---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 21:14 ของวันที่ 30/08/2014
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Palm Board (หน้าที่ 1/1)
จัดตั้ง บริษัท จำกัด
0. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    04-02-2007, 12:19:48   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
รูปแบบธุรกิจ
1. บริษัทจำกัด
การประกอบธุรกิจที่มีบุคคล 7 คนขึ้นไปมาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการเรียกว่า "ผู้ถือหุ้น" ผู้ถือหุ้นรับผิดในหนี้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจไม่เกินจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนตกลงจะร่วมลงทุน บริษัทจำกัดจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2. บริษัทมหาชนจำกัด
การประกอบธุรกิจที่มีบุคคล 15 คนขึ้นไปมาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการเรียกว่า "ผู้ถือหุ้น" ผู้ถือหุ้นรับผิดในหนี้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจไม่เกินจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนตกลงจะร่วมลงทุนคล้ายกับบริษัทจำกัด จะต่างกันก็คือบริษัทมหาชนจำกัด สามารถนำหุ้นออกเสนอขายต่อประชาชนโดยทั่วไปได้ และมีกฎข้อบังคับที่จะต้องปฏิบัติเคร่งครัดกว่าบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัดจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
การจดทะเบียน
1. บริษัทจำกัด
.....- ยื่นแบบขอจองชื่อบริษัทเพื่อตรวจสอบไม่ให้ซ้ำกับห้างหุ้นส่วนบริษัทอื่น
.....- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ โดยกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อบริษัท จังหวัดที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ กิจการที่จะทำ
.....ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีพ จำนวนหุ้นที่จะลงทุน (ซึ่งต้องจองซื้อหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น).และลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อตั้งบริษัททุกคน ในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (หนังสือบริคณห์ -.สนธิต้องผนึกอากรแสตมป์ 200 บาท) และให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนหนึ่งคนใดก็ได้ เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนหนังสือ.บริคณห์สนธิด้วยตนเอง หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้ การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ.ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามจำนวนทุน กล่าวคือ ทุนจดทะเบียนแสนละ 50 บาท แต่ไม่ต่ำกว่า 500 บาท และสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
.....- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งจะต้องนัดผู้จองซื้อหุ้นเพื่อประชุมจัดตั้งบริษัท ต่อจากนั้นคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมจัดตั้งบริษัท จะต้องเรียกเก็บเงินค่าหุ้นจากผู้จองซื้อหุ้น (คราวแรกให้เรียกเก็บค่าหุ้นๆ ละไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้า) และกรรมการผู้มีอำนาจ.ลงลายมือชื่อกระทำการแทนบริษัท ต้องจัดทำคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่ วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท การจดทะเบียนบริษัทต้องเสียค่าธรรมเนียมตามจำนวนทุน กล่าวคือทุนจดทะเบียนแสนละ.500 บาท แต่ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท
..........- ปกติการยื่นขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ผู้เริ่มจัดตั้งและกรรมการผู้มี อำนาจกระทำการแทนบริษัทที่ยื่นขอจดทะเบียน จะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท.ในกรณีผู้เริ่มจัดตั้งหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทที่ขอจดทะเบียน ไม่ประสงค์จะไปลงลายมือชื่อต่อหน้านาย.ทะเบียน ก็สามารถลงลายมือชื่อต่อหน้าสามัญหรือวิสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาเพื่อให้รับรองลายมือชื่อของตนเองได้
.....ในอีกทางหนึ่ง


1. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 12:20:34   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
2. บริษัทมหาชนจำกัด การเป็นบริษัทมหาชนจำกัดมีวิธีดำเนินการได้ 3 วิธี คือ
.....2.1 บริษัทมหาชนจำกัดขึ้นใหม่
...........- ยื่นแบบขอจองชื่อบริษัทเพื่อตรวจสอบไม่ให้ชื่อบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ซ้ำกับห้างหุ้นส่วนบริษัท.และบริษัทมหาชนจำกัดอื่น
...........- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ โดยกรอกรายละเอียดชื่อบริษัททั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ (ภาษาไทยต้อง.มีคำว่า "บริษัท" นำหน้าชื่อและต่อท้ายด้วยคำว่า "จำกัด (มหาชน)" ส่วนภาษาต่างประเทศต้องมีคำว่า "Public Company Limited" ต่อท้ายชื่อ) กิจการที่จะทำ ทุนจดทะเบียน มูลค่าหุ้น จำนวนหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์ จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ชื่อ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ ที่อยู่ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัท จำนวนหุ้นที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทแต่ละคนจองไว้ (ผู้เริ่มจัดตั้ง บริษัทมหาชนจะต้องจองซื้อหุ้นที่เป็นตัวเงินรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของทุนจดทะเบียน) และลายมือชื่อของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัททุกคนในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ และให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทคนหนึ่งคนใดก็ได้ เป็นผู้ยื่นขอ จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิด้วยตนเอง หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นจดทะเบียนแทนก็ได้
..............การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิต้องเสียค่าธรรมเนียมตามจำนวนทุน กล่าวคือ ทุนจดทะเบียนทุกหนึ่งล้านบาทเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท เศษของหนึ่งล้านบาทให้คิดเป็นหนึ่งล้านบาท แต่เมื่อรวมกันแล้วจะเสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25,000 บาท
............- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งจะต้องนัด.ผู้จองซื้อหุ้นเพื่อประชุมจัดตั้งบริษัท ต่อจากนั้นคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมจัดตั้งบริษัทจะต้องเรียกเก็บเงินค่าหุ้นจากผู้จองซื้อหุ้น (คราวแรกให้เรียกเก็บค่าหุ้นๆ ละไม่ต่ำกว่าร้อยละยี่สิบห้า) และกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อกระทำการแทนบริษัทต้องจัดทำคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทยื่นจดทะเบียนภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประชุมจัดตั้งบริษัท การจดทะเบียนบริษัทต้องเสียค่าธรรมเนียมตามจำนวนทุน กล่าวคือ ทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท แต่ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท
............- การยื่นขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทและกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจะต้องลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด ในกรณีผู้เริ่ม.จัดตั้งหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทที่ขอจดทะเบียนไม่ประสงค์จะไปลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน.ก็สามารถลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายความ หรือผู้สอบบัญชี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับนายทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อให้รับรองลายมือชื่อของตนเองได้ในอีกทางหนึ่ง
.....2.2 การแปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
.....จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้มีมติพิเศษให้บริษัทจำกัดแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 รวมทั้งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรม.การและผู้สอบบัญชีขึ้นใหม่ (ข้อบังคับของบริษัทมหาชนจำกัด จะต้องกำหนดในเรื่องการออกหุ้นและการโอนหุ้น การประชุมผู้ถือหุ้น จำนวน วิธีการเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดออกตามวาระการประชุม.และอำนาจกรรมการ การบัญชี การเงิน และการสอบบัญชี การออกหุ้นบุริมสิทธิ์ และการแปลงหุ้นบุริมสิทธิ์เป็นหุ้นสามัญ.ข้อบังคับจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับหนังสือบริคณห์สนธิและพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535) หลังจากนั้นให้.กรรมการยื่นจดทะเบียนแปรสภาพภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่มีมติให้แปรสภาพ การจดทะเบียนแปรสภาพจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10,000 บาท
.....2.3 การควบบริษัทจำกัดกับบริษัทมหาชนจำกัด
.....บริษัทจำกัดสามารถควบกับบริษัทมหาชนจำกัดได้ โดยภายหลังควบ บริษัทที่จะตั้งขึ้นใหม่มีสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด การควบบริษัทจำกัดกับบริษัทมหาชนจำกัดนั้น ให้บริษัทจำกัดดำเนินการจัดทำมติพิเศษตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และบริษัทมหาชนจำกัดต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิ์ออกเสียง การจดทะเบียนควบบริษัทจำกัดกับบริษัทมหาชนจำกัด ต้องเสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท

2. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 12:21:44   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ประเภทการจดทะเบียน
1. หนังสือบริคณห์สนธิ
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1)
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว.
.....- เอกสารประกอบ
...........1. แบบจองชื่อนิติบุคคล
...........2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........3. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
2. แก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนการตั้งบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1)
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว.
.....- เอกสารประกอบ
...........1. แบบจองชื่อนิติบุคคล
...........2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........3. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
3. ตั้งบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2 หน้า)
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.
.....- เอกสารประกอบ
...........1. แบบ บอจ.5
...........2. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
...........3. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
...........4. สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
...........5. หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........6. ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........7. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........8. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........9. แบบ สสช.1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........10. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
4. มติพิเศษของบริษัทให้ เพิ่มทุน, ลดทุน, ควบบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.4
.....- เอกสารประกอบรายการ : -
.....- เอกสารประกอบ
...........1. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........2. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........3. หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย
...........หรือนายหน้าประกันภัย)
...........4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
5. ควบบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2 หน้า)
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.และแบบ ว.
.....- เอกสารประกอบ
...........1. แบบ บอจ.5 ขอบริษัทใหม่ที่ควบกัน
...........2. แบบจองชื่อนิติบุคคล
...........3. สำเนาข้อบังคับของบริษัทใหม่ (ถ้ามี)
...........4. ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........5. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........6. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........7. หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย
...........หรือนายหน้าประกันภัย)
...........8. แบบ สสช.1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........9. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

3. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 12:22:41   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
6. การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิภายหลังตั้งบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.4
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.และแบบ ว.
.....- เอกสารประกอบ
...........1. แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัท)
...........2. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........3. สำเนาบัตรทนายความ (ถ้ามี)
...........4. หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย
...........หรือนายหน้าประกันภัย)
...........5. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
7. ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.4
.....- เอกสารประกอบรายการ : -
.....- เอกสารประกอบ
...........1. ข้อบังคับที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
...........2. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........3. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........4. หลักฐานให้ความเห็นชอบแล้วจากกรมการประกันภัย (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย
...........หรือนายหน้าประกันภัย)
...........5. บริษัทใดประสงค์จะจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ เพื่อเปลี่ยนรอบปีบัญชีมาเป็นบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคม จะต้องแนบหนังสือขอเปลี่ยนรอบปีบัญชี ซึ่งระบุงวดปีบัญชีที่จะเริ่มทำการเปลี่ยนใหม่ ต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีพร้อมคำขอจดทะเบียน ในกรณีขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ เพื่อเปลี่ยนรอบบัญชีแตกต่างไปจากวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอจดทะเบียนแนบหนังสืออนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีจากกรมสรรพากร หรือธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณีพร้อมคำขอจดทะเบียน ในกรณีที่บริษัทยังไม่เคยดำเนินการเปิดรอบบัญชีเพื่อจัดทำงบดุล ให้บริษัททำหนังสือยืนยันว่าตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมา ยังไม่เคยดำเนินการปิดบัญชีเพื่อทำงบดุล ประกอบคำขอจดทะเบียนด้วย
...........6. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
8. แก้ไขเพิ่มเติมบริษัท ได้แก่ เพิ่มทุน, ลดทุน, กรรมการ, จำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท, ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา, ตราของบริษัท, รายการอย่างอื่นที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนรับทราบ
.....- คำขอ : แบบ บอจ.1
.....- รายการ : แบบ บอจ.4
.....- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก. (ใช้เฉพาะกรณีมีกรรมการเข้าใหม่)
.....- เอกสารประกอบ
........... 1. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
........... 2. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
........... 3. หลักฐานการอนุญาตให้ เพิ่มทุน ลดทุน แต่งตั้งกรรมการใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมสำนักงานแห่งใหญ่และหรือสำนักงานสาขา จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรรมการประกันภัย แล้วแต่กรณี (ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจ เงินทุน หรือหลักทรัพย์ หรือเครดิตฟองซิเอร์ หรือธนาคารพาณิชย์ หรือ.ประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัย)
........... 4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
9. เลิกบริษัท
.....- คำขอ : แบบ ลช.1
.....- รายการ : แบบ ลช.2
.....- เอกสารประกอบรายการ : -
.....- เอกสารประกอบ
...........1. คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (ถ้ามี)
...........2. สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกและครั้งหลังซึ่งมีมติให้เลิกบริษัท โดยมีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน.บริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิกบริษัทลงชื่อรับรองความถูกต้อง (เฉพาะกรณีผู้ชำระบัญชีมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่งในจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัท ตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิกบริษัท)
...........3. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........4. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........5. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
10. แก้ไขเพิ่มเติมการเลิกและชำระบัญชีของบริษัท
.....- คำขอ : แบบ ลช.1
.....- รายการ : แบบ ลช.2
.....- เอกสารประกอบรายการ : -
.....- เอกสารประกอบ
...........1. คำสั่งศาลใหเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี หรือกำหนดอำนาจผู้ชำระบัญชี (ถ้ามี)
...........2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........3. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
11. เสร็จการชำระบัญชีบริษัท
.....- คำขอ : แบบ ลช.1
.....- รายการ : แบบ ลช.5
.....- เอกสารประกอบรายการ :
...........1. แบบ ลช.3 พร้อมเอกสารประกอบ
...........2. แบบ ลช.6
.....- เอกสารประกอบ
...........1. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
...........2. สำเนาบัตรทนายความ หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
...........3. แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
...........4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

4. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 12:25:32   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. จองชื่อ
2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (ผู้เริ่มก่อการขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น)
3. ส่งหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
4. จัดตั้งบริษัท
5. ขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรบริษัท
6. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม



หลักฐานและรายละเอียดประกอบการจดทะเบียน

1. ชื่อบริษัท
2. เงินทุนจดทะเบียนและผู้ถือหุ้นจะถือหุ้นคนละเท่าไรของเงินทุน
3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานบริษัท 3 ฉบับ
4. วัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการ
5. กรรมการบริษัทจะมีกี่คน ใครบ้าง และมีอำนาจลงนามร่วมกันอย่างไร
6. ตราสำคัญของบริษัท
7. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน (หน้า - หลัง) ของผู้เริ่มก่อการทั้ง 7 คนคนละ 1 ชุด และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง แต่ถ้าเป็นกรรมการผู้มีอำนาจจะต้องใช้ 4 ชุด
8. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องใช้เอกสารทะเบียนบ้าน- บัตรประชาชนฉบับจริงของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมสำเนาที่ตั้งสถานประกอบการต้องมีทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอาคาร รูปถ่ายสถานประกอบการจริงและแผนที่ตั้ง




ค่าธรรมเนียม


เงินทุน 1 ล้าน
ค่าบริคณห์สนธิ 500.- บาท
ตั้งบริษัท 5,000.- บาท
ค่าคัดสำเนา – รับรอง 500.- บาท
ค่าอากร 500.- บาท
ค่าทนายความ 1,500.- บาท
ค่าบริการตั้งบริษัท 2,000.- บาท
ค่าจด VAT 2,000.- บาท
รวม 12,000.- บาท

5. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 12:27:49   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
จดทะเบียนจัดตั้ง จะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
(1) ต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิขึ้น แล้วไปจดทะเบียน
(2) เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่จะตั้งขึ้นนั้นมีผู้เข้าชื่อจองซื้อหุ้นจนครบ
(3) ดำเนินการประชุมตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม
(4) เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
(5) กรรมการบริษัทเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (ทุนของบริษัทจะแบ่งเป็นกี่หุ้นก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท)
(6) เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน ภายหลังจากการประชุมตั้งบริษัท

1. ยื่นขอตรวจและจองชื่อนิติบุคคล
คำแนะนำในการจองชื่อนิติบุคคล
- การขอจองชื่อนิติบุคคลจะต้องเป็นภาษาไทยและให้ระบุภาษาต่างประเทศเป็นอักษรโรมันด้วยทุกครั้ง
- แบบขอจองชื่อนิติบุคคลที่นายทะเบียนอนุญาตให้จองชื่อได้แล้ว ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาต

2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

คำขอ : แบบ บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ.2 (ใช้ทั้งสองหน้า)
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว.
เอกสารประกอบ
แบบจองชื่อนิติบุคคล
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี
3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

คำขอ : แบบ บอจ.1 , หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ. 1)
รายการ : แบบ บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2หน้า)
เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.
เอกสารประกอบ
แบบ บอจ.5
สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
หลักฐานการชำระค่าหุ้นของบริษัทอย่างใด อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เอกสารที่ทางธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของบริษัท หรือ
(2) ใบสำคัญแสดงการชำระค่าหุ้นของบริษัท หรือ
(3) หนังสือยืนยันการชำระค่าหุ้นและการเก็บรักษาค่าหุ้นของบริษัท
หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
แบบ สสช. 1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

6. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 13:07:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หมวด 4
บริษัทจำกัด

ส่วนที่ 1
สภาพและการตั้งบริษัทจำกัด

มาตรา 1096 อันว่าบริษัทจำกัดนั้น คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
มาตรา 1096 ทวิ (ยกเลิกทั้งมาตรา)
หมายเหตุ
มาตรา 1096 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2535 และมาตรา 1096 ทวิ ยกเลิกโดยบทบัญญัติเดียวกัน

มาตรา 1097 บุคคลใด ๆ ตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไปจะเริ่มก่อการและตั้งเป็นบริษัทจำกัดก็ได้ด้วยเข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิ และกระทำการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1098 หนังสือบริคณห์สนธินั้น ต้องมีรายการดั่งต่อไปนี้ คือ
(1) ชื่อบริษัทอันคิดจะตั้งขึ้น ซึ่งต้องมีคำว่า "จำกัด" ไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป
(2) ที่สำนักงานของบริษัทซึ่งบอกทะเบียนนั้นจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดในพระราชอาณาเขต
(3) วัตถุที่ประสงค์ทั้งหลายของบริษัท
(4) ถ้อยคำสำแดงว่า ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจะมีจำกัด
(5) จำนวนทุนเรือนหุ้นซึ่งบริษัทคิดกำหนดจะจดทะเบียนแบ่งออกเป็น หุ้นมีมูลค่ากำหนดหุ้นละเท่าไร
(6) ชื่อ สำนัก อาชีวะ และลายมือชื่อของบรรดาผู้เริ่มก่อการทั้งจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนต่างเข้าชื่อซื้อไว้คนละเท่าใด

มาตรา 1099 หนังสือบริคณห์สนธินั้น ท่านให้ทำเป็นต้นฉบับไว้ไม่น้อยกว่าสองฉบับ และให้ลงลายมือชื่อของบรรดาผู้เริ่มก่อการ และลายมือชื่อทั้งปวงนั้นให้มีพยานลงชื่อรับรองด้วยสองคน
หนังสือบริคณห์สนธิซึ่งได้ทำนั้น ท่านบังคับให้นำฉบับหนึ่งไปจดทะเบียนและมอบไว้ ณ หอทะเบียนในส่วนพระราชอาณาเขตซึ่งบ่งไว้ว่าจะบอกทะเบียนตั้งสำนักงานของบริษัทนั้น

มาตรา 1100 ผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องลงชื่อซื้อหุ้น ๆ หนึ่งเป็นอย่างน้อย

มาตรา 1101 บุคคลซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำกัดจะรับผิดโดยไม่จำกัดก็ได้ ถ้ากรณีเป็นเช่นนั้นไซร้ ท่านว่าต้องจดแถลงความรับผิดเช่นนั้นลงไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิด้วย
อันความรับผิดโดยไม่จำกัดของผู้เป็นกรรมการนั้น ย่อมถึงที่สุดเมื่อล่วงเวลาสองปีนับแต่วันที่ตัวเขาออกจากตำแหน่งกรรมการ

มาตรา 1102 ห้ามมิให้ชี้ชวนประชาชนให้ซื้อหุ้น

มาตรา 1103 (ยกเลิกทั้งมาตรา)
หมายเหตุ
ถูกยกเลิกโดยมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2521

มาตรา 1104 จำนวนหุ้นทั้งหมดซึ่งบริษัทคิดจะจดทะเบียนนั้นต้องมีผู้เข้าชื่อหรือออกให้กันเสร็จก่อนการจดทะเบียนของบริษัท

มาตรา 1105 อันหุ้นนั้น ท่านห้ามมิให้ออกโดยราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้
การออกหุ้นโดยราคาสูงกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้นั้น หากว่าหนังสือบริคณห์สนธิให้อำนาจไว้ ก็ให้ออกได้ และในกรณีเช่นนั้น ต้องส่งใช้จำนวนที่ล้ำมูลค่าพร้อมกันไปกับการส่งใช้เงินคราวแรก
อนึ่งเงินส่งใช้ค่าหุ้นคราวแรกนั้น ต้องมิให้น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าแห่งมูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้

มาตรา 1106 การที่เข้าชื่อซื้อหุ้นนั้นย่อมผูกพันผู้เข้าชื่อโดยเงื่อนไขว่า ถ้าบริษัทตั้งขึ้นแล้วจะใช้จำนวนเงินค่าหุ้น นั้น ๆ ให้แก่บริษัทตามหนังสือชี้ชวนและข้อบังคับของบริษัท


7. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 13:08:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาตรา 1107 เมื่อหุ้นชนิดซึ่งจะต้องลงเงินนั้นได้มีผู้เข้าชื่อซื้อหมดแล้วผู้เริ่มก่อการต้องนัดบรรดาผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่โดยไม่ชักช้า ประชุมอันนี้ให้เรียกว่าประชุมตั้งบริษัท
อนึ่งให้ผู้เริ่มก่อการส่งรายงานการตั้งบริษัทมีคำรับรองของตนว่าถูกต้อง และมีข้อความที่เกี่ยวแก่กิจการอันจะพึงกระทำในที่ประชุมตั้งบริษัททุก ๆ ข้อตามความในมาตราต่อไปนี้ ไปยังผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนอย่างน้อยเจ็ดวันก่อนวันนัดประชุม
เมื่อได้ส่งรายงานตั้งบริษัทแก่ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดส่งสำเนารายงานอันมีคำรับรองว่าถูกต้องตามที่บังคับไว้ในมาตรานี้ไปยังนายทะเบียนบริษัทโดยพลัน
อนึ่งให้ผู้เริ่มก่อการจัดให้มีบัญชีแถลงรายชื่อ ฐานะ และสำนักของผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นกับจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนได้ลงชื่อซื้อไว้เพื่อเสนอต่อที่ประชุมนั้นด้วย
บทบัญญัติทั้งหลายแห่งมาตรา 1176,1187,1188,1189,1191,1192 และ 1195 นั้น ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่การประชุมตั้งบริษัทด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 1108 กิจการอันจะพึงทำในที่ประชุมตั้งบริษัทนั้น คือ
(1) ทำความตกลงตั้งข้อบังคับต่าง ๆ ของบริษัท
(2) ให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้ และค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งเขาต้องออกไปในการเริ่มก่อบริษัท
(3) วางกำหนดจำนวนเงินซึ่งจะให้แก่ผู้เริ่มก่อการ ถ้าหากมีเจตนาว่าจะให้
(4) วางกำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ ทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิแห่งหุ้นนั้น ๆ ว่าเป็นสถานใดเพียงใด ถ้าหากจะมีหุ้นเช่นนั้นในบริษัท
(5) วางกำหนดจำนวนหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนแล้ว เพราะใช้ให้ด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน และกำหนดว่าเพียงใดซึ่งจะถือว่าเอาเป็นว่าได้ใช้เงินแล้ว ถ้าหากจะมีหุ้นเช่นนั้นในบริษัท
ให้แถลงในที่ประชุมโดยเฉพาะว่า ซึ่งจะออกหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เงินแล้วเช่นนั้น เพื่อแทนคุณแรงงานหรือตอบแทนทรัพย์สินอย่างใด ให้พรรณนาจงชัดเจนทุกประการ
(6) เลือกตั้งกรรมการและพนักงานสอบบัญชีอันเป็นชุดแรกของบริษัทและวางกำหนดอำนาจของคนเหล่านี้ด้วย

มาตรา 1109 ผู้เริ่มก่อการหรือผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นจะออกเสียงลงคะแนนไม่ได้ ถ้าตนมีส่วนได้เสียโดยพิเศษในปัญหาที่ยกขึ้นวินิจฉัยนั้น
อนึ่งมติของที่ประชุมตั้งบริษัทย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ที่ประชุมจะได้ลงมติโดยเสียงข้างมาก อันมีคะแนนของผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทั้งหมดซึ่งมีสิทธิลงคะแนนได้ และคิดตามจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นนั้น ๆ ทั้งหมดด้วยกัน

มาตรา 1110 เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัทแล้ว ให้ผู้เริ่มก่อการบริษัทมอบการทั้งปวงให้แก่กรรมการของบริษัท
เมื่อกรรมการได้รับการแล้ว ก็ให้ลงมือจัดการเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทั้งหลายใช้เงินในหุ้นซึ่งจะต้องใช้เป็นตัวเงิน เรียกหุ้นหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า ตามที่ได้กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนบอกกล่าวป่าวร้องหรือหนังสือชวนให้ซื้อหุ้น


8. demoncandyman (0)
Mail to demoncandyman


    04-02-2007, 13:09:33   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
มาตรา 1111 เมื่อจำนวนเงินซึ่งว่าไว้ในมาตรา 1110 ได้ใช้เสร็จแล้ว กรรมการต้องไปขอจดทะเบียนบริษัทนั้น
คำขอและข้อความที่ลงในทะเบียนนั้น ให้ระบุรายการตามที่ได้ตกลงกันในที่ประชุมตั้งบริษัท ดังต่อไปนี้ คือ
(1) จำนวนหุ้นทั้งสิ้นซึ่งได้มีผู้เข้าชื่อซื้อ หรือได้จัดออกให้แล้วแยกให้ปรากฏว่าเป็นชนิดหุ้นสามัญเท่าใด หุ้นบุริมสิทธิเท่าใด
(2) จำนวนหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เต็มค่าแล้วหรือได้ใช้แต่บางส่วนแล้ว นอกจากที่ใช้เป็นตัวเงิน และหุ้นที่ได้ใช้แต่บางส่วนนั้น ให้บอกว่าได้ใช้แล้วเพียงใด
(3) จำนวนเงินที่ได้ใช้แล้วหุ้นละเท่าใด
(4) จำนวนเงินที่ได้รับไว้เป็นค่าหุ้นรวมทั้งสิ้นเท่าใด
(5) ชื่อ อาชีวะ และที่สำนักของกรรมการทุกคน
(6) ถ้าให้กรรมการต่างมีอำนาจจัดการของบริษัทได้โดยลำพังตัวให้แสดงอำนาจของกรรมการนั้น ๆ ว่าคนใดมีเพียงใด และบอกจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งจะลงชื่อเป็นสำคัญผูกพันบริษัทได้นั้นด้วย
(7) ถ้าตั้งบริษัทขึ้นชั่วกาลกำหนดอันหนึ่ง ให้บอกกาลกำหนดอันนั้นด้วย
(8) ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสาขาทั้งปวง
การลงทะเบียนจะมีรายการอย่างอื่นซึ่งกรรมการเห็นสมควรจะให้ทราบแก่ประชาชนก็ลงได้
ในการขอจดทะเบียนนั้น ถ้าได้ทำข้อบังคับของบริษัทไว้ประการใดบ้างต้องส่งสำเนาข้อบังคับนั้น ๆ ไปด้วย กับทั้งสำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัทหนังสือทั้งสองนี้กรรมการต้องลงลายมือชื่อรับรองคนหนึ่งเป็นอย่างน้อย
ในเวลาเดียวกันนั้น กรรมการต้องนำฉบับตีพิมพ์แห่งหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ ถ้าหากมี มอบไว้แก่หอทะเบียนอย่างละสิบฉบับ
ให้พนักงานทะเบียนทำใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนส่งมอบให้แก่บริษัทฉบับหนึ่ง

มาตรา 1112 ถ้าการจดทะเบียนมิได้ทำภายในสามเดือนนับแต่ประชุมตั้งบริษัทไซร้ ท่านว่าบริษัทนั้นเป็นอันไม่ได้ตั้งขึ้น และบรรดาเงินที่ได้รับไว้จากผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นนั้นต้องใช้คืนเต็มจำนวนมิให้ลดเลย
ถ้ามีจำนวนเงินเช่นว่านั้นค้างอยู่มิได้คืนในสามเดือนภายหลังการประชุมตั้งบริษัทไซร้ ท่านว่ากรรมการของบริษัทต้องรับผิดร่วมกันที่จะใช้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยคิดตั้งแต่เวลาสิ้นกำหนดสามเดือนนั้น
แต่ถ้ากรรมการคนใดพิสูจน์ได้ว่า การที่เงินขาดหรือที่ใช้คืนช้าไปมิได้เป็นเพราะความผิดของตนไซร้ กรรมการคนนั้นก็ไม่ต้องรับผิดในการใช้ต้นเงินหรือดอกเบี้ย

มาตรา 1113 ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้และการจ่ายเงินซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ และแม้จะได้มีอนุมัติก็ยังคงต้องรับผิดอยู่เช่นนั้นไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท

มาตรา 1114 เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนแล้ว ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นจะร้องฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการที่ตนได้เข้าชื่อซื้อ โดยยกเหตุว่าสำคัญผิดหรือต้องข่มขู่ หรือถูกลวงล่อฉ้อฉลนั้น ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่

มาตรา 1115 ถ้าหากว่าชื่อบริษัทซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิพ้องกับชื่อบริษัทอื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้วก็ดี หรือพ้องกับชื่อซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับอื่นอันได้จดทะเบียนแล้วก็ดี หรือคล้ายคลึงกับชื่อเช่นกล่าวนั้นจนน่าจะลวงให้มหาชนหลงไปได้ก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้ที่มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะฟ้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เริ่มก่อการบริษัทก็ได้ และจะร้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้เปลี่ยนชื่อนั้นเสียใหม่ก็ได้
เมื่อศาลมีคำสั่งเช่นนั้นแล้ว ก็ต้องบอกชื่อซึ่งเปลี่ยนใหม่นั้นจดลงทะเบียนแทนชื่อเก่า และต้องแก้ใบสำคัญการจดทะเบียนด้วยตามกันไป

มาตรา 1116 บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งปรารถนาจะได้สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับบรรดามีในบริษัทหนึ่งบริษัทใดก็ชอบที่จะเรียกได้จากบริษัทนั้น ในการนี้บริษัทจะเรียกเอาเงินไม่เกินฉบับละบาทหนึ่งก็ได้

ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: