---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ----
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบ
ขณะนี้เป็นเวลา 15:28 ของวันที่ 22/01/2018
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ]
*** 1 ก.พ 56 - มือถือ Truemove-H หรือ TOT (imobile3gx, iec3g) สามารถยืนยันตัวได้แล้ว โดยโทรไปหมายเลข *499297 แทน (ค่าบริการนาทีละ 9.63 บาท) ***
พบเห็น รูปไม่เหมาะสม, สิ่งผิดกฏหมาย ติดต่อผู้ดูแลเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Palm Board (หน้าที่ 1/1)
[Loser Voice] กยศ และเรียกร้องคือขี้เกียจ
0. TonyMao_NK51 (0)

Mail to TonyMao_NK51


บริจาคเงินช่วยน้ำท่วม
ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6
ประเภท : กระแสรายวัน
ธนาคาร : ไทยพาณิชย์
    22-11-2015, 13:52:33   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]

[Loser Voice] “ดราม่า กยศ.” และ “เรียกร้องคือขี้เกียจ” : ถามชาวเน็ตไทย..จะต้องเก่งและดีแค่ไหนจึงจะพอใจกัน?
.
.
By : TonyMao_NK51
E-Mail : tonymao_nk51  hotmail.com , tonymao.nk  gmail.com
Facebook Page : TonyMao_NK51
.
หลายปีมานี้..ผมมักจะบอกกับหลายๆ คนเสมอว่า “เรื่องลบๆ ชีวิตบัดซบของตัวเอง เก็บไว้เงียบๆ เถอะ อย่าเอามาโพสต์ลงอินเตอร์เน็ตเลย จะโดนด่าเปล่าๆ” เพราะส่วนมากมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ล่าสุดที่กำลังเป็นดราม่าอยู่ตอนนี้ กรณี นศ.สาวรายหนึ่งที่ต้องไปขายตัวหาเงินมาใช้จ่าย หลังเงิน กยศ. ที่ควรจะได้รับกลับไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องราวก็เล่าอยู่ชัดๆ ว่าก่อนหน้านี้ดำรงชีวิตด้วยเงินค่าครองชีพ บวกกับทำงานพิเศษเล็กๆ น้อยๆ มันก็ยังพออยู่ได้ กระทั่งระบบใหม่ที่ค่าครองชีพจ่ายแบบล่าช้านั่นแหละ เลยเป็นที่มาของดราม่าดังกล่าว
.
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกครับ จะว่าไปแทบทุกครั้งเสียด้วยซ้ำเวลามีดราม่าประเภท “เพื่อให้มีชีวิตรอด ฉันจำเป็นต้องทำในสิ่งที่หมิ่นเหม่กฎหมายและศีลธรรม” กระแสของชาวเน็ตส่วนใหญ่เป็นไปในทาง “ก้อนหิน” มากกว่า “ดอกไม้” ก่นด่าและประณาม ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพยายามอธิบายยังไงก็มักไม่มีใครฟัง มีแต่จะบอกว่าไม่ปรับตัวบ้าง ขี้เกียจบ้าง โง่บ้าง ไม่วางแผนให้รอบคอบรัดกุมบ้าง ฯลฯ บลาๆๆ แล้วแต่จะว่ากันไป
.
อย่างเรื่องที่ยกตัวอย่างมานี้ ผมเห็นหลายคนบอกว่าให้ Drop แล้วไปหางานทำบ้าง ให้ไปเรียน ม.เปิดบ้าง ห้องเช่า 4 พันแพงไปบ้าง เลยอยากจะเล่าสิ่งที่พบมากับตัวให้ฟังหน่อย ในฐานะอดีตคนทำงานไปเรียนไป เชื่อไหมครับว่า “ในเมืองไทยถ้าคุณมีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ชีวิตคุณก็ไม่ต่างอะไรจากทาส” ย้อนไปเมื่อปี 2547 ผมจบ ม.6 แล้วเลือกไปรามคำแหงทันที ( แน่นอนผมถูกบ่นจากคนรอบตัว มีแต่คนว่าผมบ้าเพราะไม่ยอมเอ็นทรานซ์ ) พร้อมกับทำงานไปด้วย ผมใช้ชีวิตตั้งแต่กลางปี 2547 ถึงต้นปี 2553 อยู่ในสังคมโรงงาน รับค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรก วันละ 181 บาท จนวันสุดท้ายก่อนลาออกเพราะเรียนจบได้วันละ 215 บาท
.
บอกเลยว่า “ไม่พอกิน”!!!
.
ผมอาจจะโชคดีหน่อยเพราะผมอยู่บ้านตัวเอง ไม่ต้องเช่าห้อง อีกทั้งค่าเทอมท่านพ่อผมเป็นคนออกให้ ข้าวเช้า-เย็นก็กินกับที่บ้าน ( ซึ่งจริงๆ ที่บ้านไม่อยากให้ผมทำงาน อยากให้เรียนอย่างเดียว สาเหตุที่ผมอยากทำงาน เพราะผมใช้เงินเปลืองครับ ชอบดูหนัง ชอบกินข้าวในห้างและร้านสะดวกซื้อ เลยไม่อยากรบกวนทางบ้าน ) เลยไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากนัก แต่เมื่อมองไปรอบๆ เห็นชีวิตเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่มาจากต่างจังหวัด บอกเลยว่า “หดหู่” เพราะในขณะที่ผมเข้างานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น มีเวลาเหลือเฟือสำหรับอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ( หรือแม้แต่มาเกรียนบนโลกออนไลน์ ) คนอื่นๆ กลับต้องทำงานล่วงเวลา ( โอที ) บ้าง หรือไปรับงานพิเศษรายเหมามาทำบ้าง เฉลี่ยแล้วคนเหล่านี้กลับบ้านเร็วที่สุดหลังสองทุ่ม และช้าที่สุดหลังเที่ยงคืน
.
มีหนหนึ่ง..ด้วยความที่ที่ทำงานผมตอนนั้นมันใกล้บ้านมาก ผมสามารถเดินไปเดินกลับได้ เลยออกจากบ้านแต่เช้ามืดไปออกกำลังกายในที่ทำงานผมประจำ พอพระอาทิตย์เริ่มส่องค่อยไปอาบน้ำ ( ที่ทำงานนี้เขาให้อาบน้ำได้ครับ ) ผมมักนึกเสมอว่าผมจะต้องมาคนแรก จะต้องไม่มีใครอื่นมาก่อนผม ยกเว้นคนเข้ากะกลางคืนที่จะเลิกงานเวลาแปดโมงเช้าเท่านั้น อย่าลืมว่าขณะนั้นเป็นเวลาราวตีห้า ฟ้ายังมืด รถราบนถนนหน้าโรงงานก็ยังไม่ค่อยจะมีแล่นผ่านด้วยซ้ำ ทว่าผิดคาดครับ..พื้นที่ใกล้ๆ กับแผนกผม มีพนักงานมาทำงานประเภทรายเหมา ทำมากได้มากทำน้อยได้น้อยกันแล้ว
.
เท่าที่เคยสอบถาม..บางวันพวกเขามากันตั้งแต่ “ตีสี่” และเลิกงานตอน “เกือบเที่ยงคืน”!!!
.
ถามว่ารายได้เป็นอย่างไร? เท่าที่ฟังๆ ดู ว่ากันว่าทุกๆ ครึ่งเดือน ( ที่นี่เงินออก 2 รอบครับ กลางเดือนกับสิ้นเดือน ) พวกเขาจะได้เงินเฉลี่ยแล้วประมาณเกือบๆ เจ็ดพันบาท ( หรือบางครั้งก็มากกว่านี้ ) รวมๆ เดือนหนึ่งก็ได้ประมาณหนึ่งหมื่นสี่พันบาท ส่วนจะคุ้มหรือไม่? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองจริงๆ ถ้าถามตัวผม ผมคงบอกว่าไม่คุ้ม เพราะคุณมีเวลานอนแค่ 4-6 ชั่วโมงเท่านั้น และเวลาในการเอาไปพัฒนาตนเองนั้น ต้องบอกว่า “ลืมมันไปได้เลย” แต่ในมุมของพวกเขาเหล่านั้น คนจากต่างจังหวัดต้องเช่าห้องอยู่ และ/หรือต้องส่งเงินให้ทางบ้าน พวกเขาคงบอกว่าคุ้ม เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น ไม่ได้จบ ป.ตรี แถมบางคนอายุก็มากแล้ว เป้าหมายของคนกลุ่มนี้น้อยคนที่จะพูดเรื่องเรียนต่อ ส่วนมากคือหวังจะหาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์มาขับวิน ซื้อรถเก๋งมาขับแท็กซี่ ไม่ก็ลงทุนเปิดร้านอาหารตามสั่ง แผงหมูปิ้ง ฯลฯ
.
นี่คือชีวิตจริงของคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี..ถามว่าเขา “ขี้เกียจเรียน” อย่างที่หลายคนว่าหรือเปล่า?

( มีต่อ )

1. TonyMao_NK51 (0)

Mail to TonyMao_NK51


    22-11-2015, 13:53:35   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
( ต่อ )

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนว่ามนุษย์แรงงานเหล่านี้อยู่ได้ด้วยโอที ไม่มีโอทีคือตาย คือปรากฎการณ์ค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ผมยกเรื่องนี้ไม่ได้อยากจะทำให้เป็นประเด็นการเมืองนะครับ แน่นอนผมเข้าใจว่ารัฐบาลนั้นคงอยากให้ชีวิตแรงงานระดับล่างดีขึ้น แต่กลายเป็นว่า พอปรับค่าแรงเป็น 300 ต่อวันปุ๊บ โอทีเอย สวัสดิการเอยที่มีหายไปบ้าง ลดลงบ้าง อย่างโรงงานอีกแห่ง คนทำงานที่นั่นเคยเล่าให้ผมฟังว่า ยุคก่อนค่าแรง 300 ที่นี่เป็นทีที่หลายคนอยากไปทำงานกันมาก เพราะมีโอทีตลอด แถมเถ้าแก่กล้าจ่าย เช่น ถ้าทำถึงสองทุ่ม จ่ายคูณ 1.5 ต่อชั่วโมง ถ้าทำต่อหลังสองทุ่มไปแล้ว ชั่วโมงนับตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไปจ่ายคูณ 2 ต่อชั่วโมง และถ้าทำหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ชั่วโมงนับแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป จ่ายคูณ 2.5 ต่อชั่วโมง คนโรงงานนี้ปกติกลับบ้านเฉลี่ยสี่ทุ่มบ้างเที่ยงคืนบ้าง แต่ถ้าเป็นคืนวันเสาร์พวกเขาจะอยู่ถึงเช้าวันอาทิตย์ครับ ทำโอทีทั้งคืนนั่นแหละ เลิกกันประมาณตีห้าได้ ทว่าหลังค่าแรงเป็น 300 ระบบโอทีแบบนี้ก็หายไป กลายเป็นห้ามทำโอทีเกิน 2 ทุ่ม และต้องสลับกันทำ ซึ่งผมลองถามคนโรงงานอื่นๆ ก็พบว่ามีการปรับเปลี่ยนที่คล้ายๆ กัน คือโอทีลดลง นั่นคือรายรับของคนงานก็ลดลงด้วย เมื่อรวมกับราคาข้าวของที่แพงขึ้น เลยกลายเป็นว่าค่าครองชีพสูงขึ้นตามค่าแรงที่ก้าวกระโดดไปโดยปริยาย
.
ผมบอกเลยว่าถ้าผมไม่ได้โชคดีตามที่กล่าวข้างต้น ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเรียนจบปริญญาตรีไหม? เพราะต้องใช้ชีวิตเกือบ 3 ใน 4 ของวัน หมดไปกับการทำงานเพื่อให้มีเงินใช้เดือนชนเดือน และคำว่าเดือนชนเดือน ไม่ค่อยมีเงินออมมากมาย ( เรื่องลงทุนไม่ต้องพูดถึง เอาแค่มีเงินออมสม่ำเสมอก่อน ) นี่แหละครับ เป็นคำที่เราพบได้ทั่วไปในสังคมไทย แม้กระทั่งคนที่เลื่อนชนชั้นขึ้นมาเป็นมนุษย์ออฟฟิศแล้วก็ตาม ซึ่งถ้าให้แจกแจงสาธยายสาเหตุมันเยอะมาก เนื้อที่วันนี้คงไม่พอแน่ๆ ไว้ค่อยว่ากันในโอกาสต่อไป แต่ไม่ใช่เพราะโง่และ/หรือขี้เกียจทุกกรณีแน่นอน
.
ประการต่อมา บางคนบอกว่าห้องพักเดือนละ 4 พันฟุ่มเฟือยเกินไป เรื่องนี้เอาจริงๆ ห้องพักที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย สะอาด บรรยากาศพอใช้ “ไม่มีที่ไหนราคาต่ำกว่าสามพันบาทต่อเดือน” สำหรับใน กทม. ห้องพักเกรดนี้มักมีกล้องวงจรปิด มีคีย์การ์ดเข้าออกประตูหน้า หรือมี รปภ. คอยซักคอยถามคนนอกที่จะเข้าไป สภาพห้องค่อนข้างสะอาดไม่มีกลิ่นอับ บรรยากาศดีเพราะอยู่ริมถนนหลัก การเดินทางเป็นไปได้สะดวก ขณะที่ห้องพักที่ราคาต่ำกว่านี้ ถึงความปลอดภัยในอาคารยังมีครบตามที่กล่าวมาข้างต้น แต่ความปลอดภัยในการเดินทางอาจจะไม่มี เพราะอยู่ในซอยลึก บางแห่งไฟถนนก็แทบไม่มี ทางเปลี่ยวมาก หรือบางแห่งอาจจะอยู่ริมถนนหลัก เดินทางสะดวก แต่ระบบความปลอดภัยในอาคารก็น่าห่วง เพราะคนนอกเดินเข้าเดินออกได้เสรี ไม่มี รปภ. หรือแม้แต่กล้องวงจรปิด หรือแม้แต่เหล็กดัดระเบียงห้องที่อยู่ชั้นล่างก็ยังไม่มี
.
พูดถึงห้องพักเกรดต่างๆ ผมอดที่จะเล่าถึงประสบการณ์สำรวจห้องพักของคนชั้นล่างไม่ได้ นิยามของห้องพักประเภทนี้คือค่าเช่าเดือนละพันกว่าบาท สิ่งที่พบคือสภาพห้องค่อนข้างอับ ระบบความปลอดภัยใดๆ ไม่มี ยังไม่นับชนิดของประชากรที่อยู่อาศัยในห้องเช่าเหล่านี้ ที่จำนวนมากชอบก๊งเหล้าพูดคุยเสียงดัง วันดีคืนดีเมาแล้วก็ชกต่อยกัน คนมีรถ ( เช่นแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์ที่ไปแต่งเครื่องเสียงมา ) ก็เอามาเปิดเพลงเสียงดังยันดึกๆ ดื่นๆ ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล บางทีผัวเมียทะเลาะกันก็ลงไม้ลงมือให้เห็นแบบไม่แคร์สายตาคนอื่นๆ ฯลฯ ถามว่ามันน่าอยู่ไหม? ผมเชื่อว่าทุกคนตอบได้
.
อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้..อย่าเพิ่งคิดเรื่องพัฒนาตนเองเลย เอาแค่ให้รอดไปวันๆ ก่อนก็พอ ขนาดผู้ชายอยู่ยังเหนื่อย ผู้หญิงอยู่ยิ่งอันตรายกว่าผู้ชายหลายเท่า!!!

( มีต่อ )

2. TonyMao_NK51 (0)

Mail to TonyMao_NK51


    22-11-2015, 13:54:51   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
( ต่อ )

นี่แหละครับชีวิตจริงถ้าคุณอยู่เมืองไทยแล้วไม่มีใบปริญญา..ผมจำได้ว่าวันที่ผมได้รับทรานสคริป ตามด้วยวันรับปริญญา ผมกลับไปเขียนใบลาออกด้วยความรู้สึกมันเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการผมไว้มันได้ถูกปลดแล้ว นั่นคือวันที่ผม “เป็นไท” ไม่ต้องอยู่ในสภาพอึดอัดเช่นนั้นอีกต่อไป หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นมนุษย์ออฟฟิศในสังคมที่คนส่วนใหญ่จบปริญญาตรี มีรายได้ดีขึ้นมาระดับหนึ่งโดยไม่ต้องทำโอทีหามรุ่งหามค่ำ และเวลาไปเยี่ยมคนรู้จักที่เป็นมนุษย์ออฟฟิศก็ดี นักศึกษาก็ดีที่อยู่ห้องพักระดับสามพันบาทต่อเดือนขึ้น ผมค่อนข้าง “สบายใจ” อย่างน้อยๆ ถึงบางห้องจะกินเหล้าเมา พูดจาเสียงดังกันมันก็อยู่กันในห้อง ไม่ออกมาเกะกะระรานข้างนอก แถมมีกล้องวงจรปิดตามทางเดินทุกชั้น บรรยากาศรอบๆ ถนนทางเข้ามาก็มีไฟส่องสว่าง อยู่ในพื้นที่ใกล้ชุมชน ก็ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย โดยส่วนตัวแล้วผมไม่จำเป็นต้องห่วงคนในห้องพักเหล่านี้เลย เมื่อเทียบกับห้องพักระดับล่าง หรือห้องระดับกลางล่างอยู่ในหลืบในซอยที่ลึกๆ เปลี่ยวๆ ซึ่งแม้ผมเป็นผู้ชาย เวลาเข้าไปตอนกลางคืนยังต้องระวังตัวตลอดทาง
.
แค่อยากได้ความรู้สึกปลอดภัย แค่นี้ก็ฟุ่มเฟือยด้วยหรือ? จะต้องให้โดนปล้น-โดนข่มขืนก่อนใช่ไหม?
.
ก่อนที่ชาวเน็ตจะเที่ยวด่าใครว่าขี้เกียจบ้าง โง่บ้าง คิดสั้นบ้าง อยากให้มองอีกด้าน ว่าโครงสร้างรายได้บ้านเรามันมีปัญหาจริงๆ ไม่งั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยคงไม่พยายามลักลอบไปทำงานในประเทศที่เจริญแล้ว แม้จะเสี่ยงต่อการถูกจับส่งกลับ ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศนั้นๆ ( และแน่นอนถูกชาวเน็ตก่นด่า ) แต่รายได้ดูแล้วมันก็คุ้ม ทั้งๆ ที่เป็นระดับล่างนี่แหละ เด็กเสิร์ฟ ล้างจาน งานในไร่ในนา ฯลฯ งานแบบนี้ในไทยขนาด Full Time ยังเก็บเงินยาก Part Time นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเก็บเงินเลย แต่ที่เมืองนอก คนไทยสามารถเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ บางคนอยู่จนฐานะดีขึ้น ขยับขยายเปิดกิจการตัวเองได้ ไม่ยอมกลับแผ่นดินเกิดก็มี เขาบอกทำงานแบบเดียวกันแต่กินอิ่มกว่าที่ไทยเยอะ ( ขนาดคนไทยไปเรียนเมืองนอก ยังทำงานระดับล่างๆ แบบนี้ เก็บเงินจนซื้อรถยนต์ที่นั่นได้เลย )
.
หรือไหนๆ ก็พูดเรื่อง กยศ. แล้ว ชาวเน็ตยอมรับกันเสียบ้างก็ดีว่าระบบใหม่มันมีปัญหา นอกจากเรื่องการจ่ายเงินล่าช้าตามที่เล่ากันมาแล้ว อีกอย่างคือเรื่องของ “ต้องร่วมกิจกรรม” อย่าลืมนะครับว่ากลุ่มเป้าหมายของ กยศ. คือคนมีรายได้น้อย ซึ่งคนกลุ่มนี้โดยมากมักหางานพิเศษทำนอกเวลาเรียนอยู่แล้ว การไปกำหนดให้ต้องร่วมกิจกรรม ถือเป็นการปิดโอกาสในการผม้ยืมแบบอ้อมๆ ผมเข้าใจว่าอยากจะสกรีนคน เพราะที่ผ่านมาพวกมักง่ายกุ้ไปเที่ยวไปเล่นซะเยอะ แถมไม่ใช้คืนอีกต่างหาก แต่การแก้ปัญหาแบบนี้มันกลายเป็นการสร้างภาระกับคนที่ต้องการใช้เงินนี้จริงๆ ถ้าจะตั้งเงื่อนไข ผมว่าเอาแค่กำหนดเกรดขั้นต่ำที่ผู้กุ้ต้องรักษาไว้จะดีกว่า เช่น 2.0 อะไรก็ว่าไป เพราะจะเป็นการควบคุมให้ต้องตั้งใจเรียนไปโดยอัตโนมัติ ส่วนพวกที่เบี้ยวหนี้ จะให้ติดเครดิตบูโร หรือแม้แต่ให้มีความผิดอาญา ถุกจับเข้าคุกไปด้วยก็ตามสบาย อันนั้นถือว่าสมควรแล้ว
.
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้..ผมไม่อยากให้ชาวเน็ตเที่ยวตัดสินว่าคนที่ทำอะไรหมิ่นเหม่แบบนั้นเป็นคนโง่คนเลวไปเสียหมด มันก็มีทั้งคนที่ฟุ่มเฟือยมักง่ายจริง ขณะเดียวกันมันก็มีคนที่ส่งเงินกลับบ้าน หรือเก็บเงินไว้ลงทุน ในวันที่อายุไม่อำนวยแล้ว อย่าลืมว่าโครงสร้างสังคมไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ยังติดกับค่านิยมที่ว่าลูกต้องทำงานส่งเงินให้พ่อแม่ในวันที่พ่อแม่เกษียณ หรือถ้าครอบครัวไหนมีลูกหลายคน พี่ต้องเสียสละไม่ยอมเรียนสูงๆ ต้องออกมาทำงานเพื่อส่งน้องเรียน นี่ยังเป็นความจริงในปัจจุบัน เราไม่ใช่สังคมฝรั่งที่พ่อแม่ไม่เคยเรียกร้องให้ลูกส่งเสียเลี้ยงดูตนยามเกษียณนะครับ เรายังพบเห็นข่าวคนคนเดียวแต่ทำงานเลี้ยงทั้งบ้านได้เสมอ
.
สุดท้ายผมจึงอยากถามว่า..จะต้อง “เก่ง” สักแค่ไหน? ต้องรู้จักวางหมากชีวิตหลายชั้น มีแผนสองสามสี่ห้า พลิกแพลงได้ทุกสถานการณ์ รับมือได้ทุกวิกฤติ ราวกับวิญญาณซุนวู-จูกัดเหลียงกลับชาติมาเกิดเลยไหม? จะต้อง “ดี” สักแค่ไหน? ยอมลำบากจนแก่เฒ่า หรือยอมตายดีกว่าจะทำสิ่งที่หมิ่นเหม่สีเทาๆ หรือฝากชีวิตไว้กับการรอความช่วยเหลือจากสิ่งอื่นๆ เลยไหม? ชาวเน็ตถึงจะพอใจ
.
ทุกคนอยากมีชิวิตที่ดีขึ้นครับ..แต่บางครั้งข้อจำกัดบางอย่างมันทำให้บางคนอาจจะเลือกหนทางแย่ๆ ไปบ้าง ฉะนั้นเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างก็ดี อย่าเอาแต่ด่าแต่ซ้ำเติมกันเลย
.
แล้วพบกันใหม่..สวัสดีครับ
.
----------------------------------------------------

File attach: Life.jpg (67703 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ)
3. ืืNosferatu Zodd (0)

Mail to ืืNosferatu Zodd


    23-12-2015, 17:51:00   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
หึหึ หึหึๆ เหมาเอ๋ย การประสบความสำเร็จกับความสามารถนั้นน่ะ มันไม่ได้แปรผันเป็นเส้นตรงหรอกนะ นายจะเชื่อที่เราบอกหรือไม่มันก็เรื่องของนาย แต่เราจะบอกว่า ในโลกนี้น่ะ เป็นที่ๆมนุษย์หลอกลวงกันอย่างโหดร้ายที่สุด เกือบทุกอย่างที่นายเชื่อว่าจริง น่ะล้วนแต่โกหกหลอกลวง ความจริงเกือบทุกอย่างที่ออกมาจากปากคนอื่นเป็นแค่ความเท็จที่คนที่เข้าสู่โลกใบนี้ก่อนสร้างขึ้นมาเพื่อใช้หลอกลวงและหาประโยชน์จากคนที่มาทีหลัง ปัญหาน่ะ ถ้าแก้ถูกวิธี มันแก้ไม่ยากหรอก ที่มันยาก เพราะโดนหลอกให้แก้ผิดวิธี ความสำเร็จจึงไม่เคยเป็นของนาย ไม่เคยเป็นของคนส่วนใหญ่ ซึ่งถูกหลอกลวงไว้ให้แก้ปัญหาผิดวิธีและเป็นฐานให้คนกลุ่มเดียวที่สร้างข้อมูลมาหลอกคนอื่นเหยียบ ความสำเร็จเป็นของคนกลุ่มน้อยเสมอ กลุ่มคนที่ไม่เคยเชื่ออะไรเลย แต่สร้างวาทะกรรมมาให้คนอื่นเชื่อตลอดเวลา กลุ่มคนที่ไม่ได้เก่งกว่านายเลยนะเหมา แต่เขามาก่อนและเขาโกง เขาหลอกนายไง
4. Nosferatu Zodd (0)

Mail to Nosferatu Zodd


    23-12-2015, 18:49:12   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
สิ่งที่จริงในโลกนี้มันก็มีอยู่แค่มวลสารที่จับต้องได้เท่านั้น คำถามที่แท้จริงของโลกนี้มันมีอยู่แค่ว่า นายจะทำอะไร และเทคโนโลยีที่จะอำนวยให้ทำได้เป็นอย่างไร คนจะประสบความสำเร็จมันรู้แค่นี้เองเหมา ที่เหลือมันเป็นข้อมูลขยะที่สร้างมาหลอกคนอื่น เป็นกับดักขังคนไว้ในความล้มเหลวตลอดไป
5. ์Nosferatu Zodd (0)

Mail to ์Nosferatu Zodd


    23-12-2015, 18:52:04   [Edit message]   [ ระวังโจรหลอกขายโปร/สิ่งของ แลกกับเลขบัตรทรูมันนี่ ต้องขอเบอร์บ้านทุกครั้ง! ]
เทคโนโลยีหรือวิธีการแล้วแต่จะเรียก

ขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดเว้นการโพสกระทู้ หรือข้อความที่ เกี่ยวข้อง กับการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ไม่ว่าจะเป็นการขอเพลง MP3, การ์ตูน หรือผลงานอันมีลิขสิทธิ์อื่นๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวผิดต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ และมีบทลงโทษทางกฏหมายขั้นรุนแรง

[ Post new topic ]
--= รับสอนพิเศษ ป.5-ม.6 ทุกวิชาโดยนิสิตวิศวฯ และเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ 087-598-2828 ปรึกษาได้ไม่แพงจ๊ะ (Keaw) =--
รับวาดรูป, รูปเหมือน, รูปล้อเลียน, กรอบรูป, ภาพวาด, ภาพเหมือน, ของขวัญ
จำหน่าย เป้เดินทาง กระเป๋ากล้อง เสื้อ Jacket ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ
กรุณาอย่านำข้อความหมิ่นประมาทผู้อื่นมาโพสต์กระทู้นะครับ เพราะคนโพสต์สามารถถูกฟ้องรองเอาได้นะครับ (ข้อมูลจากทางตำรวจครับ) !

[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]


Jump to: