---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 15:25 ของวันที่ 25/07/2014
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Palm Board (หน้าที่ 1/2)
[1] [2] หน้าถัดไป >
ข้อมูล ฟาโรห์ พิรามิด สฟริงส์ ทุกอย่างใน [อียิปต์]
0. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    16-07-2007, 11:01:12   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

เรื่องของฟาโรห์ ความลี้ลับที่ไม่ลับ
รามเสสที่1
ไขปริศนาฟาร์โรห์ผู้นิราศ ?
พิพิธภัณฑ์นํ้าตกไนแองการาเป็นที่รวบรวมของพิลึกๆ หาดูได้ยากมาแสดงไว้ อย่างวัว 2 หัว หมู 5 ขา
และแน่นอน...มัมมี่อียิปต์ ในบรรดามัมมี่ 9 ตนที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ มีมัมมี่ตนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงซากที่ไร้ผ้าพัน
นอนไขว้มือกอดอกอวดสรีระให้ผู้ชมตื่นตา ตื่นใจอยู่ที่นั่น เป็นเวลานานกว่าปีมาแล้ว เข้าใจว่ามัมมี่ตนนี้ถูกเปลื้องผ้าพัน
ตั้งแต่ยังอยู่ที่อียิปต์โน่น ด้วยฝีมือหัวขโมยที่ต้องการฉกฉวยของมีค่า ซึ่งซุกซ่อนอยู่ตามผ้าพันมัมมี่

มัมมี่ตนนี้ แม้จะเป็นจุดสนใจของผู้เข้าชม แต่ก็ในฐานะของแปลกจากอารยธรรมดึกดำบรรพ์ เท่านั้น กระทั่งเมื่อปี 1999
พิพิธภัณฑ์ไนแองการาปิดตัวลง บรรดาโบราณวัตถุจากอียิปต์รวมทั้งมัมมี่ทั้ง 9 ถูกขายต่อให้แก่ พิพิธภัณฑ์ ไมเคิล ซี. คาร์ลอส
(MICHAEL C. CARLOS MUSEUM) แห่งมหาวิทยาลัยเอเมอรี่ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในราคา 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นั่นแหละจึงได้มีผู้จุดประกายขึ้น ว่า ท่าไขว้มือของมัมมี่ตนนี้คือ ท่าของฟาโรห์นี่นา ทั้งโครงหน้านั้นก็ละม้ายคล้ายคลึงกับรูปสลักของ
เซติที่ 1 (SETII 1296-1279 B.C.) กับรามเสสที่ 2 หรือรามเสสมหาราช (RAMSES II/ RAMSES THE GREAT 1279-1212 B.C.)
ฟาโรห์ผู้บิดาและบุตรผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ที่ 19 ในยุคอาณาจักรใหม่ (NEW KINGDOM)

เป็นไปได้ไหมว่ามัมมี่ตนนี้คือ รามเสสที่ 1 พระบิดาของเซติที่ 1 และพระอัยกาของรามเสสมหาราช ซึ่งเรายังไม่พบมัมมี่ของพระองค์

รามเสสที่ 1 เกิดในตระผมลแม่ทัพ เมื่อประมาณปี 1350 B.C. ชื่อเดิมว่า ปราราเมสสุ (PARAMESSU) เขาเป็นมหามนตรี (VIZIER)
ของฟาโรห์ โฮเรมเฮป ฟาโรห์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ที่ 18 เขาได้ช่วยโฮเรมเฮป ฟื้นฟูอาณาจักรจากความยุ่งเหยิงทางการปกครองอันมีมา
ตั้งแต่สมัยฟาโรห์อัคเคนาเตนนั้นให้คืนสู่กฎระเบียบ เมื่อโฮเรมเฮปสิ้นพระชนม์ โดยปราศจากรัชทายาท เขาจึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นรามเสสที่ 1
แห่งราชวงศ์ที่ 19 เมื่อปี 1298 B.C. และครองบัลลังก์อยู่ 2 ปีก็สิ้นพระชนม์

มัมมี่ของ พระองค์ฝังอยู่ในบริเวณหุบผากษัตริย์ แต่นั่นไม่ใช่ที่พำนักแห่งสุดท้ายของพระองค์ มีหลักฐานว่าเมื่อประมาณ ปี 900 B.C. มัมมี่ของรามเสสที่ 1,
เซติที่ 1, รามเสสที่ 2 และฟาโรห์อีกหลายองค์จากราชวงศ์ที่ 17-21 ถูกนำไปเก็บไว้รวมกันในสุสานที่เดียร์ เอลบาห์รี (DEIR EL-BAHRI)
เพื่อความสะดวกในการป้องกันหัวขโมยที่มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่ในที่สุดแล้ว สุสานแห่งนี้ก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของคนพวกนี้ไปได้ เพราะเมื่อกลางทศวรรษ
1870 สุสานเดียร์ เอลบาห์รี ก็ถูกค้นพบโดย อาร์เม็ด อับด์ เอล ราสซุล (AHMEB ABD EL-RASSUL) หัวขโมยตัวฉกาจผู้มีชื่อเรื่องลักลอบขุดสุสาน ฉกมัมมี่และของมีค่าไปขาย

เขาพบสุสานนี้เข้าโดยบังเอิญ เก็บเงียบไว้แล้วทยอยนำสมบัติพัสถาน ในสุสานออกขายอย่างลับๆ ได้เป็นเวลาหลายปี กว่าทางการอียิปต์จะรู้ตัว
ได้สติ ลุกขึ้นมาจับเขาไปทรมานให้บอกที่ตั้งของสุสาน เมื่อเจ้าหน้าที่อียิปต์เข้าไปสำรวจสุสาน เมื่อปี 1881 นั้น ยังมีมัมมี่ที่ล้วนเป็นฟาโรห์อยู่ถึง
40 องค์ ใครจะรู้ได้ว่าอาห์เม็ด แอบนำออกไปขายเท่าใดแล้ว ในบรรดามัมมี่ฟาโรห์ที่พบ ในสุสานนี้มีมัมมี่ของเซติที่ 1 และรามเสสที่ 2 อยู่ด้วย
กับชิ้นส่วน!บศพของรามเสสที่ 1 บางส่วน แต่ปราศจากมัมมี่ของพระองค์ อาห์เม็ดอ้างว่า เขาพบสุสานนี้เมื่อปี ค.ศ.1875 ขณะตามหาแพะที่หายไป
แต่เชื่อกันว่าเขา คงพบสุสานก่อนหน้านั้นอีกหลายปี เพราะมีมัมมี่ !บศพ และข้าวของเครื่องใช้ของฟาโรห์ เล็ดลอดออกมาสู่มือชาวยุโรปนานมาแล้ว
โดยไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184558406_0.72446000.jpg

1. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:02:41   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สมัยปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั้น ชาวยุโรปหลั่งไหลเข้าไปเยือนโบราณสถานอียิปต์กันมาก และนิยมซื้อหาโบราณวัตถุจากสุสานดึกดำบรรพ์เหล่านี้มา
เป็นคอลเลกชั่นส่วนตัว ซึ่งบ้างก็ถูกตุ๋นจนเปื่อย แต่บ้างก็ได้ของดีๆไปเหมือนกัน อย่างนายแพทย์ชาวเมืองควีเบค แคนาดา ที่ชื่อ เจมส์ ดักลาส เขาบันทึกไว้ว่า
ในการเดินทางมาลักซอร์ ครั้งหนึ่งเขาเคยซื้อมัมมี่จากผู้กว้างขวางคนหนึ่งชื่อ มุสตา ฟา อากา อายัต มัมมี่ซึ่งอยู่ในสภาพดีมากตนนั้น เขาตั้งใจซื้อไปให้
"คุณบาร์เน็ตต์" แห่งพิพิธภัณฑ์ไนแองการา และ ซื้อมาได้ในราคา 7 ปอนด์

มุสตาฟาที่ดักลาสกล่าวถึงคือ นายหน้าค้าของขโมยจากสุสาน ซึ่งติดต่ออยู่กับอีตาอาห์เม็ด หัวขโมยนักฉกมัมมี่คนนั้นนั่น เอง และมัมมี่สภาพดีมากในพิพิธภัณฑ์
ไนแองการาก็มีอยู่หนึ่งเดียวคือ มัมมี่ผู้เป็นหัวข้อที่กำลังถกกันอยู่ที่แอตแลนตานี่เอง ดังนั้น จึงสันนิษฐานว่ามัมมี่ลึกลับตนนี้ คงจะมาจากสุสานเดียร์เอลบาห์รี
และอาจจะเป็นรามเสสที่ 1 ก็ได้

แต่อนิจจา! ค่าของพระองค์อยู่ที่ 7 ปอนด์ เท่านั้นเองหรือ?เพื่อตามล่าหาความจริง มัมมี่แห่งแอตแลนตาจึงถูกจับมาวิเคราะห์ อย่างละเอียดลออทั้งภายนอกภายใน
ซึ่งก็ได้ผลออกมาเล่าเป็นฉากๆได้ดังนี้
มัมมี่แห่งแอตแลนตามีส่วนสูง ประมาณ 5 ฟุต 5 นิ้ว มีอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป ขณะที่กลายสภาพของมัมมี่ แสดงว่าได้ผ่านการทำมัมมี่อย่างประณีตพิถีพิถันทุกขั้นตอน
อวัยวะที่ควรจะเอาออก เช่น สมองและตับไตไส้พุง ก็ถูกนำออกไปอย่างเกลี้ยงเกลา ส่วนอวัยวะใดที่ควรคงไว้ เช่น หัวใจก็คงอยู่ดี เชื่อได้ว่าต้องเป็นมัมมี่ของบุคคล
ที่มีฐานะสูงส่งขนาดพระราชวงศ์ชั้นสูง เศษผ้าที่ยังเหลืออยู่บ้างตรงรอบคอและที่ท้องมีลักษณะการพันผ้าและคุณภาพของผ้าอย่างเดียวกับของมัมมี่เซติที่ 1 รูปร่างของดั้งจมูกที่นูน
ขึ้นเป็นปุ่มก่อนจะลาดลงนั้นก็เหมือน กับดั้งจมูกของเซติที่ 1 รามเสสที่ 2 และ รามเสสที่ 7 หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นเอกลักษณ์ของฟาโรห์ตระผมลรามเสสทีเดียว
ท่าไขว้มือขวาทับซ้ายบนอกของมัมมี่แห่งแอตแลนตานั้นเล่าก็เป็นท่าเฉพาะ สำหรับบุรุษในราชวงศ์ชั้นสูงแห่งยุคอาณาจักรใหม่ ซึ่งต่างจากยุคก่อนราชวงศ์ที่ฝ่ามือของมัมมี่จะ
ยกปิดหน้า ยุคอาณาจักรเก่าและอาณาจักรกลางจะวางแขนมัมมี่ไว้ข้างลำตัว หรือไขว้ทับบริเวณเชิงกราน มือซ้ายของมัมมี่แห่งแอตแลนตาอยู่ในท่ากำ เดิมอาจจะมีคทาฟาโรห์ถืออยู่ก็ได้
แต่ไปไหนเสียแล้วก็ไม่รู้นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมัมมี่บอกว่า ในยุคอาณาจักรใหม่ นั้น เล็บของมัมมี่บุคคล ในราชวงศ์มักถูกย้อมด้วยสมุนไพรเฮนน่า
เล็บมือของมัมมี่ปริศนานี้ก็เห็น ได้ว่ามีสีออกส้มอย่างสีของเฮนน่าด้วย แม้จะยังมิได้มีการวิเคราะห์ หาร่องรอยเฮนน่าก็ตาม นิ้วเท้าของมัมมี่นั้น แต่ละนิ้วจะแยกห่างออกจากกันอย่างชัดเจน
แสดงว่าถูกพันผ้าแยกทีละนิ้ว และคงเคยมีปลอกทองคำสวมทุกนิ้ว เช่นเดียวกับมัมมี่ของตุตันคาเมน ส่วนรอยผ่าที่หน้าท้อง เพื่อดึงอวัยวะภายในออกนั้น ก็บอกได้ถึงยุคสมัยของมัมมี่เช่นกัน

File attach: artsmen-dot-net_ans3622_65706570.jpg (22 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
2. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:03:34   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ก่อนราชวงศ์ที่ 18 รอยผ่าจะกรีดตามแนวตั้ง ด้านข้างหน้าท้อง แต่ ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 จนถึงราชวงศ์ที่ 19 รอยผ่าจะเป็นแนวทแยง จากสะโพกลงไปยังหัวหน่าว
ซึ่งมัมมี่แห่งแอตแลนตาก็มีรอยผ่าในลักษณะนี้ นอกจากนั้น จากการเอกซเรย์ภายในลำตัวพบว่ามีม้วนผ้าลินินชุบยางไม้สอดอยู่ใน ช่องว่างกลางลำตัวของมัมมี่
อันเป็นวิธีการที่เหมือนกับในมัมมี่ของเซติที่ 1 ม้วนผ้าลินิน นี้ทำหน้าที่ซับความชื้น และช่วยให้ลำตัวคงรูป เป็นวิธีทำมัมมี่แบบต้นราชวงศ์ที่ 19 ต่าง จากในสมัยหลังๆ
ที่มีการใส่สิ่งอื่นๆเข้าไปแทน เช่น ตะไคร้แห้งหรือขี้เลื่อย และอีกอย่างหนึ่งที่เป็นลักษณะการทำมัมมี่ของต้นราชวงศ์ที่ 19 ก็คือการบรรจุยางไม้เข้าไปในกะโหลกศีรษะ
ครึ่งหนึ่งแทนที่สมองที่ถูกดึงออกมา
สุดท้ายการพิสูจน์ด้วยคาร์บอนเดทติ้งบอกว่า มัมมี่แห่งแอตแลนตามีอายุอยู่ในช่วงยุคอาณาจักรใหม่ (1570-1070 B.C.)
ดังนั้น เราก็คงสรุปได้อย่างหนึ่งว่า มัมมี่แห่ง แอตแลนตานี้เป็นมัมมี่ฟาโรห์ และเป็นไปได้มาก ที่จะเป็นฟาโรห์รามเสสที่ 1
แห่งราชวงศ์ที่ 19 แต่จะแน่นอนแค่ไหนนั้น ก็คงต้องรอหลักฐาน หรือการพิสูจน์ที่ชัดเจนกว่านี้ต่อไป และหลังจากนั้น
ก็นำมัมมี่ส่งคืนให้อียิปต์ เพื่อแสดงเจตนาดีของชาวแอตแลนตาในที่สุด ฟาโรห์ผู้นิราศร้างบ้านเกิดเมืองนอนมาถึง 140 ปี ก็จะได้ กลับดินแดนของพระองค์เสียที.

ข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ขอลงเรื่อง ฟาโรห์รามเสสที่2 ด้วยค่ะ
ฟาโรห์รามเสส-Ramses อยู่ในราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์ จัดอยู่ในสมัยอาณาจักรใหม่หรือสมัยจักรวรรดิ (1554-1090 ปีก่อนคริสตกาล) มีธีบิสเป็นเมืองหลวง
จักรวรรดิอียิปต์แจ้งเกิดได้เพราะกษัตริย์สามารถทั้งการรบและการปกครอง ยามนั้นอียิปต์ต้องทำสงครามยาวนานกับฮิตไทต์ พระสนับสนุนกษัตริย์
อำนาจขุนนางหมดไป ดินแดนอียิปต์ขยายกว้างใหญ่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีมากและชัดเจนกว่าสมัยใดๆ

รามเสสที่ 1 เกิดในตระผมลแม่ทัพ เมื่อประมาณปี 1350 ก่อนคริสตกาล นามเดิม ปาราเมสสุ-Paramessu เป็นมหามนตรีของโฮเรมเฮป ฟาโรห์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ที่ 18
ช่วยโฮเรมเฮปฟื้นฟูอาณาจักรจากความยุ่งเหยิงทางการปกครองอันมีมาตั้งแต่สมัยฟาโรห์อัคเคนาเตนให้คืนสู่กฎระเบียบ เมื่อโฮเรมเฮปสิ้นพระชนม์โดยปราศจากรัชทายาท
แม่ทัพรามเสสขึ้นครองราชย์เป็นรามเสสที่ 1 แห่งราชวงศ์ที่ 19 เมื่อปี 1298 ก่อนคริสตกาล ครองบัลลังก์เพียง 2 ปีก็สิ้นพระชนม์ รัชทายาทคือเซติที่ 1 สืบทอดเจตนารมณ์พระบิดา
พยายามแก้ปัญหาที่คั่งค้างมาตั้งแต่ปลายราชวงศ์ที่ 18 และอีก 2 ประการที่ทรงมุ่งมั่นคือปราบพวกฮิตไทต์ให้อยู่มือตลอดไป และสร้างเทวสถานให้มากที่สุดตามขนบฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่
หากไม่ทันสำเร็จก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน ครองราชย์ 17 ปี บัลลังก์ตกถึงพระโอรสคือรามเสสที่ 2 หลานปู่ของรามเสสที่ 1


File attach: artsmen-dot-net_ans3623_61646164.jpg (10 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
3. Mr.RhOkJiTเห็ดสอดแนมV2 (0)
Mail to Mr.RhOkJiTเห็ดสอดแนมV2


    16-07-2007, 11:03:52   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เกรียนไปโรงเรียนจ้าา เกรียนไปโรงเรียนจ้าา
4. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:04:50   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
รามเสสที่ 2 หรือรามเสสมหาราช กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่องค์สุดท้ายของราชวงศ์ ทรงปรีชาการรบ นำดินแดนที่สูญเสียไปในสมัยอาเมนโฮเต็ปที่ 4 กลับคืนมาเป็นของอียิปต์ดังเดิม
ทรงยุติสงครามกับฮิตไทต์ในการรบที่คาเดช โดยอียิปต์ได้ปาเลสไตน์ ฮิตไทต์ได้ซีเรีย ทรงปลดปล่อยฮิบรูพ้นจากการเป็นทาส พระชนม์ 10 พรรษา ได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท
เป็นผู้บัญชากองทัพแสดงฝีมือในสนามรบให้ประจักษ์ในคราวตามเสด็จไปซีเรีย เมื่อความสามารถก้าวหน้าทั้งที่พระชนม์น้อยนิด เซติที่ 1 จึงให้พระโอรสไปอยู่ลำพังเพื่อเรียนรู้
การปกครองบ้านเมืองแต่เนิ่นๆ รามเสสที่ 2 เลือกทำเลบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ด้วยเหตุผลว่าบรรพบุรุษเป็นคนถิ่นนั้น ที่สำคัญเมืองขึ้นส่วนใหญ่ก็อยู่ด้านนั้น
หากเกิดการแข็งข้อจะได้ยกทัพปราบทันท่วงที เมืองที่พระองค์ปกครองห่างจากกรุงไคโรไปทางอีสานราว 90 กิโ ลเมตร ชื่อนครปิรามซีส
รามเสสมหาราชปกครองอียิปต์ในปี 1279-1212 ก่อนคริสตกาล เป็นฟาโรห์พนะชนม์ยืนนาน เป็นนักสร้างอนุสรณ์สถาน แต่ละชิ้นสูงไม่ต่ำกว่า 66 ฟุต หนึ่งในนั้นคือมหาวิหาร
อาบูซิมเบลในมณทลของนูเบีย ช่างหินผ่าหน้าผาหินออกเป็น 4 ส่วน แกะสลักรูปพระองค์ในท่านั่ง ยิ่งใหญ่อลังการสมพระเกียรติยศ รามเสสที่ 2 มีโอรส 100 องค์ ธิดา 50 องค์
สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุ 90 พรรษา ครองราชย์ 67 ปี เมื่อพระองค์จากไปจักรวรรดิโบราณก็เสื่อมลงเป็นลำดับ ฟาโรห์อ่อนแอ ขุนนางก่อความวุ่นวายแย่งชิงอำนาจ
ความยิ่งใหญ่เกรียงไกรและเป็นหนึ่งเดียวเหลือเพียงประวัติศาสตร์

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184558423_0.54455900.jpg

File attach: artsmen-dot-net_ans3624_20992099.jpg (21 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
5. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:08:11   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ข่าว
"เส้นพระเกศา" ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งหายไปร่วม 30 ปี กลับพบประกาศขายบนอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ตามรอยจับคนขายพร้อมยึดของกลางได้ และส่งคืนอียิปต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การประกาศขายของเก่าผ่านเว็บทำให้ทีมตามล่าโบราณวัตถุกลับคืนประเทศทำงานง่ายขึ้น

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum) จัดแสดงวัตถุโบราณชิ้นล่าสุดที่ตามกลับคืนมาได้ เป็นเส้นพระเกศาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 อายุกว่า 3,200 ปี หลังถูกขโมยหายสาบสูญไปในประเทศฝรั่งเศสเมื่อ 30 ปีก่อน ระหว่างการส่งมัมมีพระศพไปรักษาสภาพ เมื่อ ปี ค.ศ.1976 จนกระทั่งทีมตามล่าสมบัติประจำชาติมาพบประกาศขายเส้นผมโบราณนี้อยู่ในอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ในราคา 2,000 ยูโร (ประมาณ 86,000 บาท)

ดร.ซาไฮ ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ผู้อำนวยการสภาโบราณสถานแห่งอียิปต์ (Egypt's Supreme Council of Antiquities) กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า คาดไม่ถึงเลยว่าปอยผมมัมมี่ของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์โบราณถูกนำมาประมูลขายอยู่ในอินเทอร์เน็ต

เมื่อทราบเบาะแสแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของฝรั่งเศสสามารถสืบหาและตามจับกุมคนร้าย ฌอง-มิเชล เดียโบลต์ (Jean-Michel Diebolt) เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ วัย 50 ปีได้พร้อมของกลางในบ้านของเขาเองที่เมืองเกรโนเบิล (Grenoble) โดยนายเดียโบลต์ ให้การว่าวัตถุโบราณชิ้นนี้เป็นของตกทอดมาจากบิดาผู้ล่วงลับ ซึ่งบิดาของเขาเคยเป็นหนึ่งในทีมนักวิชาการตรวจสอบมัมมี่เมื่อครั้งถูกส่งมายังเมืองน้ำหอมเมื่อปี 1976

อาเหม็ด ซาลาห์ (Ahmed Salah) เจ้าหน้าที่โบราณคดีของอียิปต์ ได้เดินทางมายังฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อนำเอาเส้นผมของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรอียิปต์เมื่อหลายพันปีก่อนกลับคืนสู่มาตุภูมิ เขากล่าวอย่างภาคภูมิว่า “เป็นภารกิจที่เยี่ยมยอดมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งขณะที่ในมือของผมมีเส้นพระเกศาของฟาโรห์รามเสสที่ 2 อยู่”

กษัตริย์รามเสสที่ 2 ปกครองอาณาจักรอียิปต์อยู่ในสมัย 1279-1213 ปีก่อนคริสตกาล นับเป็นฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดพระองค์หนึ่ง ในยุคสมัยของพระองค์ถือเป็นยุครุ่งเรืองของอาณาจักร และเชื่อกันว่าอยู่ในยุคสมัยเดียวกับโมเสส (Moses) นอกจากนี้ยังพบวิหารและวัตถุโบราณในสมัยของพระองค์กระจายอยู่ทั่วประเทศอียิปต์

ทางด้าน ดร.ฮาวาสส์ หนึ่งในผู้ที่มีความยินดีอย่างยิ่งกับการคืนสู่มาตุภูมิของวัตถุโบราณล้ำค่าที่ถูกขโมยไปชิ้นนี้กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตสามารถช่วยตามหาวัตถุโบราณที่ถูกขโมยได้ด้วย

“ทางเราจะเข้าสืบค้นในอินเทอร์เน็ตทุกวัน ซึ่งเรามีสายสืบอยู่ทั่วโลก พวกเขาจะให้ข้อมูลแก่เราเมื่อพบเจอสิ่งของต่างๆที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในลักษณะแบบนั้นได้ และคุณเองก็สามารถเป็นสายสืบให้ทางเราได้เช่นกัน” ฮาวาสส์ กล่าว

ทั้งนี้ ยังมีสิ่งของล้ำค่าสมัยโบราณอีกมากมายที่ถูกขโมยไปจากประเทศอียิปต์ และยังอยู่ระหว่างการค้นหา รวมทั้งที่พบแล้วซึ่งปรากฏอยู่ในหลายๆประเทศและอยู่ระหว่างดำเนินการนำกลับสู่อียิปต์

เครดิต http://www.oknation.net/blog/pim/2007/04/14/entry-1

6. _korei i (0)
Mail to _korei i


    16-07-2007, 11:11:08   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ดีมากกุชอบแบบนี้มีไรให้กุอ่านเยอะดี


7. @nei_nei@แม่เหมียวแง๊งแง๊ว (0)

Mail to @nei_nei@แม่เหมียวแง๊งแง๊ว


    16-07-2007, 11:12:53   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หนุกดีง่ะ เอามาลงเยอะๆ ชอบมากค้าบ

พึ่งอ่านเรปแรก เดี๋ยวจะมาไล่อ่านเรื่อยๆ ตอนว่างนะจ๊ะ

8. Windwaltz (0)
Mail to Windwaltz


    16-07-2007, 11:13:43   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ตาข้าเทริน !!

หมอบการ์ดสองใบ จากนั้นบูชายัญ แบล็กเมจิคเชี่ยน 3 ตัว

เรียก เทพพิทักษ์ โอเบลิซ

โจมตี !!!

9. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:42:47   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ในที่สุดก็พบ!! พระศพ “ราชินีมีเครา” ฟาโรห์หญิงหนึ่งเดียวแห่งไอยคุปต์

อียิปต์แถลงข่าวการค้นพบที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งในวงการโบราณคดี รองจากการพบ “ตุตันคาเมน” หลังวิเคราะห์ “ฟัน” และข้อมูลดีเอ็นเอจนมั่นใจว่าสามารถระบุมัมมี่ของ
“ฮัตเชปซุต” ฟาโรห์หญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรอียิปต์โบราณได้แล้ว แต่พระศพเจ้าของสมญา “ราชินีมีเครา” ผู้ยิ่งใหญ่กลับซ่อนอยู่ในหลุมเล็กๆ แถวหุบผากษัตริย์
เมื่อเอ่ยถึงกษัตริย์แห่งดินแดนไอยคุปต์ นอกจาก “ตุตันคาเมน” (Tutankhamun) แล้ว “ฮัตเชปซุต” (Hatshepsut) เป็นชื่อต้นๆ ที่ผู้คนนึกถึงในฐานะผู้ปกครองแห่งยุคทองของ
อาณาจักรอียิปต์ “ฮัตเชปซุต” เป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ราชินีมีเครา” เพราะตลอดเวลาที่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ พระนางทรงเครื่องทรงของบุรุษ และมีเคราปลอมสวม
เพื่อความสะดวกในการขึ้นเป็นฟาโรห์ปกครองอาณาจักรอียิปต์ในช่วงปีที่ 1479-1458 ก่อนคริสต์ศักราช (ประมาณ 3,500 ปีก่อน) หลังฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 2 (Tuthmosis II)
ซึ่งเป็นทั้งน้องชายต่างมารดาและพระสวามีสิ้นพระชนม์ลง “ฮัตเชปซุต” สถาปนาตัวเองเป็นฟาโรห์หญิงองค์แรกและองค์เดียวของอียิปต์ นับเป็นสตรีผู้ทรงอำนาจคนแรก
แห่งโลกโบราณ มีอิทธิพลมากกว่าราชินีเนเฟอร์ติตี (Nefertiti) เสียอีก ทว่า ฟาโรห์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์ที่ 18 ครองบัลลังก์ได้เพียง 21 ปีก็หายตัวไปอย่างลึกลับ รวมทั้งมัมมี่พระศพ
ที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าฝังว่าไว้ที่ใด ซาไฮ ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) ผู้อำนวยการสภาโบราณสถานแห่งอียิปต์ (Egypt's Supreme Council of Antiquities) ในฐานะหัวหน้าทีมโบราณคดี
ของทีมสำรวจช่องดิสคัฟเวอรี (Discovery Channel) เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ว่า มัมมี่หญิง 1 ใน 2 ร่างที่ค้นพบบริเวณหุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) ในเมืองลักซอร์ คือ
พระศพฟาโรห์หญิง “ฮัตเชปซุต” ที่หายสาบสูญไปหลายพันปี นับเป็นอีกการขุดค้นที่ยิ่งใหญ่ ต่อจากการค้นพบพระศพฟาโรห์ตุตันคาเมนตั้งแต่ปี 2456 หลุมศพดังกล่าว ค้นพบโดย
โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) หลังจากค้นพบพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมนที่หุบผากษัตริย์จนโด่งดังในปี 2446 เขาและทีมสำรวจก็ค้นพบมัมมี่หญิง 2 ร่างที่บริเวณใกล้เคียง
ซึ่งหลุมดังกล่าวนักโบราณคดีเรียกว่า “หลุมเควี 60” (KV 60) จากนั้นในปี 2463 พวกเขาค้นพบหลุมพระศพที่ระบุว่าเป็นของฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต แต่กลับพบโลงที่ว่างเปล่าถึง 2 โลง
อย่างไรก็ดี ทีมโบราณคดีที่สนับสนุนเงินทุนโดยช่องดิสคัฟเวอรี สหรัฐฯ เพื่อตามหาพระนางฮัตเชปซุตเปิดเผยว่า ในตอนแรกที่วิเคราะห์มัมมี่หญิง 1 ใน 2 ร่าง เชื่อแน่ว่าร่างหนึ่งคือ
ซีทเร อิน (Sitre In) แม่นมของพระนาง แต่อีกร่างไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ใด

ต่อมานักไอยคุปต์วิทยาและนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากจึงช่วยกันพิสูจน์ว่ามัมมี่อีกร่างที่เหลือเป็นพระศพของฟาโรห์หญิงพระองค์เดียวแห่งอาณาจักรอียิปต์หรือไม่
โดยฮาวาสส์ได้แสดงหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามัมมีดังกล่าวเป็นพระนางจริง การค้นพบกล่อง “พระทนต์” หรือฟันซี่ที่หักที่ระบุว่าเป็นของฟาโรห์หญิง ทำให้ผลการทดสอบทาง
วิทยาศาสตร์ออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาประกอบเข้ากับช่องว่างที่วัดความละเอียดเป็นมิลลิเมตรในปากของมัมมี่ร่างที่เหลือได้อย่างพอดี

10. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:44:40   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
[[[อ้าวมีคนเข้ามาอ่านด้วยนิ]]]

ต่อ
ผลการเอกซเรย์ด้วยเครื่องซีทีสแกนและสร้างภาพ 3 มิติ พร้อมทั้งวิเคราะห์ดีเอ็นเอมัมมี่หญิงอีกร่างในหลุม KV 60 ทำให้เชื่อว่า มัมมี่ร่างดังกล่าวคือพระศพของฟาโรห์หญิงผู้ยิ่งใหญ่
ที่นักโบราณคดีตามหามานาน ทีมนักวิทยาศาสตร์จากนานาชาติร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรม โดยกระบวนการวิเคราะห์เสาะหาทั้งหมดจะออกอากาศทางช่องดิสคัฟเวอรีใน
เดือน ก.ค. ทว่า สก็อต วูดเวิร์ด (Scott Woodward) นักชีววิทยาโมเลกุล มูลนิธิโซเรนสัน ในยูทาห์ สหรัฐฯ (Sorenson Molecular Genealogy Foundation in Salt Lake City, Utah)
ซึ่งทำวิจัยเรื่องดีเอ็นเอในมัมมี่ กลับตั้งคำถามต่อความมั่นใจในการใช้ข้อมูลทางดีเอ็นเอฟันธงว่าเป็นพระนาง “มันยากที่จะนำดีเอ็นเอจากมัมมี่มาใช้งาน หากจะใช้ดีเอ็นเอนำไปอ้างถึง
ความสัมพันธ์ จะต้องนำลำดับดีเอ็นเอจากพ่อแม่ หรือปู่ย่าของพระนางมาเปรียบเทียบ ซี่งการใช้ข้อมูลพันธุกรรมของพระนางมาดูรายละเอียดก็จะพบได้แค่เชื้อสายทางมารดาของพระนางเท่านั้น”

“จะเป็นไปได้ไหมถ้านั่นคือมีมัมมี่ที่เป็นพระญาติกับฮัตเชปซุต หรือเราอาจพบมัมมีที่มีลักษณะทางดีเอ็นเอเช่นนี้และเป็นญาติกัน เพราะผ่านมาแล้ว 3,500 ปี และการสกัดดีเอ็นเอ ออกมาก็สุดจะยาก”
วูดเวิร์ดแสดงความกังขา ทางด้าน โดนัลด์ ไรอัน (Donald Ryan) ผู้เชี่ยวชาญด้าอียิปต์โบราณซึ่งค้นพบหลุมพระศพอีกครั้งในปี 2532 ให้ความเห็นผ่านเว็บบอร์ดบนอินเทอร์เน็ตว่า มีความเป็นไปได้
หลายทางที่จะระบุว่า 1 ในมัมมี่หญิงทั้ง 2 ที่ค้นพบในหลุม KV 60 เป็นฮัตเชปซุต

ทว่า นักไอยคุปต์รายนี้กลับไม่เชื่อว่ามัมมี่ใน KV 60 คือฟาโรห์หญิงหนึ่งเดียวของอียิปต์ เพราะร่างมัมมี่ที่ใหญ่มาก และเต้าอกก็มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช่ รวมถึงร่องรอยที่แขนขวาก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกษัตริย์เสมอไป
อย่างไรก็ดี มัมมี่ของพระนางที่ค้นพบในหลุมที่เล็กไม่สมพระเกียรตินั้น เป็นไปได้ว่าเพราะต้องการเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย หลังจากพระนางหายสาบสูญไปจากบันทึก ซึ่งอาจเป็นเพราะทุตโมซิสที่ 3 (Tuthmosis III)
หลานชายของพระนางชิงบัลลังก์กลับคืน ทั้งยังลบชื่อและความทรงจำที่เกี่ยวกับพระนางออกทั้งหมด

ฟาโรห์หญิงฮัตเชปซุต เป็นพระราชธิดาองค์เดียวของฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 1 (Tuthmosis I) กับพระราชินีอาโมซิส ด้วยความเป็นหญิงสิทธิในราชบัลลังก์จึงตกอยู่กับโอรสของพระชายารอง เมื่อน้องต่างมารดาครองราชย์เป็นฟาโรห์ทุต
โมซิสที่ 2 ก็อภิเษกกับเจ้าหญิงฮัตเชปซุตตามประเพณีของอียิปต์เพื่อรักษาสายเลือดอันบริสุทธิ์ของพระราชวงศ์ ทุตโมซิสที่ 2 เป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ อำนาจบริหารจึงตกอยู่ในมือราชินีที่ฝึกฝนการบริหารราชการ
กับฟาโรห์องค์ก่อน อีกทั้งตัวราชินีฮัตเชปซุตเองก็มีพระธิดาเพียงองค์เดียว แต่ชายารองกลับมีพระโอรส ดังนั้นจึงเสียสิทธิการครองราชย์ไปอีกครั้ง ทว่า ทุตโมซิสที่ 2 สิ้นพระชนม์ขณะที่รัชทายาทยังเยาว์นัก ดังนั้น
พระนางฮัตเชปซุต (ผู้เป็นแม่เลี้ยง) จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และหลังจากกุมอำนาจได้หลายปีด้วยความทะเยอทะยานพระนางจึงตัดสินพระทัยขึ้นเป็นฟาโรห์ปกครองอียิปต์ในที่สุด

“ฮัตเชปซุต” ประกาศองค์เป็นธิดาผู้เป็นที่รักของสุริยเทพอามอน (รา) เพื่อสร้างความชอบธรรมในการครองบัลลังก์ นอกจากนี้ พระนางยังทรงสร้างเสาโอบีลิกซึ่งเป็นแท่งหินสูงมียอดหุ้มด้วย
เงินผสมทองคำและสลักเรื่องราวของพระนางลงไปฟาโรห์หญิงมีเสนาบดีคู่พระทัยชื่อว่า เซเนมุต (Senemut) และเชื่อกันว่าเป็นชู้รักของพระนาง ซึ่งเซเนมุทก็หายตัวไปพร้อมกับพระนางอย่างลึกลับ
หลักฐานและบันทึกเกี่ยวกับพระนางถูกทำลายจนแทบไม่มีอะไรเหลือส่วนวิหารฮัตเชปซุต (Temple of Hatsheepsut) อันเป็นหลุมพระศพของพระนาง (อย่างเป็นทางการ) นั้น อยู่ที่บริเวณหุบผากษัตริย์
ในนครธีบส์ อันเป็นเมืองหลวงแห่งยุคอาณาจักรใหม่ (New kingdom) ช่วง 1539-1075 ปีก่อนคริต์ศักราช เต็มไปด้วยเสาหินทรายขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อแสดงถึงอำนาจ ซึ่งมีวิหารประกอบ
พิธีศพคาอีร์ อัล บาห์รี (Dayr al - Bahri) เป็นสถาปัตยกรรมที่คงเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน

11. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 11:45:25   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184559531_0.62688300.jpeg
ทีมโบราณคดีของรัฐบาลอียิปต์พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์จากหลายชาติร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลโดยเทคโนโลยี ทั้งซีทีสแกน
และรหัสพันธุกรรม ซึ่งมี "ฟัน" ซี่ที่หักเป็นร่องรอยสำคัญในการระบุตัวฟาโรห์หญิงที่ไม่มีผู้ใดพบพระศพมาก่อน

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560384_0.00411100.jpeg
มัมมีพระศพราชินีฮัตเชปซุต ที่คาร์เตอร์ (เจ้าเก่า) ผู้ค้นพบตุตันคาเมนเป็นผู้ค้นเจอ

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560550_0.64932100.jpeg
ร่าง 3 พันปีของหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรอียิปต์โบราณ

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560613_0.90805900.jpeg
พระนาม "ฮัตเชปซุต" มีความหมายว่า "ยอดขัตติยา"

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560734_0.08857400.jpeg
สื่อมวลชนให้ความสนใจกันล้มหลาม เพราะการค้นพบฟาโรห์ที่คนกล่าวขวัญถึง นับเป็นการค้นพบที่สุดยอดไม่แพ้การพบตุตันคาเมน

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560736_0.26692900.jpeg
"ราชินีมีเครา" รูปปั้นของพระนางฮัตเชปซุตมีหนวดเหมือนฟาโรห์ชาย นั่นเพราะพระนางทรงเครื่องเป็นชายตลอดเวลาว่าราชการ

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560738_0.44796300.jpeg
เสาโอบิลิสที่พระนางฮัตเซปซุตสร้างขึ้นไว้ในวิหารคาร์นักแกะจากหินแกรนิตสีชมพู หลังทุตโมซิสที่ 2 ครองราชย์ได้สร้างกำแพงขึ้นมาบังเสาของพระนาง

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184560742_0.59521800.jpeg
หลุมพระศพของฮัตเชปซุตที่มีแต่โลงเปล่า จึงทำให้ต้องตามหากันหลายร้อยปี

เครดิต http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000075019

12. Mr.RhOkJiTเห็ดสอดแนมV2 (0)
Mail to Mr.RhOkJiTเห็ดสอดแนมV2


    16-07-2007, 11:52:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด

ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด

ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด ใครสร้างปิรามิด


เรปล่างเกย์เหงา ไม่มีคนคุยด้วย ก๊ากๆ ::

Modified on: 16-07-2007, 11:56:42

13. _kore i i (0)
Mail to _kore i i


    16-07-2007, 11:54:28   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
คุณจะบอกว่าพ่อคุณสร้างพีรามิดล่ะสิเพชรซ่าบ้ากาม


14. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:01:24   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ข่าว

'เนเฟอร์ตีติ' ราชินีไอยคุปต์ที่สวยที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวเล็กๆ ที่คงจะทำให้แฟนพันธุ์แท้เรื่องอียิปต์โบราณได้ตื่นเต้น (พร้อมๆ ตั้งข้อสงสัย) เนื่องจากมีนักอียิปต์วิทยากลุ่มหนึ่งอ้างว่าได้ค้นพบมัมมี่ของราชินีเนเฟอร์ตีติ ที่พยายามค้นหากันมานานแล้ว

คุณผู้อ่านจำนวนไม่น้อยอาจจะสงสัยว่า ราชินีองค์นี้เป็นใคร และสำคัญยังไง? ทำไมไม่เห็นจะดังเท่าพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งมีการนำประวัติไปสร้างเป็นหนังฟอร์มใหญ่และเอาไปตั้งเป็นชื่อของอะไรต่อมิอะไรอีกสารพัด

แต่ถ้าคุณเป็นแฟนต่วยตูน' พิเศษ หรือชอบเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดนไอยคุปต์ ก็คงจะรู้ว่า ถ้าไปถามคนอียิปต์ถึงราชินีไอยคุปต์องค์ที่งดงามที่สุด คำตอบที่ได้รับกลับไม่ใช่พระนางคลีโอพัตรา แต่จะเป็นพระนางเนเฟอร์ตีตินี่เอง ดังที่ตำนานกล่าวว่า "ด้วยพระพักตร์อันงดงามราวกับสลักด้วยฝีมือของจิตรกรเอก เด่นอยู่เหนือลำคออันระหง ดวงเนตรทั้งคู่ใหญ่ยาวรี มีประกายสุกใส นาสิกนั้นโด่งตรง โอษฐ์ที่แย้มอยู่เป็นนิจก็อิ่มเต็มได้รูปรับกับพระหนุ ด้วยความงามอันเลอเลิศเช่นนี้ พระราชบิดาจึงได้ประทานนามแก่เจ้าหญิงว่า เนเฟอร์ตีติ (Nefertiti) อันมีความหมายว่า โฉมงามได้บังเกิดขึ้นแล้ว (The beautiful woman has come.)"

พระนางเป็นมเหสีของฟาโรห์ อัคนาเทน (Akhenaten) หรือพระเจ้าอาเมนโฮเทปที่ 4 ซึ่งปกครองอียิปต์ในช่วง 1353-1336 ปีก่อนคริสตกาล โดยเรื่องยุ่ง ๆ ทั้งมวลได้เริ่มขึ้นตั้งแต่การแต่งงานที่ผิดธรรมเนียมโบราณ เพราะตามราชประเพณีแล้ว พระเจ้าอาเมนโฮเทปจะต้องอภิเษกกับพระขนิษฐา ได้แก่ เจ้าหญิงสาตามัน ราชธิดาองค์ใหญ่ของพระนางไทอี แต่โรคร้ายก็มาคร่าชีวิตเจ้าหญิงไปซะก่อน ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้พระเจ้าอาเมนโฮเทปก็ต้องอภิเษกกับเจ้าหญิงองค์รองๆ ลงไป

แต่พระองค์ก็ดื้อดึงเลือกเนเฟอร์ตีติเป็นมเหสี โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของเหล่านักบวชนิกายอามัน (Amon หรือ Amen ก็เรียก) ซึ่งเรืองอำนาจอยู่ในขณะนั้น และดูเหมือนว่าพระนางไทอีก็จะทรงเห็นพระทัยและให้ท้ายอีกต่างหาก!

พอฝ่าด่านอุปสรรคความรักมาแล้ว พระเจ้าอาเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังมีปัญหาใหญ่ให้ปวดหัวอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในช่วงที่พระองค์ขึ้นครองราชย์นั้น พวกนักบวชนิกายอามันมีอำนาจมากขึ้นทุกวัน (ฟังแล้วคล้ายๆ กับพวกขันทีในประวัติศาสตร์จีนไม่น้อย)

พระนางไทอีและฟาโรห์หนุ่มจึงวางยุทธศาสตร์เพื่อกำจัดนักบวชพวกนี้ โดยการยกย่องสุริยเทพ อาเทน (Aten หรือ Aton ก็เรียก) ว่าเป็นเทพเจ้าสูงสุดแต่เพียงองค์เดียว และยกเลิกการบูชาเทพเจ้าจำนวนมากที่พวกนิกายอามันนับถือ ดูง่ายๆ ได้จากการที่พระองค์เปลี่ยนชื่อจาก อาเมนโฮเทป (Amenhotep) ซึ่งแปลว่า เทพอามันสิงสถิต ไปเป็น อัคนาเทน (Akhenaten) ซึ่งแปลว่า ไปได้ด้วยดีกับเทพอาเทน โดยพระองค์ตรัสว่า "… จงมองดูดวงตะวันสิ ลำแสงทอลงมาคล้ายมือของเทพเจ้าประทานพรแก่เรา … แก่ทุกสิ่งทุกอย่างในอียิปต์ … แก่โลก พระองค์เป็นพระเจ้าของเราแต่พระองค์เดียว" ยุทธศาสตร์นี้พระนางเนเฟอร์ตีติได้ทรงสนับสนุนอย่างแน่วแน่ แม้ตอนหลังพระสวามีของพระนางจะ 'เปลี่ยนสี' ไปก็ตาม

ในแง่ประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแนวคิดจากเทพเจ้าหลายองค์มาเป็นเทพองค์เดียวนี้สำคัญนักหนา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ คล้ายๆ กับเดิมที่เราเคยมีหลายพรรคร่วมกันเป็นรัฐบาล แล้วจู่ๆ ก็ดันขู่ว่าจะเหลือแค่พรรคใหญ่พรรคเดียว (แถมจะอยู่ยาว 20 ปี) อะไรทำนองนี้ แต่แม้ชาวเมืองจะงุนงงและไม่พอใจอย่างมาก ก็ทำได้แค่ต่อต้านเงียบๆ ส่วนนักบวชในนิกายอามันก็แตกรังกระจัดกระจายกันไป เพื่อรอวันกลับมายิ่งใหญ่ใหม่อีกครั้ง (ถ้าเป็นอาร์โนลด์ ก็คงจะพูดว่า I'll be back!)

นี่เองที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ชอบพระนางเนเฟอร์ตีติ และเมื่ออำนาจวาสนาของพระนางเสื่อมถอยลง รูปสลักและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับนางก็ถูกเปลี่ยนแปลงหรือทำลายทิ้งไปมาก ดังนั้น ถ้าหากมัมมี่ของพระนางได้รับการค้นพบจริงๆ แล้ว ก็จะมีความสำคัญอย่างสูงต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณและของโลก

มัมมี่ที่นักอียิปต์วิทยา โจแอนน์ เฟล็ตเชอร์ (Joanne Fletcher) บอกว่าน่าจะเป็นพระนางเนเฟอร์ตีตินั้น จริงๆ แล้วค้นพบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1898 แล้ว มัมมี่ร่างนี้อยู่ในบริเวณที่เก็บพระศพของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 2 แต่เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์นัก นักประวัติศาสตร์ก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร ได้แต่ให้เลขรหัส คือ 61072 แถมตั้งชื่อเล่นให้ว่า สุภาพสตรีที่อ่อนวัยกว่า (The Younger Lady) เนื่องจากข้างๆ มีมัมมี่อีก 2 ร่าง ร่างหนึ่งเป็นสตรีสูงวัยกว่า ส่วนอีกร่างหนึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นชาย

File attach: p10.jpg (9 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
15. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:02:24   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

หลักฐานที่จุดประกายคุณโจแอนน์ให้เริ่มมาสนใจมัมมี่นี้ก็คือ วิกผมแบบชาวนูเบีย (Nubian-style wig) ที่พบอยู่ใกล้ๆ มัมมี่ทั้งสาม วิกผมสไตล์นี้เป็นที่นิยมของสตรีสูงศักดิ์ในสมัยของฟาโรห์อัคนาเทน หรือราชวงศ์ที่ 18 โจแอนน์ยังบอกว่า ดูสิคอก็ระหง ติ่งหูก็มี 2 รู (ซึ่งมีแต่เนเฟอร์ตีติและลูกสาวเท่านั้นที่มีแบบนี้) ศีรษะก็ถูกโกนเพื่อสวมใส่หมวกตามแบบรูปปั้น แถมยังมีแถบรอยคาดที่หน้าผากอีกต่างหาก และที่สำคัญ ยังเจอแขนขวาของมัมมี่ที่หลุดไป มีลักษณะงอเหมือนกับมัมมี่ของฟาโรห์ที่ทรงถือคทา … แสดงว่ามัมมี่ร่างนี้ต้องเป็นสตรีที่มีอำนาจปกครองสูงสุดแน่แล้ว

แต่ใช่ว่านักวิชาการจะเออออห่อหมกไปซะทุกคน บางท่านบอกว่า หลักฐานอ่อนอย่างนี้แค่สรุปได้ว่า มัมมี่ร่างนี้เป็นสตรีสูงศักดิ์ในสมัยเดียวกันเท่านั้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นพระนางเนเฟอร์ตีติก็คงจะเวอร์ไปหน่อย ไหนล่ะหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร? ไหนล่ะผลการตรวจ DNA? บางท่านก็สะกิดว่า นี่เป็นแผนโปรโมทของ Discovery Channel รึเปล่า เพราะเป็นผู้ให้ทุนวิจัย และกำลังจะออกอากาศเผยแพร่อีกไม่นานนี้ (17 สิงหาคม 2003 ในอเมริกา)!

ส่วนโจแอนน์ก็ตอบว่า ไม่ได้บอกว่า ชัวร์ 100% ซักกะหน่อย แค่บอกว่าเป็นไปได้มากเท่านั้น อีกอย่างมัมมี่คงจะไม่ลุกขึ้นมาบอกหรอกว่า ฉันคือใคร?! (แต่ถ้าคืนชีพลุกขึ้นมาจริง ก็ตัวใครตัวมันล่ะคร้าบ!)

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184561975_0.90822900.jpg
รูปปั้นพระนางเนเฟอร์ตีติ

16. kyo4 (0)

Mail to kyo4


    16-07-2007, 12:11:55   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาช่วยขุด
17. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:12:33   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ปิรามิด ( Pyramid )
ท่ามกลางที่ราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เปลวแดดที่ร้อนระอุไปทั่วผืนทะเลทราย แผ่นดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผงสีแดง สิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่ตั้งสง่าสะดุดสายตาเมื่อได้พบเห็น สิ่งนั้นคือ ปิรามิด (Pyramid) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อท้าทายกระแสลม แสงแดดที่แผดเผามาเป็นเวลานานหลายพันปี เพื่อแสดงถึงอารยธรรม -โบราณของมนุษย์ ต่อสายตาชาวโลกยุคใหม่ที่ยังคงฉงนสนเท่ไม่น้อยเมื่อมาพบเห็น
ปิรามิดเป็นสิ่งก่อสร้างรูปกรวยเหลี่ยมสำหรับเป็นที่เก็บศพกษัตริย์อียิปต์โบราณ ในอียิปต์มีอยู่ 70 แห่งด้วยกัน แต่ปิรามิด 3 แห่งที่อยู่เมืองกีซ่า คือ หลุมฝังศพของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์(พระเจ้าคูฟู) คีเฟรน และไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดสันนิษฐานว่าปิรามิดนี้ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ 4600 ปีมาแล้ว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและยังคงตั้งตระหง่านอยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ใช้เวลาสร้าง 10 ปี

ปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามอันแห่งเมืองกีซ่านี้ ที่ใหญ่ที่สุดคือปิรามิดของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์ เรียกว่า มหาปิรามิด

- ฐานของปิรามิดแห่งนี้มีความกว้างถึง 5770,000 ตาราง 768 ฟุต บริเวณฐานปิรามิด 4 ด้านนั้น มีความกว้างยาวเท่ากัน คือ 755 ฟุต หรือ 230.12 เมตร จะแตกต่างกันมากน้อยแค่ 8 นิ้ว
- ตัวมหาปิรามิดนี้สูงประมาณ 432 ฟุตประมาณได้ว่ามีหินก้อนมหึมาถึง 2,300,000 ก้อน หนักกว่า 6,000,000 ตัน แต่ละก้อนหนักถึง 2.5 ตัน บางก้อนหนักถึง 16 ตัน กว้างยาวประมาณ 3 ฟุต หรือ 1 เมตร

สันนิษฐานว่าผู้สร้างปิรามิดนี้ อาศัยดวงดาวเป็นหลัก นอกจากความใหญ่โตอันน่ามหัศจรรย์ของปิรามิดแล้ว การก่อสร้างให้สำเร็จยัง น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าหลายเท่าถ้าทราบว่าหินเหล่านี้ต้องสกัดมาจากภูเขาที่อยูไกล แล้วลากมาสู่ฝั่งแม่น้ำไนล์ ล่องลงมาเป็นระยะทางนับร้อยไมล์ จึงมาถึงจุดใกล้ที่ก่อสร้าง แล้วชักลากผ่านทะเลทรายไปถึงที่ก่อส้างต้องแต่งสลักเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แล้วยก วางซ้อนขึ้นไปจนถึง 432 ฟุต

ใจกลางปิรามิดมีห้องเก็บพระศพของพระเจ้าคีออพส์ข้างในทำจากหินแกรนิต กว้าง 34 ฟุต ยาว 17 ฟุต และสูง 19 ฟุต !บพระศพของพระเจ้าคีออพส์ทำด้วยหินแกรนิตตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของห้องปิรามิดของพระเจ้าคีออพส์ ล้อมรอบด้วยหลุมศพ และปิรามิดเล็ก ๆ อีก 3 แห่ง ซึ่งเป็นของสมาชิกในราชวงศ์และในราชสำนักชั้นสูง

ปิรามิดแห่งที่สองของกีซ่าเป็น ปิรามิดคีเฟรน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมหาปิรามิด เล็กกว่ามหาปิรามิดเล็กน้อย คือสูง 460 ฟุต ช่วงบนของปิรามิดนี้มีลักษณะเด่นเพราะเป็นหินปูนขาว

ปิรามิดคีเฟรน
http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184562650_0.11477800.jpeg

18. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:15:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ปิรามิดไมซีรีนัส เป็นปิรามิดที่เล็กที่สุดในบรรดาทั้งสามแห่ง สูงแค่ 230 ฟุต นอกเหนือจากปิรามิดทั้งสามแล้วยังมี ตัวสฟิงซ์ ซึ่งมีชื่อเสียงมากเช่นกัน โดยแกะสลักหินก้อนใหญ่เป็นรูปสิงโตหมอบอยู่แต่หน้าเป็นมนุษย์ใบหน้านี้เป็นใบหน้าของพระเจ้าคีเฟรน ซึ่งมีคนนับถือเป็นพระเจ้าแห่งพระอาทิตย์ รูปสฟิงซ์นี้สูงถึง 66 ฟุต ยาว 240 ฟุต หมอบเฝ้าปากทางที่พามุ่งตรงไปยังปิรามิดแห่งคีเฟรน

ตัวสฟิงซ์ (แย่จังพิมพ์เป็นสฟริงส์)
http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184562647_0.70161900.jpeg

สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทรายใกล้แม่น้ำไนล์ก็คือ หมู่ปิรามิดแห่งอียิปต์ ปิรามิดสร้างโดยชาวอียิปต์โบราณมาเกือบ 5000 ปีมาแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งก่อ
สร้างที่ เก่าแก่ที่สุดในบรรดา 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณด้วย และที่สำคัญก็คือเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

ปิรามิดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่ากษัตริย์ของพวกเขาจะทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับโลกหน้า พวกเขาได้ฝังทรัพย์สินและสิ่งของส่วนพระองค์ไปพร้อมกัน สิ่งที่นักโบราณคดีค้นพบเป็นจำนวนมากในห้องเก็บสมบัติ ของปิรามิดได้แก่ เพชรพลอย อาหาร เครื่องเรือน เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ล่า!

19. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:17:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดและประทับใจที่สุดคือ ปิรามิดของกษัตริย์คีอ็อปส์ ที่กีซา สร้างเสร็จเมื่อประมาณ 2580 ปีกอนคริสตกาล โดยมีผู้ก่อสร้างหลายพันคนและใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 30 ปี ปิรามิดแห่งกีซานี้สูงประมาณ 137 เมตร(449 ฟุต) ฐานแต่ละด้านยาว 230 เมตร(755 ฟุต) ใช้หินในการก่อสร้างทั้งหมด 2 ล้านก้อน แต่ละก้อนหนักประมาณ 2300 กิโลกรัม ใกล้กับปิรามิดใหญ่นี้มีปิรามิดเล็กๆอีก 3 องค์ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของพระราชินีองค์สำคัญๆของกษัตริย์คีอ็อปส์ ชาวอียิปต์โบราณไม่ได้ใช้เครื่องจักรในการสร้างปิรามิด มีแต่เพียงแรงงานมนุษย์กับเครื่องมือธรรมดาๆในการก่อสร้างเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ผู้ที่สร้างปิรามิดไม่ใช่พวกทาส แต่เป็นช่างฝีมือและชาวนาที่อยู่ว่างในระหว่างที่น้ำจากแม่น้ำไนล์ท่วมพื้นที่ทำการเกษตรของตน แม้ว่าประชาชนนับพันๆคนที่มาช่วยสร้างปิรามิดจะทำงานเพื่อแลกกับอาหารและเสื้อผ้า แต่ทุกคนก็ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างที่ฝังพระศพของกษัตริย์ที่พวกเขานับถือเป็นเทพเจ้า

การสร้างปิรามิดนั้นเริ่มจากการหาสถานที่ที่เหมาะสม และ ใช้ดวงดาวช่วยในการวางราก ฐาน ดังนั้นจึงพบว่าฐานทั้งสี่ด้านของปิรามิดที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะหันไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เมื่อวางรากฐานเรียบร้อยแล้วก็จะเริ่มก่อปิรามิดเป็นชั้นๆสูงขึ้นไป โดยเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางออกไปด้านนอก วัสดุที่ใช้สร้างปิรามิดคือหินที่สกัดมาจากภูเขาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำไนล์ การขนย้ายก็ทำด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีเครื่องทุ่นแรงหรือพาหนะอย่างใดเลย แต่ใช้เชือกและแรงงานคนลากมาจนถึงบริเวณก่อสร้างในสมัยโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน ปิรามิดสร้างด้วยความยากลำบากจากหยาดเหงื่อแรงงานและกำลังใจของประชาชน จึงทำให้ปิรามิดได้รับการจัดลำดับให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

โครงสร้างภายใน
http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184562652_0.38481700.jpeg

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184562654_0.80757100.jpeg

20. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:23:25   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อ้าวนาย kyo4 ไม่มีเรียนเหรอ

ต่ออีกนิด
ความน่าทึ่งของปิรามิด ทำให้คนเป็นจำนวนมากไม่เชื่อว่าสิ่งก่อสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่มีขนาดใหญ่อย่างน่ามหัศจรรย์แห่งนี้ ถูกสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์ เพราะหินแต่ละก้อนมีน้ำหนักมากจนเทคโนโลยีบัจจุบันยังยกไม่ขึ้น แต่หินเหล่านั้นกลับถูกยกขึ้นไปวางทับซ้อนกันอย่างเหมาะเจาะลงตัว อย่าง พิสดาร เกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ยุคนี้จะสามารถหาคำตอบมาตอบได้อย่างกระจ่าง คำตอบต่างๆ ที่นักวิทยาศาตร์พยายามเสนอวิธีการก่อสร้างต่างๆ นั้นเป็นเพียงแค่ ทฤษฎี เท่านั้น ยังไม่มีมนุษย์คนใดในยุคนี้ที่คิดสร้างปิรามิดให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่า มหาปิรามิดที่สร้างด้วยฝีมือคนโบราณ ..... และมันยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องหาข้อสรุปต่อไปว่า "ใครเป็นผู้สร้างปิรามิดกันแน่"

http://www.temppic.com/img.php?16-07-2007:1184562658_0.01317100.jpeg


เครดิต http://www.codetukyang.com/tiplearn/old/pages/piramit.htm

21. kyo4 (0)

Mail to kyo4


    16-07-2007, 12:25:23   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
วันหยุดจ้า วันหยุด ...
22. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 12:37:42   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ข้อมูลจาก http://www1.stkc.go.th/forumMemberList.php?id=19

ผมเเละเพื่อนๆของผมนะครับกำลังสงสัยว่า ปิรามิด เป็นหนึ่งในสิ่ง7สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก ใครเป็นคนสร้างกันเเน่เเละพวกเขาเอาไว้ใช้อะไรกัน

เท่าที่ผมทราบนะครับ ถูกสร้างขึ้นด้วยชาวโบราณเเละเมื่อสร้างเสร็จ คนที่เป็นวิศวกรในการก่อสร้างครั้งนี้ ต้องถวายชีวิตต่อเทพเจ้าหรือการโดนประหารชีวิตเพราะ(ฟาโร)กลัวที่วิศวกรจะไปเปิดเผยความลับหรือที่ซ่อนสมบัติของ(ฟาโร)ครับ

ปิรามิดหรือที่เรียกในภาษาสากลว่า(Pyramid)ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บศพหรือรักษาศพของ(ฟาโร)เเละสมบัติ
แต่ก่อนการเก็บจะมีพิธีการดองศพเเละการควักอวัยวะข้างในก่อนเเล้วจึงมาเก็บดองไว้ในขวดโหลอย่างดีเเละจะหันหน้าศพไปทาง
ทิศตะวันออกเพราะเชื่อกันว่า สักวันหนึ่ง(ฟาโร)จะต้องฟื้นขึ้นมา (หวาดเสียวเหมือนกันนะครับ)

เมื่อข่าวนี้กระจายเเล้วคนยุโรปก็จึงค่อยมาเเสวงหาสมบัติที่อยู่ในตัวปิรามิด จึงเกิดการมีคนขุดสมบัติได้เสียชีวิตลงที่ละคน คนเเถวนั้นเชื่อกันว่า เป็นคำสาปของ(ฟาโร) เเต่มีข่าวลือว่าโดนยุงกัดบาง โดนมีดโกนบาดบ้างเเล้วจึงเสียชีวิตก็เพราะว่าในตัวปิรามิดมีเเบคทีเรียตัวนี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิต


----------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นของตัวเราเอง
จากข้างบนอ่ะนะที่อ่านมายังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ที่รู้ๆ มา ว่าใครที่เข้าไปชมพิรามิด หรือไปเที่ยวก็ตาม เค้ามีกฎว่าห้ามฆ่าแมลงทุกชนิด ถ้าหากเจ้าหน้าที่ประจำที่นั่นพบเห็นผู้ใดฆ่าแมลงในเขต พิรามิด เค้าสามารถ สังหารบุคคลนั้นได้ทันที

และอีกอย่าง แมลงส่วนมากนั้นจะเป็นแมลงกินเนื้อที่มีสีสันของปีกที่สวยงาม แต่อย่าไปจับตัวมันเชียวล่ะ 55+
เราอ่านมาจากหนังสือความรู้รอบโลกอ่ะนะ
::

Modified on: 16-07-2007, 12:39:24

23. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 13:00:13   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
"คัมภีร์มรณะ"

อาณาจักรอียิปต์เมื่อสี่พันปีที่แล้ว
เป็นอาณาจักรที่เปี่ยมไปด้วยความมั่งคั้งและสรรพวิชา
ทั้งในเรื่องดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ เทววิทยา ภาษาศาตร์
เรขาคณิต สถาปัตยกรรม วิศวกรรม โยธาธิการ ประปา
เวชศาสตร์ กายวิภาค .... ความรู้มากมายเกิดขึ้นที่นี่

ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีกำเนิดเกิดจากความเชื่อในเหล่าทวยเทพ
และที่สำคัญที่สุด.... "คัมภีร์มรณะ"

คัมภีร์มรณะ" เชื่อว่าเมื่อเราตายไปดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์
จะได้ไปอยู่รวมกับองค์เทพบิดรโอซิริสและเทพมารดรไอซิส
รวมทั้งเหล่าทวยเทพในโลกแห่งวิญญาณ
เพื่อรอ...รอว่า วันหนึ่งจะได้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
มัมมี่...เลยกลายเป็นการเก็บรักษาศพเพื่อรอวันฟื้นคืนชีพ
มัมมี่มีทั้งของราชวงศ์ ชนชั้นสูง ตลอดจนผู้มีฐานะ และเลยไปถึง!เลี้ยง
มัมมี่จะถูกฟังลงในสุสานพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้
สำหรับคนตายที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
ปิรามิดแห่งซัคคารา ปิรามิดรูปขั้นบันได ปิรามิดแห่งแรกของอียิปต์
ปิรามิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่เก็บมัมมี่พระศพของฟาโรห์
พร้อมทั้งทรัพย์สมบัติที่จะให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาใช้

บางคนบอกว่า...วิศวกรจากกรีกเป็นผู้ออกแบบ
บางคนเชื่อว่า..ปิรามิดที่อียิปต์กับปิรามิดที่เปรู อเมริกาใต้
ล้วนมีต้นกำเนิดจาก มหานครที่จมหาย Atlantis

ถ้าเรายืนบนสันทรายจากเมืองซัคคารา
เราจะมองผ่านความเวิ้งว้างว่างเปล่าของทะเลทรายตรงหน้า
เราจะเห็น หมู่ปิรามิด นับสิบนับร้อย เรียงรายอยู่ทั่วพื้นทะเลทราย
รวมทั้ง มหาปิรามิดแห่งเมืองกีซ่า ทั้งสามองค์

แรงงานทาสจะถูกเกณฑ์มาสร้างปิรามิด
นับตั้งแต่ฟาโรห์เริ่มครองราชย์ไปจนต่อเมื่อฟาโรห์สวรรคต
หินจะถูกคัดสะกัดออกแต่ละก้อนหนักราว 2-3 ตัน
ล่องผ่านลำน้ำชักเข้ามาวางเป็นฐานองค์ปิรามิด
ที่ไหนมีปิรามิด... ที่นั่นต้องมีน้ำ

ทรายจะถูกขนมาถมหินชั้นแรก
เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปวางหินในชั้นที่สอง
ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด
เมื่อเสร็จ..ทรายจะถูกขุดออก
ที่ไหนมีปิรามิด... ที่นั่นต้องมีเนินทราย



เมื่อฟาโรห์สิ้นพระชนม์....
เทพอนูบิส เทพแห่งความตายผู้มีเศียร์เป็นรูปสุนัข
จะเคลื่อนพระศพลงเรือทองล่องผ่านความสมบูรณ์แห่งแม่น้ำไนล์
ความสมบูรณ์ที่เทพีฮาเธอร์ได้โปรดประธานไว้ด้วยเมตตา...จนมาถึงปิรามิด

เหล่านักบวชแห่งมหาวิหารจะเป็นผู้เชิญพระศพเข้าสู่พิธีกรรม
พิธีการทำมัมมี่ ...และ พิธีเปิดคัมภีร์มรณะ

พระศพจะถูกล้างทำความสะอาด
สมองจะถูกควักออกด้วยเหล็กแหลมที่สอดเข้าทางโพรงจมูก
ทำให้ไม่มีแม้แต่รอยแตกของกะโหลก
พระศพจะถูกกรีดออกทางด้านข้าง
ตับ ม้าม กระเพาะ อวัยวะภายใน จะถูกอาบน้ำยาจัดเก็บไว้ใน โตคาโนปิ
ลำไส้ กระเพาะ จะถูกล้างให้สะอาดอัดน้ำยาเข้าทางปากและทวาร
เพื่อให้ทุกเซลล์ของร่างกายอิ่มไปด้วยน้ำยาพิเศษ
น้ำยาอันเป็นความลับแห่งมหาวิหาร

ผ้าลินินเนื้อดี จะถูกฉีกขนาดเท่าฝ่ามือ
ค่อยๆ พันจากปลายอวัยวะเข้าสู่ส่วนกลางของร่างกาย
พิธีกรรมจะดำเนินไปร่วม 70 วัน
คัมภีร์มรณะ จะถูดเปิดออก... เพื่อตัดสินดวงวิญญาณ
ต่อหน้ามหาเทพบิดรโอซิริส เทพมารดาไอซิส
และเหล่าทวยเทพทั้ง 42 พระองค์
ทนายจะต้องแก้ต่างยืนยันความบริสุทธิ์ของดวงวิญญาณ

เทพธ๊อธผู้มีเศียรเป็นไก่ จะเป็นผู้จดบันทึกลงในกระดาษปาปิรัส
เทพีอะมาต เทพีแห่งความเที่ยงธรรมจะเป็นผู้นำหัวใจขึ้นตราชั่ง
เทพอนูปูจะเปิดปากมัมมี่พระศพให้ตอบคำถาม 42 คำถามของเทพทั้ง 42 พระองค์

หัวใจ..จะถูกนำขึ้นชั่งกับ ขนนกแห่งความเที่ยงตรง
หากขนนกแห่งความเที่ยงตรงหนักกว่าหัวใจของฟาโรห์
พระศพจะถูกปิดด้วยหน้ากากทองคำ
ดวงพระวิญญาณจะได้รับการต้อนรับจากเหล่าทวยเทพบนสวรรค์
รอเวลาที่จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

หากหัวใจหนักกว่าขนนก
วิญญาณอันไม่บริสุทธิ์จะถูกปฏิเสธจากมหาวิหาร
วิญญาณจะต้องเร่ร่อนในความมืดอยู่อย่างนั้นชั่วกัปป์กัลล์
ไม่มีโอกาสที่จะได้กลับคืนชีพมาอยู่ร่วมกับผู้อื่นในโลกหน้า

::

Modified on: 16-07-2007, 13:03:55

24. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 13:02:46   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
นักบวชแห่งมหาวิหารจึงเป็นผู้ทรงอำนาจทางศาสนจักร
ทรงอำนาจมากพอที่จะชี้เป็นชี้ตาย ที่จะรับหรือไม่รับพระศพของฟาโรห์เข้าสู่พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

พระศพองค์ฟาโรห์ที่ผ่านพิธีกรรมเท่านั้น
ถึงจะมีสิทธิอัญเชิญเข้าไว้ในสุสาน ที่มีเทวีเซลเค็ตเป็นผู้พิทักษ์พระศพ
ประตูสุสานถูกปิดตายพร้อมกับการผนึก ดวงตาอั๊ตจั๊ต บนบานประตู
สฟิงส์จะทำหน้าที่พิทักษ์รักษาปิรามิดอีกครั้ง

[i]"ผิมันผู้ใดล่วงล้ำทำลายดวงตราแห่งอั๊ตจั๊ต
มันผู้นั้นจะตกอยุ่ในโลกมืดชั่วนิรันดร์กาล
ผิมันผู้ใดแตะต้องพระศพแม้ปลายผ้าห่อพระศพ
มันผู้นั้นจะตกเป็นทาสของเทวีเซลเค็ตในโลกแห่ง!ร้าย"[/i]

คำสาปสรรมากมาย... ถูกจำหลักจารึกอยู่รอบสุสานแห่งองค์ฟาโรห์
แต่คำสาปสรร แม้จะรุนแรงโหดร้ายเท่าใด...
ก็คงไม่อาจสู้ "ความโลภ" ของคนได้อยู่ดี


25. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 13:05:19   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
"คำสาป"

คำสาป..ไม่ว่าจะรุนแรงโหดร้ายแค่ไหน
ก็คงไม่มีอำนาจเกินไปกว่า "ความโลภ" ของคน

คำพูดนี้คงจะจริง เหมือนกันทั่วทั้งโลก
สุสานฟาโรห์ดินแดนแห่งคำสาป
ถูกบุกรุกทำลาย ทรัพย์สมบัติถูกขุดมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์
ไม่เว้นแม้แต่ มัมมี่ พระศพขององค์ฟาโรห์




ทางเดินเข้าไปในสุสานใต้มหาปิรามิดแห่งเมืองกีซ่า
เป็นเพียงช่องเล็กๆ ที่ลาดชันลงสู่เบื้องล่าง
ช่องที่กว้างคูณยาวแค่ไม่เกิน 1 x 1 x 1 เมตร
สูงไม่พอแม้แต่จะก้มตัวต่ำลอดเข้าไป
แต่ตอนนี้ ถูกวางลาดด้วยไม้กระดานตีขั้นบันได
ให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปสู่ห้องที่ครั้งหนึ่ง คือ ห้องเก็บพระศพองค์ฟาโรห์

สภาพที่อึกอัดของทางเดินที่แคบและลาดชันจนเกือบเป็น 45 องศา
กดดันให้นักท่องเที่ยวรู้สึกกลัว รู้สึกเครียด
ทางเดินลึกลงไปอย่างมองหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ
พวกเราได้แต่เดินหรือแทบจะเรียกว่าถัดตัวตามคนหน้าไปเรื่อย
จนในที่สุด ถึงจุดพัก... ห้องกว้างเบื้องล่างเป็นทางแยกไปห้องต่อไป
แต่เราต้องเลือกทางตรง เป็นทางลาดขึ้นไปอีก .... คราวนี้เป็นทางเดินขึ้น
ที่ยังเล็กแคบและสูงชันเหมือนเดิม
เรากำลังเดินเป็นรูปตัว V อยู่ใต้มหาปิรามิด



จนในที่สุดเราก็มาถึง...
ห้องกึ่งกลางใต้มหาปิรามิดแห่งเมืองกิซ่า
ห้องที่ถูกปิดตายด้วยดวงตาอั๊ตจั๊ตอันห้ามมิให้ผู้ใดผ่านเข้ามา
ห้องที่ถูกปกป้องโดยเทวีเซลเค็ตผู้พิทักษ์พระศพ
ห้องที่เคยเป็นที่เก็บพระศพองค์ฟาโรห์
ห้องที่เคยเป็นที่เก็บมหาสมบัติมากมาย

แต่วันนี้...ห้องนั้น...ว่างเปล่า
ข้างในห้องเหมือนถ้ำใหญ่โอ่โถง
ปราศจากสมบัติใดๆ

วันนี้มีเพียง !บศพหินแกะสลักเปิดฝาอยู่หนึ่งใบ
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเรื่องราว
พวกเราต้องเดากันเอง ว่านี่ครั้งหนึ่งคงเป็น!บพระศพชั้นนอกขององค์ฟาโรห์

วันนี้ทั้งสมบัติทั้งพระศพ ถูกขนย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์ที่ไหนสักแห่ง



พิพิธภัณฑ์ไคโร คราคร่ำไปด้วยฝูงชน
จนแถบเป็นการไหลไปดูตามกระแสคลื่นของมหาชน
ผู้คนเบียดเสียดกันจนแน่นแทบจะไม่มีที่ยืน

สมบัติที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไคโร ส่วนมากมาจาก สุสานขององค์ตุตานคาเม็น
ส่วนสุสานของฟาโรห์อื่นๆ ทั้งหมด...จะอยู่ที่ British Museum กรุงลอนดอน

ความอัศจรรย์ของอียิปต์โบราณกว่าสี่พันปีที่ผ่านมา
ไม่ใช่แค่ปิรามิดและมัมมี่
แต่ในสุสาน... ที่แม้แต่ ภาพเขียนปาปิรัสยังมีสีเจิดจ้าไม่จางหาย
น้ำหอมชั้นเลิศ ยังโชยกลิ่นออกจากโถแก้วข้างพระศพอย่างไม่เสื่อมคลาย

แน่นอนที่สุด สิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากเห็นมากที่สุด
คือ... !บพระศพของ ตุตานคาเม็น
!บทองคำซ้อนกัน 7 ชั้น หลั่นกันจนถึงหน้ากากทองคำในชั้นสุดท้าย
เครื่องทรงอาภรณ์ สมบัติที่มีในสุสานนี้แค่ 15,000 ชิ้นเท่านั้น

ตุตานคาเม็น.. ยุวฟาโรห์ที่ไม่มีบทบาทอะไรสำคัญมากมายในประวัติศาสตร์
ยังมีสมบัติมากมายขนาดนี้ แล้วฟาโรห์องค์อื่นๆ ละ
อังกฤษขนย้ายไปจะมากมายขนาดไหน

มัมมี่พระศพของตุตานคาเม็น ตอนนี้อยู่ที่ Luxor
เสียดายมากที่เวลามีไม่พอที่จะไปอาณาจักรอียิปต์บน
ลักซอ ฮาบูซิมเบล หุบผากษัตริย์ หุบผาราชินี

พิพิธภัณฑ์ไคโรเก็บมัมมี่พระศพฟาโรห์ไว้แค่สิบกว่าองค์
เท่าที่รู้จักเห็นจะมี ฟาโรห์รามเสสที่ 2 กับองค์ทุตโมสที่ 2
นอกนั้นอ่านชื่อก็ไม่ค่อยจะรู้จักเท่าไหร่

แต่เห็นแล้วก็น่าสงสาร....
องค์ฟาโรห์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในฐานะที่ใครจะแตะต้องพระวรองค์มิได้
แต่ตอนนี้...กลับกลายเป็นเพียงวัตถุแสดงในพิพิธภัณฑ์
ให้ผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสนเดินมาชี้นิ้วดูอย่างเป็นของแปลกแค่นั้น

พระศพที่อาบน้ำยาผ่านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ด้วยความเชื่อที่จะฟื้นคืนชีพมาอยู่พร้อมกันในโลกหน้า
วันนี้...หมดสิ้นโอกาสที่จะเป็นแบบนั้น

หรือนี่คือการฟื้นคืนชีพตามคัมภีร์มรณะ
หากแต่ไม่ได้ฟื้นคืนมาในรูปของมนุษย์
แต่คืนมา...ในฐานะผู้ให้..
ให้โอกาสชาวอียิปต์ได้หากิน...กับพระศพ อีกครั้ง

เครดิตhttp://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=creative&month=05-2005&group=2
::

Modified on: 16-07-2007, 13:13:43

26. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 13:06:42   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
พอก่อนดีกว่าเหนื่อย ข้อมูลเยอะมาก กินข้าวซะที ~

27. OrangeToob (0)
Mail to OrangeToob


    16-07-2007, 16:51:45   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มืงไม่บอก กุก็รู้
28. KIllerALoNso คุณชายอลองโซ่ (0)
Mail to KIllerALoNso คุณชายอลองโซ่


    16-07-2007, 17:05:16   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สรุปให้

อียิป เป็น ประเทศ ที่มี ฟาโร สฟิง พิรามิด จบ~

29. น้องพลับ
(Non member)
    16-07-2007, 17:37:20   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
อย่าลืมทำการบ้านด้วยนะคุณนู๋ๆ
30. nampuzoldyg (0)
Mail to nampuzoldyg


    16-07-2007, 20:42:22   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

"กระทู้ข้อมูล"

มันไม่น่าจะแกะกะ รกหูรกตาใคร ถ้าไม่สน แล้วคลิกทำไม ถ้ารู้แล้ว ไม่พูด เงียบๆ ไว้ มันจะดีกว่ามั้ย


31. @nei_nei@แม่เหมียว (0)

Mail to @nei_nei@แม่เหมียว


    16-07-2007, 20:50:11   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ขุดเพื่อเอาไว้อ่านต่อ

[1] [2] หน้าถัดไป >
ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: