|
---- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 4,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ---- |
|
ขณะนี้เป็นเวลา 17:26 ของวันที่ 30/07/2010
[ ดูกระทู้ทุกบอร์ดรวมกัน กดที่นี่ ] |
![]() |
***อย่างนี้ต้องปฏิวัติ+++!!! | ![]() |
1984. yodying9
(0)![]() ![]() |
ใส่ทั้ง2วงเลยนะคับ File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(18 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1985. yodying9
(0)![]() ![]() |
คราวนี้เอาแท่งไม้มาอันนึง...แล้วทำตามภาพ File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(18 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1986. Feifei
(0) ![]() |
เคล็ดลับวิธีรักษาอาการ " หน้าแตก " เดินตกท่อ ,ทำงานพลาด, ซิปแตกกลางตลาด ,จีบสาวไม่ติด , ทักผิดคน ฯลฯ ที่ทำให้ใบหน้าอันแสนจะสง่างามของท่านต้อง มีอาการแตกเป็นเสี่ยงๆ จนยากที่จะประสานกันติด ถ้าท่านต้องพบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ท่านจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้อาการขวยเขินเหล่านี้บรรเทาเบาบางไปโดยเร็วที่สุด ถ้ายังคิดไม่ออกสำนักข่าวชาวพุทธ ขอเสนอเทคนิคคิด ๓ วิธีที่ สามารถช่วยรักษาอาการหน้าแตกของคุณให้ค่อย ๆ ทุเลาลงไป จนหายสนิท ดังต่อไปนี้ ๑.ให้คิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่หน้าแตกมากไปกว่านี้ การคิดว่าตัวเองโชคดีเสมอ เป็นวิธีคิดมองโลกในแง่ดีที่สามารถนำไปใช้ได้หลาย ๆ กรณี ในกรณีหน้าแตกนี้ก็เช่นเดียวกัน ให้เราคิดว่า นี่ตัวเองยังโชคดีที่นะไม่เจอเหตุการณ์ที่ทำให้หน้าแตกมากไปกว่านี้ วิธีคิดในรูปแบบนี้ เป็นวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการหน้าแตกได้ผลดีวิธีหนึ่ง ยกตัวอย่าง ลืมรูดซิบ เราก็อาจจะคิดว่า "ฮ้า..โชคดียังดีนะ ที่วันนี้เรานุ่งกางเกงในตัวใหม่มา ไม่อย่างนั้นคงต้องอายยิ่งกว่านี้เป็นแน่" ผายลมเสียงดัง จนคนหันมามอง เราก็อาจจะคิดว่า " โห..นี่ยังดีนะที่มีแค่เสียง นี่ถ้ามีกลิ่นออกมาด้วย เราคงอายมุดดินแน่ " กระโดดขึ้นรถเมล์พลาด ตะครุบกบกลางถนน เราอาจจะคิดว่า "อูยย.(เจ็บ) .. ยังดีนะที่แค่หน้าแตก โชคดีที่รถข้างหลังมันไม่เหยียบเอา นี่ก็ถือว่าบุญแล้ว" |
1987. Feifei
(0) ![]() |
เคล็ดลับวิธีรักษาอาการ " หน้าแตก " (ต่อ) ๒.มองโลกนี้ด้วยอารมณ์ขัน ขำตัวเอง ยิ้มน้อย ๆ ด้วยความเอ็นดูตัวเอง นึกให้มันขำ ๆ ว่าการที่เราได้ปล่อยไก่ หรือปล่อยห้าแต้มให้คนเขาดูออกไป ในครั้งนี้ ถือว่ามันก็เป็นการสังเคราะห์เพื่อนมนุษย์ได้เหมือนกัน คือได้ช่วยให้เขามีสุขภาพจิตดี ได้หัวเราะสนุกสนานกันไป เราคงจะได้บุญไม่น้อย อ้อ.! บางทีเราอาจจะนำเรื่อง "หน้าแตก" เหล่านี้นำไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังให้คลายเครียดในภายหลัง ได้อีกต่างหาก คิดแล้วสบายใจ เพราะได้ช่วยให้ผู้อื่นอารมณ์ดีครับ ๓.ให้ถือว่า "อาการหน้าแตก" นี้คือสิ่งที่มาเตือนสติให้เรารู้ตัวเองว่าเรายังเป็นคนที่ทำอะไรเพราะเห็นแก่หน้า คนในสังคมไทยส่วนใหญ่นั้นอาจจะยังเป็นคนที่ชอบทำอะไรต่ออะไรเพื่อเห็นแก่หน้าตา ทีนี้เวลาเราเกิดไปทำอะไรผิดพลาดหรือล้มเหลวขึ้นมา มันก็เลยเกิดอาการ "หน้าแตก" โดยอัตโนมัติ อันที่จริงคนที่ทำงานเพื่องานจริง ๆ เขาจะถือว่าความล้มเหลวนั้นไม่ใช่เรื่องของการเสียหน้าแต่อย่างใด ยกตัวอย่าง นักวิทยาศาสตร์บางคนกว่าจะทดลองค้นคว้าอะไรประสบความสำเร็จออกมาได้ บางทีเขาต้องพบกับความล้มเหลวนับพัน ๆ ครั้ง (เช่นโทมัส เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า) ลองนึกจินตนาการดูว่า หากนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เป็นคนที่ทำงานเพื่อมุ่งเอาหน้าเอาตา พวกเขาคงจะต้องมีอาการหน้าแตกแล้วแตกเล่า จนเป็นโรคประสาทไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จเป็นแน่ คนที่มีความคิดมุ่งทำงานเพื่อบรรลุให้ถึงผลสำเร็จของการงานที่ตั้งเป้าไว้ (จิตใฝ่สัมฤทธิ์) โดยไม่สนใจเรื่องของเกียรติยศชื่อเสียง ใจของเขาจะมุ่งไปสู่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่มีเรื่องของความอยากได้หน้าได้ตาอะไรมารบกวนจิตใจตอนทำงาน ดังนั้นหากเมื่อใดการงานที่เขาทำอยู่เกิดต้องพบกับปัญหาผิดพลาดพลั้งหรือล้มเหลวอะไรขึ้นมา คนเหล่านี้จึงไม่มีอาการหน้าแตกแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะจิตใจของเขาได้สร้างพื้นฐานความคิดที่ถูกต้องบริสุทธิ์ใจมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเขาจึงไม่เสียกำลังใจ ไม่หน้าแตก ในยามที่พบกับความล้มเหลว สมรรถภาพทางปัญญาของเขาจึงพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงการงานอยู่ตลอดเวลา เช่น ทำอย่างไรจึงจะนำข้อผิดพลาดทั้งหลายมาเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงงานให้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น สรุปอีกครั้งว่าถ้าเกิดอาการหน้าแตกเมื่อไหร่ให้บอกกับตนเองได้เลยว่า พื้นฐานความคิดของเราคงต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ สมควรที่จะต้องรีบปรับวิธีการคิดมองโลกให้ถูกต้อง คือไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ใช่ทำเพราะเห็นแก่หน้าตา หรือ อวดโก้เก๋ แต่ให้ทำเพราะเห็นแก่ความถูกต้องดีงาม หรือ ด้วยความใฝ่รู้ใฝ่สัมฤทธิ์ นี่ถ้าสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตได้ อย่างถูกต้องเช่นนี้แล้ว อาการหน้าแตกเวลาเราทำอะไรผิดพลาดหรือล้มเหลว (ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ) มันก็จะค่อย ๆ ลด น้อยจนหมดลงไปเอง |
1988. yodying9
(0)![]() ![]() |
เอาไม้ลากออก4มุม File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(18 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1989. yodying9
(0)![]() ![]() |
แล้วก้อ8มุม File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(18 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1990. yodying9
(0)![]() ![]() |
จากนั้นลากจากข้างนอกเข้าตรงกลาง File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(19 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1991. yodying9
(0)![]() ![]() |
ทำให้ครบทุกด้าน File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(19 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1992. yodying9
(0)![]() ![]() |
แล้วก้อจะได้กาแฟสวยๆน่ากินมาอีก1แก้ว.......สวยมั๊ยล่ะ File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(19 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1993. yodying9
(0)![]() ![]() |
อ ย า ก อ ยู่ อ ย่ า ง ส ง บ สุ ข โดย พระภาวนาวิริยคุณ ถาม "สังคมนี้วุ่นวายจริงหนอ" สังคมทุกวันนี้หาความสงบสุขยากเหลือเกิน อยากทราบว่า เราควรปฏิบัติ ตนอย่างไร จึงจะอยู่ในสังคมนี้อย่างมีความสุขคะ? ตอบ คนเราถ้าจะอยู่ในสังคมให้เป็นสุข และพอจะหาความเจริญก้าวหน้าให้กับตัวเองได้ เขาต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานขั้นต่ำสุดเลยคือ ๑. คุมตัวเองได้ ๒. ไม่จ้องจับผิดใคร ๓. ช่วยเหลือตัวเองได้ ตัวเองถ้าควบคุมไม่ได้ อยากจะทำอะไรก็ทำ ในที่สุดการกระทำเหล่านั้น มันจะย้อนกลับมาทำลายตนเอง แค่นั้นยังไม่พอ ยังไปก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นด้วย แม้ไม่เจตนาเขาก็เดือดร้อนเพราะอาศัยอยู่บนพื้นโลกเดียวกัน สังคมเดียวกัน การจ้องจับผิดผู้อื่นเพราะหลงตัวเองว่าวิเศษ ก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนเหมือนกัน เพราะคนเราจะทำอะไรถ้ามีคนคอยจ้องจับผิดอู่มันก็หงุดหงิด ท้อแท้ เดี๋ยวนี้คนประเภทชอบจับผิดชาวบ้าน ชอบแซวคนอื่นมีมากเต็มเมืองเลย ตื่นเช้าขึ้นมาจะไปธุระที่ไหน เจอรถติดก็โทษรัฐบาล ถ่ายไม่ออก กินข้าวไม่ลงก็โทษสิ่งแวดล้อม โทษรัฐบาล โทษชาวบ้าน ในโลกนี้ไม่มีใครดี เห็นดีอยู่คนเดียวคือตัวเอง สังคมใดมีคนแบบนี้มากๆ ก็เดือดร้อน ใครเข้ามาเป็นรัฐบาลก็แทบตายทั้งนั้น การช่วยเหลือต้วเองได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าใครช่วยเหลือตังเองไม่ได้ก็เป็นกาฝาก เป็นภาระสังคม ลำพังคนพิการง่อยเปลี้ยบ้าใบ้ก็พอจะเลี้ยงๆ กันไปได้ แต่คนไม่เอางานเอาการ งอมืองอเท้ารอรับแต่ความช่วยเหลือจากสังคมจากรัฐบาลนี่ ขืนมีมากๆ สังคมก็เดือดร้อนนะ ถ้าคนในสังคมไทยควบคุมตัวเองได้ ไม่จ้องจับผิดใคร แล้วก็ช่วยเหลือตัวเองได้ ความสุขสงบก็เริ่มเกิด โดยเฉพาะสังคมไทยเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานคำสอนในพระพุทธศาสนา ซึ่งสอนให้ควบคุมตัวเองได้ ไม่จ้องจับผิดใคร และช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้าในสังคมหันมาสนใจอ่านคำสอนในพระพุทธศาสนาแล้าเอาไปประพฤติปฏิบัติ สังคมของเราต้องร่มเย็นอย่างแน่นอน อีกประการหนึ่ง ท่านที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้นจนเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ความดีอะไร หากยังไม่ได้ทำควรรีบทำ ความเสียหายอะไรที่สำรวจดูแล้วที่ยังเห็นมีอยู่ในตัว ต้องรับแก้ไข อย่างปล่อยปละละเลยว่าอีกไม่นานก็จะลาโลกไปแล้ว เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแบบครอบครัวเราเคารพกันตามอาวุโส เคารพปู่ย่าตายาย ถ้าทำอะไรไม่ดีให้เด็กเห็น เด็กจะเอาเป็นตัวอย่าง คิดว่าอย่างนี้ทำได้ ไม่เสียหายอะไร เพราะท่านผู้ใหญ่ยังทำ หรือถ้าเด็กรุ่นหลังแกศึกษามาก รู้ผิดชอบชั่วดี แต่มาเห็นผู้ใหญ่ทำไม่ดีเลยไม่ให้ความเคารพนับถือ ก็จะไม่สงบสุขกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ละนะ รีบแก้ไขให้ดี |
1994. Feifei
(0) ![]() |
ข้าผัดน้ำส้ม จ่ะ เครื่องปรุง น่องไก่ 2 น่อง หรือ อกไก่ 1 อก เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มคั้นสด 1 /2 ถ้วย เกลือ 1/ 4 ช้อนชา กระเทียมสับละเอียด 1 กลีบ วิธีทำ 1. เคล้าไก่ ด้วยเกลือ และกระเทียมสับในถาดอบ 2. ผสมน้ำส้มคั้นกับเนยละลายเข้าด้วยกัน รินส่วนผสมน้ำส้มลงบนชิ้นไก่ อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นาน 15 นาที แล้วกลับอีกด้าน ตักน้ำส้มราดให้ทั่ว อบต่อจนไก่สุกและเหลืองจึงเอาออกจากเตา (อาจใช้วิธีนึ่งแทนได้) ^^ :: Modified on: 22-12-2005, 02:47:33 |
1995. yodying9
(0)![]() ![]() |
//หมอน ใบนั้นที่เธอเคยนอน มันยังอยู่ดีนะ \\ // โต๊ะ เก้าฮี้ ที่เธอเคยนั่ง มันยังอยู่ดีเหมือนเดิม \\ // เตียง ที่เธอเคยล้มตัวนอน มันยังคงยับยู้ยี้เหมือนเดิม \\ // คน คน นี้ ที่เธอเคยกอด ยังอยู่ดี สบายดีเหมือนเดิม \\ // แต่ ! ใจ คนนี้ มันเปลี่ยน เปลี่ยน...ตั้งแต่วันที่เธอจากไป \\ |
1996. Feifei
(0) ![]() |
ที่จริงทำโยเกิร์ตไว้รับประทานเองไม่ใช่เรื่องยาก !!! เพียงแค่นำนมมาต้มให้ร้อน แล้วทิ้งให้อุ่นเล็กน้อย แต่อย่าให้ร้อนเกินไปหรืออุ่นเกินไป ทดสอบอุณหภูมิโดยลองเอานมที่ต้มแล้วหยดบนหลังมือแล้วนับ 1 - 15 ได้โดยไม่ร้องหรือหลังมือไม่พองเสียก่อน ถือว่าใช้ได้ จากนั้นนำโยเกิร์ตรสธรรมดา มาตีผสมกับนมร้อนที่เตรียมไว้ พอเข้ากันดี แล้วแบ่งใส่ขวดโหลแก้ว นำไปตากแดด หรือเก็บไว้ในที่อุ่น ๆ สัก 8 - 10 ชั่วโมง ก็จะได้โยเกิร์ตอร่อย ๆ ที่ไม่มีสารปรุงแต่งใด ๆ เจือปน ไว้รับประทานเปล่า ๆ หรือรับประทานกับผลไม้สด นำมาใช้แทนน้ำสลัดก็อร่อย หากชอบโยเกิร์ตแบบมีผลไม้ผสม อาจจะใช้แยมผลไม้ที่ชอบเติมลงไปเวลารับประทานก็ได้ แต่ควรเลือกแยมผลไม้ประเภทที่มีผลไม้ผสมอยู่มากสักหน่อย (ประมาณ 40% ขึ้นไป) |
1997. yodying9
(0)![]() ![]() |
เห็นกับข้าวแล้วหิวมั่ก.......... ดูโมนาลิซ่าในรูปจิ File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(27 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
1998. Feifei
(0) ![]() |
อาหารแบบชีวจิต เป็นอาหารที่เน้นเรื่องประโยชน์ที่จะได้รับจากอาหารมาเป็นอันดับแรก ความอร่อยของอาหารแบบชีวจิตนั้นพยายามใช้เครื่องปรุงรสให้น้อยที่สุดเพื่อให้ได้รสชาติแท้ ๆ ของอาหารนั้น ๆ เครื่องปรุงและส่วนผสมควรเลือกใช้ที่สดใหม่ อาหารแบบชีวจิตในแต่ละมื้อจะประกอบไปด้วย อาหาร 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มแรก : คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) จะได้จากอาหารประเภทแป้งที่ไม่ขัดขาวหรือผ่านกรรมวิธีทางเคมี เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโพดทั้งฝัก หรือถ้าเป็นขนมปัง ก็ควรเป็นขนมปังประเภท Whole Wheat และถ้าต้องการทำให้กลายเป็น Complex Carbohydrate ก็ควรเติมพวกมันฝรั่ง มันเทศ หรือ ฟักทองเพิ่มลงไป อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตนี้ ควรรับประทานในปริมาณ 50% ของแต่ละมื้อ กลุ่มที่สอง : ผัก ในแต่ละมื้อควรให้มีทั้งผักดิบและผักสุกอย่างละครึ่ง ถ้าสามารถจะปลูกผักรับประทานเองได้ก็จะดีมาก แต่ถ้าไม่สะดวก ก็ควรเลือกซื้อผักที่ปลอดสารมาใช้ (ราคาอาจจะสูงกว่านิดหน่อย แต่ทานแล้วปลอดภัยนะคะ) โดยจะนำมาทำเป็นสลัด หรือใช้แนมพวกเครื่องจิ้ม หรือผัดด้วยน้ำมันพืชแต่น้อยก็ได้ ปริมาณของผักที่จะรับประทาน ควรมีประมาณ 25 % ของอาหารในแต่ละมื้อ กลุ่มที่สาม : โปรตีน (Protein) ซึ่งจะเน้นโปรตีนจากพืชมากกว่า เช่น ถั่วต่าง ๆ และผลิตผลจากถั่ว (เต้าหู้, โปรตีนเกษตร ฯลฯ) โดยควรมีปริมาณของโปรตีนจากพืชประมาณ 15% ของแต่ละมื้อ และจะใช้โปรตีนจาก!เป็นครั้งคราว คือ อาจจะเป็นปลาหรืออาหารทะเลประมาณอาทิตย์ละ 1 - 2 ครั้ง กลุ่มที่สี่ : เบ็ดเตล็ด ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกของกินเล่น อาจจะเป็นถั่วหรือเมล็ดพืช เช่นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ผลไม้ประเภทที่ไม่หวานจัด หรือจะเป็นพวกซุป เช่นมิโซซุป ก็ได้ นอกจากนี้ก็มีพวกสาหร่ายทะเลและงาคั่ว (ทั้งงาดำและงาขาว) ซึ่งจะนำมาใช้ผสมอาหารในหรือใช้โรยหน้าอาหารต่าง ๆ ได้ ปริมาณของอาหารในกลุ่มนี้จะมีประมาณ 10% ของแต่ละมื้อ |
1999. yodying9
(0)![]() ![]() |
เอ่อ............น้องแนท...(รึเปล่า) File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(75 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
2000. Feifei
(0) ![]() |
ลักษณะแมว ดีและไม่ดี ตามตำราดูแมวของสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ความว่าความเชื่อว่าแมวที่มีลักษณะดีจะให้คุณแก่เจ้าของ ส่วนแมวลักษณะไม่ดีจะให้โทษ ทั้งนำความทุกข์เศร้าหมองมาให้แก่ผู้เลี้ยง บรรพบุรุษบันทึกไว้เป็นตำราโดยเขียนลงในสมุดข่อย แมวดีหรือแมวที่มีลักษณะดี ให้คุณแก่ผู้เลี้ยง ตำราส่วนใหญ่จำแนกไว้ 17 ชนิด คือ 1.วิลาศ ขนกายดำ แต้มด่างขาวที่หน้าผาก หูสองข้าง เท้าทั้งสี่มีแนวสีขาวยาวตลอดหลังไปจนสุดปลายหาง และจากราวคอไปตามใต้ท้อง 2.นิลรัตน์ ดำปลอดทั้งขนกาย ฟัน ตา เล็บ และลิ้น หางยาวขนาดเท่าช่วงลำตัว 3.ศุภลักษณ์ หรือทองแดง ขนกาย เล็บ ลิ้น สีทองแดง ดวงตาสีใสเป็นประกาย บางตำราว่าตาสีทับทิม หนวดขาว 4.เก้าแต้ม หรือนพ ขนกายขาวมีแต้มด่างสีดำที่หัว คอ ไหล่สอง ขาหน้าสอง ต้นขาหลังสอง และโคนหาง ตาสีเขียว ร้องเสียงดังกังวาน บางตำราเรียกแมวเทศ 5.มาเลศ หรือดอกเลา ขนกายขาวมัวเหมือนสีของดอกเลา หรือเปรียบได้กับสีเมฆฝน เล็บและหนวดขาว ตาขาวใส เสียงร้องไพเราะ 6.แซมเศวตร หรือสีปรอท ขนกายและสีตาเหมือนสีปรอท บางตำราว่าขนกายสีดำแซมขาวทั้งร่าง บ้างว่าตัวแม่นขนคล้ำ อีกหนึ่งว่าสีกายขาวเลื่อมเขียว 7.รัตนกำพล ขนกายสีขาวเหมือนสำลี มีสีดำคาดรอบกลางลำตัว ดวงตาสีเหลือง 8.วิเชียรมาศ หรือแก้วมงคล หรือแก้ว กายสีขาว มีด่างสีดำแต้มแปดแห่งที่ปาก หูทั้งสอง เท้าทั้งสี่ และหาง ดวงตาสีเขียว 9.กรอบแว่น หรืออานม้า พื้นกายสีขาว มีสีดำรอบดวงตา และลายดำลักษณะเหมือนอานม้าตรงกลางหลัง ตาสีเหลือง 10.ปัศเศวตร หรือปัตตกอด กายสีดำ มีริ้วสีขาวจากปลายจมูกพาดยาวตลอดหลังไปจนสุดปลายหาง ตาสีเหลืองเหมือนบุษราคัม 11.นิลจักร หรือมหามลคล หรือมงคล กายสีดำ มีด่างขาวรอบคอ ตาและหนวดสีขาว 12.มุลิลา ขนกายดำตลอดตัว เว้นแต่ใบหูสองข้างเป็นสีขาว นัยน์ตาเหลืองเหมือนสีดอกเบญจมาศ 13.กระจอก สีกายดำปลอด รอบปากเป็นวงสีขาว บางตำราว่าคางด่างขาว ตาเหลืองดังสีน้ำรง 14.โสงหเสพย หรือโสงเสพ ขนกายดำ มีด่างสีขาวรอบปาก คอ จมูก ตาเหลืองเป็นประกาย 15.การเวก หรือกาเวค กายดำปลอด แต้มสีขาวที่จมูก ดวงตาสีทอง หนวดขาว 16.โกนจา หรือร่องมด สีดำมีร่องสีขาวจากใต้คางยาวตลอดไปตามท้องจนสุดทวาร นัยน์ตาสีเหลืองเหมือนสีดอกบวบ 17.จตุบท ขนกายดำปลอด แต่ส่วนเท้าทั้งสี่เป็นสีขาว นัยน์ตาสีเหลืองงามเลื่อม แมวลักษณะไม่ดี หรือแมวร้ายให้โทษ ตามตำราท่านห้ามเลี้ยงไว้ หากเข้ามาในบ้านเรือนก็ให้จับไปปล่อยเสีย ตำราแมวไทยโบราณจัดจำแนกแมวร้ายไว้ 6 ชนิด คือ 1.ทุพลเพศ ขนกายสีขาว นัยน์ตาสีแดงเหมือนย้อมด้วยชานหมาก หรือคล้ายโลหิตทา 2.ลายเสือ หรือพรรณพยัคฆ์ แมวลายเสือ สีขนหมองคล้ำ 3.ปีศาจ แมวเนื้อหนังซูบหย่อนยาน หางคด โทษลักษณะที่สำคัญคือคลอดลูกออกมาแล้วกินลูกตัวเอง 4.หินะโทษ แมวที่คลอดลูกตายในท้อง 5.กอบเพลิง ลักษณะหางคอขาวลายทั้งด่าง มีนิสัยชอบหลบซ่อนผู้คน 6.เหน็บเสนียด เป็นแมวที่มีหางด่าง หรือหางดอก |
2001. yodying9
(0)![]() ![]() |
เย้ๆๆๆๆครบ2000เรบแล้ว.....ฉลองด้วยถาพสาวๆจากญี่ปุ่นละกัน File attach: เว็บมาสเตอร์เผลอลบทิ้งไปแล้ว T_T(2 KB) ใช้ GetRight หรือโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดไม่ได้ครับ) |
2002. annopsor
(0) ![]() |
เป็นกระทู้ที่มีสาระ มากครับ แต่รูป rep.บน เห็นทีไร จาอ้วกกกก ว่ะ |
2003. yodying9
(0)![]() ![]() |
5 ของนิยมวัยรุ่นแห่งปี -------------------------------------------------------------------------------- 1.โทรศัพท์มือถือ วัยรุ่น''หมัยนี้ต่างพกมือถือกันให้ว่อน ราวกับเป็นอวัยวะที่ 33 ไปแล้วโดยเฉพาะมือถือถ่ายรูปและวิดีโอได้เป็นที่ Want ของวัยร่นซะยิ่งกว่าของสิ่งใด เมื่ออินเทรนด์ตลอดกาลขนาดนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะแตะเบรกความแรงของมือถือได้ 2.ริสท์แบนด์ ริสท์แบนด์มีชื่อเป็นไทยว่า''ที่รัดข้อมือยาง'' เริ่มแพร่เชื้อระบาดในต้นปีจากนักปั่นจักรยานชาวฝรั่งเศสที่ทำขึ้นเพื่อหาทุนบริจาคช ่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง และก็ไม่พ้นการก๊อปปี้ของพี่ไทยไปได้กลายเป็นริสท์แบนด์หลากหลายที่วางขายแบกะดิน ราคาไม่กี่สิบบาทเท่ได้ถ้วนหน้าโดยไม่แบ่งชนชั้นฐานะ 3.วอล์คแมน MP3 ความบันเทิงทางเสียงเพลงที่ติดหู หรูหา ดูดี ต้องยกให้ความแรงของเครื่องเล่นวอล์คแมน MP3 ที่สามารถบันทึกเพลงได้นับร้อยเพลง ฟังได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นภาพเยาวชนไทยเดินสวมหูฟัง MP3 ตามท้องถนนจนเกลื่อนลูกกะตา 4.ภาพถ่ายสตูดิโอ แม้จะบูมสุดเดชประเทศไทยแทนภาพถ่ายสติ๊กเกอร์มานานถึงสาม-สี่ปีแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าภาพถ่ายสตูดิโอดิจิตอล ยังไม่เสื่อมมนต์ขลังไปจากวัยรุ่นไทย แม้จะลดความบูมลงบ้างแล้วก็เหอะ 5.คอมพิวเตอร์เพื่อเล่น MSN,CHAT ฯลฯ ของเล่นสุดไฮ! ที่ใช้เล่นเพื่อความบันเทิงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น MSN,CHAT หรือการเล่นเกม อย่างเช่นเกมปังย่าที่ฮิตติดชาร์จวัยรุ่นไทยอยู่ใน ณ Now! และคาดว่าจะเป็นของนิยมของวัยรุ่นไปอีกยาวโลด |
2004. yodying9
(0)![]() ![]() |
ฝากไว้หน่อย....ว่าจะเปิดเพลงออนไลน์ http://www.thaiware.com/main/info.php?id=3494 ศึกษาก่อน.... |
2005. yodying9
(0)![]() ![]() |
ชายคนหนึ่งสมัครเข้าทำงานกับ Microsoftในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด หลังจากที่ได้ผ่านการทดสอบหลายๆ ด้านเช่น การล้างห้องน้ำMicrosoft ก็ตกลงรับเขาเข้าทำงานพร้อมกับขอ email address เพื่อติดต่อกลับภายหลัง แต่ชายหนุ่มได้ตอบไปว่า"ผมไม่มี email address หรอกครับ บ้านผมไม่มี computer" ทาง Microsoft จึงบอกไปว่าถ้าคุณไม่มี email ก็เสมือนว่าคุณไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้เราจึงไม่สามารถรับคุณเข้าทำงานได้ ด้วยความผิดหวัง เขาเดินออกไปโดยมีเงินติดกระเป๋าเพียง 10 เหรียญ หลังจากนั้นเขาตัดสินใจเดินเข้าตลาดแล้วซื้อมันฝรั่งมา 10 กก. แล้วก็เอาไปแบ่งขาย ให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงจนหมดได้กำไรมาถึง 100% หลังจากนั้นเขาก็ทำเหมือนเดิม เอามาขายอีกก็ได้กำไรอีก จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากนั้นเขาก็เริ่มขยายธุรกิจของเขาไปเรื่ อยๆ ภายใน 5 ปีกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการขายผักผลไม้สดๆ ถึงประตูบ้าน ถึงเวลานี้ชายหนุ่มเริ่มคิดถึงอนาคตและครอบของตัวเอง เขาคิดว่าเขาควรจะมีประกันชีวิตดังนั้นเขาจึงติดต่อเพื่อขอซื้อประกันจากตัวแทนขายปร ะกันหลังจากตกลงกันเรียบร้อยตัวแทนก็ขอ email เพื่อติดต่อกลับภายหลัง เขาตอบกลับไปเหมือนเดิม "ผมไม่มี email address หรอกครับ บ้านผมไม่มี computer" ตัวแทนรู้สึกแปลกใจเป็นอันมาก "ช่างน่าสงสารจริงๆ คุณมีบริษัทใหญ่โตขนาดนี้แต่กลับไม่มีแค่email address คุณลองคิดดูสิว่าคุณจะทำอะไรได้มากกว่านี้บ้าง ถ้าคุณมี computer กับ email address"ชายหนุ่ม "อ๋อ ผมก็จะเป็นพนักงานทำความสะอาดของ Microsoft ไง"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: 1. ถึงแม้จะไม่มี internet หรือ email คุณก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดและเป็นมหาเศรษฐีได้ ถ้าคุณขยันทำงาน 2. คุณจำเป็นต้องมี email address ถ้าคุณอยากทำงานที่ Microsoft 3. เนื่องจากว่าคุณได้รับ email ฉบับนี้จากเรา นั่นแสดงว่า มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะเป็นพนักงาน ทำความสะอาดมากกว่าที่จะเป็นมหาเศรษฐี |
2006. yodying9
(0)![]() ![]() |
เรื่องมีอยู่ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่ง แกเป็นใบ้ กำลังนั่งปรึกษาเรื่องคดีอยู่กับทนายความคนหนึ่งบนบ้านของแก ซึ่งทนายคนนี้แกสื่อภาษาใบ้กับเสรษฐีได้ ระหว่างนั้นมีโจรเข้ามาปล้นบ้านเสรษฐีพอดี จึงจับทั้งเศรษฐีและทนายความมัด แล้วโจรก็ถามเศรษฐีว่า เก็บเงินไว้ที่ไหน เศรษฐีส่ายหน้าไม่ยอมตอบ โจรจึงเอาปืนตบหน้า 1 ที "...จะบอกหรือไม่บอก แกเอาเงินไว้ที่ไหน" โจรถามอีก เศรษฐีส่ายหน้า โจรจึงตบอีก ทนายความเห็นดังนั้นจึงบอกโจรว่า เศรษฐีเป็นใบ้ แกตอบไม่ได้หรอก แต่ทนายบอกว่าเขาจะแปลให้ อย่าทำร้ายเศรษฐีเลย "...งั้นบอกมาว่าเก็บเงินไว้ที่ไหน" โจรถามพร้อมกับเงื้อมือจะตบอีก "...แบะ...แบะ...แบะ..." ความหมายคือ มีเงินไม่มากหรอก จะเก็บเอาไว้ให้ลูก อย่าเอาไปเลย ทนายก็แปลให้โจรฟังว่า "...มีเงินไม่มากหรอก จะเก็บเอาไว้ให้ลูก อย่าเอาไปเลย" โจรถามต่อ "...มีอยู่เท่าไหร่ เอามาให้หมด" "...แบะ...แบะ...แบะ..." ความหมายคือ มีอยู่ 3 ล้านบาท อย่าเอาไปเลย ทนายตาโตแล้วก็แปลให้โจรฟังว่า "...มีอยู่ 3ล้านบาท อย่าเอาไปเลย" โจรตวาดลั่น "...เฮ้ย...ตั้ง 3 ล้าน บอกมาเดี๋ยวนี้ เก็บไว้ที่ไหน ไม่อย่างงั้นจะฆ่าให้ตาย" พร้อมเงื้อดาบจะฟันเศรษฐี เศรษฐีจึงระล่ำระลักบอกว่า "...แบะ...แบะ...แบะ..." ความหมายคือ ฝังไว้หลังกองฟางที่หลังบ้าน แต่ทนายเงียบไม่ยอมแปล โจรจึงมองมาที่ทนายและเร่งให้แปล "...แปลมาเร็ว ๆ คุณทนาย เศรษฐีบอกว่ายังไง เร็ว...เร็ว..." พร้อมเงื้อดาบจะทำร้ายทนาย ทนายยิ้มที่มุมปาก แล้วบอกกับโจรว่า "...เศรษฐีบอกว่า...จะฆ่าให้ตายก็ฆ่าเลย ไม่บอกหรอกว่าอยู่ที่ไหน แต่ทนายเขาไม่เกี่ยวนะ อย่าทำร้ายเขาเลย" ***คุณผู้อ่านรู้ใช่มั้ย ว่าใครจะไปขุดเอาเงินนั้น*** |
2007. yodying9
(0)![]() ![]() |
เดี๋ยวเสียรูปคดี ...เรื่องมีอยู่ว่า ลุงมี อายุอานามก็เกือบ 70 แล้ว เกิดไปปล่ำเด็กสาวคราวลูกเข้า ... ก็เลยโดนรวบเข้ากรง ลุงมีจึงจ้างทนายสาวฝีมือฉกาจขึ้นว่าความให้ลุง ณ ศาลอาญา... ผู้พิพากษา : คุณทนายมีอะไรจะแก้ต่างให้ลุงมี หรือไม่ ทนายสาว : ข้าแต่ศาลที่เคารพ ดิฉันอยากจะชี้ประเด็นให้เห็นว่า ลุงมีแกแก่มากแล้ว ไม่สามารถที่จะทำอย่างที่ทางตำรวจแจ้งข้อหาได้ ค่ะ ผู้พิพากษา : ทนายมีอะไรมาพิสูจน์ว่าลุงไม่มีความสามารถจะข่มขืนจำเลยได้ ทนายสาวจึงบอกให้ลุงรูดซิป แล้วทนายสาวก็ล้วง ออกมาเขย่าให้ทุกคนดู ทนายสาว : ข้าแต่ศาลที่เคารพ เ!่ยวๆ ห้อยๆ อย่างนี้ จะมีปัญญาอะไรไปทำอย่างว่าได้ค่ะ ทนายสาวเขย่าอยู่นานจน ลุงมีคว้ามือทนายสาวให้หยุด แล้วกระซิบข้างหูว่า ลุงมี : ทนาย ๆ หยุดเขย่าเถอะ เดี่ยวจะเสียรูปคดี... |
2008. yodying9
(0)![]() ![]() |
คำขอร้องของแชมป์ ...นายทาเคชิหนุ่มใหญ่ร่างสันทัด ฉายาทอร์นาโด ผู้สร้างสถิติสวาปามฮอตดอกได้ถึง32อันครึ่งภายในเวลาเพียง6นาที ซึ่งนําห่างเบอร์สองซึ่งมีรูปร่างใหญ่โต ซึ่งทําได้แค่23อันในเวลาที่เท่ากัน เมื่อได้รับชัยชนะเป็นปีที่3 ทอร์นาโดหนุ่มใหญ่ก็ถูกขอร้องให้กล่าวคําปราศรัย "ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย ผมอยากจะขอร้องว่าอย่าบอกให้ภรรยาผมให้ทราบเป็นอันขาดว่าผมได้รับประทานอาหารที่นี่แล้ว ประเดี๋ยวพอผมกลับไปถึงบ้าน ผมจะอดกินอาหารมี้อเย็น" |
2009. yodying9
(0)![]() ![]() |
เป็นข่าวใหญ่หน้าหนังสือพิมพ์... ว่า... ดาราวัยรุ่นผู้มีไหวพริบปฎิภาณดีมากคนหนึ่ง.. ถูกข่มขื่นขณะเดินเข้าบ้านในซอยเปลื่ยว.. ยามค่ำคืน ปวีณา : ทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นล่ะจ๊ะหนู...? แล้วหนูกลับบ้านยังไง...? ดาราสาว : มีดาราหนุ่มรุ่นพี่มาส่งค่ะ... แต่ด้วยไหวพริบของหนู หนูสังเกตว่าเขาเป็นคนขี้หลี... ถ้าให้รู้จักบ้าน... ก็จะตามมาตื้อจนรำคาญ.. จึงให้ส่งแค่ปากซอย... แล้วหนูเดินเข้ามา... ปวีณา : แล้วเกิดอะไรขึ้น...? ดาราสาว : มีผู้ชายคนหนึ่ง.. รูปร่างสูงใหญ่.. ล่ำสัน.. มีอาการเมาเล็กน้อย เดินตามหนูมา.. ด้วยไหวพริบของหนู... หนูรู้ได้เลยว่าไม่ได้มาดีแน่... ปวีณา : แล้วยังไงต่อจ๊ะ...? ดาราสาว : หนูตัดสินใจออกวิ่ง.. แต่ชายคนนั้นก็วิ่งตามทันที... ด้วยไหวพริบหนูรู้ว่า.. วิ่งยังไงก็คงไม่เร็วกว่าผู้ชายอยู่ดี ยังไงเขาก็ต้องตามทัน.. และใช้กำลังแน่นอน.... ปวีณา : ยังไงต่อจ๊ะ...? ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู.. หนูตัดสินใจหยุดวิ่ง... เพื่อไม่ให้ต้องเจ็บตัวหนูตัดสินใจเจรจาต่อรอง.... ปวีณา : ผลการเจรจาเป็นอย่างไรจ๊ะ...? ดาราสาว : หนูบอกเขาว่า.. ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องใช้กำลัง... ไม่เกิดผลดีต่อทั้งสองฝ่าย... หนูยินยอมทำตามที่เขาต้องการ... ปวีณา : เรื่องเป็นอย่างไรต่อจากนั้น...? ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู... หนูชวนเขาเข้าไปในซอกตึกลับตาคน... แล้วต่างคนต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเอง.... หนูถกกระโปรงขึ้นมาเหนือเอว.. ส่วนเขาปลดกางเกงตกลงมากรอมเท้า ปวีณา : เรื่องเป็นยังไงต่อจ๊ะ...? ดาราสาว : ลองใช้ไหวพริบคิดดูสิว่า.. ชายที่รูดกางเกงลงไปกองที่ตาตุ่ม... กับหญิงสาวที่ถกกระโปรงขึ้นเหนือเอวน่ะ... ใครจะวิ่งเร็วกว่ากัน...? |
2010. yodying9
(0)![]() ![]() |
วันหนึ่ง...กระต่ายน้อย ต้องการเดินทางไปยังเมืองข้างเคียงของกระต่ายน้อย ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันมาก.. แต่กระต่ายน้อยน้อยไม่รู้เส้นทางเลย "ถามทางคนอื่นเอาก็ได้มั๊ง" กระต่ายน้อยนึกในใจ วันแรก.. กระต่ายน้อยน้อยเดินไป เรื่อยๆ จนไปเจอแมวตัวนึง กระต่ายน้อยจึงถามทางทันที แมวน้อยจึงบอกว่า "ขอหอมแก้มทีดิ" กระต่ายน้อยก็ยอมให้หอม แล้วจึงเดินไปตามทางที่แมวบอก วันที่2.. กระต่ายน้อยเดินไป กเรื่อยๆ จนไปเจอค้างคาวตัวหนึ่ง กระต่ายน้อยจึงถามทาง ค้างคาวจึงพูดว่า "ขอหอมทีดิเดี๋ยวบอกทางให้" กระต่ายน้อยก็ยอมให้ค้างคาวหอมแต่โดยดี แล้วจึงเดินทางไปเรี่อยๆ วันที่3.. กระต่ายน้อยได้ไปเจอหมาตัวหนึ่ง กระต่ายน้อยจึงถามทาง หมาจึงบอกว่า "ขอหอมทีดิเดี๋ยวบอก" กระต่ายน้อยก็ยอมให้หมาหอมแต่โดยดี แล้วจึงเดินไปตามทางที่หมาบอก กระต่ายน้อยเดินไปเรี่อยๆ..... เพื่อนๆอยากรู้มั๊ยว่าต้องใช้เวลาเดินทางกี่วันกันแน่ อยากรู้ใช่มั๊ยหล่ะ ! ลงไป อีกน่ะ อีกนิด อีกนิ๊ดดดดดดดดด อีกติ๊ดน่ะ ถ้าอยากรู้ก็ "ขอหอมทีดิ" กิ กิ กิ |
2011. yodying9
(0)![]() ![]() |
โรคงอน เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้ สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย ต้องการความเอาใจใส่ หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ หมายเหตุ พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ จะปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง... |
2012. magpie
(9)![]() ![]() |
นิทานกระต่ายเราเคยได้ยินอ่ะ แต่ที่ได้ยินมันไม่ใช่หอมนะ เป็น"ขออึ้บทีนึง" แล้วกระต่ายตัวนั้นโดนกระต่ายตัวผู้หลายตัวอึ้บไง แต่ละตัวสีไม่ซ้ำ พอตอนจบ กระต่ายตัวเมียออกลูกมา แล้วคำถามก็คือ....ลูกจะเป็นสีอะไร ปล*ไอ่ชอเป็นคนถาม.... ปล**ยังหนาวอยู่ เพลียด้วย ง่วงสุดๆ |
2013. yodying9
(0)![]() ![]() |
เมื่อไหร่แกจะออนเอ็มได้ เด๋วปั๊ดโดนเซ็กซ์โฟน ป.ล.แกอยู่ในห้อง2-2กะชอหรอ...ระวังนะเว่ยเฮ่ย... |
2014. yodying9
(0)![]() ![]() |
น้ำดื่ม ตื่นเช้า : บีบมะนาวลงน้ำใส ๆ แล้วดื่ม จะช่วยปลุกระบบภายในให้หายง่วงเหงาหาวนอน รสเปรี้ยวเฝื่อนของน้ำแก้วนี้จะช่วยกระตุ้นความสดใสให้กระจาย ก่อนนอน : หนึ่งแก้วค่ะ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน น้ำเพียง 1 แก้ว ช่วยลดความหิวช่วงกลางคืนได้อย่างฉับพลันเกือบเต็ม ๆ ร้อย ใครกล้ากินอะไรก่อนนอนคะ อ้วนแย่เลย ระหว่างวัน : 1.5-3 ลิตรต่อวัน (แต่ละคนไม่เท่ากัน) ร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 70% ครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว อยู่ที่ผิว ผิวขาดน้ำเกิดริ้วรอยรวดเร็วกว่าปกติ การดื่มน้ำไม่เพียงพอเป็นสาเหตุหมายเลขหนึ่งของความเหนื่อยล้าระหว่างวัน และยังมีผลให้กล้ามเนื้อขาดน้ำ ในระยะยาวอาจนำไปสู่ปัญหามากมาย แม้แต่ปัญหาปวดหลัง ช่วงล่าง ปวดข้อ ท้องผูก ริดสีดวง อีกนิดถ้าคุณปล่อยให้ตนเองรู้สึกหิวน้ำแล้วค่อยดื่ม นั่นหมายถึงร่างกายอยู่ในสภาพขาดน้ำแล้ว และถ้าน้ำมนร่างกายลดลงเพียง 2% จะส่งผลต่อความจำระยะสั้น กระทบต่อการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ง่ายๆ ก็สมองมนุษย์มีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 70% |
2015. yodying9
(0)![]() ![]() |
อาบน้ำ การอาบน้ำอาจช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น หรือทำให้ผิวแห้งลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการอาบ ผู้หญิงมักใช้เวลาอาบน้ำเฉลี่ยแล้ว 12 นาที ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้ใช้เวลาอาบน้ำประจำวันเพียงครั้งละ 5 นาที หลังอาบน้ำ เช็ดตัวเพียงหมาด ๆ ให้รอยชื้นน้ำยังเกาะผิวแล้วควรบำรุงผิวเลย อย่ารอให้ผิวแห้งแล้วจึงลง ในวันเครียดๆ คุณอาจให้สายน้ำช่วยคลายเครียด เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งที่คุณชอบ จะวิธีไหนก็ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และมีความสุข รินน้ำผ่านผิว : เปิดน้ำฝักบัวความดันต่ำเบา ๆ สายน้ำรินผ่านผิวหน้าบาง ๆ ช้า ๆ จ่อฝักบัวห่างจากผิวประมาณ 4 นิ้ว สายน้ำริน ๆ จะช่วยเรียกชีวิตชีวาของผิวล้า เสร็จแล้วใช้มือเช็ดน้ำออกจากผิว สเปรย์สายน้ำ : ในสปา มีทรีทเมนต์หนึ่งที่ให้ความรู้สึกสบายมาก ๆ คุณจะขึ้นไปนอนคว่ำหน้าบนเตียงพลาสติก ปล่อยให้สายน้ำพ่นจากที่สูงนับสิบ ๆ สาย ฉีดลงที่ร่างคุณ ถ้าไม่มีเวลาไปสปา ใช้ฝักบัวความดันสูง (สายฉีดน้ำที่ควบคุมแรงฉีดด้วยมือก็ใช้ได้) ฉีดลงตามผิวกาย โดยเฉพาะที่น่อง ต้นขา บริเวณไขมันเยอะๆ เริ่มจากฉีดน้ำอุ่นก่อน แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำเย็น 20 วินาที เปลี่ยนกลับเป็นน้ำอุ่นอีก 1-2 นาที จบลงที่ฉีดน้ำเย็น อาจเริ่มฉีดที่แขนขา หน้าอก หน้าท้อง และสุดท้ายก็ที่หลัง แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ แช่น้ำ : เปิดน้ำอุ่นเต็มอ่าง เทขิงขูดเป็นฝอยลงในอ่างแล้วลงไปนอนแช่ซัก 20 นาที จะช่วยคลายความเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยผิวขับเหงื่อออกมาจากรูขุมขน ระหว่างแช่ ให้ดื่มน้ำสะอาดเป็นพัก ๆ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ทำอาทิตย์ละครั้งก็พอ มิฉะนั้นผิวจะแห้ง |
[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]