรียกใช้ โดยมนตร์อสูรที่เรียกออกมาได้ทั้งหมดจะจำกัดความสามารถอยู่ในสายที่ตนถนัดเท่านั้น เพราะมนตร์อสูรจะดูดกลืนพลังเวทย์ของผู้ใช้ตลอดเวลาใช้งาน ถ้ายิ่งเป็นอสูรในธาตุที่ตนไม่ถนัดก็จะยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากยิ่งขึ้น

6.2.สายแบบร่างสิ่งมีชีวิต
- สายนี้จะอัญเชิญมนตร์อสูรขึ้นมาใช้งานโดยใช้วิธีจำแนกตามรูปแบบพื้นฐานของมนตร์อสูรตัวนั้นๆว่ามาจากสิ่งมีชีวิตประเภทไหนหรืออะไร โดยมนตร์อสูรเหล่านั้นแตกต่างจาก!ปกติตรงที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเวทย์มนตร์เป็นของตัวเองและมีความสามารถที่เหนือสิ่งมีชีวิตทั่วไปแล้วหลายขั้น และอาจจะมีเพียงตัวเดียวรวมทั้งมีชื่อเป็นของตัวเองอีกด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือบาฮามุทหรือรีไวอาชัน ที่เป็นมนตร์อสูรในสังกัดมังกร เกลเบลอสที่เป็นมนตร์อสูรในสังกัดสุนัข ฟินิกซ์ที่เป็นมนตร์อสูรสังกัดนก และโอดีนที่อยู่ในสังกัดอมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีมนตร์อสูรอื่นๆในระดับต่างๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน โดยมากจะเลือกใช้กันเพียงสายเดียวเพื่อความเต็มที่ในการเรียกมนอสูรของสายนั้นๆ

6.3.สายอสูรเทพ
- เป็นสายที่ทรงพลังและแข็งแกร่งสายหนึ่งของผู้ใช้มนตร์อสูร อสูรแต่ละตัวที่อยู่ในสายนี้มีความแข็งแกร่งมากและบางตัวยังมีความสามารถพิเศษที่ต่างๆกันอีกด้วย แต่มีข้อเสียคือสิ้นเปลืองพลังเวทย์อย่างมหาศาลและใช้เวลาในการเรียกนานกว่าสายอื่นๆ โดยสายนี้ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก2สายคือสายเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถเรียกมนตร์อสูรมีพลังของเวทย์แสงรวมทั้งพลังการรักษา และอีกสายก็คือสายเทพปีศาจ ที่เรียกมนตร์อสูรสายปีศาจทั้งหลายขึ้นมาสร้างความหายนะ

6.4.สายไม่ชัดเจน
- เป็นสายที่หายากและแปลกที่สุดในกลุ่มผู้ใช้มนตร์อสูรด้วยกัน มีรูปแบบของมนตร์อสูรที่ใช้ไม่ตายตัวและไม่อยู่ในสายใดๆเลย ทำให้ไม่สามารถคาดเดาการต่อสู้ของสายนี้ได้ชัดเจนนัก แต่ถึงยังไงมนตร์อสูรที่ใช้นั้นก็จะอยู่ในวงความสามารถเดียวกันเช่นกันเพราะถ้าความสามารถต่างกันเกินไป การอัญเชิญก็จะยากขึ้นและสิ้นเปลืองพลังมากขึ้นไปด้วย เช่น สายควบคุมแรงดึงดูด สายลวงตา หรือแม้กระทั่งสายควบคุมเวลา จึงถือเป็นอีกสายหนึ่งรับมือได้ยาก



7.Scientist หลายคนคิดว่า Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์นั้นไม่ค่อยมีพิษสงค์ในการต่อสู้ จึงขออธิบายถึงความน่ากลัวของอาชีพนี้ โดยละเอียดเลยนะครับ
ในส่วนของScientist ในขั้นสูงผมจะแบ่งเป็น3สายใหญ่ๆนะครับ(ในขั้นต่ำๆจะยังไม่มีการแบ่งสายชัดเจนนัก)คือ

7.1.สายแปรธาตุ
- ศัตรูตัวร้ายของเหล่าElement Master สามารถควบคุมองค์ประกอบของธาตุต่างๆได้ตามใจชอบ และบางครั้งอาจรวมไปถึงโครงสร้างทางเคมีด้วย เช่น การเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นไอโดยการแตกตัวของโมเลกุล การสร้างแม่เหล็กขนาดย่อมโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของอีเล็กตรอนในสสาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าใช้อย่างถูกจังหวะละก็จะน่ากลัวมาก

7.2.สายสร้างน้ำยาเวทย์
- เป็นสายที่ใช้เวทย์ได้มากที่สุดในบรรดาอาชีพทั้งหมดและยังมีความสามารถในการต่อสู้สูงอีกด้วย น้ำยาเวทย์ที่สร้างขึ้นนั้นมีตั้งแต่ระดับพื้นๆ เช่นเพิ่มความสามารถต่างๆของผู้ใช้ ไปจนถึงการใช้เวท์มนตร์ระดับสูงๆได้ หรือแม้กระทั่งสร้างเวทย์สายใหม่ขึ้นมาก็ยังได้ โดยการใช้เวทย์โดยวิธีนี้จะไม่ต้องเสียเวลาร่ายเวทย์ เพราะเป็นการใช้พลังจากตัวยาเท่านั้น มีข้อเสียคือขีดจำกัดในการบรรทุกน้ำยาเวทย์ต่างๆไปใช้เท่านั้นเอง

7.3.สายสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์เวทย์
- มีความสามารถในการต่อสู้น้อยที่สุด แต่ก็เป็นสายที่โดดเด่นที่สุดเช่นกัน สิ่งของต่างๆที่ออกมาในโลกเวทย์มนตร์ทั้งหมดเป็นฝีมือของสายนี้ สิ่งของที่ผลิตขึ้นมาจะสามารถทำงานได้ด้วยเวทย์มนตร์เกือบทั้งสิ้น ช่างตีอาวุธและคนสร้างสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวกับเวทย์มนตร์ก็อยู่ในสายนี้เช่นเดียวกัน ของที่สร้างของมาจะมีตั้งแต่ของพื้นๆ เช่น สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ไปจนถึงอาวุธเวทย์ที่มีพลังเวทย์ในตัวเอง ชุดเกราะและอุปกรณ์ที่สามารถเพิ่มหรือป้องกันเวทย์มนตร์ได้ ไม้เท้าของจอมเวทย์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีอาชีพที่เป็นส่วนผสมของScientist อีกมากโดยการลดความสามารถส่วนอาชีพลงแล้วนำไปประกอบกับอาชีพอื่นเพื่อให้เกิดความพลิกแพลงเช่น

Scientist สายแปรธาตุ + Necromancer
- ใช้เวทย์มนตร์เรียกโครงกระดูกขึ้นมาแล้วเปลี่ยนให้เป็นเหล็กกล้าเพื่อเพิ่มความสามารถ

Scientist สายสร้างน้ำยาเวทย์ + Summoner
- ใช้น้ำยาเวทย์ที่สร้างขึ้นโจมตีสนับสนุนหรือเพิ่มความสามารถให้สัต.ว์อสูรของตน

Scientist สายสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์เวทย์ + Warrior Magician
- สร้างเอง ใช้เอง ไม่คิดมาก

แน่นอนว่าความสามารถในด้านต่างๆจะลดลงไปเมื่อเทียบกับอาชีพของสายนั้นๆเพียวๆอยู่แล้ว เช่น Scientist สายสร้างเครื่องมือและอุปกรณ์เวทย์ + Warrior Magician นั้น พลังและความเร็วรวมทั้งเวทย์ที่ใช้จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าWarrior Magician แน่นอน แต่จะมีอุปกรณ์เวทย์ที่สร้างขึ้นเองมาใช้แทนเพื่อเสริมความสามารถในจุดนี้ แต่ในทางกลับกันการสร้างอุปกรณเวทย์ก็จะไม่สามารถทำได้ดีเท่าScientist สายสร้างเครื่องมือ แบบเพียวๆเช่นกัน


การผสานความสามารถของScientist สายต่างๆเข้ากับอาชีพอื่นนั้นเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัวที่อาชีพอื่นทำไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความสามารถเฉพาะตัวและความชอบของผู้ที่จะเป็นด้วย บางคนอาจจะไม่ชอบอะไรที่มันครึ่งๆกลางๆก็ได้



หมดแล้วครับสำหรับ7อาชีพหลัก จริงๆแล้วท่านสามารถเอาความสามารถของหลายๆอาชีพมาผนวกกันเพื่อให้เกิดความน่าสนใจขึ้นก็ได้นะครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคลครับผม

และถ้าสมมุติว่าไม่มีอาชีพใดๆเลยที่เข้ากับตัวละครของคุณ ก็สามารถเขียนความสามารถลงไปเลยก็ได้นะครับไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ::

Modified on: 10-12-2008, 02:08:25

9. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 01:09:25   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เผ่าพันธุ์ อันนี้ก็เช่นกันนะครับ ถ้ามีเผ่าพันธุ์เป็นของตัวเองก็เขียนใส่มาได้เลยครับ จะพิจารณาตามความเหมาะสม

ฝ่ายแสงสว่าง

 มนุษย์ (Human)
เผ่าพันธุ์ที่อิทธิพลมากที่สุดและมีจำนวนมากที่สุดเช่นกัน อายุขัยของมนุษย์จะอยู่ที่ราวๆ80ปีซึ่งถือว่าสั้นที่สุดในทุกๆเผ่าพันธุ์(ยกเว้นพวกฮาล์ฟ)ในอดีตจึงถูกกล่าวว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุด แต่มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เรียนรู้และปรับตัวได้เร็วหลังจากได้รับการสั่งสอนเวทมนตร์จากเอลฟ์และการฝึกฝน มนุษย์ได้ร่วมมือกับเอลฟ์เพื่อที่จะขับไล่ออร์คและดาร์คเอลฟ์รวมทั้งอสูรกายออกไปใหได้

ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – สามารถเป็นได้ทุกอาชีพทุกความสามารถเพียงแต่จะไม่มีสิ่งใดที่โดดเด่นเหมาะสมเป็นพิเศษ ที่โดดเด่นที่สุดสำหรับเผ่านี้ก็คือความสามารถด้านการปรับตัวการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน โดยไม่สนว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายหรือดีงาม อยู่ที่นำไปใช้อย่างไร

 เอลฟ์ (Elf)
เผ่าพันธุ์ที่ได้รับการกล่าวว่ามีเชื้อสายของเทพ อยู่ในตัว รักธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต เอลฟ์มีรูปร่างผอมและคล่องแคล่ว หูยาว มีลักษณะสวยงามและมีอายุขัยยืนยาวถึง700ปีจนบางครั้งถูกเข้าใจว่าเป็นเผ่าพันธุ์อมตะ ในช่วงสมัยทำสงครามกับอสูรกาย เอลฟ์เปรียบได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตำแหน่งสูงสุด อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามจบเริ่มยืดเยื้อ อำนาจและอิทธิพลของเอลฟ์ก็ลดน้อยลงด้วย ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่เพียงส่วนหนึ่งของป่าในทวีปเท่านั้นเอง
ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – เอลฟ์ฉลาดและไหวพริบดี มีความสามารถในการคิดคำนวณได้อย่างรวดเร็ว มีความว่องไวในการต่อสู้และการเคลื่อนไหวหลบหลีก นอกจากนี้เอลฟ์ยังสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานกว่าและสามารถกระโดดจากที่สูงได้ดีกว่า และที่โดดเด่นที่สุดก็คือพวกเอลฟ์มีความสามารถในการใช้เวทฟื้นฟูแทบทุกคนและมีทักษะการยิงธนูที่เหนือกว่าเผ่าอื่นๆอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งด้านร่างกายของพวกเขาก็ด้อยกว่าเผ่าพันธุ์อื่นอยู่ดี
*เผ่าเอลฟ์ที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ไม่สามารถเลือกสายอาชีพหมอผี(Necromancer)และสายย่อยของอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้

 ดวอร์ฟ (Dwarf)
เผ่าดวอร์ฟหรือเผ่าคนแคระ มีรูปร่างเตี้ยและตัน สูงอย่างมาก150ซ.ม. ผู้ชายจะมีหนวดเคราขึ้นเร็วมากส่วนผู้หญิงจะมีรูปร่างเป็นเด็กผู้หญิงอยู่นาน มีอายุขัยราว150ปีบางครั้งถูกเรียกว่าเผ่าคนแคระ มีความอยากรู้อยากเห็นมาตั้งแต่เกิด จากการล่มสลายลงของเผ่าพันธุ์ความมืดและอสูรกาย พวกดวอร์ฟมักจะพยายามเข้าข้างพวกที่มีอำนาจมากที่สุดในแผ่นดิน ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่โดดเดี่ยวเนื่องจากเผ่าอื่นไม่ชอบที่พวกเขามีนิสัยค้าขายเอากำไรเกินตัวแต่นั้นก็ทำให้ชนเผ่านี้มีรายการทรัพย์สินมากกว่าของเผ่าอื่นๆ
ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – เผ่าพันธุ์ดวอร์ฟนั้นมีร่างกายที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยทักษะ พวกเขาเป็นวิศวกรที่มีฝีมือยอดเยี่ยม มีทักษะด้านการคิดคำนวณและมีความสามารถเป็นเลิศในงานฝีมือต่างๆ รวมทั้งการผลิตเครื่องมือ อาวุธและอุปกรณ์เวทออกมาด้วย แต่พวกเขากลับแทบจะไม่มีความสามารถด้านเวทมนตร์ในการต่อสู้เลย อย่างมากก็แค่ใช้เพิ่มพลังกายเท่านั้น
*เผ่าดวอร์ฟที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สามารถเลือกสายอาชีพนักวิทยาศาสตร์(Scientist) ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ฝ่ายความมืด

 ออร์ค (Orc)
เผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถด้านร่างกายสูงสุด พวกออร์คมีรูปร่างสูงใหญ่ผิวกายสีเขียวจนถึงออกน้ำตาลมีอายุขัยราว100ปี นิสัยก้าวร้าว รุนแรงและกระหายเลือด ด้วยความร่วมมือจากดาร์คเอลฟ์พวกเขาเคยครอบครองตำแหน่งผู้ที่ทรงอำนาจสูงสุดในดินแดน อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วการตัดสินผู้ที่จะตำแหน่งสูงสุดแห่งดินแดนก็ยังไม่อาจสิ้นสุดลงได้ง่าย
ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – เผ่าออร์คมีร่างกายที่แข็งแรงทนทานและยังมีความสามารถฟื้นตัวได้เร็ว แถมยังมีพละกำลังมหาศาล ทนทานต่อยาพิษและความเจ็บปวดได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม พวกเขามีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าทำให้ความเร็วในการโจมตีและการหลบหลีกต่ำ
*เผ่าออร์คที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สามารถเลือกสายอาชีพนักรบเวทย์(Warrior Magician) (ยกเว้นสายนักรบศักดิ์สิทธิ์) ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 ดาร์คเอลฟ์ (Darkelf)
เผ่าพันธุ์ดาร์คเอลฟ์ เคยเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าเอลฟ์ แต่ถูกเนรเทศหลังจากที่พวกเขาเริ่มเรียนมนตร์ดำเพื่อที่จะต่อต้านมนุษย์และหันไปร่วมมือกับพวกออร์ค พวกเขาพ่ายแพ้ในสงครามจนสูญเสียการคงอยู่ของเผ่าพันธุ์แต่พวกเขาก็ยังเรียนมนตร์ดำต่อไป ดาร์คเอลฟ์มีรูปร่างคล้ายเอลฟ์ เพียงแต่พวกเขาสูงกว่า มีผิวสีออกเทาและผมสีเงินหรือดำสนิท มีอายุขัยราว600ปีซึ่งน้อยกว่าเอลฟ์ทั่วไปเล็กน้อย
ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – คล้ายกับเอลฟ์นั้นก็คือ สามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานกว่าและสามารถกระโดดจากที่สูงได้ดีกว่า เพียงแต่พวกเขาจะไม่ว่องไวเท่าและไม่มีเวทฟื้นฟูพลังเหมือนเอลฟ์ แต่จะมีพลังทำลายที่รุนแรงเด็ดขาดกว่าเข้ามาแทน
*เผ่าดาร์คเอลฟ์ที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ไม่สามารถเลือกอาชีพบาทหลวง(Priest) และสายย่อยของอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้

ฝ่ายอสูรกาย

 อสูรกาย
สิ่งมีชีวิตที่รูปร่างผิดเพี้ยนไปจากปรกติ เต็มไปด้วยพลังอำนาจและความบ้าคลั่ง พวกมันใช้ร่างกายของตัวเองเป็นอาวุธซึ่งแตกต่างกันไปพวกมันก็เหมือนเผ่าพันธุ์อื่นๆ มีตั้งแต่ระดับเบี้ยล่างที่คอยทำงานไปจนถึงระดับแม่ทัพที่ความสามารถสูงและมีความคิดอ่านฉลาดหลักแหลม รวมถึงบางตัวอาจสามารถใช้เวทมนตร์ได้ด้วย พวกมันถูกโจมตีจนแตกพ่ายไร้อาณาเขตในสงครามบ่อยครั้งแต่พวกมันก็ยังเพิ่มกำลังกลับมาครอบครองดินแดนส่วนหนึ่งได้เหสมอ เป็นขั้วอำอาจที่เต็มไปด้วยความลึกลับและน่าสยดสยองที่สุด
ลักษณะเฉพาะทางเผ่าพันธุ์ – แตกต่างกันไปตามแต่แต่ล่ะตัว ไม่อาจคาดเดาหรือจินตนาการได้ แต่ลักษณะเด่นของพวกมันคือเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีพลังชีวิตสูงส่งที่สุด ด้วยการพัฒนาการจากความแค้นและความมืด ทำให้พวกมันมีร่างกายพลังชีวิตเหนือล้ำยากแก่การทำลายให้สิ้นซาก อสูรกายเกือบทุกตัว(นอกจากอสูรกายชั้นต่ำ)จะมีพลังพื้นฐานในการรักษาแผลและงอกใหม่แทบทั้งสิ้น

*เผ่าอสูรกายไม่จำเป็นต้องเลือกอาชีพ เขียนมาเพียงรูปลักษณ์ภายนอกและความสามารถโดยละเอียด

พวกฮาล์ฟ
พวกฮาล์ฟหรือพวกลูกครึ่งเหล่านี้ถือเป็นของหายากที่มีจำนวนน้อยถึงน้อยมาก โดยพวกฮาล์ฟเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากความบังเอิญที่พ่อแม่ต่างเผ่าพันธุ์กันเพียงอย่างเดียว พวกเขาอาจเกิดจากคำสาป,ความผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์ หรือผลข้างเคียงอื่นๆก็เป็นได้ พวกฮาล์ฟเหล่านี้ส่วนมากจะถูกรังเกียจโดยสังคมของหลายๆเผ่าพันธุ์และพวกเขาจะปักหลักเป็นกำลังอยู่ฝ่ายไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวของเค้าเอง

 ฮาล์ฟเอลฟ์ (เอลฟ์ + มนุษย์)
ลูกครึ่งระหว่างเอล์ฟกับมนุษย์ มีลักษณะภายนอกสวยสง่างามมีกล้ามเนื้อแต่ผอมกว่ามนุษย์ หูแหลมแต่ไม่ยาวเท่าเอล์ฟ มีอายุขัยราว180ปี สามารถใช้เวทฟื้นฟูได้เช่นเดียวกับเอล์ฟแต่ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนมาจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถรักษาคนอื่นได้ จุดเด่นคือมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีกว่าและความอึดมากกว่าเอลฟ์ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นระยะเวลานาน มีร่างกายยืดยุ่นคล่องแคล่วกว่าและมีความสามารถด้านเวทมนตร์สูงกว่ามนุษย์
*เผ่าฮาล์ฟเอลฟ์ที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ไม่สามารถเลือกสายอาชีพหมอผี(Necromancer)และสายย่อยของอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้

 ฮาล์ฟควอร์ฟ (ดวอร์ฟ + มนุษย์)
ลูกครึ่งระหว่างดวอร์ฟกับมนุษย์ มีส่วนสูงที่มากกว่าดวอร์ฟแต่เตี้ยกว่ามนุษย์สูงที่สุดจะอยู่ที่ราวๆ150-160ซม. มีอายุขัยราว120ปีส่วนใหญ่มีนิสัยฉลาดแกมโกง เพศชายจะมีหนวดเคราขึ้นเร็วกว่ามนุษย์ปกติส่วนเพศหญิงจะมีช่วงวัยที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นเด็กยาวนานกว่า มีความแข็งแกร่งของร่างกายมากกว่ามนุษย์ทั่วไปและบางคนสามารถใช้เวทมนตร์ได้
*เผ่าฮาล์ฟดวอร์ฟที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สามารถเลือกสายอาชีพเป็นนักรบเวทย์ (Warrior Magician)หรือนักวิทยาศาสตร์ (Scientist) สายใดสายหนึ่งเท่านั้น

 ฮาล์ฟออร์ค (ออร์ค + มนุษย์)
ลูกครึ่งระหว่างออร์คกับมนุษย์ มีร่างกายใหญ่โตบึกบึนแต่ไม่สูงไปกว่ามนุษย์และท่าทางดุร้ายไม่ว่าชายหรือหญิง อายุขัยราว75ปี ส่วนใหญ่จะมีนิสัยชอบความรุนแรงซึ่งก็แล้วแต่นิสัยส่วนตัวด้วย พวกเขามีร่างกายแข็งแรงมีพลังฟื้นตัวมากกว่ามนุษย์ ทนทานต่อยาพิษระดับต้นๆและความเจ็บปวดได้ในระดับหนึ่ง มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและความคล่องตัวมากกว่าออร์คทั่วไป
*เผ่าฮาล์ฟออร์คที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สามารถเลือกสายอาชีพนักรบเวทย์(Warrior Magician) ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 ฮาล์ฟดาร์คเอลฟ์ (ดาร์คเอลฟ์ + มนุษย์)
ลูกครึ่งระหว่างดาร์คเอลฟ์กับมนุษย์ มีร่างกายผอมสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปและมีผิวสีฟ้าอมเทา หูแหลมแต่ไม่ยาว มีอายุขัยราว150ปี มีพลังเวทสูงส่งรวมทั้งยังคล่องแคล่วว่องไวกว่ามาก พวกเขามีพลังเวทแฝงอยู่ในการโจมตีทุกชนิดแทบทุกคนไม่ว่าจะเป็นจอมเวทหรือไม่ทำให้พวกเขามีความรุนแรงในการโจมตีที่เหนือมนุษย์ รวมทั้งความอึดที่รับการโจมตีและการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานานได้ดีกว่าดาร์คเอลฟ์
*เผ่าฮาล์ฟดาร์คเอลฟ์ที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ไม่สามารถเลือกอาชีพบาทหลวง(Priest) และสายย่อยของอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้

 เกรย์เอลฟ์ (ดาร์คเอลฟ์ + เอลฟ์)
เอล์ฟสีเทา ปาฏิหาริย์แห่งสองเผ่าพันธุ์ การผสานรวมสายเลือดของเอล์ฟทั้งความมืดและแสงสว่างเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเผ่าพันธุ์ใหม่ การที่ดาร์คเอลฟ์และเอล์ฟจะมาจับคู่กันได้นั้นก็ยากพออยู่แล้ว และถึงจะมาจับคู่กันได้ก็มีโอกาสไม่ถึงหนึ่งในหมื่นที่จะกำเนิดออกมาเป็นเกรย์เอล์ฟ ทำให้พวกเขามีจำนวนน้อยที่สุดในดินแดน พวกเขามีรูปร่างผอมสูงมีผิวและเส้นผมสีเงินส่องสว่างมีอายุขัยราว500ปี และมีความสามารถทั้งสองด้านแบบที่ธรรมชาติไม่สามารถสร้างได้ นอกจากความสามารถพื้นฐานของเอล์ฟทั่วๆไปแล้ว เกรย์เอลฟ์สามารถใช้เวทฟื้นฟูได้เหมือนเอล์ฟ ใช้มนตร์ดำได้เหมือนดาร์คเอลฟ์ มีความคล่องแคล่วว่องไวหมือนเอล์ฟและมีความรุนแรงเด็ดขาดในการโจมตีเหมือนดาร์คเอล์ฟ จุดอ่อนจุดเดียวที่ยังคงมีอยู่คือความแข็งแรงของร่างกายนั้นเอง
*เผ่าเกรย์เอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์เดียวที่สามารถใช้ความสามารถของหมอผี (Necromancer) และบาทหลวง (Priest)ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 ฮาล์ฟครีเจอร์ (เผ่าพันธุ์ใดๆ + อสูรกาย)
อีกชื่อหนึ่งที่ถูกเรียกคือเผ่าพันธุ์ต้องสาปเนื่องจากมีร่างกายผิดแปลกไปจากปกติสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเผ่าพันธุ์และหลากหลายสาเหตุต่างๆกันไป โดยอาจจะมีร่างกายบางส่วนที่ผิดแปลกกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นไป ในยุคแรกเหล่าฮาล์ฟครีเจอร์ถูกสังคมรังเกียจเป็นอย่างมาก แต่ในภายหลังได้มีการยอมรับมากขึ้นจนบางคนสามารถอยู่ในสังคมตามปกติได้ โดยร่างกายที่ผิดเพี้ยนเหล่านั้นอาจจะมีประโยชน์ต่อการต่อสู้หรือไม่ก็ได้ เช่นมีหูและหางเหมือนแมว มีแขนขาเป็นหมีหรือมีปีกเหมือนมังกร โดยนอกจากร่างกายที่ผิดเพี้ยนไปเหล่านี้พวกเขาก็ยังคงมีคุณสมบัติของเผ่าพันธุ์เดิมอยู่อย่างครบถ้วน
::

Modified on: 22-08-2009, 16:13:14

10. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 01:11:09   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เอาล่ะ ส่วนของข้อมูลก็น่าจะหมดแล้วล่ะครับ (มั้ง)ใครที่ฝ่าฝันอ่านมาจนถึงตอนนี้ได้ก็สมัครตัวละครเข้ามาได้เลยครับ รับพิจารณามาชำแหละทุกคนว่าตัวละครของท่านจะผ่านหรือเปล่าส่วนนี้ก็จะจองไว้สำหรับ

สารบัญนิยายครับ

บทที่1
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1


บทที่2
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=13#414

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=17#514

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=23#715

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=26#822

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=27#834

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=29#900



บทที่สาม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=29#901



ภาคใหม่

บทที่หนึ่ง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=33

บทที่สอง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=34#1069

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=35#1092

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=36#1122

บทที่สาม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=36#1127

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=37#1162

บทที่สี่
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=39#1236

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=41#1298

บทที่ห้า
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=42#1327

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=43#1367

บทที่หก
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=45#1426

http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=47#1489
::

Modified on: 04-04-2010, 19:11:27

11. Kevin_Skater (0)
Mail to Kevin_Skater


    10-12-2008, 01:13:16   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สารบัญตัวละคร

หญิง

Alicia(อลิเซีย) Hoffmann (ฮอฟแมนด์) - 18 -เอลฟ์ -Warrior Magician สายนักรบอาคม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=3#89


เซฟีเรีย เอ็ม. อีลิมิน่าร์ – 19 – ฮาล์ฟครีเจอร์ [ เอลฟ์ + มังกร ] – Warrior Magician สายนักรบอาคม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#45


Belinda Haidelberg (เบลินด้า ไฮเดลเบิร์ก/ เรียกสั้น ๆ ว่า เบลีน)/ 18 / ฮาล์ฟครีเจอร์ [ อสูรกาย + มังกร] / สายอาชีพ – Element Master ธาตุต้น / Necromancer สายคำสาป
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=10#317


Elvira Lenria Sterling (เอลวิร่า เลนเรีย สเตอร์ลิง) / 18 ปี / เกรย์เอลฟ์ / Necromancer สายวิญญาณและความตาย/Priest สายสนับสนุน
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#28


Sedah Hateros (เซด้าฮ์ เฮทารอส) / ♀ / 16 / Haft Creature (Elven + Creature) / Warrior Magician [อามคม - มายา]
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=14#437


เอรูริเซ่ (240) - ELF Summoner สายพลังงานมนตรา
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=7#209


ชื่อ อเลนเซีย ไลท์ อายุ 18 อาชีพ นักรบศักดิ์สิทธิ์
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=13#390


เรเรียร์ บาลาคิดอส - 16 - ดรอว์ฟ - Scientist สายสร้างน้ำยาเวทย์ -หญิง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=6#172


รอเรส วาลาพิลส์- 20 - เอลฟ์ Priestสายสนับสนุน หญิง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#21


มิคเกลล์ รีย์ เซรีซ่า อายุ – 18 ปี – ฮาล์ฟครีเจอร์ ( มนุษย์ + พราย ) – Warrior Magician สายนักรบธาตุ น้ำเเละลม , Necromancer สายวิญญาณและความตาย
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=13#412


มิลาเนียร์ แอล. โอเดสซ่า / ♀ / 18 ปี / มนุษย์ / Warrior Magician / นักรบความมืด
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=20#625



มินาเอล เฟลิเซียกรซซี่ : 114 ปี (19) : ดาร์คเอล์ฟ : : Element master - Ranger
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=18#566





ชาย

จิงซ์ ซานดาลฟอน - ๒๑ - มนุษย์ - (Scientist + Necromancer)
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#15


เมเทอร์มอร์ โรทารอส - 19 - ดวอร์ฟ - Scientist สายสร้างน้ำยาเวทย์
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#36


โซล มอสฟราน อายุ 17 มนุษย์ถูกสาป Summoner สายแบบร่างสิ่งมีชีวิต
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#61


พาโนดิว วาแฮนเซีย - 36 (แก่สุดเลยรึเปล่าเนี้ย) - ฮาล์ฟครีเจอร์ [หมีแพนด้า + มนุษย์] - Priest สายสนับสนุน
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045


แวงซองต์ เลอแบร์ - 24 - มนุษย์ - Warrior Magician สายนักรบธาตุ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#55



ลูคัส ซานเต้ ดี ออฟแมน (ลูคัส) / 24 / มนุษย์ / สายอาชีพ – Druid สายแมลง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#53


โบรเฟน มัลคาร์คินี่ /274/เอลฟ์/ดรูอิดแมลง+นักวิทยาศาสตร์แปรธาตุ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=12


เกสทัลท์ อเบนด์ - 16(?)ปี - ฮาล์ฟครีเจอร์(มนุษย์+กระต่าย) - Druid(สายสัตฺว์ป่า)
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=3#74


Solo M. Convosaire (โซโล มัลแลท คอนวอแซร์) - 18 - มนุษย์ - Summoner สายแบบร่างสิ่งมีชีวิต
http://www.pramool.com:443/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=5#128


ฟาลโก้ สปาเนียล -18- ฮาล์ฟครีเจอร์ (มนุษย์+เพนกวิน) Warrior Magician สายนักรบอาคม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=3#68


Carlos Run (คารอส รันล์) - 24 - มนุษย์ - สายอาชีพ – Element Master ธาตุต้น : น้ำแข็ง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#31


– สวอน เเจ็คเรย์ -20- ฮาร์ฟครีเจอร์ –Warrior Magician สายนักรบความมืด
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=9#256


ราเซกัส เอนิรามัส - 25 - มนุษย์ - Druid สายสัตฺว์ป่า ผสมกับ Necromancer สายปลุกศพและกระดูก
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#20


Fahlun Qua Vala'am [ ฟาห์ลัน ควา วาลาม ] - 20 - ยักษ์โบราณ - Warrior Magician สายนักรบอาคม
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#19


Deco Elder (เดโก้ เอลเด้อ) - 20 - ฮาล์ฟเอลฟ์ (เอลฟ์ + มนุษย์) - Warrior Magician >>> สายนักรบศักดิ์สิทธิ์
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#24


Serene Luborous (ซีรีน รูบอเรียส) - 23 – ดาร์คเอลฟ์ - Necromancer สายวิญญาณและความตาย แต่จะใช้ความสามารถของสายอื่นได้ด้วย
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=1#23


ไซโว มากิเรส เชส เอลารี่ (Saivo Magirez Cesc Alari) - 19 - ฮาร์ฟเอลฟ์ (มนุษย์ + เอลฟ์) - Warrior Magician สายนักรบธาตุ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=5#154


จามาล สเปลบี - 26 - มนุษย์ - Warrior Magician นักรบความมืด
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#60


เซ็ต ซิลเวอร์สตาร์ ( Seth Silverstar) - 19 - มนุษย์ - นักวิทยศาสตร์ [Scientist - สายสร้างอาวุธ] / [Sub : Warrior Magician]
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#32


สวิปซ์ แล็มแพ็จ (Swift Rampage) --ชาย--18--มนุษย์--เอเลเมนต์มาสเตอร์ สายธาตุแปลง
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=3#72


ออร์คัส ไซเรนกาด - 23 - เผ่าพันธ์ ฮาล์ฟครีเจอร์ (เหยี่ยวดำ + มนุษย์) - สาย Scientist สายแปรธาตุ + Druid (เน้นไปทางพืชมากกว่าแมลงเล็กน้อย)
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=2#34


Zypher S. Lwerdus/31/♂/อาจารย์สอนสัต ว์วิเศษ/Warrior Magician [Flame]
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=17#536


อเลนซิล เดอ ราซซากัล / M / 18 / Half Creature / Warrior Magician
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=24#748


ฟอลท์ เอมเพอเรอร์ อายุ 17 ฮาลเกรฟ์ (เกรย์เอลฟ์ +มนุษย์) Warrior Magician สายอาคม การดูดกลืน
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=6#175




อสูรกาย

เจแก้น the soul eater / Male / 30 (จากหน้าตา อายุจริงไม่แน่ชัด)/ อสูร / ระดับ ปีศาจ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=22#682



Canthanidee Deep (แคนทานิดิ ดิพ)/Male/800/อสูรกาย/ระดับปิศาจ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=20#634



ซึคุโยมิ - ♀ - Unknown - ปีศาจ - นางพญาหมาป่าทมิฬ
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=21#650



Calyptra (คาลิปทร้า) / Unknown / >1000 years / Demonic Spear
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=21#657



Xiphactinus ซิฟาคตินุส
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=20#624



Rudraskha
http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT05045&page=17#513
::

Modified on: 04-02-2009, 22:19:00

12. [K_Kenji] (0)

Mail to [K_Kenji]


    10-12-2008, 01:14:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สารบัญตัวละครอีกซักเรป

......................









เอาล่ะก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยครับ ใครสนใจสมัครก็โพสมาได้เลยน้า รออยู่ครับผม ::

Modified on: 10-12-2008, 01:39:46

13. Panda_Masamune~•[คมดาบสีนิล]๐~ (0)
Mail to Panda_Masamune~•[คมดาบสีนิล]๐~


    10-12-2008, 01:49:28   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ,นามสกุล พาโนดิว วาแฮนเซีย

เพศ – ชาย

อายุ – 36

ตำแหน่ง(ถ้ามี) –

เผ่าพันธุ์ – ฮาล์ฟครีเจอร์ หมีแพนด้า +มนุษย์


บุคลิกภายนอก

ดูเป็นบุรุษผู้มีรอยยิ้มที่ชวนให้คนอื่นรู้สึกว่าเป็นคนน่าคบหาด้วย การพูดจาเป็นกันเองไม่ค่อยถือตัวเท่าไรทำให้เป็นคนพูดจาโผงผางม
ไม่สุภาพแม้จะคุยกับสตรี แต่จะชอบถูกเด็กแกล้งย้อล้อเสมอเพราะรูปร่างที่เล็กเหมือนเด็กอายุสิบสาม เสื้อผ้าที่สวมใส่จะออกแนว
เด็กวัยรุ่นใส่กันถึงแม้อายุจะล่วงเลยไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแว่นไร้กรอบสีแดงนั้นเอง เขาจะสวมเอาไว้ตลอดเวลาแต่ยาม
ใดที่เขาถอดแว่นออกก็คงจะเป็นตอนที่เขาต้องสู้กับใครสักคนละมั่ง


ลักษณะ

เส้นผมสีขาวเป็นมันวาวยาวปะบ่า ด้านหน้ารวบเปิดหน้าผากเอาไว้
หูทรงกลมสีดำเข้มโผล่อยู่ข้างขมับบงบอกถึงเผ่าพันธุ์ของตน
ดวงหน้าเรียว ดวงตากลมได้รูปซึ่งตาข้างซ้ายมีปานดำคลุมรอบดวงตาเอาไว้แผ่ถึงแก้มซ้ายแต่นัยน์ตากลับเป็นสีขาวดุจหิมะ
ส่วนข้างซ้ายดูเหมือนปกติทั่วไปซึ่งนัยน์ตาข้างขวาเป็นสีดำ
รูปร่างเล็กสมส่วนดูคล่องแคล่วขนาดประมาณเด็กอายุสิบเอ็ดสิบสอง
แขนด้านขวามีลักษณะใหญ่เกือบเท่าตัวมันถูกขนสีดำปกคลุมจนทั่วประกอบกับกงเล็บสีเทามนที่ยาวเกือบหนึ่งฟุตแสนคมกริบ (จะ
กางกงเล็บออกมาในยามต่อสู้เท่านั้นแต่ก็เอาไว้แค่ขู่ให้คนอื่นกลัวเล่นๆแค่นั้นแหละ)
แต่แขนด้านซ้ายเป็นเพียงแขนลักษณะเท่าไปเหมือนมนุษย์ธรรมเฉดเช่นใบหน้าซีกขวาของตน
หางสั้นๆสีดำบ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์อีกเช่นกัน ส่วนเรียวขาและเท้าก็เหมือนมนุษย์ปกติ

นิสัยใจคอ

เป็นคนมีนิสัยขี้เล่นชอบให้เพื่อนๆเป็นหนูทดลอง ยาสมุนไพรที่ตัวเองปรุงมาใหม่ๆ ชอบทำแววตาเจ้าเหล่เวลาคิดจะแกล้งคนอื่น
พร้อมกับคำพูดติดปากโดยไม่รู้ตัว วาจาในการพูดจะเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจถึงอายุจะมากแล้วก็เถอะ แต่ไม่มีนิสัยเลือดร้อนออกจะ
เป็นคนใจเย็นค่อยสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบๆเสมอ ทำให้ติดนิสัยเป็นคนช่างสังเกตตั้งแต่เด็กเป็นผลพวงให้ความรอบคอบและสุขุม
ตามมาด้วยกันติดๆ แต่นิสัยเสียคือเป็นคนอ่อนไหวง่ายกับเรื่องความรัก ทำให้เวลาอกหักจะร้องไห้ไม่เป็นอันทำงานสามวันเต็มๆ
ซึ่งสเป็กสาวที่ชอบนั้นจะเป็นพวกสาวอกใหญ่ๆหรือพวกสาวสวมแว่นก็ทำให้เขาตกหลุมรักได้แล้ว เวลาใช้ความคิดจะชอบถอดแว่น
ของตนไว้คาดศีรษะเพื่อเปิดหน้าผากทำให้รู้สึกระบายความเครียดในแบบฉบับของตัวเอง


สิ่งที่ชอบ – ธรรมชาติที่เงียบสงบจนทำให้ตัวเองเผลอหลับได้ เสียงร้องอันแสนไพเราะลื่นหูที่ขับร้องโดยหญิงสาว

สิ่งที่ไม่ชอบ – คนที่คิดว่าตัวเองไร้ค่า


อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) – แว่นตาไร้กรอบ เลนส์เป็นสีทับทิม ขาแว่นเป็นสีขาวสลับแดงและเทา


สายอาชีพ – Priest สายสนับสนุน


คามสามารถทั่วไป – (สอดคล้องกับสายอาชีพ)

Relieve Sleep – เป็นการรักษาโดยอาศัยพลังเวทของผู้ที่ถูกมนต์นี้ค่อยๆฟื้นฟูพลังขึ้นได้เร็วกว่าปกติ ในยามนอนหลับพักผ่อน

Anti wound – เป็นการรวบรวมพลังเวทของตัวเองส่งไปให้ผู้อื่นในรูปแบบการเคลือบคล้ายๆกับการเคลือบสิ่งของ ผู้ที่ถูกเคลือบด้วย
มนต์นี้จะสามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ระดับหนึ่ง แต่จะทำให้การเคลื่อนไหวของคนๆนั้นช้าลง

Staunch body – เป็นการอัดพลังเวทในรูปบอลกลมๆเพื่อใช้ในการห้ามเลือดแม้ว่า บาดแผลจะเป็นรูโหว่ทะลุไปแล้วเพียงใช้มนต์นี้
เข้าไปอุดบาดแผลไว้ก็สามารถห้ามเลือดได้ทันทีและยังช่วยซ่อมแซมเส้นเลือดและเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็ว

Panda of song – เป็นการสวดมนต์โดยอาศัยพลังเวทเป็นสื่อในการถอนคำสาปให้กับคนอื่น หรือจะร้องเป็นเพลงเพื่อให้คุ้มครอง
จากคำสาปทั้งปวงก็ได้

Treatment – เป็นการสละพลังเวทของตัวเองเปลี่ยนเป็นพลังก่อให้เกิดการสร้างพลังชีวิตขึ้นมาใหม่ เพื่อช่วยรักษาบุคคลตรงหน้า
ให้บาดแผลที่ไม่สามารถรักษาต้วยวิธีปกติกลับมาเหมือนเช่นเดิมได้ แต่จะไม่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังและความเหนื่อยล้าของคนๆนั้น

Accrue aura – เป็นการปล่อยพลังเวทย์ในรูปของผงละเอียด ช่วยในการเติมเต็มพละกำลังของร่างกาย ประสาทสัมผัสให้ดีขึ้นและ
การฟื้นฟูพลังเวทได้รวดเร็วขึ้น แต่การใช้มนต์นี้จะทำให้สูญเสียพลังเวทของตนเป็นอย่างมาก

Marty soul – เป็นการสละพลังชีวิตและพลังเวททั้งหมดของตน ชุบชีวิตและร่างกายของคนๆนั้นให้กลับสู่สภาพเดิมได้ (หนึ่งชีวิต
แลกหนึ่งชีวิต


ลักษณะเฉพาะตัว –

1 สามารถปลูกพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาได้โดยใช้เวลาไม่มากและปรุงยารักษาได้ดีกว่าการใช้เวทย์มนตัรักษาทั่วไป

2 มีความชำนาญในเรื่องการโยนขวดยาเข้าปากคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

3 มีพลังในการเรียนรู้เกี่ยวกับพืชและธรรมชาติต่างๆได้อย่างรวดเร็ว


งานอดิเรก

การซื้อเสื้อผ้าของเด็กวัยรุ่นมาแต่งตัวเป็นเทรนของตัวเอง
การปลูกเพาะต้นไผ่ที่สามารถพูดได้ แม้มันจะไม่เคยสำเร็จก็ตาม (อยู่ในช่วงวิจัย)

อื่นๆ – คำพูดติดปากเวลาคิดอะไรชั่วร้าย “แพนดะ แพนดามี่”
::

Modified on: 10-12-2008, 06:16:06

14. Kadch Magmadus (0)

Mail to Kadch Magmadus


    10-12-2008, 02:09:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ใครหว่าชื่อคุ้นๆ?

ยาวโคตะระ.....

15. Jinx_Zandalphon (0)

Mail to Jinx_Zandalphon


    10-12-2008, 02:37:13   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ไงท่านเคนจิ...ไม่ออนเอ็มหน่อยเหรอ?
--------------------------------------------

ชื่อ ,นามสกุล - Jinx Zandalphon (จิงซ์ ซานดาลฟอน)

เพศ - Male

อายุ - 21

ตำแหน่ง - (มันคืออะไรล่ะท่าน?)

เผ่าพันธุ์ - มนุษย์

รูป ร่างบุคลิกภายนอก,ลักษณะการแต่งตัว - ผมยาวกระเซิงสีขาวบริสุทธ์ไม่เป็นทรง...ผิวสีน้ำผึ้งอำพัน เข้ากับนัยน์ตาสีเทาหม่น และริมฝีปากบางเรียบ ใบหน้าที่คมคาย รูปร่างที่ดูผอมสูง ดูเหมือนว่าเขาก็เป็นคนที่ดูดีคนหนึ่งเลยทีเดียว...มักแต่งกายในชุดโทนขาว (สีอ่อนๆสว่างๆ) มักสวมสร้อยร้อยโลหะและเครื่องประดับสีเงินเสมอๆจนดูเป็นลักษณะเฉพาะของเขาไปแล้ว...สูงประมาณ 176 ซม. มีรอยสักเป็นลวดลายอักขระจางๆทั่วทั้งร่างกาย

นิสัยใจคอ - เป็นมิตรต่อดวงวิญญาณของผู้ตาย และให้ความเคารพในฐานะมิตรต่อความตาย....พวกเขามองความตายเป็นเพียงแค่การกลายสภาพอย่างหนึ่ง "จากร่างเนื้อ สู่ ความเป็นนิรันดร์" การแสวงหาของเขาไม่ได้จบอยู่เพียงแค่ "ความสมบูรณ์แบบ" เท่านั้น...เข้มงวดกับตัวเองให้อยู่ในกรอบของศาสตร์เนโครแมนซี (เช่น การละเมิดสัญญา ความโลภในจิตใจ ความเขลา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จักไม่ได้รับการให้อภัยและต้องพบกับจุดจบที่น่าเวทนา) ชอบความเป็นเหตุผลและอะไรก็ตามจะต้องมีความต่อเนื่องที่สมเหตุสมผล แต่กระนั้นก็รักความสบาย และสงบ (ในเวลาว่างก็อยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ รวมทั้งท่องเที่ยวเปิดโลก)...เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป แม้เขาจะมีหน้าที่ในฐานะเนโครแมนเซอร์ (ผู้เชื่อมโยงระหว่างโลก) หน้าที่ของ "ซานดาลฟอน" แต่กระนั้นเขาก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น...

สิ่งที่ชอบ - การมองโลกในแง่ดี, ดนตรี, อาหารมังสวิรัติ และ ชาน้ำผึ้ง (หนึ่งในวิถีแห่งนักบวชเนโครแมนซี "ไม่กฎขี่ชีวิตของโลก ด้วยการข่มเหงใดๆของมนุษย์"), การแสวงหาทักษะความรู้ ศาสตร์แห่งการสร้างชีวิตเทียม, การท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง, โบสถ์ และศาสนสถาน รวมทั้งสถานที่ๆมีความ "สงบร่มเย็น"

สิ่งที่ไม่ชอบ - อาหารจำพวกเนื้อ!, ผู้คนที่ขลาดเขลาเกรงกลัวต่อความตาย, การมองผู้อื่นเพียงเปลือก, ความขลาดเขลา ความโลภ และความริษยา

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์ - Holy Spear "Heavenly Jewel" (หอกอัญมณีสวรรค์) หอกไม้แอช รูปทรงกางเขน(เหลาจากไม้ชิ้นเดียว) ส่วน"คอ"ของหอกประดับด้วย พู่สีแดงและสร้อยประคำมุกสีขาว
[สาเหตุที่เลือกหอกทั้งๆที่ตัวละครไม่ใช่นักรบ : หอกเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจ แม้แต่หอกที่หักก็เป็นสัญลักษณ์ของความสันติ...หอกสื่อถึงความเป็นอาวุธของเทพ และไม้แอช สื่อถึงต้นอิกดราซิล ไม้ที่พระเจ้าใช้เป็นสิ่งที่ผสมกับดินเหนียวก่อนที่จะสร้างมนุษย์]

สายอาชีพ - Scientist + Necromancer

[ความสามารถทั่วไป] อสูรรับใช้ส่วนตัว (โฮะ โฮะ โฮะ~)
1. Ge'lem - เกเลม (โกเลม)..หญิงสาวร่างบอบบาง สูงราวๆเมตรครึ่ง ผิวสีน้ำตาลทราย มีรอยแตกร้าวบางเล็กน้อยที่แสดงให้เห็นถึงความยาวนานของกาลเวลา เส้นผมสั้นๆสีน้ำตาลดำอันหยาบกระด้างที่ระเรี่ยลำคอ นัยน์ตาสีขาวเทาเช่นเดียวกับสีฝุ่นแป้ง รอยสลักอักษร Emeth ภายในปาก(บนลิ้น) และแผนผังต้นไม้แห่งชีวิต(เซฟิรอธทั้งสิบ)ตรงกลางหลัง (สวมชุดเมด หรือแต่งกายสุภาพเป็นพื้น....แม้ว่าจะขาดรุ่งริ่งไปก็ตาม)
ความสามารถ - ร่างกายที่ทนทาน แข็งแกร่ง ก่อกำเนิดจากดินเหนียวและทราย ดั่งอาวุธ...ขยับร่างกายลุกเดินได้ด้วยพลังเวทย์และนามอันศักดิ์สิทธ์ ซ่อมแซมส่วนที่แตกหักของตนได้แม้ว่าจะถูกทำลายไป
รูปประกอบ - http://otonashi.akibakko-storage.net/image/b5/d2/3xq1.jpg

2. Crafted - คราฟท์ (กวงสี หรือ ผีดิบ)..ผิวกายที่ซีดเผือดราวขาดเลือด สีสันออกน้ำเงินเขียวจางๆที่บ่งบอกถึงความเป็นซากศพได้เป็นอย่างดีมีรอยเย็บตามร่างกายและแขนขา รูปร่างผอมบาง โครงหน้าที่ได้รูปโดยมิต้องเสริมแต่ง กับนัยน์ตาสีแดงฉานเฉกเช่นโลหิตที่มีรอยคล้ำข้างใต้ ดูลึกลับ แต่ก็ไร้วี่แววของความมีชีวิต...ผมยาวระเรี่ยลำคอระหงพอประมาณสีม่วงน้ำเงิน (สวมชุดแขนบาน หมวกสักหลาดฤดูหนาวสีแดงติดผ้ายันต์สีเหลืองสดลงอาคมด้วยเลือด)
ความสามารถ - ไร้ความเจ็บปวดใดใด สามารถซ่อมแซมร่างกายโดยการเย็บปะชิ้นส่วน...ขอบเขตความสามารถอยู่ที่ แผ่นยันต์มนตรา อาวุธกรงเล็บขนาดใหญ่
รูปประกอบ - http://img1.gelbooru.com//images/254/70ecfb75fe979dd851822ea3d18248ffa6b9875c.png?257414

3. Enma - เอนม่า (อสูรเทียม)..สตรีร่างผอม เส้นผมยาวสยายสีดำสนิทที่ตัดกันกับสีผิวที่ขาวราวกระดาษ ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากฮันยะสีแดงที่แสยะเขี้ยวยาว มีเพียงนัยน์ตาสีเหลืองที่เรืองออกมาจากช่องตาหน้ากาก เล็บยาวแหลม มักปรากฏกับเสียงหวีดหวิวของลม และเสียงหัวเราะคิกคักที่แหลมสูง เกิดจากการทดลองการสร้าง "อสูร" เทียม จากร่างกายของมนุษย์ (นุ่งชุดนักบวชหญิง (มิโกะ))
ความสามารถ - เชี่ยวชาญด้านยาพิษ และยาแก้พิษ (มีความสนใจด้านคำสาปโดยเฉพาะ)
รูปประกอบ - http://i7.photobucket.com/albums/y268/tste3jvc/hannya.jpg

4. Lufille - ลูฟิล (ซอมบี้)..ซอมบี้ตัวน้อยที่ดูไม่ค่อยออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ มีรอยเย็บทั่วตัว สีผิวและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเหมือนสีโคลน ปากเล็กๆที่มีน้ำลายย้อยยืดออกมาเสมอๆ ร่างกายที่มีสารคัดหลั่งเหนียวๆไหลออกมา อยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถเดินได้..จึงใช้การคลานต้วมเตี้ยมไปเรื่อยๆไม่มีสมอง (สวมชุดตุ๊กตาเน่าๆสีโคลน)
ความสามารถ - (น่ารักไปงั้นแหละ) เพราะทำอะไรไม่ได้นอกจาก คลานไปมา กัดแทะซาก และคายเมือกที่เหนียวเหนอะ
รูปประกอบ - http://img2.gelbooru.com//images/282/571d0b3ca64db71bd731c3c9384bcfd60837167d.jpg

5 Spirit of Stone : ถ่ายเทพลังเวทย์และพลังวิญญาณ ปริมาณเล็กน้อยของตนเองลงไปใน "Runestone" (ก้อนเล็กๆ) เมื่อ โปรยลงบนพื้นจะเกิดการเชื่อมต่อกันเป็นกำแพงป้องกัน (เมื่อนำมาวางล้อมเป็นวงกลมรอบตัวก็จะเป็นการสร้างกำแพงป้องกันรอบด้าน...ยกเว้นด้านบนและล่าง)


ลักษณะเฉพาะตัว - สายเลือดต้องสาป (อยากรู้มากกว่านี้ คุยกันในเอ็มซะดีๆ)

งานอดิเรก - ศึกษาศาสตร์แห่งการสร้างชีวิตเทียม, ดื่มชาน้ำผึ้ง, เป็นพี่เลี้ยงให้คอยดูแลเหล่าชีวิตเทียม เช่น เล่นเป็นเพื่อน ซ่อมแซม เย็บปะ ฯลฯ (จริงๆ พวกนั้นอายุมากกว่าจิงซ์เสียอีก เนื่องจากมีร่างกายเป็นนิรันดร์) <<< ความมีชีวิตกับความตายใกล้ชิดเป็นมิตรกันมากขึ้น

[อื่นๆ]
- จิงซ์ ไม่ได้เป็นผู้สร้าง อสูรเทียมทั้งสี่ แต่จิงซ์ได้รับหน้าที่ให้ควบคุมดูแลทั้งสามต่อจาก ลุงของเขา "ฮอปกินส์ ซานดาลฟอน" (จิงซ์ มองพวกนี้เหมือน พี่น้องมาตั้งแต่เด็ก...เหมือนรับช่วงต่อ พันธสัญญานั่นเอง)
- เหตุผลหลักในการสร้างชีวิตเทียมคือ การทดลอง (ในการมอบชีวิตให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต) <<< แต่กระนั้น ชีวิต ก็คือชีวิต เราสร้างเขามาเราก็เหมือนเราทำพันธสัญญา เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เรากระทำ (จริงมั้ย?)
- ใครว่าศาสตร์แห่งเนโครแมนซี คือสิ่งที่ชั่วร้ายเท่านั้น? ::

Modified on: 11-12-2008, 03:55:37

16. lufybank (0)
Mail to lufybank


    10-12-2008, 05:29:52   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ► ลูเฟียร์ แอสเทรย์ ` • Lufear Astray • `

เพศ ► Male

อายุ ► seventeen - 0 -

เผ่าพันธุ์ ► Human มนุดดดดด

ตำแหน่ง ► นักเรียน

บุคลิกภายนอก,ลักษณะรูปร่างและการแต่งตัว

► ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของผมสีดำสนิทดั่งความมืดมิด ทรงผมดูเป็นทรงผมข้างหน้าปัดมาด้านขวาเล็กน้อส่วนข้างหลังยาวถึงต้นคอ .. มีสีกายสีเทาแซมขาว นัยต์ตาสีดำเช่นเดียวกับสีผมมีคิ้วที่เข้มงามจนดูเปนสเน่ห์ จมูกโด่งและตั้งตรง ใบหน้าเกลี้ยงเกลา .. หูเรียวยาวทั้งสองข้างผนวกเข้าคู่กับริมฝีปากสีแดงอมชมพูบางได้รูปบนใบหน้า ที่หน้ามีแผลเป็นอยู่ที่ระหว่างคิ้วแผลเป็นรูปแนวเฉียง รูปร่างสูงโป่งน้ำหนักของร่างกายพออยู่ในขั้นผอมแต่ไม่ถึงกับผอมเวอร์พอมีเนื้อหนังคล้ายๆหุ่นของพวกผู้ชายในการ์ตูนญี่ปุ่น สรุปเป็นชายหนุ่มที่หุ่นดี

► จะเน้นการแต่งตัวแบบสบายๆ ธรรมดาๆ ไม่มีจุดเด่นแต่อย่างใด คือเขาจะไม่ค่อยเรื่องมากในการซื้อเสื้อผ้าซักเท่าไร แต่งแบบวัยรุ่นๆทั่วไปนั่นเอง แต่ถ้าพูดถึงจริงๆนั้นเป็นคนชอบใส่เสื้อเชิตสีขาว คล้ายๆเสื้อพวกนักศึกษาชายจะแขนสั้นแขนยาวก็ว่ากันไป ส่วนกางเกงที่ลูเฟียร์เลือกใส่นั้นส่วนใหญ่ทั้งหมดจะเป็นขายาวทั้งสิ้นจะผ้ายีนย์หรือผ้าแบบธรรมดาๆหรืออะไรก็ได้แบบดูแล้วไม่หน้าเกลียดคนอื่นมองแล้วดูดี สีของกางเกงจะเป็นสีน้ำตาลหรือดำนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ของ ลูเฟียร์เองว่าเขาจะเลือกใส่สีไหนในแต่ละวัน มาถึงรองเท้ารองเท้าที่ชายหนุ่มเลือกจะเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวราคาไม่แพงไม่หรูมองแล้วไม่น่าเกลียด ส่วนเรื่องเครื่องประดับนั้น เขาใส่แหวนที่นิ้วขี้ด้านซ้าย เป็นแหวนที่ไม่มีรูปร่างเท่าไรพิเศษอะไรเป็นแหวนแบบธรรมดาๆ และก็ใส่นาฬิการาคาค่อนข้างหรูนิดนึงโดยใส่ที่ข้อมือด้านซ้ายเช่นกัน



นิสัยใจคอ ► เป็นบุคคลที่คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล มองเห็นเรื่องผิดแปลกธรรมชาติต่างๆเป็นเรื่องธรรมดาเช่น เห็นภูเขาไฟระเบิด ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เจ้าตัวเองก็ไม่สึกล้ออะไรแม้แต่น้อยนิด ไม่จมปลักกับความทุกข์ในอดีต และไม่กังวลต่อเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเพราะเชื่อว่าเรื่องทุกเรื่องย่อมมีหนทาง เป็นคนที่มองปัญหาได้ตรงประเด็นและแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าคนอื่นๆ ทั้งยังเป็นคนที่ยอมรับความคิดเห็นของผู้มีเหตุผล มองปัญหาหรืออุปสรรคดั่งเมฆบนท้องฟ้า ไปๆมาๆไม่สิ้นสุด มองชีวิตที่พัฒนาขึ้นไม่ต่างกับว่าว ยิ่งปะทะลมแรง ยิ่งลอยขึ้นสูง จึงมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาดีเยี่ยม เป็นคนไม่เอาเปรียบผู้อื่น คิดในทางบวก เพราะตระหนักรู้ว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จต่างมองโลกในแง่บวกทั้งสิ้น เชื่อมั้นว่าปัญหาเป็นสิ่งควบคู่กับชีวิต เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้และต้องการให้คนอื่นก้าวหน้าทั้งนี้ลูเฟียร์ยังเป็นคนที่สนุกสนานเมื่ออยู่กับเพื่อนฝูงจะเป็นคนที่ไม่ค่อยหาเรื่องทุกใจให้พวกพ้องซะเท่าไรและมีมนุษย์สัมพันธ์ดีเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ใครมาดีก็ดีกลับ ใครมาร้ายก็ร้ายกลับ เป็นคนที่เข้าถึงสัจธรรมของการ เกิด ตั้งอยู่ และดับไป ตามวัฏจักรแห่งชีวิต ทั้งยังเป็นคนที่มีความสามารถใช้ความเฉียบคมทางความคิดของตนทิ่มแทงจิตใจของคนได้ลึกในทุกเมื่อ ในทางกลับกันก็เป็นคนที่ชนะโดยไม่ต้องยกมือ คือมีคำพูดเป็นอาวุธทำให้คนหมดความคิดที่จะต่อสู้ได้ เป็นคนที่พูดไม่มากนัก แต่ทุกคำพูดไม่สิ้นเปลือง ไม่มากมายก็เข้าถึงใจความได้ เพราะเห็นว่า คำพูดที่สิ้นเปลืองไร้สาระล้วนแต่บั่นทอนสติปัญญา แต่ในทางกลับกันเป็นคนที่อารมณ์ดีตลอดเวลา แม้อยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงสว่าง



สิ่งที่ชอบ – เสียงดนตรีของหญิงสาว


สิ่งที่ไม่ชอบ – ความกลหลวุ่นวาย


อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) ► Destoyer ประเภทเคียว เป็นเคียวที่มีปริศนาลึกลับสับซ้อนมากเคียวอันนี้ไม่สามารถหาซื้อขายได้จากท้องตลาดทั่วๆไป และก็ไม่ใช่ฝืมือของชั่งตีดาบด้วย จะเป็นของที่ลงมาจากฟ้าสวรรค์หรือท้องนรกก็ตามที ลักษณะของเคียวเล่มนี้ไม่เหมือนและคล้ายกับเคียวธรรมดาทั่วๆไป ตัวด้ามนั้นมีสีขาวนวลผ่องสว่างถูกเนรมิตด้วยอักขระลายรูปภาพเทพธิดาตัวน้อยทั่วทั้งด้ามซึ่งดูแล้วมันชั่งงดงามตระการสายตายิ่งนักเชียว ของที่สร้างสรรด้ามเคียวอันนี้คือลำไม้ของต้นไม้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก (เวอร์ไปไหม ต้นไรก็ได้นะครับ จขกท. คืออย่างที่บอกอะแข็งแกร่งที่สุด)จึงไม่แปลกเลยถ้าเคียวเล่มนี้ดูฟาดฟันโดนของหนักหรือแรงอันไหนก็ไม่สามารถทำให้เคียวเล่มนี้แตกหรือหักสลายไปได้ ส่วนปลายเคียวนั้นลักษณะคือเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวงอหัวลงมา คล้ายๆกับเคียวของยมทูต(พอนึกออกไหมครับ) ทั่วทั้งปลายเคียวจะมีสีดำมืดสนิทดูแล้วน่ากลัวซึ่งขัดกลับด้ามเคียวซะเหลือเกิน ซึ่งไม่แปลกเลยว่าไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ที่สร้าง
เคียวเล่มนี้ขึ้นมา


ปล.เคียมเล่มนี้สามารถทำให้ใหญ่หรือทำให้เล็กลงตามความต้องการของผู้ใช้ได้นะครับ


สายอาชีพ ► Warrior Magician ► สายนักรบอาคม



คามสามารถทั่วไป ►

1 - Sky walk : เมื่อใช้ท่านี้แล้วผู้ใช้สามารถเดินบนอากาศได้อย่างเหมือนเดินบนพื้น โดยที่ความเร็วไม่มีตก

2 - Power Slasher : เป็นการหมุนตัวควงคล้ายล้อกงจักรหรือล้อรถ จากนั้นฟาดฟันอาวุธเป็นแนวตรงด้วยความรุนแรงอาจทำให้เป้าตัวฉีกขาด ครึ่งท่อนได้

3 -Boomerrang Shot (เขียนถูกป่าว) : เป็นการเขวี้ยงอาวุธที่ถืออยู่ออกไปยังเป้าหมาย โดยสภาพที่เขวี้ยงหรือปาออกไปนั้นตัวอาวุธจะมีสภาพหมุนควงคล้ายๆควงสว่านสามารถโดนอาจโดนเป้าหมายอื่นๆได้ด้วย เสร็จแล้วอาวุธก็จะย้อนกลับมาหาเจ้าของ โดนขากลับนั้นก็อาจจะทำความเสียหายเพิ่มก็เป็นได้

4 - MooN Wave : เป็นการรวมพลังไว้ที่ปลายเคียวจากนั้นปลายเคียวจะเกิดออร่าสีฟ้าอมม่วง แล้วก็ฟาดเคียวออกไป ทำให้เกิดคลื่นพลังที่เป็นรูปร่าง คล้ายเสี้ยวพระจันทร์ด้วยความเร็วสูงพุ่งหาเป้าหมาย

5 - Shadow : เป็นการสร้างร่างแยกเสมือนจริงขึ้นมาเพิ่มอีก 2 ร่าง โดยร่างแยกนั้นมีความเร็วและความแรงในการโจมตีเหมือนร่างจริงทุกประการ แต่ไม่สามารถใช้สกิลได้และไม่สามารถสื่อสารได้ด้วย


6 - Magic Absorb : ลูเฟียร์มีความสามารถดดูซับพลังงานหรือเวทย์มนต์ต่ างได้ๆ

7 - Counter : เป็นท่าต่อเนื่องจากท่าข้างบน ในเมื่อดูดมาแล้วก็สามารถปล่อยย้อนกลับผู้เป็นเจ้าของมันคนแรกได้ โดยทางปล่อยคือปล่อยผ่านตัวอาวุธ ถ้าอาวุธอันนั้นไม่ดีหรือไม่แข็งแรงก็ไม่สามารถปล่อยพลังงานเวทย์มนต์กลับไปได้แถมยังทำให้อาวุธแตกหักอีกด้วย


ท่าไม้ตาย ► Body Magic : ท่านี้สามารถใช้ได้ต่อเมื่อในตัวลูเฟียร์มีพลังเวทย์มากเกินหรือล้นหลา หรือนั่นก็คือดูดเวทย์มาจนล้นนั่นเอง เป็นท่าที่ดึงพลังเวทย์ในที่ดูดมาจากคนอื่นทั้งหมด มาใช้กับร่างกายของตัวเองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดคือดวงตาและสีผมของเขานั้นปกติจะเป็นสีดำก็จะเปลี่ยนเป็นเป็นสีน้ำเงินสว่างดั่งพระจันทร์ยามช่วงค่ำคืน แต่ไม่ได้มีแค่นั้น นอกจากร่ายกายจะเปลี่ยนแปลงแล้ว ความสามารถของเขาก็เปลี่ยนด้วยเช่นกันคือ ความเร็วในการเคลื่อนที่ พลังป้องกัน พลังเวทย์มนต์ และความรุนแรงในการโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเลยทีเดียวท่าไม้ตายนี้จะอยู่ได้แค่เพียง 10 นาทีเท่านั้นหลังจากนั้นเจ้าตัวก็จะกลับกลายเป็นสภาพเดิม แต่สกิลนี้ก็มีผลข้างเคียงกับผู้ใช้คือ หลังจากที่ใช้ไปแล้วผู้ใช้จะเกิดอาการเพลียอ่อนแรงลง ( สกิลนี้ไว้ใช้ยามจำเป็น )




ลักษณะเฉพาะตัว – ความสามารถในการดูดซับเวทย์มนต์ ในทุกกรณีไม่ว่าจะฝ่ายร้ายฝ่ายดีไม่สามารถแยกแยะได้ก็คือ ทุกคนท่ามาแตะตัวของบุรุษคนนี้ก็จะถูกดูดเวทย์มนต์ไป ความสามารถนี้นั้นมีมาตั้งแต่เขาลืมตาบนโลก ว่ากันว่าความสามารถนี้พ่อที่ให้กำเนิดของชายหนุ่มนั้นก็มีคาดว่าอาจจะเป็น ขีดจำกัดสายเลือดก็เป็นได้


งานอดิเรก- เล่นเปียโน

อื่นๆ – (ถ้ามี)


::

Modified on: 14-12-2008, 15:57:43

17. wheel_of_fortune (0)
Mail to wheel_of_fortune


    10-12-2008, 05:44:48   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เงื้อ รายงานตัว

ปล. เอาตัวเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ได้มั้ยทั่นเคน -*-
::

Modified on: 10-12-2008, 07:08:20

18. venture_toYou (0)

Mail to venture_toYou


    10-12-2008, 07:44:50   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เเง ๆๆๆๆ ครีจะเสร็จเเล้วกดก๊อปปี้เเต่ดันไปกดcut
เวงกำของเราโดนเเท้ ::

Modified on: 10-12-2008, 09:58:27

19. Kirie (0)
Mail to Kirie


    10-12-2008, 08:15:58   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ,นามสกุล : Fahlun Qua Vala'am [ ฟาห์ลัน ควา วาลาม ]

เพศ : ชาย

อายุ : 20 ปี

ตำแหน่ง : นักเรียน

เผ่าพันธุ์ : ยักษ์โบราณ

รูปร่างลักษณะ : กายบางสูงเพรียวมีมัดกล้ามเข้ารูป เส้นผมสีดำขลับสยายยาวจรดบั้นเอวติดจะกระเซิงเป็นนิจดูไม่เรียบร้อย พักตร์หน้าคมคายประดับด้วยดวงตาคมดุจใบมีดที่มีสีเขม่าเหมือนยาพิษ คิ้วโก่งหนาและเรียวปากสีโอรถบางนุ่มขับให้ผิวเนียนสีทองแดงดูโดดเด่นน่าสัมผัส

บุคลิกภายนอก : ปัจเจกชนที่ ( พยายาม ) มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบนั่งตาลอยพูดน้อยแต่เป็นมิตร หากเพียงแต่มองจากระยะไกลจะดูเหมือนว่าเป็นคนไม่ดี แต่เมื่อเข้ามาสนิมสนมหรือพูดคุยด้วยแล้วจะทำให้ได้รู้ว่าเป็นคนที่อบอุ่นไม่มีพิษสงและเป็นที่พึ่งพาได้

การแต่งกาย : แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่คล่องตัวและมีสีไม่เข้มมากจนเกินไป โดยรวมแล้วเป็นคนไม่ได้เรื่องมากอะไรเลยแต่งแบบขอไปที เอาแค่ประมาณว่า " ให้พอดูได้ และไม่เป็นจุดเด่น " ก็เพียงพอแล้ว

นิสัยใจคอ : ชื่นชอบการกระทำมากกว่าเสวนาพาที มีจิตใจที่ทั้งอบอุ่นและเข้มแข็ง มีความตั้งมั่นอันแรงกล้าในการดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางของตน เพรียบพร้อมไปด้วยปฎิญาณและปณิธาน ให้ความอ่อนโยนต่อสิ่งที่เปราะบางและกำราบสิ้นซึ่งความอยุติธรรม อาจหาญต่อสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้องตามสมควร ธำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นเหตุเป็นผลและความดีงาม

อุปนิสัยอื่นๆ : เชี่ยวชาญในเรื่องปรัชญาทว่าหัวอ่อนในเรื่องบางเรื่อง มักไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าแต่จะปรากฎขึ้นมาเองเมื่อเกิดความรู้สึกมากๆ ไม่มีอารมณ์ขันต่อมุขตลกใดๆ แต่จะไปหัวเราะกับเหตุการณ์ 'งี่เง่า' ของเหล่ามิตรสหายเสียมากกว่า

สิ่งที่ชอบ : ความศิวิไลซ์ของธรรมชาติ, ผู้ที่มีความมุ่งมั่น, การช่วยเหลือ, การฝึกฝน, เพื่อน

สิ่งที่ไม่ชอบ : สุราเมรัย, ผู้ที่ไร้ซึ่งปณิธานและความมุ่งมั่น, ความอยุติธรรมทั้งมวล

อาวุธ : โคมรัตติกาล - ดาบยาวโค้งเรียวหนึ่งคมที่ทำจากเหล็กกล้าขัดมันส่องประกายเพริศพราวราวอัญมณี ส่วนด้ามหุ้มด้วยผ้าไหมดำฉลุลวดลายวิจิตร

สายอาชีพ : นักรบเวทย์ - สายนักรบอาคม [ มิติ & กาลเวลา ]

ความสามารถทั่วไป : ความสามารถในการควบคุมมิติได้อย่างใจปรารถนาซึ่งทักษะส่วนมากจะแสดงผลได้เพียงชั่วครู่ ยกตัวอย่างการใช้งานในการต่อสู้

- บีบอัดช่องว่างระหว่างมิติไว้กับใบดาบ ทุกสิ่งที่สัมผัสมันจะหายลับเข้าไปอยู่ในช่องว่างนั้นอย่างไม่มีวันหวนกลับ แสดงผลเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่จะกลับกลายมาเป็นดาบธรรมดา
- เปิดมิติเชื่อมต่อจากตำแหน่งหนึ่งสู่อีกตำแหน่งหนึ่ง สามารถส่งผ่านความมุ่งร้ายกลับไปยังผู้ที่ส่งมันมา หรือแม้กระทั้งฟาดฟันผู้ที่ยืนอยู่ห่างออกไปในมุมอับ
- ย่อมิติให้สั้นลง ให้หนึ่งก้าวเท่ากับสิบก้าวในสภาวะปกติ แสดงผลเพียงเสี้ยววินาที ใช้สร้างการเคลื่อนไหวชั่วพริบตา
- ยืดช่วงเวลาในอาณาบริเวณออก ทำให้ทุกอย่างในบริเวณเล็กๆที่กำหนดเชื่องช้าลงจนเกือบจะหยุดนิ่ง เว้นแต่ตัวผู้ใช้ที่ยังเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเสรี
- เร่งเวลาของตัวเองขึ้น ทำให้วินาทีของตัวเองกลายเป็นเสี้ยววินาทีของผู้อื่น ใช้สร้างการโจมตีความเร็วสูง

ใช้งานจิปาถะ เช่น เก็บของ ฯลฯ

ลักษณะเฉพาะตัว : ดาบไร้เงา - ยุทธวิชาอันเฉียบขาดที่ได้มาจากการเพียรฝึกฝนและบำเพ็ญตนจนบรรลุถึงแก่นแท้ของดาบ เมื่อจิตนั้นถูกลับให้คมกริบยิ่งกว่าศาสตราวุธใดๆในโลกหล้า ไร้รูป ไร้ลักษณ์ ฟาดฟันศัตรูให้มอดม้วยด้วยจิตต่อสู้อันร้อนแรง ดาบแห่งจิตที่ยากจะต้านทาน [ จะใช้ก็ต่อเมื่อมิอาจกำราบเหล่าศัตรูได้ด้วยทักษะเวทมนตร์ข้างต้น ]

งานอดิเรก : ประดิษฐ์ปรัชญา, นั่งชมธรรมชาติ ดอกไม้ ท้องฟ้า

อื่นๆ : ยักษ์ ... ว่ากันว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีบรรพบุรุษผู้ให้กำเนิดเหล่าเทพยดา .. ทว่า ตัวตนที่แท้จริงนั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปจากมนุษย์ปุถุชนมากมายนัก .. พลังก็พื้นๆมีมากมีน้อยตามวัยวุฒิและการฝึกฝน เพียงแต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่สมถะโดยสันดาน มีความเจริญงอกงามภายในจิตใจ และพอจะมีมรดกจากโบราณกาลหลงเหลืออยู่บ้าง ...ไม่มากก็น้อย ::

Modified on: 12-12-2008, 17:17:34

20. Mayashow (0)
Mail to Mayashow


    10-12-2008, 09:26:55   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ,นามสกุล(ขอเป็นแนวสากลตะวันตกนะครับ) – ราเซกัส เอนิรามัส

เพศ – ชาย

อายุ – 25

เผ่าพันธุ์ – มนุษย์

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ – เขาเป็นชายหนุ่ม ผมสั้นสีดำเข้ม เส้นผมของเขานั้นมันช่างหยาบกระด้าง นั้นตาสีดำสนิท มีเขี้ยวนิดๆอยู่ที่มุมปาก ผิวกายข้างเขานั้นมีสีออกไปแนวคล้ำนิดๆ และหยามกร้าน ร่างกายกำยำพอตัว ตามร่างกายนั้นจะมีบาดแผลมากมายเต็มไปหมด สูง 184 ซม. หนัก 79 กก.

นิสัยใจคอ – เขาเป็นคนที่เรียกได้ว่า ไม่ไว้ใจมนุษย์ เป็นอย่างมาก เขาจะพยายามหลีกในการที่ได้พบปะ พูดคุย หรือแม้กระทั่งการทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ ยกเว้นว่ามันจะจำเป็นจริงๆ นั้นคงเป็นเพราะปมสาเหตุในอดีตบางอย่างที่แสนเจ็บปวด แต่ถ้าเป็นเหล่าสัตฺว์ละก็เขาจะสนิทสนมกับพวกมันเป็นอย่างมาก เขานั้นจะให้เวลาทั้งวันนั่งสื่อสารพูดคุยกับสัตฺว์ต่างๆใต้ล่มไม้ใหญ่โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย แล้วพวกสัตฺว์เหล่านั้นก็ดูเหมือนว่าจะไว้ใจในตัวเขามากเสียตัว

สิ่งที่ชอบ – สัตฺว์

สิ่งที่ไม่ชอบ – มนุษย์ พวกหลอกลวง ไว้ใจไม่ได้

สายอาชีพ – Druid สายสัตฺว์ป่า ผสมกับ Necromancer สายปลุกศพและกระดูก

คามสามารถทั่วไป

1. king of animal (ราชาแห่งสรรพสัตฺว์) เขาเป็นคนที่สามารถสื่อสารกับสัตฺว์ได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น นก สุนัข ปลา ช้าง เสือ ฯลฯ แถมสัตฺว์ทุกตัวขั้นจะเชื่อใจเขาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเขาจะของร้องให้สัตฺว์เหล่านั้นทำอะไรก็ตาม พวกมันนั้นจะทำตามเขาโดยไม่คำนึกว่าทำไปแล้วพวกมันจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่

2. king is bone (ราชาแห่งโครงกระดูก) นอกจากเขานั้นจะสามารถสื่อสารกับสัตฺว์ต่างๆได้แล้ว เขายังสามารถปลุกเรียกเหล่าซากโดรงกระดูกขึ้นมาได้ด้วย และก็แน่นอนว่าโครงกระดูกเหล่านั้นจะเป็นของสัตฺว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าโครงกระดูกพวกนั้นจะมีความสามารถในด้านการต่อสู้ค่อนข้างต่ำ แต่ถว่าพวกมันนั้นมีจำนวนมากเป็นกองทัพ และสามารถแยกชิ้นส่วน หรือ ประกอยขึ้นมาใหม่ได้ตามที่ใจเขาต้องการ

3. king of corpse (ราชาแห่งซากศพ) ในเมื่อเขานั้นสามารถปลุกเหล่าโครงกระดูกขึ้นมาได้แล้ว ไฉนเลยเขาจะไม่สามารถเรียกสัตฺว์ที่ตายแล้ว ให้กลับมามีชีวิตไม่ได้ สัตฺว์ซอมบี้พวกนี้จะมีความสามารถในการต่อสู้มากกว่าพวกโครงกระดูก แต่พวกมันนั้นมีจำนวนน้อยกว่า และถ้าร่างกายของมันแหลกสลายไปแล้วก็ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป

4. king of evolution (ราชาแห่งพัฒนาการ) เขาเป็นคนที่สามารถปลุกเอาสัญชาตญาณ ของสัตฺว์ที่หลับไหลอยู่ในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาได้ เมื่อมันตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็คือ!ร้ายกระหายเลือดดีๆนี้เอง ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่แหลมคมดุจเหยี่ยว พลกำลังที่มากมายดุจพยาคชราช กรงเล็บอันแหลมคมดั่งพยัคฆ์ และอีกมากมาย การเคลื่อนที่ว่องไวเหมือนกับลิงลม ความสามารถทุกอย่างจะรวมอยู่ในตัวของเขาทั้งหมด

งานอดิเรก- เป่าใบไม้ ให้เหล่าสัตฺว์ ฟัง

ปล. ถ้าว่างๆ เข้ามาอ่านนิยายของข้าน้อยบ้างนะท่าน http://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=FT04870&page=23
::

Modified on: 15-12-2008, 16:06:09

21. venture_toYou (0)

Mail to venture_toYou


    10-12-2008, 09:59:47   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เย่ สวรรค์ทรงโปรดทั้งๆที่กดcut
ไปเเล้วเเต่ข้อมูลยังเซพทัน
ชื่อ ,นามสกุล
รอเรส วาลาพิลส์
ชือเรียก
เวลส์

เพศ –
หญิง

อายุ –
22

ตำแหน่ง(ถ้ามี) -บาทหลวงพเนจร
เป็นชื่อที่คนพึ่งกล่าวขานถึงเธอไม่นานมานี้เอง
เพราะเธอพึ่งออกเดินเดินไม่กี่ปีมานี้
เธอต่างกายคล้ายบาทหลวง มีหน้ากากปิดปากไปถึงจมูกจึงทำให้ผู้คนคิดว่าเธอ เป้นผู้ชายเพราะเธอเเทบจะไม่พูดอะไรเลย เธอออกเดินทางตามหาสิ่งที่ตนต้องทำ
ระหว่างทางเธอก็ช้วยสวดมนต์ปลดปล่อยวิณญาณ
เเละก็ช้วยปราบปีศาส รวมทั้งเเก้คำสาปบางชนิด
เเละโรคเรื้อรังให้ผู้คน จึงทำให้เธอถูกกล่าวไปเเบบปากต่อปาก
สถานะ นักเรียน เพื่อตามหาคนที่สามารถรักษา
เธอได้ การที่ตามหาโรงเรียนก็เพราะที่นั้นเป็นที่ๆมี
คนใช้เวทย์มนตร์ได้เยอะซึ้งอาจมีความหวังมากขึ้น


เผ่าพันธุ์ –
เอลฟ์

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ –
โดยปกติเเล้วจะใส่เเบบโป๊ป หรือบาทหลวงชุดสีขาวๆ
มีไม้กางเขนสีทองสลักอยู่ตามจุดต่างๆ มีหมวกขาวยาวๆด้วย ตุ้มหูข้างซ้ายจะตุ้มหูไม้กางเขนสีทองโดยปกติเเล้วจะเเทบไม่เห็นลักษณะ
ภายนอกร่างกายเลยเพราะมีผ้าปิดปากกั้นไว้อยู่รู้เเต่เพียง
หูเเหลมๆที่ยื่นออกมาจากผมสีฟ้าเล็กน้อยดวงตาหลี่ๆสีฟ้า
จะสูงราวๆ170ซ.ม.ผิวสีขาวผ่อง รูปร่างผอมซึ่งความจริงเเล้วผอมซูบ


นิสัยใจคอ –
เป็นคนที่ไม่กล้าพูดอะไรออกไปตรงๆ ยิ่งเป็นการด่าว่าคนอื่นยิ่งไม่พูดใหญ่ ขี้อายมากจนต้องเอาผ้าปิดปากไว้เพื่อจะได้ดูขึงขังขึ้นเล็กน้อย เวลาหน้าเเดงใครจะได้ไม่เห็น มีจิตใจเมตตา เมื่อเจอสั.ตว์ใหญ่ จะกินสั.ตว์เล็กก็จะเข้าไปหยุดถึงเเม้จะรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติกำหนด เเต่เธอก็ไม่อาจยอมรับมันได้ ไม่กินเนื้อสั.ตว์ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
เวลาต้องการอะไรก็จะเก้บเอาไว้เพราะกลัวหาว่า งก
อดทนได้เป็นอย่างดี ถึงเเม้จะอดมื้อกินมื้อก็ยังรอดได้
ไม่เคยเปิดผ้าปิดปากให้คนอื่นเห็นเลย
เพราะถ้าเปิดออกจะยิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่ยอมเห็นใครตายต่อหน้า ถึงเเม้คนๆนั้นจะไม่มีโอกาศรอดก็เถอะ




สิ่งที่ชอบ –
รอยยิ้ม บางประเภททั้วนั้น
ไอพวกที่ฉีกยิ้มกว้างๆเเบบมีอะไรเเผงจะไม่ยอม
ท้องฟ้า นก
สิ่งที่ไม่ชอบ –
คนตาย การล่าสั.ตว์
เเมลง (เเต่ถ้าผีเสือติดใบเเมงมุมก็จะช้วย)
เเต่ก็กลัวเเมลงทุกชนิดไม่ว่าลวดลายจะสวยน่ารักเพียงใด
คงเป็นเพราะตอนเด็กเคยกลืนหิ่งห้อยเข้าไป รสชาติ
มันขยาดจนบอกไม่ถูกหลังจากนั้นก็กลัวเเมลงมาตลอด
อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) –
คทาโปรดสั.ตว์
เป็นคทาที่ทำจากทองเเดงเคลือบสีทอง(ไม่มีงบ)
บนหัวคทาจะมีกระพรวนอันใหญ่ๆอยู่เต็มไปหมด
เมื่อสั้นคทามันจะมีเสียงกุ๊ง กิ๊งเต็มไปหมด




สายอาชีพ –
บาทหลวง .สายศักดิ์สิทธิ์
เหตุที่เธอไม่เรียนสายสนับสนุนเพราะว่า
เธอเรียนเรื่องนี้ไม่เก่งทั้งๆที่เธออยากเรียน
สายสนับสนุน เเต่คนเราเลือกทางเดินของตนเองไม่ได้

คามสามารถทั่วไป –
1.cure
เป็นวิชาที่เธอร่ำเรียนมาตั้งเเต่ตอนเด็กๆ
ด้วยความยากลำบาก กินเวลานับปีๆ
เป็นเพราะสวรรค์ไม่ได้ส่งให้เธอเลือกทางเดิน
เส้นนี้จึงทำให้เธอรู้วิชารักษาเพียงเบื้องต้น
คุณสมบัติสามารถทำให้บาทแผลเล็กๆหายได้ส่วนบาทใหญ่ที่ใหญ่จะทำได้เเค่ห้ามเลือด
สามารถรักษาให้หายจากโรคหวัดได้เฉียบพลัน คำสาปเบื้องต้น
เเละโรคเรื้อรังบาคชนิด

2.blow up
เป็นการกระจายพลังไปโดยรอบพื้นที่เเล้ว
ประทุออกมาพร้อมๆกันทำให้พื้นที่ที่อัดพลังเวทย์ไว้
ระเบิดออกเเต่พลังเวทย์จะไม่กระจายเพราะกลัวจะทำลายระบบนิเวศ

3.destroy everything
เป็นการปลอยพลังเป็นสายสิ่งที่อยู่ข้างหน้าจะสลายหายไป
เเต่สิ่งที่ตามมาภายหลังคือพื้นที่ตรงนั้นจะปลูกอะไรไม่ขึ้นไปอีกนาน

4.favorite everything
เป็นการที่ใช้บทสวดมนต์ที่เเฝงไปด้วยจิตใจที่เมตตา
เเละเวทย์มนตร์ ทำให้วิณญาณไปผุดไปเกิดเเละทำให้จิตใจของคนที่ฟังสงบลง

5. smash assassinate
เป็นการที่ใช้พลังเวทย์ในการผลักดันพลังเวทย์ของตนเข้าสู่ร่างของศตรูทำให้
พลังที่เเตกต่างกันปั่นป่วน จนทำให้ศตรูตายได้


6.enhance attack
เป็นการเสริงพลังเข้าสู่กระพรวนทองเพื่อเป็นอาวุธ
จู่โจมศตรู

7.votefamous
เป็นการที่เสริมพลังไปที่กระพรวนเพื่อที่จะทำให้เสียงกระพรวนดังก้องกังวาล
จนทำให้เกิดเสียงที่ดังจนปวดเเก้วหู
จนหัวสมองเเทบระเบิด


ลักษณะเฉพาะตัว –
คำสาปหรือโรคร้าย
เป็นสิ่งที่เเยกไม่ออกเพราะไม่มีรอยตำหนิบนร่างกายเลย
เวลาที่กำเริ่มไม่เเน่นอนอาจจะพรุ่งนี้หรือเกิดบ่อย
หรืออาจจะไม่เกิดเลยทั้งปี
มันมาไม่เเน่ไม่นอน เมื่ออาการกำเริ่มร่างกายจะร้อนมาก จนทำให้เกิดอาการไข้ขึ้นสูง
เเละมันจะเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ลุกเป็นไฟเเละถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ร่างกายจะค่อยๆตายไป

การสวดส่งวิณญาณเเละการขับกล่อมจิตใจได้



งานอดิเรก-
โปรดสรรพสิ่ง ช้วยคน
นั้งพัก(เนืองจากความหิว)


อื่นๆ –
เป็นเด็กที่เกิดจากครอบครัวที่มีโรคหรือเป็นคำสาปไม่เเน่ชัด
ทุกครั้งที่อาการกำเริ่มก็จะตัวร้อนฉ่าเเละหนักขึ้นทุกวัน
ทำให้ตระกุลของเธอไม่มีใครที่อายุยาวเลยสักคน
เเม้จะให้นักเวทย์ช่วยรักษาให้เเต่ก็ไม่สามารถรักษาได้
เเต่ตอนเด็กอาการของเธอกำเริ่มจนร่างกายเเดงฉ่าไปหมด
เเต่ก็ได้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งช้วยไว้
เขาช้วยยับยั้งอาการนี้ได้ชั้วคราวหลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีความหวังขึ้นเรื่อยๆ
จึงหันไปเรียนวิชาด้านรักษาเเต่เธอไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้จึงหันไปเรียน
วิชาต่อสู้เเทนเพื่อเป็นวิชาปกป้องเเละช้วยเหลือผู้คนระหว่างทาง
เธอสัญญาว่าเมื่อเธอรู้วิธีที่รักษาอาการนี้ได้เธอจะกลับมาช้วย ครอบครัวของเธอ
เเต่ระหว่างเดินทางเงินที่ใช้ไปนั้นหมด เงิน
ที่ได้จากคนที่เธอช้วยไว้ก็น้อยนิด(ก็ดันไม่ไปขอเงินเขา
ใครเขาจะรู้ว่าเธอต้องการ)
เพราะเธอขี้เกรงใจเลยไม่ได้ขอจึงต้องมานอน
ท้องกิ่วเป็นประจำ
::

Modified on: 11-12-2008, 17:15:21

22. ~RaCcoOn_Man~ (0)
Mail to ~RaCcoOn_Man~


    10-12-2008, 10:03:10   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ผมเข้ามาเป็น 1 ในกระทู้ครับ ^0^
23. Black_Heart (0)
Mail to Black_Heart


    10-12-2008, 11:10:05   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ,นามสกุล(ขอเป็นแนวสากลตะวันตกนะครับ) – Serene Luborous (ซีรีน รูบอเรียส)

เพศ – ชาย

อายุ – 23

ตำแหน่ง(ถ้ามี) – ไม่ค่อยเข้าใจ เดียวรอท่าน เคนจิ มาแจกแจงละกัน

เผ่าพันธุ์ – ฮาล์ฟดาร์คเอลฟ์ (ดาร์คเอลฟ์ + มนุษย์)

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ –มีร่างกายผอมสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปและมีผิวสีฟ้าอมเทา หูแหลมแต่ไม่ยาว ผมสีดำยาวถึงกลางหลังปล่อยเอาไว้ไม่รวบ ดวงตาสีเทาดูเศร้าๆ รอบดวงตาดำปึดเหมือนอดหลับอดนอน จมูกโด่ง ปากซีดจนเกือบขาว ร่างกายดูอ่อนแอขี้โรค แต่เป็นคนตัวสูง (180 ซม.)แต่งตัวแบบสัปเหร่อ หมวกสีดำปีกหมวกยาว ทรงสูง ใส่เสื้อข้างในสีเทาดำ คอตัววี เสื้อนอกเป็นเสื้อหนังสีดำยาวถึงเข่าขาดๆ กางเกงขายาวสีดำขาดมีรอยขาดตรงเข่า รองเท้าบู้ทสีเทามนๆ

นิสัยใจคอ – เจ้าเล่ห์เพทุบายสุดๆ สามารถทรยศใครก็ได้เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ถ้าเห็นใครมีประโยชน์จะชอบเข้าไปตีสนิท พูดจาหว่านล้อมจนได้เป็นพวก ส่วนมากจะไม่ชอบที่จะออกโรงเอง มักจะให้ลูกน้องออกไปดูลาดเลาก่อนเสมอ ไม่ชอบอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ ทำงานทุกครั้งจะมีทางหนีไว้เสมอ (และจะหนีคนเดียว ทิ้งลูกน้องไว้) เห็นเพื่อนพ้องตัวเองตายได้อย่างหน้าตาเฉย ไม่สนใจใคร สนแต่ตัวเองพอ Lady เป็นแค่สิ่งเดียวที่เซรีนรัก

สิ่งที่ชอบ – อืมมม การทรมานของคนอื่นมั้ง มีความต้องการที่ไร้ขีดจำกัด ความมืดมิด ความทุกข์

สิ่งที่ไม่ชอบ – อืมมม ความสงบสุข แสงสว่าง ความดีใจของทุกคน

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) –
ชื่อ Phantom Coffin (แฟนทอม คอฟฟิน)
ลักษณะ โลงศพสีดำ หน้าประตูมีลายหัวกะโหลกนูนยื่นออกมา และรอบๆเป็นโซ่พันเอาไว้ ข้างในจะเป็นมีดวงตาขนาดใหญ่ยักษ์อยู่ข้างใน จะเป็นตัวดูดวิญญาณทั้งหลาย และดวงตานี้มีความสามารถในการหลอนประสาทผู้ที่เห็น
ประโยชน์
-ไว้เก็บวิญญาณต่างๆ ทั้งเรร่อน และคนที่ถูกเค้าสังหารมาเก็บเอาไว้ใช้งาน
-ใช้ท่า Absolute Hallucination

สายอาชีพ – Necromancer สายวิญญาณและความตาย แต่จะใช้ความสามารถของสายอื่นได้ด้วย

คามสามารถทั่วไป –
1.Voodoo Marionette (หุ่นเชิดตัวแทน) เป็นวิชาที่จะถ่ายโอนความบาดเจ็บทั้งหลายไปยังคนอื่นแทนโดยจะมีหุ่นฟางเป็นสื่อ
เงื่อนไข
-ต้องมีเลือดของคนผู้นั้นแล้วหยดลงไปยังหุ่นฟาง
-หากหุ่นฟางเกิดมีรอยแผลอื่นใด วิชานี้จะเสื่อมทันที (ซีรีนจึงมักจะให้ Lady เก็บไว้)
-ใช้ได้แค่ 3 ตัว และแต่ละตัวมีกำหนดแค่ 1 สัปดาห์
2. Soul Generate ปล่อยวิญญาณจาก Phantom Coffin ออกมา แล้วบังคับให้ไประเบิดใส่ศัตรู ความรุนแรงแล้วแต่ปริมาณสสารวิญญาณ (สสารขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ หากเป็นคนที่มีพลังเวทย์มากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ความรุนแรงก็จะมาก)
3. Mind Control ควบคุมวิญญาณในร่าง บังคับให้ไปทำอะไรก็ได้
เงื่อนไข
-ต้องอยู่ในช่วงที่อ่อนแอ เช่น ป่วยเป็นโรค หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส (ฉะนั้นเวลาใช้มักจะซ้อมเหยื่อก่อนเสมอ)
-คนที่ถูกควบคุมจะต้องไม่อยู่ห่างเกินเจ้าตัว 3 กิโลเมตร
-ควบคุมได้ไม่เกิน 7 คน
4.Absolute Hallucination ผู้ที่ถูกพลังนี้จะเหมือนโดนประสาทหลอน มึนงง เห็นซีรีนเป็นหลายๆคน(เหมือนกินเหล้าแล้วเมามาก)
เงื่อนไข
-เห็นดวงตาภายในโลงศพ
สุดยอดพลังเวทย์ : Dome of Darkness เป็นท่าที่เป็นสุดยอดแห่งสายความมืด
ผู้ที่โดนวิชานี้จะเหมือนโดนดูดเข้าไปในหวงมิติที่มืดมิด รอบข้างจะไม่เห็นสิ่งใดเลย และจะรู้สึกเศร้า หดหู่ ทุกข์ เห็นสิ่งที่ตนเองไม่อยากจะเห็นมากที่สุด ดึงเอาความทรงจำที่โหดร้ายที่สุดของชีวิตออกมาให้เห็นซ้ำไปซ้ำมา ช่วงเวลาในโดมจะนานมาก
ข้อเสีย วิญญาณที่เก็บมาจะหายไปหมด
5. Lady Gloomy อดีตคนรักของซีรีน แต่ Lady ได้ตายไปเนื่องจากเป็นโรคร้ายแรง ซีรีนจึงทำพิธีดึงวิญญาณเอาไว้และให้อยู่ใกล้ตัวตลอด และให้เป็นคนเก็บหุ่นฟางเอาไว้ Lady จะมีรูปร่างเหมือนตอนเป็นคน ซึ่งเป็นหญิงที่สวยงาม ตาโตสีฟ้าใส หน้าผ่องใส ผิวสีขาว ผมยาวสีดำถึงกลางหลัง ปากแดงเหมือนทาลิปสติกตลอดเวลา หุ่นดี อกเป็นอก เอวเป็นเอว ตัวสูงพอๆกับเซรีน ใส่ชุดรัดรูปสีดำแขนยาว กระโปรงสั้นเหนือหัวเข่าสีดำ ไม่ใส่รองเท้า เพราะจะลอยไปลอยมา พูดจาโต้ตอบเหมือนเป็นคนปกติ เพียงแค่ไม่กินไม่นอน และอาจจะเป็นจุดอ่อนเดียวของซีรีนที่ใหญ่โต เพราะซีรีนรักมาก


ลักษณะเฉพาะตัว – ปล่อยจิตสังหารได้รุนแรงมาก คนธรรมดาอาจสลบเลยได้ และมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือ สามารถมองถึงนิสัยต่างๆ ของคนได้ว่าถนัดด้านไหน ถนัดมือซ้ายมือขวา ชอบอะไรไม่ชอบอะไร

งานอดิเรก- เก็บดวงวิญญาณ

อื่นๆ – เอาประวัติไปละกัน เผื่อจะมีไอเดียเพิ่มขึ้น
ประวัติ :
เมื่อซีรีนเกิดมาได้อายุ 7 เดือน (กำเนิด ณ บ้านของครอบครัวจอมเวทย์ธรรมดาๆ)พ่อ(ดาร์คเอลฟ์)แม่(มนุษย์)ของเค้าได้มีผู้ทำนายมาหาที่บ้าน และบอกว่าซีรีนเป็นเด็กอันตราย มีพลังที่ชั่วร้ายอยู่ภายในตัว พ่อแม่ของซีรีนเชื่อจึงพยายามที่จะปกป้องซีรีนให้เกิดมาเป็นเด็กที่มีแต่ความสุข ซีรีนเติบโตเรื่อยมาด้วยความสลบสุข แต่ในที่สุด ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เนื่องด้วยการที่เซรีนเป็นเด็กเรียนเก่ง ฉลาดหลักแหลม อาจารย์ผู้สอนเวทมนตร์สายความมืดจึงเห็นพรสวรรค์ในตัว และต้องการนำมาเป็นจอมเวทย์สายความมืดอีกคน จึงชักจูงให้ไปเรียนเวทมนตร์แห่งความมืด และแล้วเซรีนก็ถูกความมืดครอบงำไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากแต่เดิมรูปร่างอันเป็นเด็กหนุ่ม ร่างกายกำย่ำ ก็ห่อเ!่ยวลง จากตาสีฟ้าเป็นประกาย ก็มืดมัวลง ผมที่เคยสีทองสะท้อนแสง ก็กลายเป็นสีขาว
เซรีนกลายเป็นจอมเวทย์แห่งความมืดอย่างแท้จริงในที่สุด และอาจารย์ผู้ชั่วร้ายก็คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แต่ซีรีนหาได้ต้องการไม่ ท้ายสุดซีรีนได้ต่อสู้กับอาจารย์ตนเองและได้ก้าวข้ามอาจารย์ตนเอง การต่อสู้จบลงภายในไม่กี่นาที เซรีนนำวิญญาณของอาจารย์มาเก็บไว้เป็นพลังของตนเองแทน ความบ้าคลั่งในความมืดของซีรีนได้ขยายแผ่ไปทั่วเมือง ซีรีนได้สังหารผู้คน สังเวยชีวิต ไปนับต่อนับ จนมาถึงพ่อแม่ของตนเอง พ่อแม่ซีรีนได้ต่อสู้กับซีรีนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้ ภายหลังได้พ่ายแพ้ต่อพลังซีรีน แต่แล้วในขณะที่จะเงื้อมือสังหาร ระฆังของโบสถ์ตรงข้ามบ้านได้ดังขึ้น เหมือนกับมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งแวบเข้ามาภายในดวงตาของตนเอง ซีรีนได้ลดมือลง น้ำตาของซีรีนไหลลงมาเป็นสายเลือด ดวงตากลับมาเป็นสีฟ้า มีเสียงหลุดออกมาจากปากของซีรีนเพียงประโยคเดียว “พ่อครับ แม่ครับ ผมหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ขอโทษนะครับ” ซีรีนได้กระโจนเข้าไปใน Phantom Coffin และโลงศพก็ได้หายเข้าไปในความมืด และไม่เคยย้อนกลับมาอีกเลย
::

Modified on: 10-12-2008, 16:47:55

24. Keys (0)
Mail to Keys


    10-12-2008, 11:16:31   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ชื่อ ,นามสกุล(ขอเป็นแนวสากลตะวันตกนะครับ) – Deco Elder (เดโก้ เอลเด้อ)

เพศ – ชาย

อายุ – 20 ปี

ตำแหน่ง(ถ้ามี) -

เผ่าพันธุ์ – ฮาล์ฟเอลฟ์ (เอลฟ์ + มนุษย์)

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ – เดโก้นั้น มีบุคลิกภาพที่ดี ตัวสูงประมาณ 180 ซม. ผิวสีขาวอมเหลือง ถ้าจะบอกอย่างละเอียดก็ขอไล่จากหัว จรดเท้า ผมของเขาเป็นสีทอง ที่ได้มาจากพ่อของเขาที่เป็นมนุษย์ แต่เขาไม่ชอบไว้ผมยาวๆ เพราะมันรุงรัง จึงตัดให้สั้นๆ ให้ยาวพองาม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน เจาะหูข้างซ้ายสองรู และก็เอาห่วงสีเงินใส่ไว้ สักลายบนใบหน้าขวา เป็นลายไฟสีดำ เกือบครึ่งหน้า ทำให้เป็นจุดเด่นมากเวลาเดินไปมา ชอบเอาผ้าคาดหน้าผาก และปล่อยชายผ้าให้ยาวๆพลิ้วไปตามแรงลม หุ่นของเดโก้จะดีมากๆ เพราะเดโก้อยู่ในป่ามาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีความคล่องตัวดี มีกล้ามเล็กน้อย ช่วงขายาว มีกล้ามขา ที่แขนขวาสักลายเป็นเขียนว่า XVII-II-ZZZZ (17 – 2- .... ปีเกิดของเขานั้นเอง ส่วนด้านการแต่งกาย เขาชอบสวมชุดแบบสบายๆ คือสวมเสื้อยืดเขากุด สีอะไรก็ได้ กางเกงผ้าขาสามส่วนแบบใช้เชือกมัดเอว แล้วก็รองเท้าผ้าหรือรองเท้าแตะสบายๆ ส่วนกระเป๋าเดินทางก็เป็นแบบเอาผ้าห่อของเอา และใช้เชือกมัด โดยรวมๆแล้ว ถ้าเห็นแบบผ่านๆ ก็จะเป็นออกแนวเด็กวัยรุ่น ที่แต่งกายดูสบายๆ แต่ด้วยการเจาะกับสักในร่างกาย ก็เป็นเด็กจิ๊กโก๋ที่ซุกซนมีอารมณ์ขันดีๆนี้เอง

นิสัยใจคอ – เป็นคนที่เฮฮา ชอบหาเพื่อน ตอนเด็กๆจึงเป็นที่รู้จักและรู้จักคนเยอะ เป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมาก จะเกิดอะไรขึ้นก็ให้มันเกิด ชอบการสรรสัญ และเป็นคนที่จัดงานปาร์ตี้เก่งด้วย เป็นคนที่ไม่ยึดติดกับคำว่า “ลำดับชนชั้น” ใครจะมาจากไหน ตระผมลดังขนาดไหน หรือมาจากชนชั้นที่ต่ำต้อยขนาดไหน ก็คิดว่าเท่าเทียมกันทั้งสิ้น รักคนอื่น เหมือนกับรักตัวเอง เขาเป็นคนที่มีความอุสาหะมาก เป็นคนไม่ยอมแพ้ ถ้าแพ้แล้วต้องเอาคืนจนกว่าจะชนะ มีความอดทนสูง ถ้าจะแพ้ก็ต้องแพ้อย่างที่ตัวเองหมดแรงแล้วจริงๆ และนิสัยอีกอย่างคือ ชอบพูดจากวนตีนมากๆ ไม่สนว่าจะเป็นใครที่ไหน เพศอะไร ก็เอาหมด เดโก้จึงเป็นคนที่ตลก สนุกสนาน ตลอดเวลา ถ้าอยู่กับเค้าแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะขาดเพื่อน หรือหน้าบูดบึ้ง รับรองว่าจะต้องหัวเราะตลอดเวลาและยิ้มตลอดแน่นอน เป้าหมายของเขาคือ การเป็น Warrior Magician ที่เก่งกาจที่สุด

สิ่งที่ชอบ – เหล้า งานปาร์ตี้ เพื่อนๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ – การเหยียดชนชั้น

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) – ถุงมือสีขาว ที่เว้นช่วงนิ้วที่ห้าเอาไว้ ทำมาจากหนังของเสือหิมะในตำนาน พ่อของเขาเป็นผู้ปราบมันลง และนำมาให้เดโก้สืบทอด

สายอาชีพ – Warrior Magician >>> สายนักรบศักดิ์สิทธิ์

คามสามารถทั่วไป – เดโก้ เป็นพาลาดิน ที่ได้รับการฝึกสอนจากพ่อของเขา เดโก้มีพลังศักดิ์สิทธ์มหาศาล โดยที่ตัวของเขาเองไม่รู้ตัว ความสามารถของเขา เน้นไปในการใช้วิชาหมัดมากกว่า และใช้พลังเวทร่วมกับตัวเอง ให้มีพลังและความเร็วเพิ่มขึ้น (ดูๆภายนอกแล้ว ไม่น่าจะมีพลังของนักรบศักดิ์สิทธิ์เลยนะเนี้ย)
1. Heal ใช้พลังแห่งแสง รักษาบาดแผลเล็กๆน้อยๆ ถ้าบาดแผลหนัก ก็จะบรรเทาลง หรือหยุดเลือดไว้ สามารถรักษาพิษได้ แต่ถ้าร้ายแรงก็ได้แต่หยุดมันไว้ชั่วคราว
2. Holy shield สร้างพลังแห่งแสงมาป้องกันตัวเองไว้ได้เหมือนกับเกราะล่องหน ที่สามารถรับได้ทั้งการโจมตีด้วยเวทและกายภาพ
3. Sacred energy เสริมความเร็วและพลังโจมตีให้ตัวเอง มีทั้งหมด 4 ขั้น ยามใช้ เรียกว่า sacred Lv(เลเวล) 1 ถึง sacred Lv 4 ถ้าใช้เกิน Lv 4 จะสร้างความเจ็บปวดแก่ตัวเอง เพราะร่างกายอาจจะทนไม่ไหว เวลาใช้จะมีแสงอยู่รอบๆตัวเอง เป็นออร่าสีขาว ยิ่งใช้ขั้นที่สูง แสงก็จะสว่างมากขึ้นเล็กน้อย
4. Consecrated break หักกระดูกคู่ต่อสู้ด้วยพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ กระดูกนั้นที่โดนหักนั้น ไม่สามารถใช้พลังเวทรักษาได้ระยะหนึ่ง ทำให้ความสามารถนี้ เป็นที่น่าหวาดกลัวแก่จอมเวททั้งหลาย
5. Holy pause รวมพลังแสงไว้ที่มืดทั้งสองข้าง เมื่อต่อยโดนที่ไหน พลังเวทของคนๆนั้นจะหยุด ไม่ไหลออกมา โดยถ้าโดนทุกส่วนของร่างกาย คนๆนั้นก็จะไม่สามารถใช้พลังเวทได้เป็นเวลานาน
6. guardian angel ยามที่เดโก้ตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นชีวิต จะมีพลังแฝงที่อยู่ในตัวออกมา ปีกขนสีขาวจะออกมาเป็นรางๆ และมีพลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาล สามารถใช้พลัง Sacred energy เกินขั้นที่ 4 ได้โดยที่ตนเองไม่รับบาดเจ็บ ทุกความสามารถจะเพิ่มไปอีกระดับ และอุปนิสัยจะเหมือนกับว่าเป็นอีกคนหนึ่ง(ความจริงนั้นก็คือในตัวของเอโก้จะมีเทพแห่งสงครามปกป้องอยู่ นามว่า ออก้า แต่เดโก้ไม่รู้มาก่อน ยกเว้นพ่อและพี่ชายของเขาที่รู้) แต่หลังจากใช้แล้วจะหมดสติไปเป็นเวลานาน
7. Angel Avatar เป็นท่าไม้ตายที่สุดยอดที่สุดของตระผมล เอลเด้อ นั้นก็คือการใช้พลังของเทพได้ทุกอย่าง โดยที่ไม่จำเป็นต้องขอยืมพลังแล้ว ในการใช้พลังนี้ จะต้องผ่านเงื่อนไขโดยเฉพาะของเทพประจำกายที่อยู่ในตัว โดยแต่ละเงื่อนไขก็แล้วแต่เทพจะกำหนดมา ผู้ที่ได้รับการยอมรับจะสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่จำกัดเป็นเวลา 5 นาที หลังจากนี้แล้วจะไม่สามารถใช้เวทได้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งในตระผมลในขณะนี้ ผู้ที่ใช้ได้มีแต่พี่ชายของเขาเท่านั้น

ลักษณะเฉพาะตัว – หาเพื่อน และมีความขยัน อุสาหะมาก เมื่อตั้งเป้าหมายแล้ว จะต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม โดยจะยอมทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้พลังที่เหนือคนอื่นๆ มีความมุ่งมั่นในการเอาชนะ เดโก้รู้ตัวเองว่า ตนเองนั้นเป็นคนที่ไม่มีพรสวรรค์ตั้งแต่กำเนิด ไม่ได้เกิดมาเป็นอัฉริยะ จึงได้เพียงแต่ฝึกฝนตัวเองให้มากกว่าคนอื่นๆ ใช้ความมานะ และความอุสาหะ ในการพัฒนาตัวเอง ให้เก่งกาจกว่าผู้ที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้

งานอดิเรก- จัดงานปารตี้ ดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ

อื่นๆ – ขอเพื่อนเพื่อนสนิทพระเอกได้ไหมครับ
ประวัติย่อๆ
เดโก้ เป็นลูกชายคนที่สอง คนแรกชื่อ ดิเอโก้ เอลเด้อ อายุมากกว่าเขา 4 ปี ซึ่งเป็นแบบอย่างให้แก่เขา เป็นพี่ชายที่แสนดีและรักเขามากๆ ในขณะนี้เป็นทหารอยู่ เขาต้องการที่จะเป็นอย่างพี่ของเขา ที่มีความเก่งกาจจนได้รับคำชมว่า “คงจะเป็นคนที่เก่งที่สุดแล้ว ในตระผมล เอลเด้อ” ทำให้เดโก้อยากที่จะได้รับคำชมอย่างนี้บ้าง เดโก้ เกิดในเมืองที่ติดป่าไม้ จึงชอบปีนป่าย และปีนเขาเล่นเป็นประจำ พ่อของเขาเป็นมนุษย์ แต่แม่เป็นเอลฟ์ พี่ชายของเขาผมสีเขียว เพราะได้มาจากแม่ของเขา และความฝั่นของเขาคือการได้เอาชนะพี่ชายของเขา เดโก้เป็นเด็กเรียนเหมือนกันนะ ไม่ใช่เอาแต่เล่น เพราะเดโก้ชอบในการเอาชนะคนอื่นๆ และได้รับการยอมรับจากพ่อของเขา เดโก้มีเทพคอยปกป้องอยู่ตลอด ซึ่งพ่อของเขาเป็นคนที่นำเทพองค์นี้มาใส่ไว้ในตัวของเดโก้ ซึ่งในภายหลัง เดโก้จะสามารถพูดคุยกับเทพได้ในจิตใจ และสามารถของพลังจากเทพได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบางอย่างเสียก่อน
ปล.เดโก้ไม่มีแฟน แต่เคยมีคนมาชอบ -*- ฮุๆ จะบอกทำไมเนี้ย




::

Modified on: 13-12-2008, 22:34:53

25. Elvis_Nightroad ซอร์จเรด (0)

Mail to Elvis_Nightroad ซอร์จเรด


    10-12-2008, 11:21:17   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
บูชา ! ฮา ขอจองแน่นอนอยู่แล้ว !!

เรื่องที่แล้วสมัครแล้วมันยุ่งมากมาย =w=; เลยไม่ค่อได้เข้ามาดู เหอ ๆ


ปล. การชำแหละนี่รู้สึกเคนจิจะเป็นคนเริ่มหรือเปล่าหว่า lolz ? สมัยนานแสนนานมาแล้ว ... ดาบต้นตำรับสินะ !!!
::

Modified on: 10-12-2008, 11:26:02

26. ZephyrZ. (0)

Mail to ZephyrZ.


    10-12-2008, 11:38:16   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
น่าสนุกจัง จองด้วยเจ้าค่ะ=w=/
(เล็งเกรย์เอลฟ์ แต่เดี๋ยวดูอีกที โฮกกกก)

27. Husky_Wisky (0)

Mail to Husky_Wisky


    10-12-2008, 11:51:37   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
บูชาๆ ท่านเคนจิมาตั้งแล้ว อูร่า~

ไงก็น่าสน+บทนำร้ายกาจมากอยู่แล้ว แถมเผ่าพันธุ์ก็ช่างหลากหลายนัก.....ไม่สนก้ให้รู้ไปสิเจ้าคะ!
/me ร่วมจองจับ.....

28. Bloody Kung ราชันย์จากโลกมืด (0)
Mail to Bloody Kung ราชันย์จากโลกมืด


    10-12-2008, 12:49:03   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ใบสมัคร


ชื่อ ,นามสกุล – Elvira Lenria Sterling (เอลวิร่า เลนเรีย สเตอร์ลิง)

เพศ – หญิง

อายุ – 18 ปี

ตำแหน่ง(ถ้ามี) - บุคลากรซักตำแหน่งในโรงเรียน แล้วแต่ท่าน จขกท.จะจัดให้

เผ่าพันธุ์ – เกรย์เอลฟ์


บุคลิกภายนอก,ลักษณะ – เธอเป็นสาวน้อยรูปร่างดี มีนัยน์ตาสีแดงฉาน ดุจดั่งเม็ดทับทิมที่ส่องสว่าง ผมสีเงินของเธอ จะยาวสลวยไปจนถึงกลางหลัง เธอ เป็นเอลฟ์ที่รูปร่างสูง ผอม แต่ไม่สูงมากนัก ความสูงประมาณ 172 cm เธอ เป็นเอลฟ์ที่หน้าตาดี แต่ไม่ถึงกับขั้นที่ว่า ใครเห็นแล้วต้องเหลียวตามอง แต่ก็จัดได้ว่า น่ารักทีเดียวเชียวหล่ะ แต่ตลอดเวลา เธอได้อำพรางผิวกายสีเทาให้มันกลายเป็นสีขาวไว้ตลอด เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเธอ เป็นพันธุ์พิเศษ เพราะเธอ เกลียดการแบ่งแยกและการดูถูกจากพวกเอลฟ์เป็นยิ่งนัก เธอเป็นสาวน้อยรูปร่างดี สมส่วน เหมาะที่จะเป็นดาราได้สบาย แต่ไฉน กินเยอะแล้วไม่อ้วน ก็คงไม่อาจทราบสาเหตุได้ แต่อย่างน้อย คนที่เลี้ยงข้าวเธอ คงได้กินแกลบไปหลายเดือน

นิสัยใจคอ – เธอเป็นคนที่ เฮฮา สนุกสนาน เข้ากับคนอื่นได้ดีเยี่ยม แม้กระทั่ง !ร้าย เธอยังทำให้มันเชื่องได้ในเวลาไม่กี่นาที ด้วยนิสัยที่อ่อนโยนตรงนี้ เธอจึงเป็นที่รักของใครหลายๆคน แต่เธอ เป็นคนที่ชอบเก็บเรื่องที่ลำบากใจของตนเองไว้คนเดียว ไม่ค่อยเปิดเผยให้ใครได้รู้มากนัก เพราะไม่อยากให้คนรอบข้างของเธอ ต้องมาเป็นทุกข์กับเรื่องของเธฮไปด้วย แต่กระนั้น เธอ ชอบทำตัวเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นอยู่เรื่อยๆ เธอเป็นคนที่รักพวกพ้องมากๆ และ ปากจัดมากๆอีกด้วย ลองให้ใครมาว่าเพื่อนของเธอ ดูสิ คุณเธอ ด่าเช็ดหูชาไปสามวันเจ็ดวันเลยหล่ะ แต่ถ้าเธอต้องการอะไรขึ้นมอย่างจริงๆจังๆล่ะก็ เธอจะรั้นไม่ยอมฟังใครท่าเดียวเลยหล่ะ สิ่งที่เธอต้องทำเป็นประจำทุกวัน คือการดื่มนม ลองไม่ได้ดื่มดูสิ มีบ้านแตกแน่นอน เพราะ เธอ จะบ่นตลอดจนกว่าจะได้ดื่มนั่นแหละ เธอ เป็นคนที่กระเพาะ ใหญ่มากๆ จนได้รับการขนานนามว่า กระเพาะ สี่มิติ เนื่องจาก กินจุ มากๆ แต่กินเท่าไหร่ ก็ไม่อ้วนซักที ซึ่งเธอ ก็ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้ว

สิ่งที่ชอบ – นม , คนที่มีจิตใจดี , อาหารที่อร่อยๆ , ความสงบสุข

สิ่งที่ไม่ชอบ – ความวุ่นวาย , คนที่ชอบดูถูกผู้อื่น , คนที่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) – สร้อยข้อมือที่เธอใส่ไว้ทั้งสองข้าง โดยข้างขวา จะทำให้เธอ ใช้พลังของดาร์คเอลฟ์ ได้อย่างเต็มที่ ส่วนข้างซ้าย จะทำให้เธอ ใช้พลังของเอลฟ์ ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

สายอาชีพ – Necromancer สาย วิญญาณ และความตาย / Priest สายสนับสนุน

คามสามารถทั่วไป – (สอดคล้องกับสายอาชีพ)

Heal – รักษาอาการบาดเจ็บของเป้าหมาย สกิลพื้นฐานของบาทหลวง

God Blessing – ใช้พลังแห่งพระเจ้า เสริมความสามารถด้านความรวดเร็ว พลังโจมตี ความแม่นยำให้แก่เป้าหมาย

Dead Summoning – นำวิญญาณของผู้ตาย ใส่ลงไปในศพอีกครั้ง เพื่อนำมาใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ซักผ้าทำกับข้าว จวบจนกระทั่งนำไปใช้สู้รบ ยิ่งวิญญาณมีระดับสูงเท่าใด ความสามารถของศพก็ยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น แต่มิอาจใช้พลังได้ 100% ถ้าต้องการให้ใช้พลังได้เต็มที่ คงต้องนำศพของวิญญาณจริงๆตัวนั้นมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่ เจ้าตัวจะเก็บศพไว้ในต่างมิติ เมื่อใช้งาน ก็จะเรียกออกมาจากต่างมิติอีกทีหนึ่ง ซึ่งเธอ ก็สะสมศพจากที่ต่างๆมามากมายเช่นกัน (ประมาณว่าแอบไปขุดเอา) ซึ่งเธอก็ไม่ค่อยแคร์เรื่องนี้สักเท่าใดนัก อยากได้เธอก็ไปขุดเอา และวิญญาณที่เธอใช้ มีตั้งแต่ระดับทหารยามไปจนถึงวิญญาณนักรบในตำนานด้วยซ้ำด้วยซ้ำ แต่ที่ใช้บ่อยๆ คือวิญญาณคุณพ่อบ้าน ซึ่งเธอ เอามาใช้ให้ทำงานบ้านประจำ แต่กระนั้น เธอก็ไม่เคยดูถูกเหล่าศพและวิญญาณพวกนี้แม้แต่น้อย ว่าเป็นสิ่งที่ต่ำต้อยกว่า และ เป็นแค่เพียงข้ารับใช้เท่านั้น เธอเห็นว่า เป็นเพื่อนๆของเธอ ที่คอยช่วยเหลือเธอตลอด

Soul Shield – นำวิญญาณโดยรอบ มาใช้เป็นเกราะคุ้มภัย เพื่อป้องกันการโจมตีต่างๆ

Spirit Communicate – เข้าทรงรวมร่างกับวิญญาณที่มี ในขณะที่เข้าทรง วิญญาณนั้น จะควบคุมร่างกายของเธอได้อย่างอิสระ รวบไปถึงการใช้พลังได้อย่างเต็มที่ บางครั้งอาจจะเหนือกว่า ด้วยความสามารถในการสนับสนุนตัวเองของเธอ ยิ่งวิญญาณนั้น ระดับสูงเท่าใด ร่างกายของเธอก็ต้องรับภาระมากขึ้นเท่านั้น
รายชื่อวิญญาณระดับสูง

1. แม่มดแห่งกอร์กอน เมดูซ่า เทพผู้ถูกสาป จากหญิงสาวโฉมงาม กลายเป็นอสูรน่าเกลียด ผู้ที่มีพลังเวทย์มนตร์สูงส่งในด้านคำสาป ผู้ใดที่จ้องตาเธอ จักกลายเป็นหินทันที แต่เมื่อเข้าทรงรวมร่างแล้ว ความสามารถในการมองตาแล้วสาปเป็นหิน จะหายไป แต่ จะได้พลังของคำสาประดับสูงหลายๆชนิด รวมไปถึงการเรียกม้าเปกาซัสมใช้งานได้ด้วย ในรูปแบบวิญญาณตอนนี้ ได้กลับเป็นหญิงสาวโฉมงาม หน้าตาสวยงาม จนชายใดเห็น เป็นต้องเหลียวมอง ผมสีบลอนด์ยาว จวบจนกระทั่งถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีฟ้า ดุจดั่งน้ำทะเล แถมยังชอบอ่อยหนุ่มๆไปทั่วอีกด้วย ชอบทะเลาะกับเอลประจำ เนื่องด้วย ไม่ค่อยชอบให้เธอไปอ่อยชายหนุ่มเท่าไหร่ แต่กระนั้นแล้ว เมดูซ่า จะสนิทกับเอลที่สุด เนื่องจากอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่หนีออกจากหมู่บ้าน

2. บุรุษในตำนาน เฮอร์คิวลิส บุตรแห่งเทพ ผู้ที่มีพละกำลังสูงส่งที่สุดในบรรดาทวยเทพด้วยกัน มีกำลังกายที่ยอดเยี่ยม จนเรียกได้ว่า เกือบอมตะทีเดียว เมื่อเธอเข้าทรงรวมร่างกับเฮอร์คิวลิสแล้ว จะให้ให้อึดถึกชนิดที่ว่า สุดยอด แต่กระนั้น ก็ใช้พลังของเฮอร์คิวลิสได้แค่ 50% เท่านั้น เนื่องจากไม่ใช่สายเลือดของเทพ ต่อให้ใช้พรขั้นสูงสุดก็ใช้พลังได้เพียง 90% เท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะป่นใครให้ตายในหมัดเดียวแล้วหล่ะ แต่การเข้าทรงกับเฮอร์คิวลิสนี้ ทำให้ร่างกายเธอ ต้องรับภาระอย่างมากเลยทีเดียว เมื่อเป็นวิญญาณติดตัวเอล เขสจะอยู่ในรูปของชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ตัวใหญ่ น่าเกรงขามยิ่งนัก ผมสีบลอนด์ นัยน์ตาสีเขียวดุจดั่งมรกต เขา เป็นพวกบ้ากล้าม พอสมควร แถมอาจจะไปหลีสาวๆด้วยเป็นบางครั้ง

3. นักดาบปีศาจในตำนาน สปาร์ด้า บุรุษผู้เสียสละตนเองเพื่อปิดประตูระหว่างโลกปีศาจ กับโลกมนุษย์ไว้ เป็นนักดาบปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด ในโลกปีศาจ ไม่ค่อยปรากฎตัวเท่าใดนัก จะมาก็แต่ตอนที่เอลเรียกก็เท่านั้น เมื่อเข้าทรงรวมร่างแล้ว จะทำให้ใช้ความสามารถของสปาร์ด้าได้อย่างเต็มที่ เช่น ฝีมือการใช้ดาบระดับสูง และการใช้มนต์ดำด้วย รวมไปถึงพลังปีศาจที่เธอจะได้รับมาอีกต่างหาก โดยรวมแล้ว จะเป็นพลังขั้นสูงสุดของเอล แต่กระนั้น ก็ใช้ได้เพียงระยะเวลาจำกัด เนื่องจาก ร่างกายรับภาระหนักหน่วงมากที่สุด วิญญาณที่โผล่มาของเขานั้น จะมาในร่างของมนุษย์ ผู้มีผมสั้นสีขาว นัยน์ตาสีแดงคล้ายของเอล รูปร่างผอม แต่กลับดูน่าเกรงขามเป็นยิ่งนัก มีนิสัยเย็นชา ไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใครเท่าใดนัก

Angel Sanctuary – รวบรวมพลังเวทย์ส่วนหนึ่ง สร้างขอบเขตศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำการรักษาบุคคลที่อยู่ภายใน ช่วยฟื้นพลังให้แก่ผู้ที่บาดเจ็บให้กลายเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์อีกครั้ง

Archangel Ceremony – เพิ่มความโชคดีให้แก่เป้าหมายถึงขั้นสูงสุด ขนาดที่ว่า ต่อให้โดนท่าไม้ตายที่มันจะล้างโลกได้ซักแค่ไหน ยังไง ก็จะรอดมาได้ เพียงแต่ เหล่าทวยเทพจะบันดาลพรสุ่มความโชคดีให้ได้แค่ 1-3 ครั้งในการใช้สกิล 1 ครั้งเท่านั้น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้พลิกเกมมาชนะอย่างง่ายดายเลยหล่ะ ใช้ได้เพียงวันละ 5 ครั้ง เท่านั้นถ้าใช้เกินกว่านั้น ผู้ที่ได้รับสกิลไป จากที่โชคดีสุดๆ จะกลายเป็นโชคร้ายสุดๆเอา ใช้กับศัตรูได้

Wrath Of God – ใช้พลังเวทย์สร้างขอบเขตขนาดเล็กรอบตัวขึ้นมา ศัตรูที่เข้ามาในเขตทำการนี้ จะถูกผลักและได้รับความเสียหายไป การโจมตีใด ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณนี้ กินพลังเวทย์เรื่อยๆ ตราบเท่าที่เปิดการใช้งานท่านี้ ไม่สามารถใช้สกิลอื่นใด จนกว่าจะปิดการใช้งานท่านี้

Whisper Of Devil – ใช้วิญญาณของปีศาจบางตน เข้าไปทำการดึงดูดศัตรูเข้ามาหาตนเอง ระหว่างนั้น ศัตรู จะเล็งเป้าหมายมาโจมตีที่ตนเอง เท่านั้น

Dedicated Through Light And Dark – เป็นการอุทิศพลังชีวิต เพื่อเปิดการใช้ท่า Wrath Of God ในรูปแบบพิเศษ โดยการเปิดใช้ท่านี้ ผู้ใช้ต้องสละพลังชีวิตครึ่งหนึ่ง เพื่อทำการสร้างอาณาเขตคล้าย Wrath Of God ขึ้นมา แต่ ในการใช้งานรูปแบบพิเศษนี้ ผู้ใช้ จะเสียพลังชีวิตต่อไปเรื่อยๆแทนการเสียพลังเวทย์ และ จากการผลักศัตรู จะกลายเป็นการดึงดูดศัตรูเข้ามาแทน และ ความสามารถของการป้องกันการโจมตีจะหายไป แลกกับการที่ สามารถใช้สกิลอื่นใด ได้อย่างอิสระ และความสามารถของสกิล จะเพิ่มจนถึงขั้นสูงสุด เช่น การเข้าทรง จากที่วิญญาณจะทำการควบคุมร่างกาย จะกลายเป็น การได้รับพลังของวิญญาณชนิดนั้นๆมา อย่างเต็มประสิทธิภาพ และควบคุมร่างกายได้อย่างใจนึก หรือศพที่อัญเชิญออกมา ก็จะสามารถดึงพลังของศพได้ถึง 120% ด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่า วิญญาณ จะไม่ตรงกับร่างกาย ก็ตามที

ลักษณะเฉพาะตัว – วิถีกระเพาะ 4 มิติ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน กินได้เท่าที่อยากกิน และ กวาดรางวัลจากการแข่งกินมานับไม่ถ้วย (พูดง่ายๆ ไปกินฟรีทางอ้อม)

งานอดิเรก- การอ่านหนังสือทุกชนิด , ตระเวนแข่งกินอาหาร , พูดคุยกับวิญญาณ , สืบหาศพที่ท่าทางแข็งแรงและใช้งานได้ , อัญเชิญวิญญาณที่แข็งแกร่งและใช้งานได้ มาเป็นผู้ช่วยของตน

อื่นๆ – เอล เป็นลูกสาวของอัศวินดาร์คเอลฟ์ผู้เก่งกาจผู้หนึ่ง ซึ่งแยกตัวหนีมาจากกองทัพ และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในตอนที่เธอถือกำเนิดขึ้นมานั้น คนในหมู่บ้าน ยังไม่ค่อยจะยอมรับตัวตนของเธอเท่าไหร่นัก แต่ด้วยนิสัย และความโอบอ้อมอารีของเธอ จึงทำให้เธอ เข้ากับผู้คนได้ไม่ยากนัก จนกระทั่ง กองทัพได้บุกมาถึงหมู่บ้านของเธอ พ่อของเธอ ได้สละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องหมู่บ้านเอาไว้ แต่กระนั้น ทางกองทัพก็อยากได้เกรย์เอลฟ์ ซึ่งหายากในเหล่าเอลฟ์ด้วยกัน เพื่อที่จะนำไปเป็นกำลังสำคัญ เธอ จึงได้หนีออกจากหมู่บ้าน และเผลอไปอัญเชิญวิญญาณของเมดูซ่าออกมา จึงทำให้เธอ รอดตายออกมาได้ ในตอนนี้ เธอจึงอยากแก้แค้นให้พ่อ และคนในหมู่บ้านของตนเองอยู่ เธอ จึงได้ท่องเที่ยว ออกหาประสบการณ์ ศพ และ วิญญาณ ไปเรื่อยๆ
::

Modified on: 15-12-2008, 00:58:32

29. Bloody Kung ราชันย์จากโลกมืด (0)
Mail to Bloody Kung ราชันย์จากโลกมืด


    10-12-2008, 12:49:43   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
------------------------------- ::

Modified on: 10-12-2008, 12:51:34

30. Keys (0)
Mail to Keys


    10-12-2008, 14:24:34   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เอาเต็มที่เลยนะท่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


ผมติดตามงานของท่านมาตลอด

ดีใจมากที่ท่านกลับมานะครับ

ผลงานนี้สู้ๆๆๆ ผมจะติดตามทุกวันเลยนะครับ

31. Caros`Run (0)
Mail to Caros`Run


    10-12-2008, 14:59:21   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
-0- ได้ยินชื่อมานาน มีโอกาสได้ร่วมซะที

ชื่อ ,นามสกุล – Carlos Run (คารอส รันล์)

เพศ – ชาย

อายุ – 24

ตำแหน่ง(ถ้ามี) - อาจาร์ยฝึกสอน / อาจาร์ยดูแลห้องสมุด

เผ่าพันธุ์ – มนุษย์

บุคลิกภายนอก,ลักษณะ – ผมยาวสีเทาถึงกลางหลัง มัดรวบเอาไว้ แต่ก้มีบางสวนที่สั้น ปิดข้างหน้าเอาไว้เล็กน้อย ดวงตาสีเทาใสถึงดูแปลกตา แต่ก็สวยงาม ผิวค่อยข้างจะขาว หน้าตาเกลี้ยงเกลา ไร้ตำนิ หน้าตาของเขานั้น เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นที่หล่อ แระ ดูอบอุ่นเปนอย่างมาก อ่อเกือบลืม เขาสูงประมาณ 179 cm.

ส่วนการแต่งตัวนั้น จะชอบใส่เสื้อยื้ดหรือชุดสีขาวทับด้วยเสื้อคลุมแบบจอมเวยท์แขนกุดสีน้ำตาลอ่อนๆ ปักลวดลายผ้า ด้วยไหมสีทองที่สวยงาม ถุงมือผ้าแบบหนาสีเดียวกับเสื้อคลุม กางเกงขายาวสีขาว ร้องเท้าผ้าใบส้นหนา สีขาว ตกแต่งด้วยแถบสีทอง ให้ดูสวยงาม อ่อ เกือบลืมไป เขาใส่แว่นเล็กทรงวงรี แบบกรอบใสสีเงินด้วยนะ

นิสัยใจคอ – ชอบศึกษาค้นคว้า เรื่องราวต่างๆ ในอดีต เช่น เวทย์มนต์ เผ่าพันธ์ ประวัติศาสตร์ ตำนาน เทพนิยาย วิทยาการต่างๆ ใครต่อใครจึงมาขอคำปรึกษาอยู่บ่อยๆ เมื่อลองคุยกับเขาดู จะพบว่า เป็นคนที่คุยสนุก อ่อนโยน อบอุ่น แอบร้ายนิดๆ เล่นแกล้งคนอื่นอย่างเจ็บๆคันๆ แล้วยังยิ้มเหมือนไม่มีอะไร แต่ลึกๆก็ดูมีความเศร้าซ่อนอยุ่ในใจ(ปมหลัง ใครๆก็มี) และคุณจะได้รุ้เรื่องราวต่างๆที่เขาศึกษามา ชนิดที่เรียกได้ว่า เขาคือ ห้องสมุดมีชีวิตเรย

สิ่งที่ชอบ – หนังสือ /ความรู้ / เวทย์มนต์

สิ่งที่ไม่ชอบ – เสียงดัง / คนที่ดุถุกความรุ้ของเขา

อาวุธ/อุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อพลังเวทย์(กรณีผู้ใช้เวทมนตร์) – สร้อยคอรูป ไม้กางเขนสีเงิน มีอัญมณีสีฟ้าอยุ่ตรงกลาง (ไม่รุ้ว่าคืออะไร แต่มีพลังเวทย์ซ่อนอยุ่) เวลาปกติ จะใส่ติดตัวตลอด พอเวลาต่อสู้ จะถอดออก เอาสายสร้อยมาพันรอบมือ แล้วกำตัวกางเกนเอาไว้ในมือขวา / ดาบเวทย์ที่ทำจากน้ำแข็ง ที่ไม่มีวันละลาย จนกว่าผู้ใช้จะตายไป (ไม่ได้ใช้หรอก แต่มีอุ่นใจกว่าไม่มี)

สายอาชีพ – Element Master (สายธาตุต้น : ธาตุน้ำแข็ง)

คามสามารถทั่วไป – สายธาตุต้น : ธาตุน้ำแข็ง

เวทย์สายน้ำแข็งของ เขา จะเน้น เวทย์ง่าย ใช้คล่อง แต่อาศัยใช้จนชำนาญจึงทำให้มีพลังมากมาย รวมกับเวทย์ใหญ่ อีก 1 -2 อันเท่านั้น

ส่วนธาตุอื่นๆนั้น เขาไม่ได้เน้นมากมาย แต่ก้ฝึกฝนสกิลพื้นถานของทุกๆธาตุอย่างแข็งแกร่งเอาไว้แล้ว เพราะเชื่อว่า พื้นถานนั่นแหละ จะพลิกแพลงเปนอะไรๆต่างๆได้มากมายไม่สิ้นสุด

1.Frost Diver : สกิลพื้นถานของสายน้ำแข็ง คือการใช้พลังเวทย์แช่งแข็งศัตรู หรือทำให้ศัตรุเคลื่อนที่ช้าลง

2.Ice Sword : สร้างดาบแห่งน้ำแข็ง จากท้องฟ้า 9 เล่ม โจมตีศัตรู มีความเร็วสูง ยากที่จะหลบพ้น

3.Ice Sword2 : สร้างดาบน้ำแข็ง จากท้องฟ้า 19 เล่ม โจมตีศัตรุ ความเร็ว มากว่าขั้นแรกมาก แต่ร่ายนานกว่า

4.Ice Hand Cannon : รวบรวมพลังเวทย์แห่งน้ำแข้งไว้ในมือ ปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว

5.Ice Hand Cannon2 : รวบรวมพลังเวทย์แห่งน้ำแข็งไว้ในมือทั้ง 2 ข้างใช้เวลามากในการรวบรวม แต่ก็รุนแรงมากกว่า

6.Ice Ball : สร้างลุกบอลน้ำแข็งครองคลุมตัว ป้องกันอันตราย หรือจะใช้จับ ขัง ศัตรูด้วยก้ได้

7.Ice Strom : สร้างพายุหิมะ ความเย็นสูง โจมตีและแช่แข็งศัตรูเป็นวงกว้าง ใช้เวลาร่ายนาน

8.Teleportation : เวทย์ขั้นสูงที่สามารถวาป พาตัวเองไปที่ใดที่นึง ที่ตัวเองเคยไปมาแล้วได้ (มีเพราะศึกษาค้นคว้าจนเจอเวทย์นี้)

9.Nova Strom (ท่าไม้ตาย) : รวมพลังเวทย์ พลังชีวิตของตัวเอง ใช้ร่างกายของตัวเองเปนที่กักเก็บ แล้วระเบิดพลังออกมาเปงพายุหิมะขนาดใหญ่ที่สุด อุณหภูมิ - 273 องศาเซลเซียส (0 องศาสัมบูรณ์) ปกครุมบริเวณนั้นๆเปงวงกว้างกว่า 10 ตารางกิโลเมตร แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง เพราะตัวเองจะถูกแช่งแข็งอยุ่ในน้ำแข็งตลอดกาล

ลักษณะเฉพาะตัว – ไม่มี เขาเปงเพียงคนธรรมดา แต่ถ้าจะให้มี ก้คือความรุ้ ความพยายามของเขาที่จะศึกษาค้นคว้าไม่มีที่สิ้นสุดนั้นแหละ คือพลังของเขา

งานอดิเรก - จิบชา แล้วอ่านหนังสือ หรือ การที่ได้สอน และ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เขารุ้ ให้กับคนอื่นๆ

อื่นๆ – เปงคนที่มีความพยายาม มานะ อดทน ไม่ย่อท้อใฝ่หาความรุ้เพื่อปกป้องคนอื่นๆ ดูภายนอกนั้น เขาแสนจะอบอุ่น แต่ใครจะรุ้ ว่านั้นเพื่อปกปิดความหนาวเย็นที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจของเขานั่นเอง เพราะตอนเด็กเค้าอยู่กับพี่สาว 2 คน แต่เพราะสงคราม ทำให้เขาเสียพี่สาวไปต่อหน้า โดยที่เขาช่วยอะไรพี่สาวไม่ได้เรย จึงตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ยอมให้ใครมาตายต่อหน้าเขาไปอีกเปนอันขาด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตตัวเองก็ตาม

รูป : http://img.pramool.com/.21/FT05045-87.jpg


รูป2 : http://img.pramool.com/.21/FT05045-381.jpg


ป.ล. -0- เราตั้งใจมากๆเรยนะนี่ ปกติ ไม่เคยเขียน หรือ อธิบายอะไรยาวๆเรย หะหะ ลองดูน้า จะสับอะไรกะว่ามาเรยงิ - -+
::

Modified on: 19-12-2008, 10:58:14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] หน้าถัดไป>>
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับติวเด็ก ป.5 - ม.6 ทุกวิขา! โดยนิสิตเคมี วิศวฯ จุฬา 08-7598-2828 ไม่แพงจ๊ะ โทรคุยกันได้(kaew) =--
GPS ติดตามรถยนต์+แอบฟังเสียง ตามแฟน ตามกิ๊ก 12,000 พร้อมติดตั้ง โทร 083-253-4774
รับแปลภาษาอังกฤษ ราคาถูก รวดเร็ว ติดต่อ translatyhotmail.com

กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: